LOGINณัชรินทร์หนักอกหนักใจ เธอยังไม่คุ้นเคยกับแฟนของน้องสาวนักหรอก ไม่มีความผูกพันใดๆ เต็มที่ก็แค่ใจหายตอนที่รู้ว่าอีกฝ่ายตายไปก็เท่านั้น แต่กับพาขวัญนี่สิ ผู้หญิงตัวคนเดียวที่หายไปพร้อมเพชรมูลค่าสูงนั่นน่ะ เธอไม่รู้เลยว่าเจ้าหล่อนจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดในตอนนี้
“ถ้าเจอพาขวัญแล้วเธอไม่มีเพชรล่ะ”
“ไม่มีทางหรอก ถ้าเพชรไม่อยู่กับเธอแล้วเธอจะหนีทำไม”
“เธออาจกำลังหนีคนที่ทำร้ายแฟนของเธอก็ได้”
“ไม่รู้สิ นั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันต้องการแค่เพชรเท่านั้น” เลฟยืนยัน
“ตามหาเธอ ช่วยเธอ เอ่อ...อย่างน้อยถ้าคุณได้เพชรคืนแล้ว ก็แค่ปล่อยเธอไป ส่งเธอกลับเมืองไทยจะได้ไหม”
“นั่นขึ้นอยู่กับเธอนะชาช่า ถ้าระหว่างนี้เธอทำตัวดีๆ ไม่ดื้อ ไม่โวยวาย ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ให้ตัวอุ่นๆ และถอดมันออกเมื่อฉันต้องการ นั่นแหละ บางทีฉันอาจพิจารณาข้อเสนอของเธอก็ได้”
เลฟตะแคงร่างมาทางนี้ และแม้แสงจากโคมไฟไม่ได้สว่างมากมาย แต่เธอกลับเห็นความหล่อเหลาของเขาอย่างชัดเจน โครงหน้าเหลี่ยมคมได้รูป จมูกโด่งจนน่าใจหาย ดวงตางดงามชวนมองนั่นอีก หากเขาเพียรยิ้มให้ได้สักครึ่งของอเล็กเซย์ละก็ รับรองว่าเธอไม่มีทางแยกพวกเขาได้แน่ว่าใครเป็นใคร
“ค่ะ” เธอตอบเพียงเท่านั้นแต่ในใจร่ำร้องว่า อย่าฝัน...อย่าฝัน และอย่าฝัน! เธอไม่มีทางเอาพรหมจรรย์อันหวานหอมใส่พานถวายเลฟอย่างเด็ดขาด ที่ต้องทำก็แค่ซื้อเวลาให้ได้พาสปอร์ตมาก่อน และเลฟตามตัวพาขวัญเจอเมื่อไหร่ เธอจะพาแม่ตัวแสบนั่นเผ่นกลับเมืองไทยให้ไวเลย
พรืด!
ร่างบอบบางของแม่กระต่ายตัวน้อย ถูกดึงเข้าสู่วงแขนของเลฟแรงๆ
ณัชรินทร์ตื่นตระหนก ก็นึกว่าเขาหยุดแล้วนี่นา แล้วนี่อะไรอีก จะแกล้งเธอเหรอ
“หยุดดิ้น แค่กอด ไม่ได้จะทำอะไรหรอกน่า”
น้ำเสียงเขาติดรำคาญ แต่ณัชรินทร์ถลึงตาใส่
“ฉันจะเชื่อได้ยังไง”
“เพราะถ้าฉันจะทำละก็ ป่านนี้เธอเสร็จไปสามรอบแล้ว เอาละ...ฉันง่วง เราจะนอนกันได้หรือยัง”
“ยัง! กลับไปนอนบนเตียงสี่เสาของคุณสิ”
“กลับแน่ถ้าเธอกลับด้วย กลิ่นเธอติดอยู่บนหมอน ฉันนอนไม่ได้เลย”
ช่างเป็นคำแก้ต่างที่ชวนให้คนฟังแก้มร้อนผ่าว เธอไม่ใช่พวกกลิ่นตัวแรงเสียหน่อย
“ฉันจะย้ายไปนอนห้องอื่นถ้าคุณยืนยันว่าจะนอนห้องนี้”
“ทำไมต้องทำเรื่องให้มันยุ่งยาก นอนๆ ไปเถอะ ขอร้อง...ตั้งแต่รู้จักเธอ ฉันพูดมากกว่าปกติเป็นสองเท่าเลย พูดจนเมื่อยปากไปหมดแล้ว”
“ก็ฉันไม่อยากนอนเตียงเดียวกับคุณนี่!”
“งั้นมีเซ็กซ์กันเถอะ ถ้าได้ทำให้มันจบๆ ฉันคงไม่อยากแตะเธออีก”
“ไม่มีทาง!” ยืนยันเสียงแข็งแล้วกัดฟันกรอดๆ เลฟยังกอดเธอไว้ ดันศีรษะเธอเข้าหาอกอุ่นของเขา ไม่รู้สิ ถึงการกระทำจะเอาแต่ใจไปสักนิด ปากร้ายไปสักหน่อย แต่อกเขานี่อุ่นดีจัง แทนที่จะรังเกียจอ้อมกอดของเลฟ ลึกๆ แล้วเธอกลับพอใจ หรือเพราะเขามีหน้าตาเหมือนอเล็กเซย์ก็ไม่รู้
“จะนอนท่านี้เหรอ ไม่อึดอัดหรือไง” เธอท้วง
“นอนเถอะน่า เผื่อเธอนอนละเมอกลิ้งตกเตียงเพราะฝันร้าย จะมากล่าวหาว่าฉันเป็นต้นเหตุอีก”
“นั่นคือเหตุผลเหรอ”
“อือ...”
เขาครางอืออาแทนคำตอบ ณัชรินทร์ไม่อยากเห็นด้วยเลย แต่พอเขากอดไว้อย่างนี้ ความเป็นกุลสตรีก็ถูกพับเก็บชั่วคราว ตอนที่เลฟไม่ตะคอกเสียงดัง ไม่มีปืนเข้ามาข้องเกี่ยว เขา...ก็ดูคล้ายๆ อเล็กเซย์ที่แสนดีละนะ เอาเถอะ ไหนๆ ก็เป็นฝาแฝดนี่ เธอจะคิดว่าคนที่กอดอยู่คืออเล็กเซย์ก็แล้วกัน
“ฉันไม่ใช่นายนั่น”
ณัชรินทร์ตาเบิกโต นี่เขาอ่านใจเธอได้เหรอ ทำไมถึงได้...
“ดูจากที่ยอมนอนนิ่งๆ ไม่อ้าปากเถียงฉอดๆ เดาได้เลยว่าเธอกำลังคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ ถึงฉันจะดูคล้ายอเล็กเซย์แค่ไหน แต่เชื่อเถอะว่าฉันไม่ใช่นายนั่นหรอก”
“รู้น่า ต่างกันอย่างฟ้ากับเหว ถึงจะหน้าตาเหมือนกัน ฉันก็แยกออกหรอก อเล็กเซย์น่ะเทพบุตรดีๆ นี่เอง ส่วนคุณนี่...ซาตานชัดๆ”
เขายิ้มมุมปาก ณัชรินทร์เห็นแล้วอยากเอามือไปฉีกให้ปากแหกถึงรูหู หมั่นไส้คนเจ้าเล่ห์
“อยากมีเซ็กซ์กับซาตานดูไหมล่ะ เผื่อจะได้เจอโลกอีกใบที่น่าตื่นตะลึง”
“บังเอิญช่วงนี้ฉันเจอเรื่องชวนให้ตื่นตะลึงมาจนเอียนแล้ว ยังไม่สะดวกจริงๆ ค่ะ ขอบคุณ” รีบเลย รีบตอบเขาแล้วหุบปากฉับ
“ก็ดี เชื่อสิ ถ้าเธอทำตัวดีๆ ฟังคำสั่งและทำตามอย่างเคร่งครัด ฉันก็จะไม่ทำอะไรเธอ แต่ถ้าเธอดื้อละก็ รับรองว่าได้ย้ายไปนอนบนเตียงสี่เสา และได้ครางกระเส่าทั้งคืนแน่”
“โอเค...ฉะ...ฉันง่วงแล้ว คุณก็ง่วงไม่ใช่เหรอ นอนสินอน...นอนได้แล้ว”
แก้ต่างแล้วหลับตาลงเสีย พยายามนอนนิ่งๆ นอนให้หลับ จะได้ไม่ถูกรุกรานจากเจ้าของอ้อมกอด ทว่ายามที่ใกล้จะผล็อยหลับ กลับรับรู้ได้ถึงริมฝีปากที่แตะลงยังหน้าผาก ไม่แน่ใจว่าฝันหรือไม่ แต่ว่า...มันอุ่นดีนะ จูบเบาๆ ของเขา ถ้าเป็นฝันก็นับว่าสมจริงมากๆ เลย
...........
“ฉันไม่ใช่คนดีเลยลูก้า ฉันร้ายกาจที่สุด”“แน่นอน แต่ฉันเอาคืนเธอเรื่องนั้นไปแล้ว เรา...หายกันดีไหม”“หายกันเหรอ”“ใช่...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะรักเธอได้ไหม เพราะฉันก็ไม่เคยรักใคร ความรักมันห่างไกลตัวฉันมาก แต่ฉันจะเรียนรู้มันกับเธอนะ ขออย่างเดียว ขอให้เธอซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ของเรา มีแค่ฉัน มองแค่ฉัน อย่าหักหลังฉัน เท่านั้นก็พอ”“แน่นอนค่ะลูก้า ฉันจะรักษาไว้ให้ดี ทั้งแหวนวงนี้ แล้วก็...คุณ”เหมือนคำสัญญาสาบาน ตราบใดที่เธอยังได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขาและลูก จนกว่าจะถึงวันที่เขาไม่ต้องการเธอลูก้ายื่นมือลงมาหา เธอวางมือเธอใส่มือเขา ให้เขาดึงเธอขึ้นจากผืนเสื่อ ก่อนที่เขาจะพาเดินเข้าบ้าน ทุกจังหวะการก้าวเดิน เธอประคองท้องกลมโต ในขณะที่ทุกจังหวะการก้าวเดินของเขา ประคองร่างเธอไว้ ไม่ให้ล้มลงไปเพราะแรงดูดของผืนทรายท่ามกลางสายลมและคลื่นทะเล หนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองกันเดินขึ้นจากหาด ในขณะที่อีกคู่ ยืนมองแล้วยิ้มยินดี“คุณว่าพวกเขารักก
ลูก้ายืนอยู่ไม่ไกล เหมือนเขาจะตามเธออยู่ เขาควรไปตามดูเจ้านายสิ จะมาตามเธอทำไม“กลับกันเถอะ ลมมันแรงแล้วนะ” เขาชวน“อีกนิดน่า ให้พระอาทิตย์ตกดินก่อน เด็กๆ ยังไม่ขึ้นบ้านเลย” บอกเขาแล้วมองไปยังเด็กๆ ทว่ามาดามกลับกำลังปัดเศษทรายออกจากแข้งขาของเด็กน้อยแล้วพาจูงมือขึ้นบ้านไป“นั่นไง ขึ้นบ้านกันแล้ว เราก็ขึ้นบ้างเถอะ”เธอทำหน้ายุ่งเมื่อเขาสั่ง ก็ยังอยากดูพระอาทิตย์ตกนี่นา“โอ๊ะ! เจ็บ! โอย...” แรงบีบรัดที่น่องขวา ทำเอาเธอเกือบพาร่างทรุดลงผืนทราย ดีที่ลูก้าอุ้มไว้ทัน“เจ็บท้องเหรอ!”“ไม่! ตะคริวน่ะ ขาฉัน!” พอร้องบอก เขาก็อุ้มเธอไปยังเสื่อที่มาดามทิ้งไว้ สองมือเพียรนวดท่อนขาให้อาการเธอทุเลา เธอเจ็บมาก พักนี้มันเป็นบ่อยตอนกลางคืน และเธอต้องต่อสู้กับมันเพียงลำพัง“โอ...ดีขึ้นเยอะเลย”“เธอต้องไปหาหมอหรือเปล่า”“ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นได้ พักนี้เป็นบ่อย ตอนกลางคืนที่อากาศเย็นๆ น่ะ”“แล้วเธอทำยังไง”
“อะไรกันชาช่า เมื่อคืนไม่พอเหรอ อยากเล่นสนุกอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่น่า ทำไมคุณหื่นตลอดเลยนะ”“ต้องหื่นให้เสมอต้นเสมอปลายสิ หื่นเป็นพักๆ เดี๋ยวเมียไม่ร้ากกก”จุ๊บๆๆๆเสียงจุ๊บดังขึ้นรัวๆ ณัชรินทร์จุ๊บปลายคางเขาอย่างเอ็นดู“ไม่หื่นก็รัก แต่หื่นก็ดี บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องลดนะคะ”“นั่นไง ว่าแล้วเชียว ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้นะชาช่า ถอดดีกว่า ถอดเสื้อเร็ว จัดกันสักรอบแล้วค่อยลงไปกินมื้อเช้า”“ไม่เอาน่า เดี๋ยวมันนาน”“ไม่นานหรอก นะๆๆ” แล้วเลฟก็จับมือเมียไปทาบกับเป้ากางเกง เมียรักส่ายหัวรัวๆ เหมือนจะปฏิเสธ แต่มือนี่ลูบเจ้าเลฟน้อยไม่หยุดเลย“คุณจะทำให้เราสาย”“จะสายสักเท่าไหร่กัน อควาเรียยังไม่เปิดหรอกน่า อีกอย่าง นั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นแค่ไม่กี่นาทีเอง” เลฟออดอ้อน หอมแก้มเมีย จุ๊บปากเมียแล้วซุกจมูกคมๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น ก็อยากทำต่อ ก็อยากจับเมียเปลื้องผ้า แต่ว่า...“แม่ค้าบ!! เฉ็จอ๊ะยัง ลุกซ์เฉ็จแล้ว
เลฟลุกมายืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เปิดตู้แล้วแลหากางเกงว่ายน้ำ ทว่ามีแต่สีทึมทึบที่ใส่จนเบื่อแล้ว “เอ...ของอเล็กเซย์ยังมีไหมนะ” ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอเล็กเซย์ มีกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสอยู่หลายตัว“ต้องอย่างนี้สิ เผื่อเป็นอะไรอยู่กลางทะเล จะได้หาเจอง่ายๆ”เลฟยิ้มอย่างนึกสนุก ดึงกางเกงว่ายน้ำสีส้มแสบทรวงมาสวม เขาออกจากห้องมา เดินลงมาข้างล่าง เสียงคลื่นยิ่งชัดเจน ฟีโอดอร์ตื่นแล้ว ตื่นเช้าเสมอเลย“อรุณสวัสดิ์ครับบอส กาแฟสักแก้วดีไหม”“ก็ดีนะ ว่าแต่...บ้านเรามีเซิร์ฟบอร์ดหรือเปล่า”“เซิร์ฟบอร์ด?”“ใช่ อเล็กเซย์เคยมีนี่นา ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ”“ไม่ครับ ที่นี่คลื่นไม่แรงพอจะเล่นเซิร์ฟได้”“เอ้า...แย่จริง”“บอส...อยากเล่นหรือครับ”“ใช่”“แต่ว่า...”“อะไร?”พอเห็นหน้างงๆ ของคนเป็นเจ้านาย ฟีโอดอร์ก็ไม่คิดเอ่ยสิ่งที่รู้ออกมา“ไม่มีอะไรครับ จะไปเ
...........ตอนพิเศษเลฟ & ชาช่า...........เหนือหัวเตียงของณัชรินทร์คือหน้าต่างบานใหญ่ เธอชอบห้องนี้เพราะพอเปิดหน้าต่างไว้แล้วลมเย็นๆ จะพัดเข้ามา มันได้ยินเสียงคลื่นด้วย เสียงคลื่นทำให้เธอหลับสบาย แถมดวงจันทร์วันนี้ก็กลมโตเชียว ถ้าปิดไฟในห้อง แสงจันทร์ข้างนอกคงสาดส่องเข้ามา ที่นี่บรรยากาศดีมาก ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือต้องส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนทุกเช้า แม้ว่าเรือของเราจะขับอย่างปลอดภัย แต่เธอก็ยังกังวลเลฟบอกว่าจะหาครูมาสอนให้ เรียนที่บ้านก็ดี แต่มันออกจะเกินไปหน่อย เธออยากให้ลูกๆ พบเจอผู้คนมากกว่าอุดอู้อยู่ในบ้าน ยิ่งสมัยนี้ผู้คนไม่ได้ใจดีทุกคน ก็อยากให้ลูกเรียนรู้ จะได้มีประสบการณ์มากพอในการรับมือกับคนที่เข้ามาในชีวิตวันนี้เธอส่งลูกเข้านอนแต่หัววัน ในห้องของคนเป็นย่า ห้องเด็กที่เลฟจัดไว้ให้ สองแสบเลยได้ใช้แค่ตอนไปอาบน้ำแต่งตัว มาดามคนงามสดใสขึ้นมากเมื่อมีหลานอยู่ใกล้ๆ เธอเลยปล่อยเต็มที่ และรู้สึกว่ามีอิสระเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวตั้งแต่ลูกไม่ติดแม่ แต่ไปติดย่าแทน“
“ลูก้าล่ะ” ณัชรินทร์ถามเมื่อลูก้าไม่ยอมเดินตามมา“ไม่รู้สิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง”ตอบพี่แล้วแลหาเขา ทว่าไม่เจอ ทำไมหายตัวเก่งจังนะ“เขาดีกับเธอไหม”“อือ...ดี...พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ใช้ชีวิตของพี่ไปเถอะ ฉันโอเค”“ขอให้จริง ถ้าเขากล้าทำร้ายเธอละก็ พี่จะฆ่าเขาเอง”คนเป็นพี่ชูหมัดให้น้องดูว่าเอาจริง ให้ลูก้าทำร้ายเมียกับลูกสิ เธอนี่แหละจะเอาปืนยิงหัวให้กระจุยเลย เธอยิงปืนแม่นนะ อย่าลืม“จ้า...คุณนายมาเฟียนี่โหดจริงๆ”“พูดจริงนะ ไม่ได้ล้อเล่น พ่อของลูกเธอน่ะ ต้องโดนหนักๆ”“ก็ว่าไป เขาก็ดีของเขาแล้วพี่ ไม่ได้รักกันชอบกัน เขายังช่วยฉันขนาดนี้”“ไม่ช่วยก็เรื่องของเขาสิ พี่เลี้ยงหลานได้น่า ตอนเจ้าแฝดคลอดน่ะ เธอยังช่วยเลี้ยงเลย เป็นเธอที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้ เลี้ยงหลานแค่คนเดียว สบายเลย พี่เลี้ยงได้แน่”“จ้าๆๆ คุณนายเลี้ยงได้ ฉันรับรู้แล้ว โอเคไหม”“โอเค! ถ้าเขารังแกเธอ ถ้าเขาทำให้เธอเจ็
“บอกทีว่าคุณเอาสร้อยฉันมา” ณัชรินทร์เริ่มคำถามเลฟไม่ได้โต้ตอบในทันที เขากำลังควบคุมอารมณ์ให้นิ่งอยู่ เลยหันมองแต่ปุยหิมะนอกหน้าต่าง มันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกแม้แต่นิดเดียว“เลฟ!?”“เอาสร้อยมาจากไหน” เขาย้อนถามณัชรินทร์ มือข้างหนึ่งล้วงเอาสายสร้อยออกมาจากกระเป๋ากางเกง“มีคนให้น่ะสิ เอามานะ นั่นของฉั
...........ในขณะที่ณัชรินทร์กำลังควานหาสร้อย บนคฤหาสน์อีกหลัง สร้อยเงินวาววับก็กำลังถูกหยิบจากถาดกำมะหยี่ เลฟหยิบมันขึ้นมา สองตาจ้องสร้อยเส้นน้อยแล้วเผลอยิ้มไม่รู้ตัวฟีโอดอร์มองรอยยิ้มของผู้เป็นนายแล้วต้องเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มแบบนั้น เขาเห็นนับครั้งได้“เรียบร้อยดีใช่ไหม” เลฟถาม ปลายนิ้วแตะลูบตัวสร
...........[3]จูบของเลฟและกลิ่นซิก้า ...........กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นโชยมาจากแก้วของใครสักคน ณัชรินทร์ปรือตาขึ้นมอง แสงสว่างจากภายนอกส่องผ่านหน้าต่างบานหนาเข้ามาปะทะร่างของเลฟแน่นอน...เธอมั่นใจว่านั่นคือเขา เพราะสูทที่สวมบนร่างนั้นเป็นสีเทาแสนทึมทึบ ไม่ใช่ลายดอกไม้สีสันสดใสอย่างที่อเล็กเซย์โปรดปร
ณัชรินทร์ส่ายหน้าดิก น้ำตาเริ่มคลอเบ้า นี่เธอกำลังเผชิญสถานการณ์บ้าบออะไรอยู่นะ คิดสิ! เธอต้องคิดหาทางออกเรื่องนี้“คุณแน่ใจได้ยังไงว่าเขาขโมยเพชรไป”เธอชี้ใส่รูปแฟนของน้องสาวที่โชว์อยู่บนหน้าจอสมาร์ตโฟน“กล้องหน้าผับ น้องสาวเธอกับแฟนดื่มหนักไปหน่อยเลยเดินชนกับลูกค้าของฉันเข้า กระเป๋าของพวกเขาที่หน







