Masukไม่น่าเชื่อว่าแค่จูบเดียวจะทำให้เขาอยากได้เธอจนคลุ้มคลั่ง สัญชาตญาณบางอย่างบอกว่าเธอจะเข้ากับเขาได้ดีมากแค่ไหน มันเป็นความปรารถนาอยากสอนผู้หญิงที่เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ให้กลายเป็นไฟแสนเร่าร้อน ความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและรุนแรงทันทีที่ริมฝีปากของเขาประกบลงบนเรียวปากนุ่ม เขาอยากได้เธอแต่ไม่อยากแต่งงานซึ่ง เอเดน แทลลีย์ รู้ดีว่าแม่ของเขาไม่มีทางยอมให้ทำเล่นๆ กับ รดาดาว เป็นแน่ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้เสน่ห์อันแสนร้ายและชั้นเชิงของเพลย์บอยตัวพ่อ ‘หลอกล่อ’ เหยื่อสาวไร้เดียงสาเพื่อให้ตัวเองสมดังปรารถนา แต่ทำไปทำมากลายเป็นว่าเขากลับต้องติดบ่วงเสียเอง วิวาห์ครั้งนี้จึงกลายเป็นวิวาห์แสนหวาม!
Lihat lebih banyak“คอนโดฯ ของผม แต่แมทเพื่อนผมเป็นเจ้าของตึกนี้”คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นสูงจนจรดเชิงผม “ไหนคุณบอกว่าจะพานิ่มไปล้างบาปไงคะ”“ก็พามาแล้วนี่ไง”“แต่ที่นี่ไม่ใช่โบสถ์ ไม่มีบาทหลวงนะคะ” รดาดาวแย้ง หากทว่าน้ำเสียงของเธอก็ยังหวานใส ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกให้เขาเห็นแต่อย่างใด ทำให้คนเจ้าเล่ห์แอบอมยิ้มในใจ... คอยดูเถอะแม่คุณว่าจะนิ่งเป็นหุ่นได้อีกกี่น้ำ“คุณทำบาปกับผม ก็ต้องล้างบาปกับผมสิ จะต้องล้างบาปกับบาทหลวงทำไม”“คุณว่าอะไรนะคะ!”สาวน้อยอุทานได้แค่นั้น ลิฟต์ก็เลื่อนมาถึงชั้นยี่สิบและเปิดออก จากนั้นเธอก็ไม่มีโอกาสได้ถามอะไรอีกเพราะถูกเขาจูงเข้าไปในห้องซึ่งกว้างขวางราวสิบเมตร ภายในตกแต่งอย่างหรูหราและลงตัว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนแต่ราคาแพงลิบลิ่ว มองออกไปด้านขวามือซึ่งกรุด้วยกระจกใสก็เห็นแม็คลาเรนสีแดงจอดอยู่คู่กับซูเปอร์คาร์สีเหลืองอีกคันเรียบร้อยแล้ว“นั่งตรงนี้ก่อนนะ”เอเดนจับไหล่มนแล้วกดเบาๆ ให้เธอนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม จากนั้นก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเอาเครื่องดื่มของตัวเองและเทน้ำผลไม้ใส่แก้วให้เธอแก้วหนึ่ง“ดื่มก่อนสิ”“ขอบคุณค่ะ” มือเล็กรับมาแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าโดยไม่ยอมแม้แต่จะยกขึ้นจิบ
“อยากลองดูไหม”“นิ่มไม่เคยยิงปืนค่ะ จับยังไม่เคยเลย” เสียงหวานบอกขลาดๆ“มันไม่ได้น่ากลัวหรอกนะ มาสิเดี๋ยวจะสอนให้”เอเดนไม่รอให้เธอตอบตกลง มือใหญ่จับร่างอรชรและรุนหลังให้หันไปหาปืนที่เขาวางไว้บนโต๊ะ โดยมีร่างแกร่งกำยำยืนประกบซ้อนหลังแบบแนบสนิท“หยิบปืนขึ้นมา” เสียงห้าวทุ้มกระซิบสั่งอยู่ข้างๆ หูของรดาดาวมือเล็กจึงจับปืนกระบอกนั้นขึ้นมาตามคำสั่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้สัมผัสปืนจริงๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต“จับสองมือ แล้วเล็งปลายกระบอกไปที่เป้า” ไม่สอนแค่ปาก แต่แขนทั้งสองข้างของเขายังวาดไปแนบสนิทกับแขนเรียวของเธอ มือใหญ่ประกบลงบนมือเล็กกระชับเอาไว้คล้ายกับท่ายิงของเขาตอนที่หัดยิงใหม่ๆ“แบบนี้เหรอคะ”ใบหน้าสวยหวานหันมาถามอย่างลืมไปว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่ห่างไม่ถึงคืบจึงทำให้แก้มใสชนเข้ากับจมูกโด่งอย่างจัง เขาจึงฉวยโอกาสสูดเอาความหอมจากแก้มของเธอฟอดใหญ่ๆ ทันที“ใช่...แบบนี้ล่ะ”“คุณเอเดน!”“หันไปสิ เดี๋ยวปืนลั่นใส่ผมไม่รู้ด้วยนะ” เอเดนแกล้งขู่ หลังเห็นดวงตาเรียวหวานมีแววเคืองขุ่นขึ้นจากที่ถูกเขาขโมยจูบเมื่อครู่นี้“คุณลวนลามนิ่มอีกแล้วนะคะ” แม้หันไปแ
“ปล่อยเถอะค่ะ นิ่มจะกลับบ้าน”เธอเริ่มประท้วงเพราะไม่อยากปล่อยกายปล่อยใจไปตามอารมณ์มากกว่านี้ คนโบราณเตือนไว้เสมอว่าหญิงกับชายไม่ควรอยู่กันในที่รโหฐานตามลำพัง และรดาดาวก็ประจักษ์แก่ใจตัวเองในคราวนี้แล้วว่าคำสอนของคนเฒ่าคนแก่มันเป็นจริงแค่ไหน แต่สำหรับเอเดนถึงแม้จะเป็นในที่โล่งแจ้งเขาก็ยังเป็นคนที่เธอไม่ควรจะเข้าใกล้อยู่ดี“มายังไง” เอเดนไม่ได้ปล่อยแต่ชวนคุย“นั่งแท็กซี่มาค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะไปส่ง”รดาดาวคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินเช่นนั้น หรือว่าเขาอยากจะแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของเขาห่างไกลคำนั้นนัก“นิ่มกลับเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณหรอก”“บอกเมื่อไหร่ว่ารบกวน” เขาทำเสียงติดดุ คล้ายไม่ชอบที่เธอเรื่องมากบอกว่าจะกลับเอง“คุณไม่ได้บอกหรอกค่ะ แต่นิ่มว่า...”“ไม่ต้องว่าอะไรทั้งนั้น ผมจะไปส่ง”“ก็ได้ค่ะ แต่ว่าปล่อยนิ่มลงก่อนได้ไหมคะ” สาวน้อยจำต้องยอมตามใจคนเผด็จการในที่สุด เพราะอยากให้เขาปล่อยเธอลงจากท่านั่งอันแสนวาบหวามนี้เสียที“ไม่ชอบเหรอ” เอเดนหรี่ตาลงชวนฝัน และมีรอยยิ้มแต้มตรงมุมปาก “นั่งแบบนี้น่าสบายดีออก”“นิ่มว่ามันคงไม่เหมาะค่ะ ถ้าใครมาเห็นเข้า เขาคงมองนิ่มไม่ดี อ
“คุณไม่ต้อง...”รดาดาวตั้งใจจะพูดว่าเขาไม่ต้องป้อนเธอก็ได้ แต่พูดได้แค่นั้นก็ต้องหยุด เพราะเขายัดขนมชิ้นนั้นใส่ปากของเธอเสร็จสรรพ ทำให้สาวน้อยจำต้องเคี้ยวขนมฝีมือตัวเองตามที่ถูกบังคับเอเดนมองผลงานตัวเองอย่างพอใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มอวดฟันขาวสะอาดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบชวนมองมากที่สุดในความรู้สึกของรดาดาว เธอไม่อยากหวั่นไหว แต่มันก็เป็นเรื่องยากเหลือเกิน ในเมื่อผู้ชายคนนี้ทำอะไรก็ดูมีเสน่ห์ไปหมด“อร่อยหรือเปล่า” เขาถามเมื่อเธอกลืนขนมคำนั้นลงคอเรียบร้อยแล้วรดาดาวไม่ตอบ ทำได้เพียงแค่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเขินอายไปหมด“ผมต้องการความเท่าเทียม”“เท่าเทียมอะไรคะ”“เมื่อกี้ผมชิมความหวานบนนิ้วของคุณ ผมอยากให้คุณทำแบบเดียวกัน ใช้ปากของคุณจัดการกับน้ำตาลบนนิ้วของผมเบบี๋”เขาทำเสียงเหมือนออดอ้อนอีกแล้ว โอย...รดาดาวรู้สึกเหมือนตัวตนของเธอกำลังจะละลายคล้ายกับช็อกโกแล็ตที่ถูกวางไว้ใกล้เตาหลอมยังไงยังงั้น และที่สำคัญเขากำลังขอให้เธอทำในสิ่งที่น่าอายที่สุด“เดี๋ยวนิ่มใช้ทิชชูเช็ดให้นะคะ” สาวน้อยหาทางออกให้ตัวเอง“ผมไม่ต้องการทิชชู แต่ผมต้องการปากของคุณ อย่าขัดใจผมรดาดาว”“เอ่อ...” คนถูกบังคับได้แต่นั่งหน
เมื่อรถแท็กซี่แล่นไปจอดหน้าคฤหาสน์หลังงาม รดาดาวก็ยื่นค่าโดยสารให้คนขับและก้าวลงจากตัวรถ พ่อบ้านของคฤหาสน์โค้งศีรษะให้เพราะจำเธอได้ สาวน้อยยิ้มตอบแล้วบอกถึงวัตถุประสงค์การมาของตัวเอง“สวัสดีค่ะดิฉันมาขอพบคุณป้าจูเลียค่ะ”“มาดามไม่อยู่ครับมิส อยู่แต่คุณเอเดน เดี๋ยวผมไปเรียนท่านให้นะครับ”เรียวปากสีร
“กรุณาหยุดพูดเรื่องบ้าๆ เถอะนะคะคุณเอเดน” สาวน้อยรีบห้ามปรามไม่ให้อีกฝ่ายพูดอะไรลึกซึ้งมากไปกว่านั้น“ถ้าคุณไม่อยากฟังก็กดวางสายแล้วปิดโทรศัพท์หนีผมสิ”“นิ่มมีมารยาทพอที่จะไม่ทำแบบนั้น”“แสดงว่าคุณก็ชอบฟังสิ่งที่ผมพูดเหมือนกันใช่ไหม” เอเดนหัวเราะมาตามสาย แต่น้ำเสียงเขาช่างน่าฟังเหลือเกินในความรู้สึ
ความต้องการสองอย่างเกิดขัดแย้งกันอย่างรุนแรง คนแบบเอเดนไม่มีทางยอมให้ใครหรืออะไรมาบีบบังคับได้แน่ๆ เขาต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายเลือก ดังนั้นชายหนุ่มจึงหักพวงมาลัยจอดข้างทางแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดหาเลขาฯ ส่วนตัว“แฟรงค์หาเบอร์โทรศัพท์ที่จดทะเบียนในชื่อของมาดามแซนด์เบิร์กมาให้ผมทุกเบอร์”
บทที่ 5ค่ำนั้นเอเดนควบแม็คลาเรน 12 ซี สไปเดอร์ ซูเปอร์คาร์เปิดประทุนแล่นโฉบเฉี่ยวมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ของ ‘แมทธิว ไครซ์ตัน’ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทผู้มีคุณสมบัติน่าตะครุบไม่แพ้กัน ว่ากันว่าถ้าเอเดนเปรียบเสมือนซูสกลับชาติมาเกิด แมทธิวก็คือโพไซดอนทันทีที่ร่างสูงก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่น เจ้าของคฤหาสน์ซึ่งเป