LOGIN“งั้นหนูนั่งต่ออีกเดี๋ยว แล้วจะกลับไปพักค่ะ“ได้สิ”สืออวี๋ลุกขึ้นเตรียมจะไปนั่งลงข้างท่าน แต่จู่ ๆ สือหมิงฮุยก็เอ่ยแทรกขึ้นมาว่า “สืออวี๋ ฉันยังมีอีกเรื่องต้องบอกแก”“เรื่องอะไรคะ?”“สือม่านฆ่าตัวตายในสถานกักกันแล้ว”สืออวี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าฉายแววตกใจเล็กน้อย แต่เพียงไม่นานก็กลับมาเรียบเฉยดังเดิม“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับฉัน แล้วฉันก็ไม่สงสารหรือเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย”ตอนนั้นเพื่อจะให้ได้ครอบครองสือซื่อ สือม่านถึงขั้นวางยาคุณย่าสือ ถ้าไม่เพราะจับได้ทันเวลา ป่านนี้คุณย่าสือก็คง…เพียงแค่คิดถึงจุดนี้ ความรังเกียจที่มีต่อสือม่านก็พุ่งพล่านขึ้นมา จนชาตินี้เธอไม่อยากจะได้ยินชื่อผู้หญิงคนนี้อีกสือหมิงฮุยรู้อยู่แล้วว่าสืออวี๋ไม่ชอบสือม่าน เขาขมวดคิ้วพลางพูดว่า “ที่ฉันบอกเรื่องนี้กับแก ไม่ได้จะให้แกไปสงสารหรือเสียใจแทนเธอ แต่อยากจะบอกว่าก่อนที่เธอจะฆ่าตัวตาย แม่ของแกไปเยี่ยมเธอมา ตอนนั้นเธอบอกว่าถ้าคุณย่าสือยอมเซ็นหนังสือยอมความให้ เธอจะช่วยเราจัดการเหลียงอวิ๋นเซิน”“เธออยู่กับเหลียงอวิ๋นเซินมาห้าปี ในมือน่าจะมีหลักฐานการกระทำผิดของเขาอยู่ไม่น้อย แต่หลังจากแม่แกกลับมา
เงียบอยู่ครู่หนึ่ง สืออวี๋จึงเอ่ยปากเสียงแผ่วเบาว่า “ฉันตั้งใจว่าจะไปเมืองหลวงเพื่อคอยดูแลซือเยี่ยนก่อน ส่วนเรื่องอื่นยังไม่ได้คิดอะไรไว้เลย”พอนึกขึ้นได้ว่าซือเยี่ยนยังนอนไม่ได้สติอยู่แบบนั้น ซ่งจื่ออินก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น “อาอวี๋ ถ้าเกิดว่าซือเยี่ยนต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอด แกจะเฝ้าเขาไปตลอดเลยเหรอ?”สืออวี๋เม้มริมฝีปาก ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้เงยหน้ามองซ่งจื่ออิน “อืม ฉันตัดสินใจแล้ว ถ้าเขาไม่ตื่นหนึ่งวัน ฉันก็จะอยู่กับเขาหนึ่งวัน แต่ถ้าเขาไม่ตื่นตลอดไป ฉันก็จะอยู่ดูแลเขาไปชั่วชีวิต”เมื่อได้เห็นแววตามุ่งมั่นของเธอ ซ่งจื่ออินก็ได้แต่ทอดถอนใจ “อาอวี๋ ตอนนี้ความรักของแกกับซือเยี่ยนกำลังหวานชื่น การจะให้รอสักปีสองปีคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การต้องรอไปทั้งชีวิต มันไม่ยุติธรรมสำหรับแกเลยนะ”อย่าว่าแต่ทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงานกันเลย ต่อให้แต่งงานกันแล้ว แต่ถ้าซือเยี่ยนต้องนอนเป็นผักปลาแบบนี้ไปตลอด จะให้สืออวี๋ต้องทนครองตัวเป็นม่ายทั้งเป็นไปชั่วชีวิตได้อย่างไร?“จื่ออิน ที่เขาต้องนอนไม่ได้สติแบบนี้ ก็เพราะช่วยฉันไว้”“แต่ฉันก็ได้ยินมาว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น เดิมทีเป็นแผนที่พี่ชายเขา
สืออวี๋เดาได้ตั้งแต่แรกแล้ว เธอจึงไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรเพราะถ้าฝ่ายที่เกิดเรื่องในตอนนี้คือซ่งซื่อ ต่อให้เธอเต็มใจอยากจะช่วย สือหมิงฮุยก็คงไม่ยอมเช่นกันในสนามธุรกิจมีเพียงผลประโยชน์ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจเมื่อผลประโยชน์ลงตัว ทุกคนก็พร้อมจะทำตัวเป็นคนดีมีน้ำใจ“ว่างสิ เราก็ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้วเหมือนกัน”หลังจากเก็บของบนโต๊ะเรียบร้อย สืออวี๋ก็ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเดินออกไปเมื่อไปถึงร้านอาหาร ซ่งจื่ออินก็มาถึงก่อนแล้วพอเห็นสืออวี๋ เธอก็รีบโบกมือเรียก “อาอวี๋ ทางนี้!”สืออวี๋เดินไปนั่งลงตรงข้ามเธอ แล้วยิ้มกล่าวว่า “ทริปเที่ยวครั้งนี้เป็นไงบ้าง?”“ก็ดีนะ”ระหว่างที่พูด เธอก็หยิบบัตรธนาคารใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้สืออวี๋“อาอวี๋ ฉันขอโทษนะ ฉันกล่อมพี่ชายไม่สำเร็จ ในบัตรนี้เป็นเงินปันผลจากหุ้นกับเงินเก็บส่วนตัวของฉัน รวมแล้วน่าจะมีสักพันล้าน แกเอาไปใช้หมุนก่อนนะ ถ้าไม่พอค่อยบอกฉัน... มันคงไม่พออยู่แล้ว ฉันกะว่าจะเอาหุ้นซ่งซื่อของฉันไปค้ำประกันกับพี่ชาย น่าจะได้มาอีกราว ๆ หมื่นล้าน ไว้เงินเข้าแล้วฉันจะโอนให้แกอีกที”สืออวี๋ก้มลงมองบัตรที่เธอยื่นมาให้ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้น
เมื่อกลับถึงบ้าน เธอเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้สือหมิงฮุยฟังระหว่างที่เล่านั้น น้ำตาของเธอก็พรั่งพรูออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่“ถึงเธอจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ และฉันเองก็ผิดหวังในตัวเธอมาก แต่ยังไงเราก็เป็นแม่ลูกกันมาตั้งยี่สิบกว่าปี จู่ ๆ เธอก็มาจากไปแบบนี้... ฉันยังทำใจยอมรับไม่ได้จริง ๆ”สือหมิงฮุยขมวดคิ้วมุ่น “เรื่องนี้มีเงื่อนงำ เมื่อเช้าเธอเพิ่งจะขอให้คุณช่วยเซ็นหนังสือยอมความ แสดงว่ายังอยากจะสู้คดีเพื่อให้โทษเบาลง แล้วจะเป็นไปได้ยังไงที่จะชิงฆ่าตัวตายตอนบ่าย? ผมจะให้คนไปสืบดูว่าหลังจากที่คุณออกมาจากโรงพักแล้ว มีใครเข้าไปหาเธออีกหรือเปล่า”โจวฉินปาดน้ำตา “แต่ฉันดูกล้องวงจรปิดแล้ว เป็นเธอเองจริง ๆ ที่แอบซ่อนมีดกับส้อมเอาไว้”“กล้องวงจรปิดเห็นแค่ตรงทางเดิน พิสูจน์ได้แค่ว่าเธอซ่อนมีดกับส้อมไว้ แต่มีใครเห็นตอนที่แกใช้มันฆ่าตัวตายกับตาบ้างไหมล่ะ?”พอได้ยินสือหมิงฮุยทักท้วง โจวฉินก็เริ่มเอะใจขึ้นมา เธอรีบเช็ดน้ำตาแล้วถามกลับไปว่า “หรือว่า จะมีคนจงใจฆ่าปิดปากเธอจริง ๆ?”สีหน้าของสือหมิงฮุยเคร่งเครียดลง “เรื่องที่มีคนจงใจเล่นงานเธอหรือไม่ ต้องสืบดูถึงจะรู้”เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหนึ่ง
เมื่อก้าวพ้นประตูสถานกักกัน ท้องฟ้าเบื้องนอกก็ดูมืดครึ้มหม่นหมองอารมณ์ของเหลียงอวิ๋นเซินเองก็ขุ่นมัวไม่ต่างกัน เขาก้าวขึ้นรถด้วยใบหน้าเคร่งขรึมการที่เขามาเยือนสถานกักกัน ก็เพื่อหยิบยื่นโอกาสสุดท้ายให้แก่สือม่าน แต่เธอกลับทำให้เขาผิดหวังตลอดห้าปีที่คบหากันมา เขาอุตส่าห์ลงมือจัดการสือซื่อเพื่อเธอ แต่เธอกลับคิดจะแว้งกัดเขา ช่างน่าเสียใจจริง ๆแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เธอเป็นเพียงของเล่นไร้ราคาที่เชิดหน้าชูตาไม่ได้ ในเมื่อเลี้ยงไม่เชื่อง ก็แค่จัดการทิ้งไปก็สิ้นเรื่องเขาปรายตามองเลขาที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ เอ่ยปากสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “จำไว้ว่าต้องเก็บกวาดให้สะอาด อย่าให้เหลือเสี้ยนหนามทิ้งไว้”“ประธานเหลียง ผมทราบแล้วครับ”เลขาก้มหน้า ซ่อนความหวาดหวั่นไว้ในใจสือม่านกับเหลียงอวิ๋นเซินอยู่กินกันมาตั้งหลายปี ต่อให้เลี้ยงสุนัขสักตัวก็ยังต้องมีความผูกพันหลงเหลือบ้าง แต่เหลียงอวิ๋นเซินกลับเลือดเย็นได้ขนาดนี้ เพียงเพราะสือม่านทรยศ เขาถึงกับสั่งเก็บเธอได้ลงคอหากวันหนึ่งเขาเผลอทำเรื่องผิดใจเหลียงอวิ๋นเซินขึ้นมาบ้าง จุดจบของเขาจะเป็นอย่างไร?เลขารู้สึกเย็นสันหลังวาบจนต้องรีบสลัด
เลขาพยักหน้า “รับทราบครับ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”สือม่านไม่คิดเลยว่า เหลียงอวิ๋นเซินจะมาหาเธอทันทีที่เห็นหน้าเขา แววตาของเธอก็ฉายความเคียดแค้นออกมา“คุณมาทำไม?!”เหลียงอวิ๋นเซินวางสองมือประสานบนโต๊ะ ด้วยท่วงท่าสง่างาม “ม่านม่าน ตอนที่คุณเกิดเรื่องแล้วผมไม่ยื่นมือเข้าช่วย คุณคงเกลียดผมมากเลยใช่ไหม?”สือม่านแค่นหัวเราะ “ฉันไม่ควรเกลียดคุณงั้นเหรอ?”หากไม่ใช่เพราะเหลียงอวิ๋นเซิน เธอคงไม่คิดอยากครอบครองสือซื่อ ไม่คิดวางยาพิษคุณย่าสือ จนต้องมาลงเอยอยู่ในคุกแบบนี้“ที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องเกลียดผมเลย ผมเคยบอกไปแล้วว่าขอแค่คุณได้สืบทอดสือซื่อ ผมก็จะแต่งงานกับคุณ เป็นคุณเองที่ทำไม่ได้ตามข้อตกลง พ่อแม่ผมคงไม่ยอมให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่มีประโยชน์ต่อหน้าที่การงานของผมหรอกนะ”ริมฝีปากเขาประดับรอยยิ้ม แต่ถ้อยคำที่เอ่ยออกมากลับทำให้หัวใจของสือม่านหนาวเหน็บ“เหลียงอวิ๋นเซิน เลิกพูดจาโกหกตลบตะแลงฉันสักที ไม่เกี่ยวกับพ่อแม่คุณหรอก เป็นคุณเองต่างหากที่ไม่เคยคิดจะแต่งงานกับฉันตั้งแต่แรก คุณก็แค่หลอกใช้ฉันเพื่อฮุบสือซื่อเท่านั้น!”ช่วงเวลาที่ถูกคุมขัง เธอไตร่ตรองจนตาสว่าง เธอเป็นเพียงลูกบ







