LOGIN“ฉันอุ่นจนร้อนแล้วเลฟ” เธอบอกให้เขารู้ เตาผิงแบบโบราณในห้องนี้ ยังทำหน้าที่ของมันอย่างขันแข็ง ห้องนี้เลยอุ่นยิ่งกว่าติดฮีตเตอร์ยี่ห้อแพงๆ เสียอีก
“อ้อ...นึกว่าชินแล้ว มาจากเมืองร้อนไม่ใช่เหรอ”
คนถูกถามจนใจจะเถียง ก็ได้เจ้าค่ะ เธอจะยอมซ่อนร่างอยู่ใต้เสื้อคลุมตัวหนานี่ก็แล้วกัน
“โอ...หวงชะมัด” วาดิมเผลอครางออกมา
“ของเล่นใหม่ก็ต้องหวงเป็นธรรมดา” เลฟโต้คืนอย่างไม่คิดปิดบัง
ณัชรินทร์ทำตาขวางใส่เลฟ คำก็ของเล่น สองคำก็ของเล่น เธอหน้าตาไม่เหมือนคนหรือไง
“ถ้าเบื่อเลฟละก็ แวะไปที่กาสิโนสิ ผมขลุกอยู่ที่บาร์ของไนท์คลับ ให้ผมได้เลี้ยงเครื่องดื่มคุณสักหน่อยนะครับ คุณผู้หญิง”
ณัชรินทร์ได้แต่ยิ้มให้น้ำใจไมตรีของคนที่มองตาเดียวก็รู้ว่าเจ้าชู้ตัวพ่อ เธอคิดว่าเพื่อความปลอดภัย ควรประหยัดคำพูดจะดีกว่า
“ฉันเลี้ยงผู้หญิงของฉันได้ นายไม่ต้องมาเลี้ยงหรอก”
“สงสัยจะหวงจริงแฮะ ปกตินายไม่เป็นแบบนี้”
เลฟยักไหล่ แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะดึงกล่องเก็บบุหรี่สีเงินเงาวับออกมาเปิดแล้วดึงบุหรี่มาคีบไว้ ปลายนิ้วเรียวของพ่อมาเฟีย คีบมวนบุหรี่อย่างมีมาด ราวกับว่ากระทำมันอยู่เป็นนิจ
เทรเวอร์เห็นหลานสูบบุหรี่ก็ดึงซิก้ามวนเก่งออกมาจุดสูบเช่นกัน
ณัชรินทร์เอ่ยขอตัวกับทุกคนเพราะเธอไม่นิยมสูดควันพิษ แต่เลฟไม่ให้ไป และบังคับให้นั่งลงที่เดิม
“ฉันเหม็นกลิ่นบุหรี่” เธอกระซิบบอกคนที่นั่งอยู่ข้างกัน กลิ่นบุหรี่ของเลฟนั้น เธอพอจะเคยได้กลิ่นมาบ้างตอนที่เขามอบจุมพิตให้อย่างดูดดื่ม แต่อย่างไรก็ไม่ยินดีหากเขาจะมาจุดสูบอยู่ใกล้ๆ เธอเหม็น เธอปวดหัว และ...
จู่ๆ กลิ่นบุหรี่แปลกๆ ก็ลอยเข้ามาในจมูก ณัชรินทร์ตัวแข็งทื่อ จ้องซิก้าในมือเทรเวอร์เขม็ง เส้นขนบนร่างลุกเกรียวถ้วนทั่ว หายใจไม่ทั่วท้อง และนึกอยากอาเจียนขึ้นมาดื้อๆ
“เธอหน้าซีด” วาดิมท้วงขึ้นเมื่อเห็นสาวเจ้าหน้าซีดลงเรื่อยๆ
เลฟหันมองคนข้างๆ จับบ่าบางให้หันมาหา
“เป็นอะไร”
“ฉะ...ฉัน ฉันเหม็นกลิ่นบุหรี่ ฉะ...ฉัน หายใจ...ไม่ออก”
“ขอโทษ...ขอโทษจริงๆ”
เทรเวอร์รีบดับซิก้าของตัวเอง ในขณะที่เลฟบดมวนบุหรี่ในมือเข้ากับที่เขี่ยจนมันหักงอ
ณัชรินทร์เอ่ยขอตัวแล้วลุกออกมาจากตรงนั้น หากอยู่ต่อเธอคงได้ขาดใจตาย เธอหายใจเข้าลึกๆ พยายามสูบลมเข้าปอดให้มากที่สุด เส้นขนบนร่างยังลุกเกรียวไม่หยุด สมองคิดถึงแต่กลุ่มควันที่ถูกพ่นออกมาจากปากของเทรเวอร์
“มันไม่ใช่กลิ่นบุหรี่ ไม่ใช่...บุหรี่...ธรรมดา”
ณัชรินทร์พร่ำพูด มือข้างหนึ่งค้ำยันผนังไว้ มืออันสั่นระริกเพราะกริ่งเกรงบางสิ่ง เสียงคนเดินมาทางนี้ เลฟนั่นเอง เขามองเธอแล้วมุ่นคิ้ว
“เธอเป็นอะไรกันแน่ หน้าซีดมาก ดูไม่ค่อยดีเลย” เลฟตามเจ้าหล่อนออกมา ณัชรินทร์เป็นอะไร เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย
“มันเป็นกลิ่นซิก้า”
“ฮะ?”
“ไม่ใช่บุหรี่ธรรมดา แต่เป็นกลิ่นซิก้า”
ณัชรินทร์พร่ำพูด แต่เลฟไม่เข้าใจ
“ใจเย็นๆ ชาช่า ใจเย็นๆ”
เธอเอนร่างพิงผนัง กลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ มือสั่นระริกกอดตัวเองไว้อย่างเกรงกลัว
“ชาช่า?” เลฟดึงหล่อนมากอด มือข้างหนึ่งโอบหลังหล่อนไว้ มืออีกข้างแตะลูบแก้มซีดเซียว ใบหน้าหล่อนแทบจะไร้สีสัน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายที่ไรผมเหนือหน้าผาก แต่ร่างกายกลับสั่นระริกราวกับคนที่กำลังเหน็บหนาว
“กลิ่นซิก้า...เลฟ กลิ่น...ซิก้า...”
เธอบอกเขาแม้เขาไม่เข้าใจ กระบอกตาเริ่มร้อนผ่าว ก่อนที่น้ำตาอุ่นๆ จะไหลออกมา ก่อนที่ใบหน้าของเลฟ...จะเลือนหายไปจากสายตา
วูบ!!!
“ชาช่า!?”
เสียงร้องอันตื่นตระหนกของเลฟ พลอยทำให้สองพ่อลูกที่นั่งอยู่ในห้องพากันลุกออกมาดู ทั้งสองประหลาดใจเมื่อเห็นเลฟอุ้มแม่สาวร่างเล็กขึ้นชั้นสอง
ปกติเลฟไม่ใช่คนที่จะปฏิบัติต่อสตรีเช่นนี้ ผู้หญิงสำหรับเขาก็เป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งที่สามารถใช้งานให้สมกับราคาที่ต้องจ่าย และพอใช้เสร็จก็โยนทิ้งเท่านั้น
“ผู้หญิงคนนั้น คงไม่ใช่แค่ของเล่นแล้วละมั้ง”
วาดิมเอ่ยออกมา สองตายังจ้องอยู่ที่เลฟบนขั้นบันได แขนแข็งแรงคู่นั้น โอบอุ้มแม่สาวร่างเล็กอย่างทะนุถนอม
“นั่นสิ” เทรเวอร์รับคำลูกชายเสียงแผ่ว มองตามร่างหลานชายแล้วครุ่นคิด จุดอ่อนของผู้ชายมักเป็นเรื่องผู้หญิง และเขาเริ่มจะเห็นจุดอ่อนของเลฟรำไรแล้ว “เรากลับกันดีกว่า เลฟคงไม่ลงมาแล้วล่ะ”
“พ่อกลับไปก่อนเลย ผมจะไปผับสักหน่อย มีงานค้างอยู่”
“ไปทำงานหรือไปเมาหัวทิ่ม แกอย่าดื่มให้มันมากนัก”
“โธ่...ก็แค่ดื่มนิดๆ หน่อยๆ น่า อย่าวุ่นวายกับผมนักเลย”
แล้ววาดิมก็เดินจากไป ไม่สนสิ่งที่บิดาสั่งสอน เทรเวอร์ได้แต่ส่ายหัวให้ความไม่เอาไหนของลูกชาย หากวาดิมเอางานเอาการมากกว่านี้สักนิด อาจได้คุมเกาะนี้สักครึ่งก็เป็นได้ ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน น่าเสียดายจริงๆ
...........
“ฉันไม่ใช่คนดีเลยลูก้า ฉันร้ายกาจที่สุด”“แน่นอน แต่ฉันเอาคืนเธอเรื่องนั้นไปแล้ว เรา...หายกันดีไหม”“หายกันเหรอ”“ใช่...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะรักเธอได้ไหม เพราะฉันก็ไม่เคยรักใคร ความรักมันห่างไกลตัวฉันมาก แต่ฉันจะเรียนรู้มันกับเธอนะ ขออย่างเดียว ขอให้เธอซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ของเรา มีแค่ฉัน มองแค่ฉัน อย่าหักหลังฉัน เท่านั้นก็พอ”“แน่นอนค่ะลูก้า ฉันจะรักษาไว้ให้ดี ทั้งแหวนวงนี้ แล้วก็...คุณ”เหมือนคำสัญญาสาบาน ตราบใดที่เธอยังได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขาและลูก จนกว่าจะถึงวันที่เขาไม่ต้องการเธอลูก้ายื่นมือลงมาหา เธอวางมือเธอใส่มือเขา ให้เขาดึงเธอขึ้นจากผืนเสื่อ ก่อนที่เขาจะพาเดินเข้าบ้าน ทุกจังหวะการก้าวเดิน เธอประคองท้องกลมโต ในขณะที่ทุกจังหวะการก้าวเดินของเขา ประคองร่างเธอไว้ ไม่ให้ล้มลงไปเพราะแรงดูดของผืนทรายท่ามกลางสายลมและคลื่นทะเล หนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองกันเดินขึ้นจากหาด ในขณะที่อีกคู่ ยืนมองแล้วยิ้มยินดี“คุณว่าพวกเขารักก
ลูก้ายืนอยู่ไม่ไกล เหมือนเขาจะตามเธออยู่ เขาควรไปตามดูเจ้านายสิ จะมาตามเธอทำไม“กลับกันเถอะ ลมมันแรงแล้วนะ” เขาชวน“อีกนิดน่า ให้พระอาทิตย์ตกดินก่อน เด็กๆ ยังไม่ขึ้นบ้านเลย” บอกเขาแล้วมองไปยังเด็กๆ ทว่ามาดามกลับกำลังปัดเศษทรายออกจากแข้งขาของเด็กน้อยแล้วพาจูงมือขึ้นบ้านไป“นั่นไง ขึ้นบ้านกันแล้ว เราก็ขึ้นบ้างเถอะ”เธอทำหน้ายุ่งเมื่อเขาสั่ง ก็ยังอยากดูพระอาทิตย์ตกนี่นา“โอ๊ะ! เจ็บ! โอย...” แรงบีบรัดที่น่องขวา ทำเอาเธอเกือบพาร่างทรุดลงผืนทราย ดีที่ลูก้าอุ้มไว้ทัน“เจ็บท้องเหรอ!”“ไม่! ตะคริวน่ะ ขาฉัน!” พอร้องบอก เขาก็อุ้มเธอไปยังเสื่อที่มาดามทิ้งไว้ สองมือเพียรนวดท่อนขาให้อาการเธอทุเลา เธอเจ็บมาก พักนี้มันเป็นบ่อยตอนกลางคืน และเธอต้องต่อสู้กับมันเพียงลำพัง“โอ...ดีขึ้นเยอะเลย”“เธอต้องไปหาหมอหรือเปล่า”“ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นได้ พักนี้เป็นบ่อย ตอนกลางคืนที่อากาศเย็นๆ น่ะ”“แล้วเธอทำยังไง”
“อะไรกันชาช่า เมื่อคืนไม่พอเหรอ อยากเล่นสนุกอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่น่า ทำไมคุณหื่นตลอดเลยนะ”“ต้องหื่นให้เสมอต้นเสมอปลายสิ หื่นเป็นพักๆ เดี๋ยวเมียไม่ร้ากกก”จุ๊บๆๆๆเสียงจุ๊บดังขึ้นรัวๆ ณัชรินทร์จุ๊บปลายคางเขาอย่างเอ็นดู“ไม่หื่นก็รัก แต่หื่นก็ดี บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องลดนะคะ”“นั่นไง ว่าแล้วเชียว ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้นะชาช่า ถอดดีกว่า ถอดเสื้อเร็ว จัดกันสักรอบแล้วค่อยลงไปกินมื้อเช้า”“ไม่เอาน่า เดี๋ยวมันนาน”“ไม่นานหรอก นะๆๆ” แล้วเลฟก็จับมือเมียไปทาบกับเป้ากางเกง เมียรักส่ายหัวรัวๆ เหมือนจะปฏิเสธ แต่มือนี่ลูบเจ้าเลฟน้อยไม่หยุดเลย“คุณจะทำให้เราสาย”“จะสายสักเท่าไหร่กัน อควาเรียยังไม่เปิดหรอกน่า อีกอย่าง นั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นแค่ไม่กี่นาทีเอง” เลฟออดอ้อน หอมแก้มเมีย จุ๊บปากเมียแล้วซุกจมูกคมๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น ก็อยากทำต่อ ก็อยากจับเมียเปลื้องผ้า แต่ว่า...“แม่ค้าบ!! เฉ็จอ๊ะยัง ลุกซ์เฉ็จแล้ว
เลฟลุกมายืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เปิดตู้แล้วแลหากางเกงว่ายน้ำ ทว่ามีแต่สีทึมทึบที่ใส่จนเบื่อแล้ว “เอ...ของอเล็กเซย์ยังมีไหมนะ” ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอเล็กเซย์ มีกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสอยู่หลายตัว“ต้องอย่างนี้สิ เผื่อเป็นอะไรอยู่กลางทะเล จะได้หาเจอง่ายๆ”เลฟยิ้มอย่างนึกสนุก ดึงกางเกงว่ายน้ำสีส้มแสบทรวงมาสวม เขาออกจากห้องมา เดินลงมาข้างล่าง เสียงคลื่นยิ่งชัดเจน ฟีโอดอร์ตื่นแล้ว ตื่นเช้าเสมอเลย“อรุณสวัสดิ์ครับบอส กาแฟสักแก้วดีไหม”“ก็ดีนะ ว่าแต่...บ้านเรามีเซิร์ฟบอร์ดหรือเปล่า”“เซิร์ฟบอร์ด?”“ใช่ อเล็กเซย์เคยมีนี่นา ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ”“ไม่ครับ ที่นี่คลื่นไม่แรงพอจะเล่นเซิร์ฟได้”“เอ้า...แย่จริง”“บอส...อยากเล่นหรือครับ”“ใช่”“แต่ว่า...”“อะไร?”พอเห็นหน้างงๆ ของคนเป็นเจ้านาย ฟีโอดอร์ก็ไม่คิดเอ่ยสิ่งที่รู้ออกมา“ไม่มีอะไรครับ จะไปเ
...........ตอนพิเศษเลฟ & ชาช่า...........เหนือหัวเตียงของณัชรินทร์คือหน้าต่างบานใหญ่ เธอชอบห้องนี้เพราะพอเปิดหน้าต่างไว้แล้วลมเย็นๆ จะพัดเข้ามา มันได้ยินเสียงคลื่นด้วย เสียงคลื่นทำให้เธอหลับสบาย แถมดวงจันทร์วันนี้ก็กลมโตเชียว ถ้าปิดไฟในห้อง แสงจันทร์ข้างนอกคงสาดส่องเข้ามา ที่นี่บรรยากาศดีมาก ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือต้องส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนทุกเช้า แม้ว่าเรือของเราจะขับอย่างปลอดภัย แต่เธอก็ยังกังวลเลฟบอกว่าจะหาครูมาสอนให้ เรียนที่บ้านก็ดี แต่มันออกจะเกินไปหน่อย เธออยากให้ลูกๆ พบเจอผู้คนมากกว่าอุดอู้อยู่ในบ้าน ยิ่งสมัยนี้ผู้คนไม่ได้ใจดีทุกคน ก็อยากให้ลูกเรียนรู้ จะได้มีประสบการณ์มากพอในการรับมือกับคนที่เข้ามาในชีวิตวันนี้เธอส่งลูกเข้านอนแต่หัววัน ในห้องของคนเป็นย่า ห้องเด็กที่เลฟจัดไว้ให้ สองแสบเลยได้ใช้แค่ตอนไปอาบน้ำแต่งตัว มาดามคนงามสดใสขึ้นมากเมื่อมีหลานอยู่ใกล้ๆ เธอเลยปล่อยเต็มที่ และรู้สึกว่ามีอิสระเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวตั้งแต่ลูกไม่ติดแม่ แต่ไปติดย่าแทน“
“ลูก้าล่ะ” ณัชรินทร์ถามเมื่อลูก้าไม่ยอมเดินตามมา“ไม่รู้สิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง”ตอบพี่แล้วแลหาเขา ทว่าไม่เจอ ทำไมหายตัวเก่งจังนะ“เขาดีกับเธอไหม”“อือ...ดี...พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ใช้ชีวิตของพี่ไปเถอะ ฉันโอเค”“ขอให้จริง ถ้าเขากล้าทำร้ายเธอละก็ พี่จะฆ่าเขาเอง”คนเป็นพี่ชูหมัดให้น้องดูว่าเอาจริง ให้ลูก้าทำร้ายเมียกับลูกสิ เธอนี่แหละจะเอาปืนยิงหัวให้กระจุยเลย เธอยิงปืนแม่นนะ อย่าลืม“จ้า...คุณนายมาเฟียนี่โหดจริงๆ”“พูดจริงนะ ไม่ได้ล้อเล่น พ่อของลูกเธอน่ะ ต้องโดนหนักๆ”“ก็ว่าไป เขาก็ดีของเขาแล้วพี่ ไม่ได้รักกันชอบกัน เขายังช่วยฉันขนาดนี้”“ไม่ช่วยก็เรื่องของเขาสิ พี่เลี้ยงหลานได้น่า ตอนเจ้าแฝดคลอดน่ะ เธอยังช่วยเลี้ยงเลย เป็นเธอที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้ เลี้ยงหลานแค่คนเดียว สบายเลย พี่เลี้ยงได้แน่”“จ้าๆๆ คุณนายเลี้ยงได้ ฉันรับรู้แล้ว โอเคไหม”“โอเค! ถ้าเขารังแกเธอ ถ้าเขาทำให้เธอเจ็
เจ้าลุกซ์รับคำ เลนี่วิ่งไปหาพี่ชาย ช่วยดึงแขนเจ้าเด็กพุงพลุ้ยให้เข้ามาชิดถนนฝั่งขวา ก่อนจะโดนรถเฉี่ยวเอาพาขวัญสลับมือที่ใช้หิ้วของกิน เธอซื้อมามากโข ก็ช่วงนี้ไม่ได้ทำงาน ซื้อของกินไปเก็บไว้สักมื้อสองมื้อ จะได้ไม่ต้องลงมาซื้อบ่อยๆ เดินอีกไม่กี่สิบเมตรก็ถึงตึกที่เธอเช่าอยู่ ทุกอย่างยังเหมือ
พาขวัญมองคุณพ่อบ้านอย่างตำหนิ เธอยังอยากสานสัมพันธ์กับผู้มาใหม่นี่นา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะพาเธอออกไปจากที่นี่ โดยที่ ‘เพชรของเธอ’ ยังอยู่ครบก็ได้“ไม่เอาน่าฟีโอดอร์ นายจะเข้มงวดอะไรนักหนา เลฟไม่อยู่ซะหน่อย แล้วฉันก็ไม่ได้จะทำเรื่องไม่ดี ฉันแค่อยากคุยกับเพื่อนใหม่ก็แค่นั้น อย่าให้ฉันโมโหแล้วเผลอเล่าเรื่
“อย่านะเลฟ...อย่า...”“ชู่ว์...คราวนี้หนีฉันไม่พ้นหรอกชาช่า มาดูซิว่าสาวพรหมจรรย์จะรสชาติดีสมคำร่ำลือหรือเปล่า หึๆๆ”“อย่านะ! ฉันรู้นะว่าคุณโรคจิตแค่ไหน อเล็กซ์บอกฉันหมดแล้ว คุณชอบทรมานผู้หญิง...บนเตียงนี่!”“อา...เอาแล้วไง เขาไม่ใช่น้องที่ดีนะ เธอว่าไหม” เขาลุกจากฟูกนุ่มไปยืนข้างเตียง สองมือดึงเสื
เสียงอะไรสักอย่างกระแทกหมอนนุ่มฟูของเลฟ ณัชรินทร์ชักมึนศีรษะ เมื่อกี้นั่นแขนหรือขากันนะที่ผลักร่างเธอลงมา“จาทิ้งกันเหรอ ห้าม! ห้ามเลย เราต้องดื่ม เอื๊อก! ดื่มให้หมดขวด! อึกๆๆ”แล้วอเล็กเซย์ก็ยกขวดเหล้ากระดกอึกๆ ณัชรินทร์ปรือตามอง อยากจะยกขวดขึ้นดื่ม แต่ทำไม่ได้ แขนมันหนักอึ้งไม่ต่างจากกระบอกตา เธอ







