เข้าสู่ระบบ...........
ในยามราตรีที่เสียงมัจจุราชร้ายยังดังกระหน่ำ แสงที่ออกมาจากปลายกระบอกปืนยังส่องวูบวาบให้เห็น หนูน้อยวัยแปดขวบนั่งตัวสั่นอยู่ใต้โต๊ะตัวสูง
ปัง! ปัง!
เสียงปืนยังดังอยู่ และดังอยู่อย่างนั้นอีกหลายสิบนัด หนูน้อยหมอบลงจนแก้มข้างหนึ่งแนบพื้น มองลอดชายผ้าคลุมโต๊ะออกไปยังได้เห็นร่างของมารดา อีกฝ่ายนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น ห่างออกไปเพียงสองช่วงตัว
ดวงตาของคนเป็นมารดาเปิดอ้าไม่เต็มที่ แต่ยังจ้องมาที่คนเป็นลูก
“มะ...แม่...แม่คะ!”
“ชู่ว์...” คนที่ใกล้สิ้นสติ พานิ้วชี้อันสั่นระริกมาจรดที่ริมฝีปาก ก่อนจะส่งรอยยิ้มให้ลูกสาว ปลอบประโลมหัวใจอันปวดร้าวให้มีแรงสู้ต่อ
หนูน้อยน้ำตาไหลพราก อยากเอื้อมมือไปหามารดา อยากโผเข้าหาอ้อมอกที่เต็มไปด้วยหยาดโลหิต แต่สิ่งที่ทำได้คือเงียบปากเข้าไว้ อย่าให้ ‘พวกมัน’ ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ!
ตึก...ตึก...ตึก..
ไม่ใช่เสียงเต้นของหัวใจแม่หนูน้อย แต่เป็นเสียงก้าวเดินหนักๆ ของบุรุษที่สวมรองเท้าหนังมันปลาบ ไม่มีเสียงเจรจาให้ได้ยิน มีเพียงกลิ่นบุหรี่ฉุนจมูกโชยมาให้เด็กน้อยสูดดม มันชัดเจนพอๆ กับกลิ่นเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในตอนนี้ แล้วความเงียบงันก็บังเกิดอยู่หลายนาที ก่อนที่เด็กน้อยผู้โชคร้าย จะได้รู้จักคำว่าโชคร้ายอย่างแท้จริง
ปัง! ปัง!
ร่างของคนเป็นแม่สะเทือนแรงเมื่อถูกกระแทกด้วยคมกระสุน เด็กน้อยตาเบิกโตอย่างตื่นตกใจ แต่สองมือยังปิดปากให้แน่นเข้าไว้ ปลดปล่อยออกมาเพียงหยดน้ำตาที่พรั่งพรู
...........
ณัชรินทร์สะดุ้งเฮือก! ลนลานลุกมานั่ง เหงื่อกาฬแตกพลั่กแม้ว่าอากาศภายในจะอุ่นสบาย มือของเธอยังสั่น ยังได้เอื้อมมาปิดริมฝีปากของตัวเอง ภาพของมารดายังติดตาจนวันนี้ ภาพหยาดโลหิต เสียงปืนและกลิ่นบุหรี่ฉุนๆ ยังผุดพรายในความรู้สึกราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เธอได้แต่หายใจลึกๆ สูบลมหายใจเข้าปอดให้มากที่สุด ปลอบหัวใจในอกที่กำลังตื่นกลัวว่ามันผ่านไปแล้ว เหลือทิ้งไว้ก็เพียงความเจ็บปวดในหัวใจ
“แค่ฝันน่า...เธอแค่ฝัน” ปลอบตัวเองแล้วดึงผ้านวมออกจากท่อนขา เหงื่อเธอแตกพลั่ก เนื้อตัวชื้นไปหมด
“เธอฝันร้าย”
ณัชรินทร์ได้สะดุ้งอีกครา โคมไฟข้างเตียงสว่างวาบขึ้นมาด้วยมือของเธอ จิตใจที่เพิ่งสงบลงกลับมากระหน่ำเต้นอีกคราหนึ่ง เธอแทบจะกรีดร้องยามเห็นร่างของเลฟบนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่มุมห้อง เขาเข้ามาได้อย่างไร เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ และนั่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนแล้ว
“ต้องการอะไร” นั่นคือสิ่งแรกที่เอ่ยถาม ผ้านวมที่เลิกออกจากท่อนขา รีบดึงมันกลับมาห่มร่างอีกครั้ง
“มาดูหน้า คนที่ทำให้ฉันเจ็บ”
เขาแตะยังแขนที่ถูกยิง ราวกับมาทวงหาความยุติธรรม
“ก็คุณทำฉันก่อน”
ชายหนุ่มยักไหล่เมื่อณัชรินทร์ยอกย้อน มีรอยยิ้มระบายที่มุมปาก เขาเดินเข้าไปใกล้หล่อน ยืนมองคนที่เอาแต่ซ่อนกายอยู่ใต้ผ้านวม
“คิดว่าหนีมานี่จะหนีพ้นเหรอ อเล็กเซย์ดูถูกฉันเกินไปนะ”
“เขาพยายามอย่างที่สุดแล้วต่างหาก”
ความไม่พอใจฉายชัดในดวงตาของเลฟ ยามได้ยินณัชรินทร์แก้ต่างแก้ตัวแทนอเล็กเซย์
“เลิกพูดเรื่องเขา ไม่อยากได้ยิน”
“งั้นก็ออกไปสิ ฉันจะนอน”
“ไม่ เหมือนว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว”
เขาเอ่ยอย่างนั้นแล้วโยนโทรศัพท์มือถือลงบนตักของหล่อน มีรูปใครบางคนโชว์อยู่ที่หน้าจอ
หญิงสาวมุ่นคิ้วรุนแรงเมื่อจำได้ว่ารูปที่เห็นอยู่ คือรูปของใคร
“หมายความว่าไง”
“รู้จักใช่ไหม”
“แฟนของน้องสาวฉันเอง”
“อือ...” เขาส่งเสียง
“อะไร? อือ...ที่ว่านี่คืออะไร”
“เขาตายแล้ว”
“อะไรนะ!?”
ณัชรินทร์ชาไปตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เมื่อครู่นี้หูเธอไม่ได้ฝาดใช่ไหม!
“เขาตกบันไดตายที่โรงแรมเล็กๆ ไกลจากที่นี่พอสมควร”
“ตกบันไดเนี่ยนะ!? เชื่อก็โง่ละ แล้วพาขวัญล่ะ น้องสาวฉันล่ะ!”
เลฟยักไหล่แล้วนั่งลงตรงหน้าณัชรินทร์ มองความงามแบบที่ไม่คุ้นตาแล้วรู้สึกดีอย่างประหลาด
“นั่นคือสิ่งที่เธอควรคิดให้ออก น้องเธอไม่ได้อยู่ที่โรงแรมกับผู้ชายคนนี้ และบางทีเธออาจจะชิ่งหนีไปพร้อมกับเพชรมูลค่าสามสิบล้านดอลล่าร์”
“บ้าบอที่สุด!”
“มีเรื่องบ้ายิ่งกว่านั้นอีก เพราะฉันต้องชดใช้ค่าเพชรที่ผู้ชายคนนี้และน้องสาวของเธอขโมยไป ให้กับเจ้าของที่แท้จริง และเธอ...”
เขาจ้องดวงตากระต่ายสุกใสของณัชรินทร์นิ่งๆ ก่อนจะเอ่ย
“จะไม่มีวันได้ไปจากเกาะนี้จนกว่าจะหาเงินมาคืนฉัน หรือไม่ก็คิดให้ออกว่าน้องสาวเธออยู่ไหนแล้วรีบเอาเพชรมาคืน”
“มีแต่คนโง่ที่ยอมจ่ายค่าเพชรสามสิบล้านแทนคนอื่น” เธอตำหนิอย่างเคืองใจ มันเรื่องอะไรที่เธอต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ได้ทำด้วยล่ะ
“คงต้องยอมโง่ละที่รัก เพราะเจ้าของเพชรไม่ใช่แค่มาเฟียธรรมดา แต่เขามีโรงงานผลิตอาวุธสงครามที่สามารถถล่มกาสิโนเล็กๆ ของมาติเนซให้เหลือแต่ซากภายในเวลาไม่ถึงนาที เอาละนะ ทีนี้เธอพอจะเห็นความเสี่ยงที่ทำให้ฉันยอมจ่ายหรือยัง”
“ฉันไม่ใช่คนดีเลยลูก้า ฉันร้ายกาจที่สุด”“แน่นอน แต่ฉันเอาคืนเธอเรื่องนั้นไปแล้ว เรา...หายกันดีไหม”“หายกันเหรอ”“ใช่...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะรักเธอได้ไหม เพราะฉันก็ไม่เคยรักใคร ความรักมันห่างไกลตัวฉันมาก แต่ฉันจะเรียนรู้มันกับเธอนะ ขออย่างเดียว ขอให้เธอซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ของเรา มีแค่ฉัน มองแค่ฉัน อย่าหักหลังฉัน เท่านั้นก็พอ”“แน่นอนค่ะลูก้า ฉันจะรักษาไว้ให้ดี ทั้งแหวนวงนี้ แล้วก็...คุณ”เหมือนคำสัญญาสาบาน ตราบใดที่เธอยังได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขาและลูก จนกว่าจะถึงวันที่เขาไม่ต้องการเธอลูก้ายื่นมือลงมาหา เธอวางมือเธอใส่มือเขา ให้เขาดึงเธอขึ้นจากผืนเสื่อ ก่อนที่เขาจะพาเดินเข้าบ้าน ทุกจังหวะการก้าวเดิน เธอประคองท้องกลมโต ในขณะที่ทุกจังหวะการก้าวเดินของเขา ประคองร่างเธอไว้ ไม่ให้ล้มลงไปเพราะแรงดูดของผืนทรายท่ามกลางสายลมและคลื่นทะเล หนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองกันเดินขึ้นจากหาด ในขณะที่อีกคู่ ยืนมองแล้วยิ้มยินดี“คุณว่าพวกเขารักก
ลูก้ายืนอยู่ไม่ไกล เหมือนเขาจะตามเธออยู่ เขาควรไปตามดูเจ้านายสิ จะมาตามเธอทำไม“กลับกันเถอะ ลมมันแรงแล้วนะ” เขาชวน“อีกนิดน่า ให้พระอาทิตย์ตกดินก่อน เด็กๆ ยังไม่ขึ้นบ้านเลย” บอกเขาแล้วมองไปยังเด็กๆ ทว่ามาดามกลับกำลังปัดเศษทรายออกจากแข้งขาของเด็กน้อยแล้วพาจูงมือขึ้นบ้านไป“นั่นไง ขึ้นบ้านกันแล้ว เราก็ขึ้นบ้างเถอะ”เธอทำหน้ายุ่งเมื่อเขาสั่ง ก็ยังอยากดูพระอาทิตย์ตกนี่นา“โอ๊ะ! เจ็บ! โอย...” แรงบีบรัดที่น่องขวา ทำเอาเธอเกือบพาร่างทรุดลงผืนทราย ดีที่ลูก้าอุ้มไว้ทัน“เจ็บท้องเหรอ!”“ไม่! ตะคริวน่ะ ขาฉัน!” พอร้องบอก เขาก็อุ้มเธอไปยังเสื่อที่มาดามทิ้งไว้ สองมือเพียรนวดท่อนขาให้อาการเธอทุเลา เธอเจ็บมาก พักนี้มันเป็นบ่อยตอนกลางคืน และเธอต้องต่อสู้กับมันเพียงลำพัง“โอ...ดีขึ้นเยอะเลย”“เธอต้องไปหาหมอหรือเปล่า”“ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นได้ พักนี้เป็นบ่อย ตอนกลางคืนที่อากาศเย็นๆ น่ะ”“แล้วเธอทำยังไง”
“อะไรกันชาช่า เมื่อคืนไม่พอเหรอ อยากเล่นสนุกอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่น่า ทำไมคุณหื่นตลอดเลยนะ”“ต้องหื่นให้เสมอต้นเสมอปลายสิ หื่นเป็นพักๆ เดี๋ยวเมียไม่ร้ากกก”จุ๊บๆๆๆเสียงจุ๊บดังขึ้นรัวๆ ณัชรินทร์จุ๊บปลายคางเขาอย่างเอ็นดู“ไม่หื่นก็รัก แต่หื่นก็ดี บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องลดนะคะ”“นั่นไง ว่าแล้วเชียว ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้นะชาช่า ถอดดีกว่า ถอดเสื้อเร็ว จัดกันสักรอบแล้วค่อยลงไปกินมื้อเช้า”“ไม่เอาน่า เดี๋ยวมันนาน”“ไม่นานหรอก นะๆๆ” แล้วเลฟก็จับมือเมียไปทาบกับเป้ากางเกง เมียรักส่ายหัวรัวๆ เหมือนจะปฏิเสธ แต่มือนี่ลูบเจ้าเลฟน้อยไม่หยุดเลย“คุณจะทำให้เราสาย”“จะสายสักเท่าไหร่กัน อควาเรียยังไม่เปิดหรอกน่า อีกอย่าง นั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นแค่ไม่กี่นาทีเอง” เลฟออดอ้อน หอมแก้มเมีย จุ๊บปากเมียแล้วซุกจมูกคมๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น ก็อยากทำต่อ ก็อยากจับเมียเปลื้องผ้า แต่ว่า...“แม่ค้าบ!! เฉ็จอ๊ะยัง ลุกซ์เฉ็จแล้ว
เลฟลุกมายืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เปิดตู้แล้วแลหากางเกงว่ายน้ำ ทว่ามีแต่สีทึมทึบที่ใส่จนเบื่อแล้ว “เอ...ของอเล็กเซย์ยังมีไหมนะ” ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอเล็กเซย์ มีกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสอยู่หลายตัว“ต้องอย่างนี้สิ เผื่อเป็นอะไรอยู่กลางทะเล จะได้หาเจอง่ายๆ”เลฟยิ้มอย่างนึกสนุก ดึงกางเกงว่ายน้ำสีส้มแสบทรวงมาสวม เขาออกจากห้องมา เดินลงมาข้างล่าง เสียงคลื่นยิ่งชัดเจน ฟีโอดอร์ตื่นแล้ว ตื่นเช้าเสมอเลย“อรุณสวัสดิ์ครับบอส กาแฟสักแก้วดีไหม”“ก็ดีนะ ว่าแต่...บ้านเรามีเซิร์ฟบอร์ดหรือเปล่า”“เซิร์ฟบอร์ด?”“ใช่ อเล็กเซย์เคยมีนี่นา ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ”“ไม่ครับ ที่นี่คลื่นไม่แรงพอจะเล่นเซิร์ฟได้”“เอ้า...แย่จริง”“บอส...อยากเล่นหรือครับ”“ใช่”“แต่ว่า...”“อะไร?”พอเห็นหน้างงๆ ของคนเป็นเจ้านาย ฟีโอดอร์ก็ไม่คิดเอ่ยสิ่งที่รู้ออกมา“ไม่มีอะไรครับ จะไปเ
...........ตอนพิเศษเลฟ & ชาช่า...........เหนือหัวเตียงของณัชรินทร์คือหน้าต่างบานใหญ่ เธอชอบห้องนี้เพราะพอเปิดหน้าต่างไว้แล้วลมเย็นๆ จะพัดเข้ามา มันได้ยินเสียงคลื่นด้วย เสียงคลื่นทำให้เธอหลับสบาย แถมดวงจันทร์วันนี้ก็กลมโตเชียว ถ้าปิดไฟในห้อง แสงจันทร์ข้างนอกคงสาดส่องเข้ามา ที่นี่บรรยากาศดีมาก ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือต้องส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนทุกเช้า แม้ว่าเรือของเราจะขับอย่างปลอดภัย แต่เธอก็ยังกังวลเลฟบอกว่าจะหาครูมาสอนให้ เรียนที่บ้านก็ดี แต่มันออกจะเกินไปหน่อย เธออยากให้ลูกๆ พบเจอผู้คนมากกว่าอุดอู้อยู่ในบ้าน ยิ่งสมัยนี้ผู้คนไม่ได้ใจดีทุกคน ก็อยากให้ลูกเรียนรู้ จะได้มีประสบการณ์มากพอในการรับมือกับคนที่เข้ามาในชีวิตวันนี้เธอส่งลูกเข้านอนแต่หัววัน ในห้องของคนเป็นย่า ห้องเด็กที่เลฟจัดไว้ให้ สองแสบเลยได้ใช้แค่ตอนไปอาบน้ำแต่งตัว มาดามคนงามสดใสขึ้นมากเมื่อมีหลานอยู่ใกล้ๆ เธอเลยปล่อยเต็มที่ และรู้สึกว่ามีอิสระเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวตั้งแต่ลูกไม่ติดแม่ แต่ไปติดย่าแทน“
“ลูก้าล่ะ” ณัชรินทร์ถามเมื่อลูก้าไม่ยอมเดินตามมา“ไม่รู้สิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง”ตอบพี่แล้วแลหาเขา ทว่าไม่เจอ ทำไมหายตัวเก่งจังนะ“เขาดีกับเธอไหม”“อือ...ดี...พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ใช้ชีวิตของพี่ไปเถอะ ฉันโอเค”“ขอให้จริง ถ้าเขากล้าทำร้ายเธอละก็ พี่จะฆ่าเขาเอง”คนเป็นพี่ชูหมัดให้น้องดูว่าเอาจริง ให้ลูก้าทำร้ายเมียกับลูกสิ เธอนี่แหละจะเอาปืนยิงหัวให้กระจุยเลย เธอยิงปืนแม่นนะ อย่าลืม“จ้า...คุณนายมาเฟียนี่โหดจริงๆ”“พูดจริงนะ ไม่ได้ล้อเล่น พ่อของลูกเธอน่ะ ต้องโดนหนักๆ”“ก็ว่าไป เขาก็ดีของเขาแล้วพี่ ไม่ได้รักกันชอบกัน เขายังช่วยฉันขนาดนี้”“ไม่ช่วยก็เรื่องของเขาสิ พี่เลี้ยงหลานได้น่า ตอนเจ้าแฝดคลอดน่ะ เธอยังช่วยเลี้ยงเลย เป็นเธอที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้ เลี้ยงหลานแค่คนเดียว สบายเลย พี่เลี้ยงได้แน่”“จ้าๆๆ คุณนายเลี้ยงได้ ฉันรับรู้แล้ว โอเคไหม”“โอเค! ถ้าเขารังแกเธอ ถ้าเขาทำให้เธอเจ็
เจ้าลุกซ์รับคำ เลนี่วิ่งไปหาพี่ชาย ช่วยดึงแขนเจ้าเด็กพุงพลุ้ยให้เข้ามาชิดถนนฝั่งขวา ก่อนจะโดนรถเฉี่ยวเอาพาขวัญสลับมือที่ใช้หิ้วของกิน เธอซื้อมามากโข ก็ช่วงนี้ไม่ได้ทำงาน ซื้อของกินไปเก็บไว้สักมื้อสองมื้อ จะได้ไม่ต้องลงมาซื้อบ่อยๆ เดินอีกไม่กี่สิบเมตรก็ถึงตึกที่เธอเช่าอยู่ ทุกอย่างยังเหมือ
พาขวัญมองคุณพ่อบ้านอย่างตำหนิ เธอยังอยากสานสัมพันธ์กับผู้มาใหม่นี่นา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะพาเธอออกไปจากที่นี่ โดยที่ ‘เพชรของเธอ’ ยังอยู่ครบก็ได้“ไม่เอาน่าฟีโอดอร์ นายจะเข้มงวดอะไรนักหนา เลฟไม่อยู่ซะหน่อย แล้วฉันก็ไม่ได้จะทำเรื่องไม่ดี ฉันแค่อยากคุยกับเพื่อนใหม่ก็แค่นั้น อย่าให้ฉันโมโหแล้วเผลอเล่าเรื่
“อย่านะเลฟ...อย่า...”“ชู่ว์...คราวนี้หนีฉันไม่พ้นหรอกชาช่า มาดูซิว่าสาวพรหมจรรย์จะรสชาติดีสมคำร่ำลือหรือเปล่า หึๆๆ”“อย่านะ! ฉันรู้นะว่าคุณโรคจิตแค่ไหน อเล็กซ์บอกฉันหมดแล้ว คุณชอบทรมานผู้หญิง...บนเตียงนี่!”“อา...เอาแล้วไง เขาไม่ใช่น้องที่ดีนะ เธอว่าไหม” เขาลุกจากฟูกนุ่มไปยืนข้างเตียง สองมือดึงเสื
เสียงอะไรสักอย่างกระแทกหมอนนุ่มฟูของเลฟ ณัชรินทร์ชักมึนศีรษะ เมื่อกี้นั่นแขนหรือขากันนะที่ผลักร่างเธอลงมา“จาทิ้งกันเหรอ ห้าม! ห้ามเลย เราต้องดื่ม เอื๊อก! ดื่มให้หมดขวด! อึกๆๆ”แล้วอเล็กเซย์ก็ยกขวดเหล้ากระดกอึกๆ ณัชรินทร์ปรือตามอง อยากจะยกขวดขึ้นดื่ม แต่ทำไม่ได้ แขนมันหนักอึ้งไม่ต่างจากกระบอกตา เธอ





![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

