LOGINหญิงก้อยได้เรียนการดีดลูกคิดจากโรงเรียน จึงคิดเลขตรวจบัญชีรายเดือนไปเพลิน ๆ ไม่นานก็เสร็จ ตร
“โอ๋...ลูก เป็นอะไรจ๊ะ ฝันร้ายหรือ โอ๋...มิเป็นไรนะเด็กดี แม่อยู่นี่แล้ว”หญิงก้อยกอดปลอบจนเด็กชายจนสงบนิ่ง ส่วนอีกมือก็ไกวเตียงกล่อมเด็กหญิงตาแป๋วที่ไม่ยอมนอน สามีที่ผลัดผ้าเรียบร้อยแล้วจึงตามเข้ามา พยายามส่งเสียงเบาอย่างที่สุด“ลูกเป็นอะไรหรือจ๊ะ มีแมงอะไรมากัดหรือไม่”“ลูกน่าจะฝันน่ะค่ะ ก่อนนอนคงเล่นมากไปหน่อยเลยเก็บเอามาฝัน ดูสิ...อีกคนก็ตาใสเชียว อ๊ะ...ฉี่หรือลูก...ว้า”ลูกชายที่กำลังจะเคลิ้มหลับก็ได้ฝากรักไว้กับแม่เสียเปียกชุ่ม นายเด่นเห็นแล้วก็นึกขันเจ้าลูกชายนัก เข้าไปอุ้มลูกน้อยให้แทน“น้องไปอาบน้ำเถิด เดี๋ยวพี่เปลี่ยนผ้าให้เจ้าแดนเอง”นายเด่นพาลูกชายที่บัดนี้กลับไปหลับปุ๋ยแล้วจับนอนลงบนเตียง มือเช็ดก้นเด็กน้อยไปพลาง ปากก็บ่นไปพลาง“แสบนักนะเรา พ่อกับแม่กำลังจู๋จี๋กันแท้ๆ มาขัดจังหวะเสียได้ นี่...พ่อน่ะไปทำงานตั้งนานเลยนะรู้ไหม คิดถึงแม่เขาจะแย่อยู่แล้ว แหนะ...ยังจะมาดิ้นถีบใส่พ่ออีก เดี๋ยวเถอะ...โตไปเป็นหนุ่มแล้วจะรู้ซึ้งถึงหัวอกความเป็นชาย หน่ะ...ถีบพ่ออีกแล้ว ตื่นมาจะจั
“น้องหญิง...พี่กลับมาแล้ว”หญิงก้อยสะลึมสะลือเปิดตาขึ้นมา นอกจากไฟที่หัวเตียงจะถูกเปิดให้สว่างแล้ว ภายใต้กระโปรงชุดนอนบางเบาของเธอก็คล้ายกับมีสิ่งเคลื่อนไหวไปมาอยู่ด้วย นั่นทำให้เธอจำเป็นต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นจนเต็มตา“อื้อ...หญิงคิดว่าคุณพี่จะกลับมาตอนเช้าเสียอีก”“เรือเทียบปุ๊บ พี่ก็หารถให้มาส่งปั๊บ สิ่งของสัมภาระยังทิ้งไว้ที่โกดังแถวท่าอยู่เลย”“แล้วเหตุใดต้องรีบร้อน ขับรถกลางค่ำกลางคืนอันตราย อ๊ะ...คุณพี่เดี๋ยวก่อนสิคะ”“ไม่เดี๋ยวแล้วจ้ะ ไปสิงคโปร์ตั้งสองสัปดาห์ มิได้เจอหน้าน้องหญิงนานขนาดนั้น พี่คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว อื้มมมม...น้องหญิงจ๋า”บัดนี้ กระโปรงชุดนอนของหญิงสาวถูกเปิดขึ้นมาจนสุด ในแสงสลัวเผยให้เห็นทรวดทรงอวบอัด มือหนาครอบครองเนื้อเนินสองข้างจนเต็มมือ“น้องหญิงเล่า คิดถึงพี่บ้างหรือไม่”ในขณะที่หน้ายังซุกหอมไม่เลิก มือของนายเด่นก็เริ่มเปลี่ยนที่ ไล้หน้าท้องลงไปซุกซนที่เบื้องล่างของหญิงสาว ล้วงลึกเข้าไปในกางเกงชั้นลูกไม้ คำถามเมื่อสักครู่ นายเด่นได้คำตอบโดยที่หญิงสาวยังมิได้เอื้อนเอ่ยแม่แต่น้อย“อ่า...ยังมิจะได้
“คุณ...คุณชายกฤตขอรับ คือ...คือมีสิ่งใดผิดพลาดหรือเปล่าขอรับ กระผม...เอ่อ...”“หึๆ รายละเอียดบนกระดาษแผ่นนั้นถูกต้องทุกอย่าง ฉันให้นิติกรจัดการเรียบร้อยแล้ว”“แต่...แต่กระผม คือ...กระผมคงรับไว้ไม่ได้ดอกขอรับ”“ช่วยรับไว้ด้วยเถิดนะ ก็อย่างที่บอก ฉันมิอยากให้หญิงก้อยต้องกลายเป็นสาวทึนทึกไปเสียก่อน ฉันอยากให้พวกนายได้สมหวังกันโดยเร็ว”กระดาษเหล่านั้นคือเอกสารทางกฎหมายที่ยืนยันว่านายเด่นเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทในจำนวนร้อยละสามสิบห้า ซึ่งหากเปรียบเป็นมูลค่าก็นับว่ามากโข ด้วยเพราะในขณะนี้บริษัทของชายกฤตกำลังเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากทีเดียว ในอนาคตต่อไป หากไม่สิ่งใดผิดพลาด ราคาค่าหุ้นก็มีแต่จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีกแต่เดิมนั้นชายกฤตจะคืนหุ้นให้แก่เพื่อนผู้ก่อตั้ง ทว่าพวกเขาตรองดูแล้วเห็นว่าตนไม่คงเหมาะกับทำธุรกิจ ทั้งยังเข็ดขยาดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงขอเบนเข็มไปทำอย่างอื่นดีกว่า ชายกฤตจึงเป็นผู้ถือหุ้นแต่เพียงผู้เดียวมาโดยตลอด“ที่ผ่านมาคุณชายก็มีบุญคุณล้นหัวของกระผมมากพออยู่แล้ว บริษัทแห่งนี้คุ
ตกเย็นได้เวลาที่นัดหมาย นายเด่นขับรถพาหญิงก้อยไปยังร้านอาหารประจำ ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมานอกจากเขาจะไปพบปะพูดคุยกับลูกค้าที่หัวเมืองแล้ว เขายังไปรับเงินที่เชื่อสินค้ากันไว้อีกด้วย ตอนนี้จึงมีเงินติดตัวก้อนโตไม่น้อย พรุ่งนี้จะไปซื้อทองฝากแม่สักเส้น ส่วนวันนี้เขาขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหาร หวังว่าชายกฤตเจ้านายของเขาคงไม่ขัดข้องกระไร“ขอโทษทีที่มาสาย ทั้งสองคนมานานแล้วหรือยัง”ชายกฤตเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเอกสาร เขายิ้มให้คนทั้งสองอย่างเป็นกันเอง นั่งลงแล้วเริ่มต้นสั่งอาหาร ระหว่างรอ ชายกฤตก็เริ่มต้นพูดเรื่องสำคัญที่ตั้งใจไว้“ฉันจะยกเลิกเรื่องสัญญาปีครึ่งของเรา นายเด่นจะเห็นว่ากระไร”นายเด่นได้ยินดังนั้นก็ถึงกับหุบยิ้ม หลังตั้งตรง รีบถามชายกฤตทันที“เหตุใดถึงจะยกเลิกหรือขอรับ”“จนป่านนี้ ผ่านไปหนึ่งปี นายมีอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง”นายเด่นกลืนน้ำลาย บัดนี้เขามีเงินอยู่หนึ่งก้อนฝากไว้กับออมสิน ทองอีกหลายบาท มีห้องเช่าที่เซ้งมา และกำลังผ่อนที่ผืนเล็กๆ อยู่หนึ่งผืน หากเทียบกับที่เคยมี ภายในระยะเวลาหนึ่ง
“ว่าอย่างไร...นายจะยอมตกลงหรือไม่”ชายกฤตเห็นนายเด่นทำหน้านิ่วไตร่ตรอง จึงได้ถามย้ำอีกที“ยอมสิขอรับ ยอมก็ได้ แต่ขอต่อรองสักหน่อยจะได้หรือไม่ขอรับ”“ต่อรองกระไร”“ขอยืดเป็นสามปีได้หรือไม่ขอรับ”“มิได้ นานไป”“ถ้าสองปี พอจะได้หรือไม่”“มิได้”“เช่นนั้นก็ปีครึ่ง”“ไอ้นี่! ต่อเป็นผักในตลาดเชียวนะ”“ขอเถิดครับคุณชาย เมตตากระผมเถิด”“ก็ได้ ปีครึ่งก็ปีครึ่ง นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านายคู่ควรกับหญิงก้อยหรือไม่ หากถึงตอนนั้นแล้วทำไม่ได้ ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน”แม้จะหวั่นใจแต่อย่างไรก็ต้องรับ เขาต้องพยายามอย่างสุดกำลัง เพื่อหญิงที่รักแล้ว จะท้อถอยมิได้ถึงจะเป็นบททดสอบที่ยากยิ่ง กระนั้นชายกฤตก็มิได้ใจร้ายไปเสียทีเดียว เพื่อจะได้ข้อพิสูจน์ เขาก็จำเป็นต้องมอบโอกาสให้ ชายกฤตเลื่อนนายเด่นจากพลขับมาเป็นพนักงาน ลองให้เขาไปพูดคุยกับลูกค้า เริ่มจากรายเล็กแล้วค่อยๆ ไล่ไ
ต้องขอบคุณชายกฤตที่หาโอกาสให้คนทั้งสองได้พบเจอกัน บัดนี้นายเด่นมิใช่บ่าวในวังชินภัทรอีกต่อไป อีกทั้งมิใช่เป็นเพียงพลขับให้แก่เจ้าของบริษัทอีกด้วย ทว่าเขาคือพนักงานคนหนึ่งในบริษัทแห่งนี้ที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญไม่น้อยหน้าไปกว่าเพื่อนพนักงานคนอื่นเลยทีเดียวชายกฤตคล้ายจะรู้มาตั้งนานแล้วว่าคนทั้งคู่ต่างมีใจให้กัน คราแรกที่รู้ก็ไม่ใคร่นึกจะสนับสนุนนัก ถึงจะเป็นคนหัวนอก อีกทั้งรู้ว่านายเด่นเป็นคนดีซื่อสัตย์และมีความสามารถไม่น้อย แต่ในสังคมนี้ ฐานันดรศักดิ์ที่แตกต่างกันมากไปย่อมไม่เป็นที่ยอมรับ ยิ่งเป็นหญิงสูงศักดิ์จักลดตัวลงไปคบหากับลูกบ่าวนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยนอกจากนี้หญิงก้อยเพิ่งจะเป็นแม่หม้ายผัวตาย หากรีบมีคนรักใหม่ก็ใช่ว่าจะราบรื่นสวยงาม คงมีเสียงคำนินทาให้ต้องละเหี่ยใจเป็นแน่ และที่สำคัญ...ไม่มีทางที่ท่านพ่อและหม่อมแม่จะเห็นด้วยอย่างแน่นอนทว่าเมื่อชายกฤตได้สังเกตดูแล้ว สายตาที่คนทั้งคู่ต่างมองไปที่อีกฝ่าย หาได้เป็นสายตาของคู่รักชายหญิงแบบฉาบฉวย มิได้มีความคึกคะนองหลงใหลรุนแรงอย่างวัยรุ่นหนุ่มสาว ทว่าเป็นสายที่ส่งให้กันอย่างลึกซึ้งตรึงใจ คล้ายกับว่าผูกพันกันม







