Share

บทที่ 7

Author: อันเสี่ยวตี๋
เห็นบรรยากาศกำลังจะตึงขึ้นมาอีกครั้ง ฉินหล่างจึงยกแก้วเหล้าขึ้นมาช่วยไกล่เกลี่ย “โอ๊ย คนกันเองทั้งนั้น เรื่องแค่นี้เอง! ในเมื่อพี่สะใภ้กับเซียวเซียวก็อยู่ด้วย งั้นก็เที่ยวเล่นด้วยกันสิ นานๆทีจะอยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ คึกคักหน่อยก็ดี!”

คุณชายหลายคนรอบข้างก็พากันส่งเสียงสนับสนุน “ใช่ๆ! เปิดแชมเปญกันเถอะ! ถือเป็นการอวยพรให้โครงการใหม่ของจี้หลี่ประสบความสำเร็จ!”

มีคนคว้าขวดแชมเปญบนโต๊ะขึ้นมา แล้วเปิดจุกออกอย่างรวดเร็ว

เสียงดังปัง จุกไม้ก๊อกกระเด็นพุ่งออกไปอย่างแรง

พุ่งตรงมายังทางที่เจียงสือยืนอยู่

เฉิงจี้หลี่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาหันตัวเข้ามายืนบังตรงหน้าเจียงสือ

ในจังหวะที่ยกมือขึ้น จุกขวดที่พุ่งมาก็ถูกข้อศอกของเขากระแทกจนกระเด็นเปลี่ยนทิศไปทางอื่นพอดี

ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น

เฉิงเซียวเซียวเอามือปิดตา “ตาของฉัน…”

สายตาของทุกคนในห้องรับรองต่างหันมามอง

ฉินหล่างก้าวเข้าไปแล้วแบกเฉิงเซียวเซียวขึ้นหลัง

เฉิงเซียวเซียวหลับตา น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ “พี่...ใช่พี่หรือเปล่า?”

ฉินหล่างรีบเดินออกไป "พี่หล่างก็เป็นพี่เหมือนกัน! อย่ากลัวไปเลยนะ เดี๋ยวพี่พาเธอไปโรงพยาบาลเอง!"

เฉิงเซียวเซียว “……”

แต่ฉินหล่างรับหน้าที่แค่พาเธอไปส่งโรงพยาบาล ส่วนคนที่พาเข้าไปตรวจกลับยังต้องเป็นเฉิงจี้หลี่

ตอนที่เฉิงจี้หลี่พาเฉิงเซียวเซียวออกมาจากห้องฉุกเฉิน เจียงสือกำลังนั่งรออยู่คนเดียวบนเก้าอี้ยาวด้านนอก

หางตาของเฉิงเซียวเซียวแดงเล็กน้อย นอกนั้นทุกอย่างปกติดี

อีกด้านหนึ่งของทางเดิน อวี๋เสียนจือรีบร้อนเข้ามา พอเข้ามาถึงตัวก็โอบเฉิงเซียวเซียวเข้ามาในอ้อมแขนด้วยสีหน้าเจ็บปวดใจ “ลูกรักของแม่ เจ็บไหม? อยู่ดีๆ ทำไมถึงทำตาเจ็บได้ล่ะ? ทำเอาแม่ตกใจแทบแย่”

“เจ็บนิดหน่อยค่ะ...” เฉิงเซียวเซียวพูดเสียงอ่อยอย่างน่าสงสาร “แต่หมอบอกว่าไม่เป็นไร คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

อวี๋เสียนจือตบหลังเธอเบาๆ แล้วหันไปต่อว่าเฉิงจี้หลี่ "ลูกรู้จักคิดบ้างไหม ตัวโตขนาดนี้แล้ว แม้แต่น้องสาวก็ยังดูแลไม่ดี ปล่อยให้เธอได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้ พึ่งพาไม่ได้เลยสักนิด!"

“เจ็บหนักขนาดนั้นเลยเหรอ?” เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้ว “อย่างน้อยก็ควรเย็บสักสิบเข็ม ไม่อย่างนั้นคงไม่สมกับคำวิจารณ์ของคุณแม่”

“...” อวี๋เสียนจือถลึงตาใส่เขา “รีบไปเอายามา อย่ามายืนเกะกะอยู่ตรงนี้ มองแล้วหงุดหงิด”

เฉิงจี้หลี่ไม่ได้โต้แย้ง เพียงหันหลังเดินไปทางห้องจ่ายยาด้วยท่าทางเกียจคร้าน

อวี๋เสียนจือยังคงตรวจดูดวงตาของเฉิงเซียวเซียวอย่างละเอียด เพราะเกรงว่าจะมีอาการแทรกซ้อนหลงเหลืออยู่ภายหลัง

เฉิงเซียวเซียวอาศัยจังหวะนั้นซบลงบนไหล่ของเธอ “คุณแม่อย่าโทษพี่เลยค่ะ เป็นความผิดของหนูเองที่ปากมาก พูดอะไรที่ทำให้พี่สะใภ้โกรธ สวรรค์เลยลงโทษหนูน่ะค่ะ"

“พูดอะไรเหลวไหล?” คราวนี้อวี๋เสียนจือถึงได้หันไปมองเจียงสือที่อยู่ด้านข้าง สีหน้าก็มืดมนลงมาทันที “ตั้งแต่มีคนบางคนเข้ามาในบ้าน ตระกูลเฉิงก็ไม่เคยมีเรื่องดีๆสักอย่าง”

สีหน้าเจียงสือไร้อารมณ์ “อย่าพูดถึงตัวเองแบบนั้นเลยค่ะ”

“...” อวี๋เสียนจือพยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในอก “เธอยังไม่ได้ไปคุยกับจี้หลี่อีกเหรอ? คิดจะยื้อไปถึงเมื่อไหร่?”

“ลูกชายคุณไม่กลับบ้าน” เจียงสือพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ต่อให้ฉันอยากคุยก็หาตัวเขาไม่เจอค่ะ”

อวี๋เสียนจือเบิกตากว้าง "จี้หลี่ไม่อยากกลับบ้าน มันไม่ใช่ปัญหาของเธอหรือไง? เป็นผู้หญิงแท้ๆ แม้แต่ผู้ชายของตัวเองยังรั้งไว้ไม่ได้ ทำให้เขาไม่อยากกลับบ้าน เธอยังมีหน้ามารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอีกเหรอ?คนที่ควรรู้สึกอึดอัดน้อยใจคือจี้หลี่ลูกชายฉัน คือตระกูลเฉิงของเราต่างหาก!"

ชั่วขณะนั้น ความเย็นชาในใจของเจียงสือยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

มีลูกไม่ได้ก็โทษเธอ

เฉิงจี้หลี่ไม่กลับบ้านก็โทษเธอ

มองเธอเป็นตัวกาลกิณี ราวกับแค่การมีอยู่ของเธอก็เป็นความผิด

เมื่อเห็นเธอไม่พูดอะไร อวี๋เสียนจือก็ยิ่งได้ใจ “ถ้าตอนนั้นไม่ใช่เพราะคุณปู่ของเขายืนกราน แล้วคนอย่างเธอจะมีทางแต่งเข้าตระกูลเฉิงได้ยังไง? คุณตาของเธอก็แค่ช่างตัดชุดกี่เพ้าคนหนึ่ง จะมาเทียบกับครอบครัวเราได้ยังไง ฐานะของสองครอบครัวไม่คู่ควรกันเลย!”

คำพูดนี้ทำให้เฉิงเซียวเซียวตกใจไปด้วย แล้วรีบดึงแขนของอวี๋เสียนจือ “คุณแม่ อย่าพูดเลยค่ะ ถ้าพี่รู้เข้าไม่ดีแน่”

แต่ความโกรธของเจียงสือกลับถูกจุดประกายขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบเสียแล้ว

คุณตาคือคนที่เธอเคารพที่สุดในชีวิต เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของเธอบนโลกใบนี้หลังจากพ่อแม่จากไป และเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแตะต้องของเธอได้

เธอไม่ยอมให้ใครมาดูหมิ่นเด็ดขาด

เธอค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้ ความอ่อนโยนเพียงน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ในแววตาพลันหายไปจนหมด เธอมองอวี๋เสียนจือตรงๆแล้วพูดขึ้นว่า “คุณดูถูกช่างตัดเสื้ออย่างนั้นเหรอ? ถ้าเก่งจริงก็ถอดเสื้อผ้าดูสิ”

“กำเริบเสิบสาน! เธอคิดว่ากำลังพูดกับใครอยู่?” ใบหน้าของอวี๋เสียนจือแดงก่ำ “ฉันจะบอกอะไรให้เจียงสือ ลูกชายฉันไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลย!”

เจียงสือยิ้มบางๆ "บังเอิญจังเลยค่ะ คุณพ่อตาเองก็คงรู้สึกกับคุณแบบนี้เหมือนกัน"

“เธอพูดว่าอะไรนะ? ใครบอกเธอ? เธอ…”

“หุบปาก! ให้ฉันบอกเองว่าทำไม” เจียงสือพูดทุกคำอย่างชัดเจน “เพราะคุณทั้งร้ายกาจ หลงวัตถุนิยม ชอบประจบคนที่สูงกว่าและเหยียบย่ำคนที่ต่ำกว่า แทบจะเป็นตัวก่อปัญหาอยู่แล้ว เขามองคุณออกทะลุปรุโปร่งตั้งนานแล้ว”

“เพราะงั้นเวลาไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เขาถึงไม่เคยพาคุณไปด้วย บริษัทก็ไม่อนุญาตให้คุณเข้ามายุ่ง ต่อให้คุณใส่ชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อมาเดินวนอยู่ตรงหน้าเขาร้อยรอบ เขาก็ยังไม่ปรายตามองคุณสักครั้ง”

“นี่แหละที่เรียกว่ารังเกียจโดยสัญชาตญาณ”

ในใจของเจียงสือ อวี๋เสียนจือเองก็ถูกสามีเย็นชามานานหลายปี แต่กลับยังพูดจาร้ายกาจใส่ลูกสะใภ้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ช่างน่าเวทนาและน่ารังเกียจจริงๆ

อวี๋เสียนจือตะลึงงันอยู่กับที่ โกรธจนใบหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว “เธอ...เธอจะลุกขึ้นมาสู้หรือไง! ฉันเป็นแม่สามีของเธอนะ!”

เจียงสือยกมุมปากอย่างพอใจ “คุณมันบ้าบอ”

อวี๋เสียนจือ “……”

เฉิงเซียวเซียว “……”

เมื่อเห็นเฉิงจี้หลี่ถือยากลับมา เจียงสือก็กลับไปนั่งบนเก้าอี้อย่างสบายๆ สีหน้าเปลี่ยนเป็นไร้เดียงสาและสงบนิ่งในทันที

เดิมทีเธอก็มีใบหน้าสวยใสชวนมองอยู่แล้ว หากคิดจะแสร้งทำเป็นกระต่ายน้อยไร้พิษภัยก็ย่อมทำได้เหมือนยิ่งกว่าใคร

เมื่อเห็นเฉิงเซียวเซียวดังนั้นก็รีบเอามือปิดตาแล้วครางออดอ้อน “คุณแม่คะ หนูเจ็บตา เรารีบกลับบ้านกันเถอะค่ะ”

อวี๋เสียนจือโกรธจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ แล้วพูดด้วยเสียงสั่นเทา “จี้หลี่ รีบไปส่งแม่กับเซียวเซียวกลับบ้าน ที่นี่แม่อยู่ต่อแม้แต่นาทีเดียวก็ไม่ได้แล้ว!”

เฉิงจี้หลี่กวาดตามองทุกคนอย่างเรียบเฉย สุดท้ายก็หยุดลงที่ร่างของเจียงสือ "เธอขับรถกลับเองเหรอ?"

เจียงสือล้วงมือเข้าไปแตะใบผลตรวจในกระเป๋า สุดท้ายเพียงพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร

เมื่อเห็นครอบครัวสามคนหันหลังจากไป แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงของเธอก็ค่อยๆห่อเหี่ยวลงเล็กน้อย

เธอเป็นคนใจอ่อนมาตลอด ทุกครั้งที่ต้องปะทะกับใครก็เหมือนเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่ตัวเองกลับต้องเจ็บหนักไม่แพ้กัน เธอโกรธจนมือสั่นไปหมด

ในตอนนั้นเอง หมอคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน

บังเอิญเป็นหมอเจ้าของไข้ของเธอพอดี

“เจียงสือ? ดึกขนาดนี้แล้วทำไมคุณยังอยู่ข้างนอกอีก? ใกล้จะผ่าตัดแล้ว ต้องพักผ่อนให้ดีนะ อย่าอดนอน แล้วก็อย่าให้อารมณ์แปรปรวนมากเกินไปเข้าใจไหม?”

เจียงสือเก็บอารมณ์ลงและพยักหน้าให้หมอ “ขอบคุณค่ะ ฉันจะระวัง”

“เรื่องผ่าตัด คุณบอกคนที่บ้านแล้วหรือยัง?”

เมื่อนึกถึงผู้ชายที่เพิ่งเดินจากไป เธอฝืนไม่หันไปมองแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ฉันไม่มีครอบครัวค่ะ”

ไกลออกไป เฉิงจี้หลี่ที่เดินมาถึงโถงโรงพยาบาลหันกลับไปมองครั้งหนึ่ง

เขาเห็นเจียงสือกำลังพูดคุยกับหมอ

ท่าทีของทั้งคู่ดูคุ้นเคยกันอย่างชัดเจน เห็นได้ว่าเป็นคนรู้จักกัน

เฉิงจี้หลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและหันหลังเดินจากไป

เฉิงเซียวเซียวบาดเจ็บ อวี๋เสียนจือถูกต่อว่า สองแม่ลูกต่างต้องการคนปลอบใจ ดังนั้นเฉิงจี้หลี่ไม่กลับบ้านค้างคืนจึงเป็นเรื่องที่เจียงสือคาดไว้แล้ว

การผ่าตัดใกล้เข้ามาแล้ว ส่วนผู้ชายคนนั้นก็พึ่งพาไม่ได้ เธอจึงได้แต่รบกวนเพื่อนสนิทให้ช่วยหาผู้ดูแลที่ไว้ใจได้ให้สักคน

ซูเย่แทบพ่นน้ำที่เพิ่งดื่มออกมา “เรื่องผ่าตัดใหญ่ขนาดนี้ เพิ่งจะมาบอกฉันตอนนี้เนี่ยนะ? อาทิตย์หน้าฉันต้องไปทำงานต่างประเทศนะ โอ๊ยยย!”

ซูเย่เป็นผู้สื่อข่าวประจำต่างประเทศ ต้องเดินทางไปข้างนอกตลอด เจียงสือจึงไม่อยากรบกวนงานของเธอและไม่ได้บอกมาตลอด

"เอาน่าๆ" เจียงสือยิ้มตาหยี “แค่ช่วยแนะนำผู้ดูแลให้ฉันสักคนก็ถือว่าช่วยฉันมากแล้ว”

"ผู้ดูแลก็เป็นคนนอก จะไปพึ่งพาอะไรได้?" ซูเย่หยิบโทรศัพท์ออกมา "งานต่างประเทศครั้งนี้ฉันไม่ไปมันแล้ว! ใครอยากไปก็ไป! ฉันไม่มีทางทิ้งเธอไว้คนเดียวที่โรงพยาบาลหรอก!"

“อย่านะ!” เจียงสือรีบกดมือเธอไว้ “ถ้าเธอทำแบบนี้ ต่อไปมีเรื่องอะไรฉันคงไม่กล้าบอกเธออีกแล้ว”

ซูเย่ขมวดคิ้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง “งั้นเธอไปหาพี่โม่ชวนสิ เขาดูแลเธอได้ดีแน่”

เจียงสือส่ายหน้าทันที “ไม่จำเป็นต้องรบกวนเขาเพราะเรื่องเล็กๆแค่นี้หรอก”

“เป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปี จะรบกวนอะไรล่ะ?”

ซูเย่พูดอย่างโมโห “เธอนี่นะ มีความเป็นภรรยาที่ดีเกินไปแล้ว! ไอ้สารเลวเฉิงจี้หลี่นั่นคุ้มค่าตรงไหนกัน? ก่อนหน้านี้ฉันยังคิดว่าเขาดีกับเธอมากอยู่เลย ที่แท้ทั้งหมดก็เป็นเรื่องหลอกลวงทั้งนั้น!”

ความขมขื่นจางๆเอ่อล้นขึ้นมาในใจของเจียงสือ “ใช่ ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องหลอกลวง”

เพราะงั้นไม่จำเป็นต้องไปต่อแล้ว

หลังจากเดินเที่ยวกับซูเย่มาตลอดช่วงบ่าย เจียงสือก็กลับถึงบ้านที่ถิงหลานวานในตอนเย็น

หลังจากแม่บ้านถูกไล่ออก บ้านหลังนี้ก็มักจะมืดสนิทเป็นส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้ห้องนอนบนชั้นสองกลับเปิดไฟอยู่

แสงสว่างเพียงจุดเดียวนั้นดูสะดุดตาเป็นพิเศษท่ามกลางแสงยามพลบค่ำ

ในที่สุดเฉิงจี้หลี่ก็ยอมกลับบ้านแล้วงั้นเหรอ?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 30

    นับตั้งแต่คืนนั้นที่เอ่ยปากขอหย่า เฉิงจี้หลี่ก็ไม่โผล่หน้ามาติดต่อกันสามวัน เจียงสืออยากได้เงิน แต่ติดที่ไม่สามารถพบตัวเขาได้ป้าอู๋เห็นเธอนั่งเหม่ออยู่บ้านทั้งวันก็ทนดูต่อไปไม่ไหว“คุณนาย คุณชายไม่กลับบ้านมาสามวันแล้วนะคะ ตั้งสามวันเชียวนะ”เจียงสือพยักหน้าช้าๆ “อืม รู้แล้ว ฉันนับเลขเป็น”“…แล้วทำไมคุณถึงไม่เห็นร้อนใจเลยล่ะคะ?”ป้าอู๋ทำสีหน้าราวกับผิดหวังที่เธอไม่เอาไหน “การได้แต่งเข้าตระกูลเฉิงเป็นเรื่องโชคดีแค่ไหน ผู้หญิงคนอื่นแทบจะอ้อนวอนขอ แต่คุณกลับไม่เห็นใส่ใจเลยสักนิด”“เฉิงจี้หลี่โตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้น ถ้าเขาไม่อยากกลับมา ฉันจะร้อนใจไปแล้วได้อะไร? หรือจะให้ฉันมัดตัวเขากลับมา?”จริงๆแล้วใช่ว่าเธอไม่เคยร้อนใจแต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา หัวใจของเจียงสือก็ด้านชาไปนานแล้วต่อให้ตอนนี้มีคนมาบอกเธอว่าเฉิงจี้หลี่ออกบวชไปแล้ว เธอก็คงไม่รู้สึกสะเทือนใจอะไรนัก“ผู้ชายน่ะต้องเอาใจหน่อย คุณก็รุกเข้าหาเขาบ้างสิคะ!” ป้าอู๋รีบวิ่งไปที่ห้องครัวแล้วถือเหยือกแก้วออกมา "ช่วงนี้อากาศร้อนมักจะตัวร้อนง่าย นี่เป็นชาเย็นที่ป้าต้มไว้ คุณเอาไปส่งให้คุณชายที่บริษัทสิคะ!"เจียงสือเหลือบมองแล้วหันหน้า

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 29

    เจียงสือรู้สึกว่าพูดคุยกับเขาแล้วเหนื่อยเหลือเกิน "แล้วแต่คุณจะพูดเถอะค่ะ จะไปสำนักงานเขตเมื่อไหร่?"เฉิงจี้หลี่ก้มมองเธอจากด้านบนด้วยสายตาเย็นชา “การแต่งงานนี้คุณปู่เป็นคนกำหนด ถ้าจะหย่าก็ต้องบอกคุณปู่ก่อน”คุณปู่เฉิงเดินทางไปต่างประเทศเมื่อหนึ่งปีก่อน และไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเล็กๆ ในอังกฤษซึ่งคุณย่าเฉิงชื่นชอบที่สุดตอนยังมีชีวิตอยู่ จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่เจียงสือพูดอย่างจนใจ "หย่ากันไม่ได้ต้องจัดงานเลี้ยงสักหน่อย คุณโทรศัพท์ไปบอกคุณปู่ก็พอแล้วค่ะ"“จะรีบอะไรนักหนา? หรือฉันจะหน้าด้านหน้ารั้งเธอไม่ให้ไป?”เฉิงจี้หลี่หันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดยามค่ำคืนเดินไปได้สองก้าว เขาก็หยุดแล้วหันกลับมาอีกครั้ง โครงหน้าด้านข้างอันหล่อคมถูกขับให้เด่นชัดด้วยเงามืดของราตรี“อยู่กับฉันมาตั้งนาน เธอมีอะไรที่อยากได้ไหม?”เมื่อนึกถึงเรือนสี่ประสานของคุณตา เจียงสือก็อ้าปาก “ฉัน…”“ช่างเถอะ ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน” เฉิงจี้หลี่ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รอฉันจัดการงานสัปดาห์หน้าเสร็จแล้วจะโทรหาคุณปู่ เธอวางใจได้ ฉันไม่รั้งเธอไว้หรอก”เจียงสือยืนอยู่ที่เดิมเพียงลำพังรอบด้าน

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 28

    แค่ฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่ามีหมาอีกตัวมา แต่เจียงสือไม่คิดเลยว่าเฉิงจี้หลี่จะกลับบ้านจริงๆในวันนี้เฉียนเฮ่อมีสีหน้าลนลานเล็กน้อย “คุณชายเฉิงนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ!”เฉิงจี้หลี่เลิกคิ้ว “ใครเหรอ?”“ผมชื่อเฉียนเฮ่อ จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์เฉียน…”“จำไม่ได้” เฉิงจี้หลี่ตัดบทอย่างเย็นชา แล้วก้มมองเจ้าหมาตัวใหญ่ที่อยู่ตรงเท้า “มาหาเมียฉันมีธุระอะไร?”เปิ่นเปิ่นราวกับได้กลิ่นอายของพวกเดียวกันที่น่ากลัว จึงครางหงิงๆแล้วหลบไปอยู่ด้านหลังเฉียนเฮ่อ“อ่า…ขอโทษครับ หมาของผมรบกวนคุณนายเฉิงแล้ว เดี๋ยวผมพามันไปเดี๋ยวนี้เลยครับ…”ยังพูดไม่ทันจบ เปิ่นเปิ่นก็วิ่งหางจุกตูดหนีไปเสียก่อน ก่อนที่จะลากเจ้าของของมันไปด้วยทั้งคน“หมาก็เหมือนเจ้าของ ไม่ใช่แค่โง่ แต่ยังขี้ขลาดอีกต่างหาก” เฉิงจี้หลี่แค่นเสียงเบาๆ แล้วหันมามองเจียงสือ “เธอชอบหมาขนยาวแบบนี้เหรอ? เดี๋ยวฉันเลี้ยงให้เธอสักตัว”“……” เจียงสือค่อยๆส่ายหน้า “ขนาดตัวเองยังดูแลไม่ดีเลย”“เธอก็รู้จักตัวเองดีนี่”น้ำเสียงของเฉิงจี้หลี่อ่อนลงเล็กน้อย “ฉันก็เรียกป้าอู๋มาให้แล้วนี่ไง อยากกินอะไรก็บอก ให้เธอทำให้กิน อย่ามัวแต่กินพวกอาหารสำเร็จ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 27

    "ผู้ชายทำงานยุ่งอยู่ข้างนอกก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ผู้หญิงไม่เหมือนกัน ต้องรู้จักดูแลบ้านเรือน"เจียงสือชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อ๋อ งั้นก็ไม่ต้องมองว่าฉันเป็นผู้หญิงก็แล้วกัน”ป้าอู๋เป็นคนมีเหตุมีผลอยู่บ้าง แต่ทำงานในตระกูลเฉิงมานานหลายปี เติบโตมาพร้อมกับเห็นเฉิงจี้หลี่จนโต ย่อมไม่มีทางยืนอยู่ข้างเธออย่างแน่นอน พูดมากไปก็มีแต่เปล่าประโยชน์เธอเดินขึ้นชั้นบนเพียงลำพัง กลับเข้าห้องนอนใหญ่ รูดผ้าม่านทึบแสงปิดสนิทแล้วจึงถอดแว่นกันแดดออกการผ่าตัดจอประสาทตาภายนอกไม่ได้มีข้อจำกัดหลังผ่าตัดที่เข้มงวดเป็นพิเศษ แต่ก็ยังต้องพักผ่อนให้มากภายในห้องที่มืดสนิท เธอค่อยๆล้มตัวลงนอน พยายามทำจิตใจให้ว่างเปล่า ไม่นานก็ผล็อยหลับไปเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงเย็นแล้วเจียงสือเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบง่ายแล้วลงไปชั้นล่าง เมื่อได้กลิ่นหอมสดใหม่ของซุปซี่โครงหมูรากบัว เธอจึงเอ่ยถาม “เฉิงจี้หลี่จะกลับมาเหรอ?”“ค่ะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” ป้าอู๋ยิ้มแย้มแจ่มใส “ป้าตั้งใจตุ๋นซุปที่คุณชายชอบไว้โดยเฉพาะ คุณนายยังไม่หิวใช่ไหมคะ? งั้นรอคุณชายกลับมากินด้วยกันดีไหมคะ?”เจียงสือขานรับ

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 26

    เจียงสือพูดคำสั่งใส่หน้าจอโทรศัพท์ “โทรหาหมา”“?” หวงหย่าเจี๋ยกะพริบตาปริบๆ “หมาที่บ้านเธอก็มีโทรศัพท์ด้วยเหรอ?”โทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีใครรับสายเจียงสือไม่แปลกใจกับเรื่องนี้แล้ว แต่ในใจก็ยังอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ เธอจึงโทรศัพท์หาผู้ช่วยจั๋วแทน“เฉิงจี้หลี่อยู่ไหม?”จั๋วยวี่ตอบ “คุณนายครับ ประธานเฉิงเดินทางมาติดต่องานที่เมืองซู ตอนนี้กำลังประชุมอยู่ครับ"เวลาที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นมา ในใจก็จะมีแรงฮึดก่อตัวขึ้น แต่พอถูกขัดจังหวะ แรงฮึดนั้นก็จะค่อยๆสลายไปเจียงสือลังเลว่าจะยังตามไปถามเฉิงจี้หลี่ให้รู้เรื่องดีหรือไม่ จู่ๆก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเล็กแหลมดังมาจากปลายสาย“ผู้ช่วยจั๋วคะ พี่ชายถามว่ากาแฟของเขาได้หรือยัง?”เป็นเสียงของเฉิงเซียวเซียวแม้แต่ไปทำงานที่เมืองซู เฉิงจี้หลี่ก็ยังพาเฉิงเซียวเซียวไปด้วยหัวใจของเธอดิ่งวูบลงทันที ความรู้สึกที่เคยพลุ่งพล่านอยู่ในใจก็เหือดหายไปจนหมดช่างมันเถอะถามไปแล้วจะได้อะไรกลับมา?อย่าไปหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายเลยจั๋วเยว่พูดอะไรบางอย่างกับเฉิงเซียวเซียวที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นจึงยกโทรศัพท์กลับมาแนบปากอีกครั้งด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “

  • คืนนี้ไร้ไออุ่น   บทที่ 25

    ตอนไปฮันนีมูน เจียงสือแค่เล่นโยคะตามทีวี ก็ยังโดนเฉิงจี้หลี่กดลงกับเสื่อโยคะคลอเคลียไม่ห่าง แต่ต่อมาต่อให้เธอสวมชุดนอนเซ็กซี่เนื้อบางแนบเนื้อ ชายคนนั้นกลับทำเป็นมองไม่เห็นไปเสียหมดเธอเริ่มคิดฟุ้งซ่าน เดาว่าความใกล้ชิดก่อนหน้านี้อาจเป็นเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ชั่วครู่ และตอนนี้เฉิงจี้หลี่คงหมดความสนใจในตัวเธอแล้วแต่ตอนนั้นคุณตาเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน การแต่งงานคือสิ่งเดียวที่เจียงสือยังสามารถยึดเหนี่ยวเอาไว้ได้ตั้งแต่อายุสิบหก เธอชอบเฉิงจี้หลี่มานานหลายปี หากต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเขามากขึ้นอีกหน่อย เธอก็ยอมแม้จะต้องลดตัวลงอีกสักนิดก็ไม่เป็นไรวันนั้น เธอลองทำซุปเนื้อหมูใส่ตังเซียมตามสูตรในอินเทอร์เน็ตหนึ่งหม้อ แล้วลงมือเอาไปส่งให้เขาถึงบริษัทด้วยตัวเอง ผู้ช่วยพาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานประตูเปิดแง้มไว้เล็กน้อย ด้านในมีเสียงของฉินหล่างดังเล็ดลอดออกมา "พูดจริงนะ พี่ยอมตอบตกลงแต่งงานกับเจียงสือได้ยังไงกัน?" เวลาผ่านไปนานถึงห้าวินาที ถึงได้ยินเสียงตอบกลับของเฉิงจี้หลี่ น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีเสน่ห์ "เพราะว่าพ่อฉันไม่ชอบน่ะสิ" บรรยากาศราวกับหยุดนิ่งไปในทันทีทั้งร่างของเธอแข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status