Se connecter...........
[4]
บนเตียงสี่เสาอันเร่าร้อน
...........
ภายในโรงแรมเล็กๆ ราคาประหยัดที่ พาขวัญ พาตัวเองมาซ่อนตัว เธอถูกคนของพวกมาเฟียไล่ล่าจนชายคนรักพลาดท่าถูกยิงเสียชีวิต เธอไม่รู้ว่าตอนนี้ร่างของแฟนหนุ่มอยู่ที่ไหน ก็อยากคร่ำครวญต่อการสูญเสีย แต่ตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือหาทางเอาตัวรอด เธอกินมื้อเช้าเสร็จแล้ว และกำลังขบคิดสิ่งที่จะทำต่อไป
โทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้กำลังรายงานข่าวเป็นภาษาถิ่นที่เธอพอจะฟังรู้เรื่องบ้าง มันชวนให้ตกตะลึงจนต้องเข้าไปจ้องเขม็งชนิดที่ลูกตาแทบจะติดกับจอ
ตระกูลมาติเนซไม่ต่างจากราชาแห่งเกาะนี้ เธอหนีหัวซุกหัวซุนมาจากกาสิโนของตระกูลนั้นก็จริง แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วสินะ ณัชรินทร์ไปอยู่ข้างกายเลฟ ผู้กุมบังเหียนของเกาะนี้ได้อย่างไร ไม่น่าเป็นไปได้เลย สิ่งที่วางแผนไว้เลยยากมากขึ้นไปอีก แต่ช่างปะไร เพราะทางเดียวที่เธอจะรอดไปจากเกาะนี้ได้ คงต้องพึ่งพาพี่สาวจอมเซ่ออยู่ดี
“รอฉันหน่อยนะ ฉันกำลังจะไปหาพี่แล้ว รอฉันหน่อยนะพี่”
พาขวัญเปรยขึ้นกับหน้าจอโทรทัศน์ที่ยังฉายภาพของเลฟกับณัชรินทร์ที่หน้าร้านเพชรแห่งหนึ่ง เธอรีบเก็บข้าวของที่มีเพียงน้อยนิด ยัดทุกอย่างลงกระเป๋าแล้วก้าวออกจากโรงแรมแสนซอมซ่อ กะว่าจะหารถสักคันนั่งไปที่คฤหาสน์มาติเนซ ทว่าเธอคิดเรื่องยุ่งยากเกินไป เพราะเพียงแค่ก้าวขาออกจากห้องมาโผล่ที่ล็อบบี้ ของโรงแรม ชายชุดดำมากกว่าหนึ่งคนก็กรูเข้ามาหาเธอ ล็อกตัวเธอไว้แล้วหิ้วเธอไปขึ้นรถ ไม่แยแสแม้ว่าเธอจะส่งเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตกใจ
...........
กลิ่นชากุหลาบอบอวลที่ปลายจมูก ณัชรินทร์ชอบมันเหลือเกิน เธอสูดกลิ่นนั้นเข้าเต็มปอด ก่อนจะปรือตาขึ้นมอง แลเห็นม่านมุ้งที่ขึงไว้กับเตียงสี่เสา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธออยู่ในห้องใคร
“ดูแย่กว่าที่คิดนะ ไม่สบายเหรอ” เขาถามพลางประคองหล่อนให้ลุกนั่ง หมอนสองใบถูกหยิบมาซ้อนหลังให้หล่อนได้พิง
“ปะ...เปล่า ก็แค่...แพ้กลิ่นบุหรี่นั่นแหละ”
พอสาวเจ้าเอ่ยเช่นนั้น ตลับสีเงินวาววับที่มีบุหรี่ราคาแพงอยู่ข้างในก็ถูกล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกง
“เราเคยจูบกัน และเธอยังดูปกติ”
“น่าจะเพราะมันเป็นกลิ่นซิก้าละมั้ง มันไม่เหมือนกลิ่นบุหรี่ของคุณ และมัน...ทำให้ฉันหายใจไม่ออก” บอกเขาแล้วมุ่นคิ้ว ยังรู้สึกเหมือนว่าได้กลิ่นซิก้าของเทรเวอร์
เลฟมองณัชรินทร์อย่างพิจารณา ทั้งขยับเข้าไปหา นั่งลงบนเตียงข้างกัน มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหาแก้มบาง ไล้หลังมือไปตามแนวคางมน คนที่เอาแต่หน้าซีดเซียวจึงค่อยๆ มีสีแดงระบายที่พวงแก้ม
“อย่างนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อย ไม่ชอบเห็นเธอหน้าซีดเลย มันดูเหมือนศพ”
ณัชรินทร์ได้แต่เม้มปากแน่น เขาไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งที่คิดออกมาจนหมดก็ได้ เธอดึงเสื้อคลุมออกจากร่าง มันร้อนเกินไปยามอยู่ในห้องสองต่อสองกับเลฟ
มาเฟียหนุ่มมองเรือนร่างที่ถูกหุ้มห่อด้วยเนื้อผ้านุ่มนิ่ม ตัวเสื้อรัดรึงพุ่มทรวงหล่อนจนเห็นเป็นรูปทรงชัดเจน เขาเลื่อนมือที่ไล้อยู่ปลายคางลงมาตามแนวลำคอ ลากมันลงหาเนินอกที่ถูกซ่อนไว้ในเดรสตัวสวย
“ฉันไม่เคยยุ่งกับชุดของผู้หญิงคนไหน ตราบใดที่เจ้าหล่อนต้องถอดมันทิ้งบนเตียง แต่ว่า...บอกตามตรง ไม่ชอบจริงๆ นะ ชุดนี้ของเธอ”
“มันไม่ได้โป๊สักนิด ดูสิ...ปิดตั้งแต่คอยันเข่า”
เธอเถียงด้วยความจริง นึกอยากหลับสักงีบเพราะเริ่มปวดหัวตุบๆ
“ก็ดูอยู่นี่ไง และก็เห็นว่ามันรัดรูปเกินไป มองแล้วรู้สึก...กระหายยังไงชอบกล”
ณัชรินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างประหม่า สถานการณ์ชักไม่ปลอดภัยแล้ว
“กระหายน้ำเหรอ หิวน้ำหรือเลฟ”
“เปล่า...หิวเธอ”
“ไม่...อย่านะ ฉัน...อาการไม่ค่อยดี ฉันเพลีย”
ณัชรินทร์สารภาพ เนื้อตัวสั่นสะท้านอย่างกริ่งเกรงด้วยยังรู้สึกถึงกลิ่นซิก้าฉุนๆ แต่เลฟหาได้สนคำห้ามปราม เขาเลื่อนมือขึ้นมาที่ลำคอของเธอ กำมันไว้หลวมๆ แล้วรั้งเข้าหาตัว ใบหน้าเธอเลยถลาไปหาเขา พาริมฝีปากที่กำลังเผยออ้าไปยั่วยวนเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ดีแล้ว เพลียมากๆ จะได้ไม่มีแรงดิ้น” เขายิ้มตอนที่พูดอย่างนั้น และจงใจส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เข้าไปในดวงตาของแม่กระตายน้อย
“ไหนว่าจะให้เวลา ฉันขอเวลา เลฟ...ได้โปรด”
เลฟแตะต้องริมฝีปากที่กำลังขยับขึ้นลงของณัชรินทร์ ปากนุ่มๆ สีกลีบกุหลาบทำให้เขาอดทนได้ยากนัก
“เสียใจด้วยที่รัก ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันอยากมีเซ็กซ์กับเธอ...ตอนนี้”
ณัชรินทร์ตาเบิกโต ส่ายหน้าพรืด แลหาทางหนีทีไล่แม้สังขารไม่อำนวย แต่เธอหรือจะทันเล่ห์เหลี่ยมมาเฟียจอมหื่น ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากเตียง เสียงโซ่ถูกลากครืดๆ ก็ดังขึ้น ก่อนที่ข้อมือทั้งสองจะถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ของเลฟ หัวใจเธอเต้นถี่ระรัวยามถูกคุกคามจากชายร่างใหญ่โตที่นั่งคร่อมเธออยู่
เขาดึงเนกไทที่ผูกไว้ดิบดีออกมามัดปากเธอไว้ อย่าได้ฝันว่าจะได้ส่งเสียงร้องใดๆ ได้อีก เขาขยับถอยร่างออกไปจนสามารถนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างท่อนขาของเธอ ก่อนจะยกขาเธอขึ้นมาช้าๆ ทั้งหลับตาพริ้มขณะพาแก้มสากถูไถยังน่องเรียว เขาดูมีความสุขราวกับกำลังพาแก้มสัมผัสกับผ้าไหมเนื้อดี เธออยากจะกรี๊ดดังๆ เธอเกลียดสีหน้าแบบนั้น ไอ้บ้าเลฟ คนโรคจิต!
“ผิวเธอ...นุ่มจัง” เลฟชมเปาะแล้วกรีดนิ้วไปตามท่อนขาของณัชรินทร์ ไม่ได้เลิกชายกระโปรงที่ยาวคลุมเข่าขึ้นไป แต่สอดปลายนิ้วไต่เข้าไปจนใกล้เนินเนื้อนุ่มนูนที่อยู่กลางหว่างขา
“ฉันไม่ใช่คนดีเลยลูก้า ฉันร้ายกาจที่สุด”“แน่นอน แต่ฉันเอาคืนเธอเรื่องนั้นไปแล้ว เรา...หายกันดีไหม”“หายกันเหรอ”“ใช่...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ฉันไม่รู้ว่าจะรักเธอได้ไหม เพราะฉันก็ไม่เคยรักใคร ความรักมันห่างไกลตัวฉันมาก แต่ฉันจะเรียนรู้มันกับเธอนะ ขออย่างเดียว ขอให้เธอซื่อสัตย์ในความสัมพันธ์ของเรา มีแค่ฉัน มองแค่ฉัน อย่าหักหลังฉัน เท่านั้นก็พอ”“แน่นอนค่ะลูก้า ฉันจะรักษาไว้ให้ดี ทั้งแหวนวงนี้ แล้วก็...คุณ”เหมือนคำสัญญาสาบาน ตราบใดที่เธอยังได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ เขา เธอจะทำทุกอย่างเพื่อเขาและลูก จนกว่าจะถึงวันที่เขาไม่ต้องการเธอลูก้ายื่นมือลงมาหา เธอวางมือเธอใส่มือเขา ให้เขาดึงเธอขึ้นจากผืนเสื่อ ก่อนที่เขาจะพาเดินเข้าบ้าน ทุกจังหวะการก้าวเดิน เธอประคองท้องกลมโต ในขณะที่ทุกจังหวะการก้าวเดินของเขา ประคองร่างเธอไว้ ไม่ให้ล้มลงไปเพราะแรงดูดของผืนทรายท่ามกลางสายลมและคลื่นทะเล หนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองกันเดินขึ้นจากหาด ในขณะที่อีกคู่ ยืนมองแล้วยิ้มยินดี“คุณว่าพวกเขารักก
ลูก้ายืนอยู่ไม่ไกล เหมือนเขาจะตามเธออยู่ เขาควรไปตามดูเจ้านายสิ จะมาตามเธอทำไม“กลับกันเถอะ ลมมันแรงแล้วนะ” เขาชวน“อีกนิดน่า ให้พระอาทิตย์ตกดินก่อน เด็กๆ ยังไม่ขึ้นบ้านเลย” บอกเขาแล้วมองไปยังเด็กๆ ทว่ามาดามกลับกำลังปัดเศษทรายออกจากแข้งขาของเด็กน้อยแล้วพาจูงมือขึ้นบ้านไป“นั่นไง ขึ้นบ้านกันแล้ว เราก็ขึ้นบ้างเถอะ”เธอทำหน้ายุ่งเมื่อเขาสั่ง ก็ยังอยากดูพระอาทิตย์ตกนี่นา“โอ๊ะ! เจ็บ! โอย...” แรงบีบรัดที่น่องขวา ทำเอาเธอเกือบพาร่างทรุดลงผืนทราย ดีที่ลูก้าอุ้มไว้ทัน“เจ็บท้องเหรอ!”“ไม่! ตะคริวน่ะ ขาฉัน!” พอร้องบอก เขาก็อุ้มเธอไปยังเสื่อที่มาดามทิ้งไว้ สองมือเพียรนวดท่อนขาให้อาการเธอทุเลา เธอเจ็บมาก พักนี้มันเป็นบ่อยตอนกลางคืน และเธอต้องต่อสู้กับมันเพียงลำพัง“โอ...ดีขึ้นเยอะเลย”“เธอต้องไปหาหมอหรือเปล่า”“ไม่ต้อง มันเกิดขึ้นได้ พักนี้เป็นบ่อย ตอนกลางคืนที่อากาศเย็นๆ น่ะ”“แล้วเธอทำยังไง”
“อะไรกันชาช่า เมื่อคืนไม่พอเหรอ อยากเล่นสนุกอีกแล้วใช่ไหม”“ไม่ใช่น่า ทำไมคุณหื่นตลอดเลยนะ”“ต้องหื่นให้เสมอต้นเสมอปลายสิ หื่นเป็นพักๆ เดี๋ยวเมียไม่ร้ากกก”จุ๊บๆๆๆเสียงจุ๊บดังขึ้นรัวๆ ณัชรินทร์จุ๊บปลายคางเขาอย่างเอ็นดู“ไม่หื่นก็รัก แต่หื่นก็ดี บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ต้องลดนะคะ”“นั่นไง ว่าแล้วเชียว ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้นะชาช่า ถอดดีกว่า ถอดเสื้อเร็ว จัดกันสักรอบแล้วค่อยลงไปกินมื้อเช้า”“ไม่เอาน่า เดี๋ยวมันนาน”“ไม่นานหรอก นะๆๆ” แล้วเลฟก็จับมือเมียไปทาบกับเป้ากางเกง เมียรักส่ายหัวรัวๆ เหมือนจะปฏิเสธ แต่มือนี่ลูบเจ้าเลฟน้อยไม่หยุดเลย“คุณจะทำให้เราสาย”“จะสายสักเท่าไหร่กัน อควาเรียยังไม่เปิดหรอกน่า อีกอย่าง นั่งเรือข้ามไปฝั่งโน้นแค่ไม่กี่นาทีเอง” เลฟออดอ้อน หอมแก้มเมีย จุ๊บปากเมียแล้วซุกจมูกคมๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น ก็อยากทำต่อ ก็อยากจับเมียเปลื้องผ้า แต่ว่า...“แม่ค้าบ!! เฉ็จอ๊ะยัง ลุกซ์เฉ็จแล้ว
เลฟลุกมายืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เปิดตู้แล้วแลหากางเกงว่ายน้ำ ทว่ามีแต่สีทึมทึบที่ใส่จนเบื่อแล้ว “เอ...ของอเล็กเซย์ยังมีไหมนะ” ว่าพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของอเล็กเซย์ มีกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสอยู่หลายตัว“ต้องอย่างนี้สิ เผื่อเป็นอะไรอยู่กลางทะเล จะได้หาเจอง่ายๆ”เลฟยิ้มอย่างนึกสนุก ดึงกางเกงว่ายน้ำสีส้มแสบทรวงมาสวม เขาออกจากห้องมา เดินลงมาข้างล่าง เสียงคลื่นยิ่งชัดเจน ฟีโอดอร์ตื่นแล้ว ตื่นเช้าเสมอเลย“อรุณสวัสดิ์ครับบอส กาแฟสักแก้วดีไหม”“ก็ดีนะ ว่าแต่...บ้านเรามีเซิร์ฟบอร์ดหรือเปล่า”“เซิร์ฟบอร์ด?”“ใช่ อเล็กเซย์เคยมีนี่นา ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ”“ไม่ครับ ที่นี่คลื่นไม่แรงพอจะเล่นเซิร์ฟได้”“เอ้า...แย่จริง”“บอส...อยากเล่นหรือครับ”“ใช่”“แต่ว่า...”“อะไร?”พอเห็นหน้างงๆ ของคนเป็นเจ้านาย ฟีโอดอร์ก็ไม่คิดเอ่ยสิ่งที่รู้ออกมา“ไม่มีอะไรครับ จะไปเ
...........ตอนพิเศษเลฟ & ชาช่า...........เหนือหัวเตียงของณัชรินทร์คือหน้าต่างบานใหญ่ เธอชอบห้องนี้เพราะพอเปิดหน้าต่างไว้แล้วลมเย็นๆ จะพัดเข้ามา มันได้ยินเสียงคลื่นด้วย เสียงคลื่นทำให้เธอหลับสบาย แถมดวงจันทร์วันนี้ก็กลมโตเชียว ถ้าปิดไฟในห้อง แสงจันทร์ข้างนอกคงสาดส่องเข้ามา ที่นี่บรรยากาศดีมาก ดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือต้องส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนทุกเช้า แม้ว่าเรือของเราจะขับอย่างปลอดภัย แต่เธอก็ยังกังวลเลฟบอกว่าจะหาครูมาสอนให้ เรียนที่บ้านก็ดี แต่มันออกจะเกินไปหน่อย เธออยากให้ลูกๆ พบเจอผู้คนมากกว่าอุดอู้อยู่ในบ้าน ยิ่งสมัยนี้ผู้คนไม่ได้ใจดีทุกคน ก็อยากให้ลูกเรียนรู้ จะได้มีประสบการณ์มากพอในการรับมือกับคนที่เข้ามาในชีวิตวันนี้เธอส่งลูกเข้านอนแต่หัววัน ในห้องของคนเป็นย่า ห้องเด็กที่เลฟจัดไว้ให้ สองแสบเลยได้ใช้แค่ตอนไปอาบน้ำแต่งตัว มาดามคนงามสดใสขึ้นมากเมื่อมีหลานอยู่ใกล้ๆ เธอเลยปล่อยเต็มที่ และรู้สึกว่ามีอิสระเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวตั้งแต่ลูกไม่ติดแม่ แต่ไปติดย่าแทน“
“ลูก้าล่ะ” ณัชรินทร์ถามเมื่อลูก้าไม่ยอมเดินตามมา“ไม่รู้สิ ไปเข้าห้องน้ำมั้ง”ตอบพี่แล้วแลหาเขา ทว่าไม่เจอ ทำไมหายตัวเก่งจังนะ“เขาดีกับเธอไหม”“อือ...ดี...พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ใช้ชีวิตของพี่ไปเถอะ ฉันโอเค”“ขอให้จริง ถ้าเขากล้าทำร้ายเธอละก็ พี่จะฆ่าเขาเอง”คนเป็นพี่ชูหมัดให้น้องดูว่าเอาจริง ให้ลูก้าทำร้ายเมียกับลูกสิ เธอนี่แหละจะเอาปืนยิงหัวให้กระจุยเลย เธอยิงปืนแม่นนะ อย่าลืม“จ้า...คุณนายมาเฟียนี่โหดจริงๆ”“พูดจริงนะ ไม่ได้ล้อเล่น พ่อของลูกเธอน่ะ ต้องโดนหนักๆ”“ก็ว่าไป เขาก็ดีของเขาแล้วพี่ ไม่ได้รักกันชอบกัน เขายังช่วยฉันขนาดนี้”“ไม่ช่วยก็เรื่องของเขาสิ พี่เลี้ยงหลานได้น่า ตอนเจ้าแฝดคลอดน่ะ เธอยังช่วยเลี้ยงเลย เป็นเธอที่เปลี่ยนผ้าอ้อม ชงนมให้ เลี้ยงหลานแค่คนเดียว สบายเลย พี่เลี้ยงได้แน่”“จ้าๆๆ คุณนายเลี้ยงได้ ฉันรับรู้แล้ว โอเคไหม”“โอเค! ถ้าเขารังแกเธอ ถ้าเขาทำให้เธอเจ็
เจ้าลุกซ์รับคำ เลนี่วิ่งไปหาพี่ชาย ช่วยดึงแขนเจ้าเด็กพุงพลุ้ยให้เข้ามาชิดถนนฝั่งขวา ก่อนจะโดนรถเฉี่ยวเอาพาขวัญสลับมือที่ใช้หิ้วของกิน เธอซื้อมามากโข ก็ช่วงนี้ไม่ได้ทำงาน ซื้อของกินไปเก็บไว้สักมื้อสองมื้อ จะได้ไม่ต้องลงมาซื้อบ่อยๆ เดินอีกไม่กี่สิบเมตรก็ถึงตึกที่เธอเช่าอยู่ ทุกอย่างยังเหมือ
พาขวัญมองคุณพ่อบ้านอย่างตำหนิ เธอยังอยากสานสัมพันธ์กับผู้มาใหม่นี่นา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะพาเธอออกไปจากที่นี่ โดยที่ ‘เพชรของเธอ’ ยังอยู่ครบก็ได้“ไม่เอาน่าฟีโอดอร์ นายจะเข้มงวดอะไรนักหนา เลฟไม่อยู่ซะหน่อย แล้วฉันก็ไม่ได้จะทำเรื่องไม่ดี ฉันแค่อยากคุยกับเพื่อนใหม่ก็แค่นั้น อย่าให้ฉันโมโหแล้วเผลอเล่าเรื่
“อย่านะเลฟ...อย่า...”“ชู่ว์...คราวนี้หนีฉันไม่พ้นหรอกชาช่า มาดูซิว่าสาวพรหมจรรย์จะรสชาติดีสมคำร่ำลือหรือเปล่า หึๆๆ”“อย่านะ! ฉันรู้นะว่าคุณโรคจิตแค่ไหน อเล็กซ์บอกฉันหมดแล้ว คุณชอบทรมานผู้หญิง...บนเตียงนี่!”“อา...เอาแล้วไง เขาไม่ใช่น้องที่ดีนะ เธอว่าไหม” เขาลุกจากฟูกนุ่มไปยืนข้างเตียง สองมือดึงเสื
เสียงอะไรสักอย่างกระแทกหมอนนุ่มฟูของเลฟ ณัชรินทร์ชักมึนศีรษะ เมื่อกี้นั่นแขนหรือขากันนะที่ผลักร่างเธอลงมา“จาทิ้งกันเหรอ ห้าม! ห้ามเลย เราต้องดื่ม เอื๊อก! ดื่มให้หมดขวด! อึกๆๆ”แล้วอเล็กเซย์ก็ยกขวดเหล้ากระดกอึกๆ ณัชรินทร์ปรือตามอง อยากจะยกขวดขึ้นดื่ม แต่ทำไม่ได้ แขนมันหนักอึ้งไม่ต่างจากกระบอกตา เธอ







