FAZER LOGIN“ลื้อฟังอั๊วะนะ เรื่องคุณหญิงน่ะ เป็นธุรกิจ มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า”
“
“เพื่อนหุ้นส่วนของชายเห็นชอบให้พระยาธนบดีร่วมหุ้นด้วย เพราะการงานจะได้ลื่นไหลเสียที นี่ก็จะใกล้เวลาส่งเงินงวดแรกให้ทางโรงงานแล้ว ขายของได้เงินเร็วเท่าใดก็ยิ่งดี แต่ชาย...”“พ่อก็เห็นว่ามิมีอันใดเสียหาย หากชักช้าประเดี๋ยวจะเสียความน่าเชื่อถือกันพอดี จะส่งผลต่อการค้าขายในอนาคตได้”หญิงก้อยได้มาอยู่ในวงพูดคุยน้ำชายามบ่ายที่วังชินภัทร ท่านพ่อ หม่อมแม่ พี่น้องทุกคนอยู่กันครบ หัวข้อที่นำมาคุยในวันนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องกิจการของพี่ชายกฤต“นายมีอะไรข้องใจหรือชายกฤต”พี่ชายใหญ่ถามขึ้น“ผมเห็นว่าหุ้นที่ท่านเจ้าคุณขอร่วมนั้นออกจะมากไปเสียหน่อยขอรับพี่ชายใหญ่ แรกเริ่มเดิมที ผมถือหุ้นร้อยละห้าสิบ เพื่อนอีกสองคนร้อยละยี่สิบห้า เมื่อจะจัดสรรกันใหม่ ท่านเจ้าคุณขอถือที่สามสิบ เราต้องยอมลดหุ้น ผมเหลือสี่สิบ เพื่อนอีกสองคนเหลือเพียงคนละสิบห้า พวกเขาไม่มีปัญหาอันใด แต่กระผมออกจะเกรงใจเพื่อน อย่างไรก็เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง ลงแรงด้วยกันตั้งแต่แรก อยากให้ท่านเจ้าคุณเพียงร้อยละสิบห้าหรือยี่สิบเท่านั้น แต่ท่านเจ้าคุณมิใคร่จะยอม ครั้นจะให้ผมลดหุ้นก็ไม่ใคร่จะเหมาะ
สองวันถัดมาชายกฤตก็มาที่บ้านพระยาธนบดีพร้อมกับเพื่อนหุ้นส่วน ท่านเจ้าคุณเปิดบ้านเลี้ยงมื้อกลางวันต้อนรับก่อนจะทำการลงนามซื้อขายหุ้น พร้อมกับกำหนดรายละเอียดหนังสือจัดตั้งบริษัทซึ่งมีรายชื่อกรรมการผู้ถือหุ้นใหญ่คือชายกฤต รองลงมาคือพระยาธนบดีและเพื่อนของพี่ชายตามลำดับในเมื่อชายกฤตปลงใจเรื่องนี้ได้แล้วก็ผ่อนคลายมากขึ้น บรรยากาศร่วมรับประทานอาหารจึงค่อนข้างชื่นมื่น คุณเตียงและคุณยศก็มาร่วมโต๊ะอาหารด้วย แม้จะยังไม่สนิทใจไปเสียทั้งหมด แต่เห็นแบบนี้แล้วหญิงก้อยก็รู้สึกเบาใจขึ้น อย่างน้อยปัญหาเร่งด่วนตอนนี้ก็คงได้รับการแก้ไขได้ในเร็ววัน“ท่านเจ้าคุณนี่ก็ช่างหางานเพิ่มเสียจริง”คุณเตียงพูดขึ้นเมื่อทุกคนกลับไปแล้ว หญิงก้อยมาช่วยคุณเตียงดูบัญชีบ้านเช่นเคย แม้คุณเตียงไม่อยากให้หญิงก้อยต้องตรากตรำเพราะเห็นว่าท้องสาวอยู่ ทว่าเป็นหญิงก้อยเองที่ชอบงานคิดเลขพวกนี้ มันช่วยให้เธอมีสมาธิดีทีเดียว“ตอนนี้มีโกดังเพิ่มขึ้นสามแห่ง ไหนจะเรื่องสัมปทานเดินเรืออีก ทุกวันนี้งานก็ล้นมากพอแล้ว ท่านเจ้าคุณก็ยังอุตส่าห์หางานมาเพิ่ม ฉันล่ะกลัวว่าจะดูไม่ทั่วถึงจนเกิดความเสียหายขึ้นมา แล้วเ
“ทำไมหรือ ฉันว่าตรงนี้ลมโชยเย็นดีออก”“เมื่อกี้ตอนที่บ่าวกำลังปัดกวาด เห็นคล้ายกับหางงูเขียวไวๆ คงจะเลื้อยไต่ตามยอดไม้ขึ้นมา นั่งข้างในดีกว่าเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวช่วยนวดผ่อนคลายให้นะเจ้าคะ”หญิงก้อยพยักหน้า แล้วกลับเข้าห้องไปอาบน้ำ บ่าวจวงปิดประตูเรียบร้อย ก็รีบกุลีกุจอวิ่งไปที่หลังบังตา เบื้องหลังเป็นตั่งเอนหลัง แต่ถัดเข้าไปจะมีซอกเล็กๆ ที่เป็นมุมอับอยู่“คุณยศเจ้าขา จะทำอะไรก็รีบทำเถิดเจ้าค่ะ คุณหญิงมาแล้ว บ่าวคงถ่วงเวลาได้ไม่นาน อ้อ... แล้วอย่าลืมรางวัลที่ตกลงกันไว้ด้วยนะเจ้าคะ”พูดจบจวงก็ต้องรีบลงเรือนไปต้มน้ำเตรียมให้หญิงก้อยแช่เท้า ส่วนคนที่อยู่ในซอกนั้นก็เร่งทำกิจของตนให้บรรลุเป้าหมาย“อื้อๆ อื้อๆ”“เอ็งอย่าดิ้นสิวะนังแป้น อยู่นิ่งๆ”แป้นที่ผ้าผ่อนหลุดร่อนไม่เหลือเพียงสักชิ้น ถูกอุดปากด้วยผ้าแถบของตัวเอง แขนทั้งสองถูกมัดตรึงกับเสาด้วยผ้านุ่ง ส่วนขาข้างหนึ่งยศใช้กางเกงแพรของตนผูกติดไว้กับซี่ระเบียง“นังแป้นเอ๊ย ข้าเห็นเอ็งตั
หญิงก้อยชั่งใจว่าควรจะถามความกับพระยาธนบดีเพิ่มเติมดีหรือไม่ จากท่าทีของพี่ชายกฤต เธอค่อนข้างมั่นใจว่าเขามิได้เต็มใจจะร่วมหุ้นลงทุนกิจการกับสามีของเธอสักเท่าใด“อ้าว น้องหญิง ลงมาเดินเล่นหรือ รับข้าวเย็นหรือยัง”ในขณะที่เดินวนเวียนอยู่หน้าตึกบริเวณไม่ไกลกับห้องหนังสือมากนัก พระยาธนบดีก็เดินออกมาพร้อมกับคุณยศที่ถือเอกสารหลายฉบับ เมื่อเห็นหญิงก้อยจึงทักทายอย่างอารมณ์ดี ส่วนคุณยศก็ขอตัวไปรับข้าวเย็นกับครอบครัวก่อน“เอ่อ ท่านเจ้าคุณจะรับประทานกับหญิงด้วยไหมคะ จะได้ให้บ่าวไปจัดสำรับเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”“อ้อ เช่นนั้นก็ดี พี่กำลังหิวอยู่ทีเดียว มา... มา มานั่งรอที่ห้องทำงานของพี่ดีกว่า”หญิงก้อยหันไปสั่งงานกับบ่าวไพร่ก่อนจะเดินตามพระยาธนบดีเข้าไปในห้องทำงานของเขา ในเมื่อมีโอกาสแล้วหญิงก้อยจึงตัดสินใจจะลองถามไถ่เรื่อง ชายกฤตดู ใช้เวลาอาหารเย็นพูดไปคุยไปคงจะไม่ตึงเครียดเกินไปกระมัง“ช่วงนี้งานราชการของพี่มีมาก เรือสินค้าเข้ามาหลายลำทั้งจากยุโรป จากจีน จากสิงคโปร์ มีเวลาได้พบน้องหญิงน้อยนัก หวังว่าเธอคงไม่น้
ถึงพระยาธนบดีจะเป็นสามีของเธอ ครอบครัวทั้งสองเกี่ยวดองกัน แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับค้าขายธุรกิจ เธอเห็นดีที่พี่ชายจะหันไปพึ่งคนอื่นเสียคงจะสบายใจกันมากกว่า อีกทั้งจะได้ไม่ต้องติดค้างหนี้บุญคุณให้มีเรื่องต้องชดใช้กันต่อไปอีกด้วยพูดคุยกันไปสักพักพระยาธนบดีกับคุณยศก็กลับมาถึง พี่ชายกฤตจึงได้ขอตัวเข้าพูดคุยหารือ ระหว่างนี้หญิงก้อยคิดว่าจะให้บ่าวจัดสำรับเย็นเผื่อพี่ชายด้วยเลย จะได้พูดคุยกันได้ยาวๆ แต่ก่อนที่จะเรียกบ่าวมาถาม เธอก็เจอเข้ากับคนผู้หนึ่ง“นายเด่น”“คุณหญิงก้อย สบายดีนะขอรับ”เป็นนายเด่นนั่นเอง เขายิ้มกว้างให้ ยืนค้อมตัวกุมมืออย่างนอบน้อมเช่นเคย นายเด่นเป็นเพื่อนที่หญิงก้อยใกล้ชิดเล่นกันมาแต่เด็ก แต่กว่าจะได้รู้ใจตัวว่าแอบพึงใจในฐานะชายหนุ่มก็เมื่อคราวที่ตนจำใจต้องแต่งงานด้วยความที่หญิงก้อยมิได้เต็มใจ จึงอยากจะเผยความในใจให้ชายคนที่ตัวเองรักก่อนที่จะต้องไปอยู่กับคนที่ตนมิได้เลือก แต่เมื่อช่วงเวลานั้นผ่านไป ทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงความทรงจำ แม้ลึกๆ ในใจยังคงคิดถึงเขาบ้าง แต่อย่างไรเธอจำเป็นต้องวางตัวให้สมกั
“เฮ้อ... ถ้าพี่ทราบเรื่องของน้องเสียตั้งแต่เนิ่นๆ ก็คงจะไม่เข้ามาวุ่นวายกับพระยาธนบดีเป็นแน่”“น้องทราบว่าพี่ชายกฤตมาคุยธุระกับท่านเจ้าคุณ แต่ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องใด”หญิงก้อยได้ฟังชายกฤตก็ได้ความว่า ตัวเขานั้นก่อนจะกลับบ้านเกิดก็ได้วางแผนปูเส้นทางธุรกิจกับเพื่อนเอาไว้ ตั้งใจไว้ว่าจะนำเข้าเครื่องมือช่างจากอเมริกาเข้ามาจำหน่ายในสยาม บริษัทของอเมริกาที่ติดต่อไว้เคยทำงานกับชายกฤตมาก่อนจึงพูดคุยกันง่าย ยอมให้วางมัดจำค่าสินค้าแค่บางส่วน เงินที่เหลือค่อยผ่อนชำระเป็นงวดตามกำหนดอีกที“ตอนนี้ของค้างอยู่ที่ท่าสิงคโปร์ หากไม่รีบนำเข้ามาเราก็จะเสียค่าที่จอดเรือให้การท่าสิงคโปร์ไปเรื่อยๆ เสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา หุ้นส่วนที่เป็นเพื่อนของพี่หาลูกค้าได้ไม่น้อย นี่เขาก็รอของจากเราอยู่เหมือนกัน ถ้าเรือมาถึง เราก็จะขายได้เงินทันที”“แล้วตอนนี้ติดอะไรอยู่หรือคะ”“ติดอยู่สองส่วน ส่วนแรกคือพระยาอีกท่านที่เป็นคนดูแลเรื่องเรือที่เข้าจากสิงคโปร์นั้นยังมิยอมลงนามในใบอนุญาตเรือของเราเสียที อ้างว่าเป็นบริษัทเดิน







