Share

บทที่4

Author: ชุนกวงห่าว
เหลียงหยวนโจวยิ้มมองเธอ สายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม “สวยมาก แถมยังเหมาะกับคุณมากด้วย”

ทั้งสองสบตากันกลางอากาศ แววตาที่มองอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความรักที่ไม่ปิดบังเลย

ทั้งที่เธอกับเหลียงหยวนโจเป็นคนลองชุดแต่งงาน แต่พอมีเสินหลีอยู่ข้าง ๆ เธอกลับเหมือนมือที่สามคนหนึ่ง

สืออวี๋กำกระโปรงแน่น สายใยแห่งเหตุผลในหัวเหมือนถูกดีดขาด ดัง “เพี้ยะ” ในทันที

เธอยกชายกระโปรงขึ้น ค่อยๆเดินตรงไปหาเสินหลี

เสินหลีเห็นสืออวี๋เดินมา รอยยิ้มที่มุมปากยิ่งลึกขึ้น “คุณหนูสือ ชุดแต่งงานของคุณสวยมากเลยจริงๆ ฉันเห็นชุดแต่งงาน จู่ๆก็อยากลองใส่ดู คุณคงไม่ถือสามั้งคะ?”

“เพี้ยะ!”

สืออวี๋ยกมือขึ้นตบเธอโดยตรง ก่อนจะพูดชัดถ้อยชัดคำ “ตอนนี้คุณน่าจะรู้แล้วว่า ฉันถือสาหรือไม่”

สีหน้าของเหลียงหยวนโจวเปลี่ยนไปทันที “สืออวี๋ นี่คุณทำบ้าอะไรของคุณ?!”

เขารีบก้าวเข้ามาผลักสืออวี๋ออกไป แล้วยกคางของเสินหลีขึ้นตรวจดูว่าหน้าของเธอบาดเจ็บหรือไม่

กระโปรงชุดแต่งงานพองใหญ่ ประกอบกับรองเท้าส้นสูงแปดเก้าซม. ทำให้สืออวี๋ที่ถูกเหลียงหยวนโจวผลักขาพลิกและล้มลงไปกับพื้นทันที

แม้ความเจ็บปวดที่ข้อเท้าจะรุนแรงแทบขาดใจ แต่กลับเทียบกับความเจ็บลึกในหัวใจเพียงเสี้ยวเดียวไม่ได้เลย

ในอดีต เหลียงหยวนโจชแค่เห็นเธอหยดน้ำตาเพียงหยดเดียวก็ปวดใจแทบขาด แต่ตอนนี้กลับลงมือกับเธอเพียงเพราะผู้หญิงอีกคน

เหลียงหยวนโจวไม่แม้แต่จะเหลียวมองสืออวี๋ด้วยซ้ำ ขมวดคิ้วมองดูใบหน้าที่บวมแดงของเสินหลี พูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ “ผมพาคุณไปโรงพยาบาล”

เสินหลีส่ายหน้า ฝืนทนความแสบร้อนบนใบหน้าก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ประธานเหลียง ฉันไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวแค่ประคบเย็นก็ได้แล้ว อีกอย่างสิบเอ็ดโมงยังมีนัดกับคู่ค้า จะทำให้เสียงานเสียการไม่ได้นะคะ”

เห็นความอดกลั้นในดวงตาของเธอ เหลียงหยวนโจวก็โกรธจัด แต่ไม่ใช่เพราะเธอ แต่เป็นเพราะสืออวี๋

เขาหันกลับมา จ้องมองสืออวี๋จากที่สูงด้วยสายตาที่เย็นชา “ขอโทษซะ!”

สืออวี๋เงยหน้ามองเขา แววตานิ่งสงบ “ทำไมฉันต้องขอโทษ?”

“เธอตบคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล ไม่ควรขอโทษหรือไง? สืออวี๋ คุณกลายเป็นคนที่ไม่แยกแยะสถานที่ และดุร้ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ดวงตาที่จ้องมองเธอเหมือนไฟจะพุ่งออกมา และยังแฝงความผิดหวังไว้อีกด้วย

สืออวี๋ทนต่อความเจ็บปวดในขอเท้า กัดฟันทนพยายามลุกขึ้นยืน จ้องมองเขา

“เหลียงหยวนโจ คุณบอกว่าฉันเปลี่ยนไป?แล้วคุณไม่เปลี่ยนเลยหรือไง?”

เหลียงหยวนโจชะงักไป แต่ยังไม่ทันเอ่ย เสินหลีที่อยู่ข้างๆก็รีบดึงแขนเขาไว้ สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ประธานเหลียง คุณกับคุณหนูสืออย่าทะเลาะกันเลยนะคะ เป็นความผิดของฉันเอง……เมื่อกี้ฉันไม่ควรไปลองชุดแต่งงาน……ขอโทษค่ะ……”

เหลียงหยวนโจเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่หางตาของเธอ และพูดอย่างอ่อนโยนว่า “มันไม่เกี่ยวกับคุณ คุณไม่ต้องขอโทษ คนที่ควรขอโทษคือคนอื่น”

สืออวี๋อยากหัวเราะ แต่ดวงตากลับแดงก่ำ

อยู่ด้วยกันมาแปดปี……ยังเหลืออีกหนึ่งเดือนก็จะแต่งงานกันแล้ว แต่ในปากของเขากลับสามารถใช้คำว่าคนอื่นสองคนนี้มาแทน……

มองดูเสี้ยวหน้าที่เย็นชาของเขา สืออวี๋เริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วว่า เขาเคยรักเธอจริงเหรอ?

ถ้าเคยรัก ทำไมถึงโหดร้ายได้ขนาดนี้?

ถ้าไม่เคยรัก ความดีทั้งหมดที่เคยมีให้เธอในอดีตนั้นมันคืออะไร?

เมื่อปลอบใจเสินหลีเสร็จ เหลียงหยวนโจวก็หันไปมองสืออวี๋ด้วยแววตาที่เย็นชาและรังเกียจ

“ถ้าคุณไม่ขอโทษให้เสินหลี งั้นวันนี้ก็ไม่ต้องลองชุดแต่งงานแล้ว เรื่องงานแต่งก็เลื่อนออกไปด้วย”

สีหน้าของสืออวี๋ซีดเผือด แววตาที่มองดูเขาสิ้นหวังราวกับจะร้องไห้แต่ก็ไม่ร้อง

เขาปกป้องเสินหลีมากขนาดไหน เพียงเพราะเธอตบเสินหลีครั้งเดียว ก็ใช้การเลื่อนงานมาข่มขู่ให้เธอขอโทษ

ความเจ็บปวดของลูกศรหมื่นดอกปักกลางใจ มันเป็นอย่างนี้เอง

เธอนนึกภาพออกแล้วว่า ถ้าวันนี้เธอยอม ในอนาคตคงต้องเจ็บช้ำอีกนับครั้งไม่ถ้วน

แต่เธอ……ไม่อยากทำให้ตัวเองต้องเจ็บช้ำอีกแล้ว

“ก็ดี ถ้าคุณอยากเลื่อน ก็เลื่อนออกไปสิ”

เสียงเธอไม่ดังมาก แต่ดังพอให้เหลียงหยวนโจวกับเสินหลีได้ยิน

พูดจบ เธอก็ยกกระโปรงขึ้น หันหลังกลับ เดินกะเผลกเข้าห้องลองชุดด้วยหลังที่ยังคงตั้งตรง

มองดูแผ่นหลังของเธอ เหลียงหยวนโจวก็ขมวดคิ้วแน่น สายตามืดครึ้ม

เสียงระมัดระวังของเสินหลีดังแผ่วขึ้นข้างหู “ประ……ประธานเหลียง ฉันก่อเรื่องแล้วใช่ไหมคะ?”

ไม่รู้ว่าไม่ได้ยินหรือยังไง เหลียงหยวนโจวไม่ได้ตอบกลับ

เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จ เห็นข้อเท้าที่บวมขึ้นของสืออวี๋ พนักงานถึงกับร้องตกใจ “คุณหนูสือ เท้าคุณบวมแล้ว เดี๋ยวฉันเอาน้ำแข็งมาให้คุณประคบนะคะ”

สืออวี๋ก้มหน้าลง น้ำตาคลอ

คิดไม่ถึงว่าแม้แต่พนักงานร้านชุดแต่งงานที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง ยังใส่ใจเธอมากกว่าคู่หมั้นเธอเสียอีก

เพื่อผู้ชายคนหนึ่ง ทำให้ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอับอายแบบนี้ มันคุ้มจริงๆเหรอ?

เธอเม้มปาก แล้วฝืนยิ้มให้พนักงาน “ขอบคุณค่ะ”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ เป็นหน้าที่ของฉันเอง”

พนักงานกำลังจะเก็บชุดขึ้นแขวนใหม่ และไปเอาน้ำแข็ง ทันใดนั้นก็เห็นแสงวูบวาบบนพื้น

เธอก้มลงไปเก็บขึ้นมา พบว่าเป็นกำไลหกแฉกที่สืออวี๋ใส่ในมือก่อนหน้านี้ รีบถามว่า “คุณหนูสือ กำไลคุณหล่นบนพื้นค่ะ”

สืออวี๋กำลังเปลี่ยนชุด พอได้ยินแบบนี้แล้วก็หันหัวมา

เมื่อเห็นกำไลอันนั้น ดวงตาของเธอก็สว่างวาบขึ้นเล็กน้อย

“มันขาดแล้ว ใส่ไม่ได้แล้ว รบกวนคุณช่วยทิ้งให้ฉันที”

นั่นคือของขวัญวันเกิดปีครบรอบสามปี ที่เหลียงหยวนโจให้เธอ บนกำไลยังมีอักษรย่อชื่อทั้งสองสลักไว้อยู่เลย ด้านหลังตามด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษที่แทนความหมายของคำว่าตลอดกาล

ก่อนหน้านี้สืออวี๋ทะนุถนอมมันอย่างดี ไม่คิดว่าวันนี้มันจู่ๆมันก็ขาดลง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอคงเสียใจมากแน่ รู้สึกว่ามันเป็นลางร้าย

แต่ตอนนี้……ขาดก็ขาดเถอะ……

พนักงานอยากจะบอกว่ากำไลนี้แพงมาก น่าจะซ่อมได้ แต่เห็นสีหน้าที่ซีดเซียวของสืออวี๋ ลังเลไปสักพักก็ตัดสินใจไม่พูด แขวนชุดแต่งงานเรียบร้อย เอากำไลแล้วจากไป

เดินมาถึงถังขยะ พนักงานกำลังจะทิ้งกำไล จู่ๆเสียงที่เย็นชาก็ดังมาจากข้างๆ

“ในมือคุณคืออะไร?”

พนักงานสะดุ้ง หันหลังกลับมาเห็นสีหน้าที่เย็นชาของเหลียงหยวนโจว รีบพูดว่า “ประธานเหลียง นี่คือกำไลของคุณหนูสือค่ะ มันขาดตอนลองชุด เธอบอกว่าใส่ไม่ได้แล้ว ให้ฉันช่วยทิ้งให้เธอ”

แววตาของเหลียงหยวนโจวมีวคามเย็นวาบผ่านไป เขาจำได้ดีว่านั่นคือของขวัญวันเกิดที่เขาเคยส่งให้สืออวี๋

เพราะเขาเคยให้กำไลแบบเดียวกันกับเสินหลี ดังนั้นเธอเลยจงใจทิ้งกำไลที่ตัวเองส่งให้เธอทิ้ง เพื่อบีบบังคับให้เขาขอโทษงั้นเหรอ?

ออร่าโดยรอบของเขาทันใดก็หนักอึ้งขึ้นมาอย่างชัดเจน “ให้……”

ยังพูดไม่ทันจบ เสียงที่หวานใสของเสินหลีก็ดังขึ้น “ประธานเหลียง ฉันเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วค่ะ”

มือที่ยื่นออกไปของเหลียงหยวนโจวหยุดชะงัก ก่อนจะเก็บกลับอย่างไม่แยแส หันไปมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนอีกครั้ง

“ในเมื่อเปลี่ยนเสร็จแล้ว งั้นไปกันเถอะ”

“ทักทายคุณหนูสือก่อนแล้วค่อยไปเถอะค่ะ ว่าแต่ เมื่อกี้คุณคุยอะไรกับพนักงานหรือคะ?”

“ไม่มีอะไร ไม่ต้องรอเธอหรอก”

เสินหลีมองพนักงานอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามต่อเพราะรู้จักนิสัยของเหลียงหยวนโจวดี เรื่องที่เขาไม่อยากบอก ถามต่อไป ก็มีแต่จะทำให้เขารำคาญ

หลายปีมานี้ เธอใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้เพื่อสร้างความขัดแย้งมากมายระหว่างเหลียงหยวนโจวกับสืออวี๋

สืออวี๋เปลี่ยนชุดแต่งงานแล้วออกมา เหลียงหยวนโจวกับเสินหลีกำลังจะจากไป

หางตาเหลือบเห็นแผ่นหลังของทั้งสองที่เดินจากไปอย่างเคียงข้างกัน สืออวี๋ก็กำมือแน่นขึ้น ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์อะไร

เมื่อก่อนไม่รู้ว่าเคยเห็นจากไหนมาประโยคหนึ่งว่า เมื่อคุณสะสมความผิดหวังในตัวใครสักคนมามากพอแล้ว ก็จะจากไป

เธอคิดว่าความผิดหวังที่เธอมีต่อเหลียงหยวนโจว ก็เหมือนจะสะสมมามากพอแล้ว
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (3)
goodnovel comment avatar
ภูตะวันหวาน ทุนมี
อ่านแล้วเขาใจถึงความเจ็บปวดดีคะ
goodnovel comment avatar
petchrd
อยากรู้จบแบบไหน
goodnovel comment avatar
ชื่อ ตะวัน อะน่ะ
เรื่องนี่นางเอดควยมาเกิดเป็นทนายได้ไงอีเหียกูไปตั้งแต่มันไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นแล้วค่ะ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 550

    สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนออกจากลิฟต์ พลากล่าวว่า "มิน่าโรงแรมนี้ถึงราคาแพง ที่แท้ก็เอาเงินไปทุ่มกับค่าดอกไม้พวกนี้นี่เอง อีกอย่างทำไมดีไซน์ของร้านอาหารนี้ถึงดูแปลก ๆ ชอบกลนะ"เธอรู้สึกตะหงิดใจในการตกแต่งของร้านอาหารที่ดูโอ่อ่าเกินความจำเป็น แค่ร้านสำหรับรับประทานอาหาร ต้องทำให้วิจิตรตระการตาขนาดนี้เลยหรือ?"พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ"สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนเข้าไปในร้าน ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู ก็เหลือบไปเห็นซือห่าวอวี่นั่งอยู่ไม่ไกล นอกจากนี้ภายในร้านยังมีคุณย่าสือ สือหมิงฮุยกับโจวฉิน รวมถึงซ่งจื่ออินและคนอื่น ๆ อยู่ด้วยเธอชะงักเท้า หันมองทางคุณย่าสือพลางถามว่า "คุณย่าคะ ทำไมคุณย่าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?""แล้วไหนจะจื่ออินอีก... มาทำอะไรกันที่นี่คะ? แถมยังไม่บอกกล่าวกันสักคำ"เมื่อเธอพูดจบ ซือเยี่ยนซึ่งเดิมนั่งอยู่บนรถเข็นก็พลันลุกขึ้นยืน ล้วงกล่องกำมะหยี่ใส่แหวนออกมาจากกระเป๋า แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าสืออวี๋"อาอวี๋ ช่วงนี้ผมคิดทบทวนเรื่องราวมากมาย เอาแต่คิดว่าจะขอคุณแต่งงานที่ไหน จะขอยังไง และคุณจะตอบตกลงหรือไม่ จนสุดท้ายผมก็คิดได้ว่า ควรขอคุณแต่งงานต่อหน้าคร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 549

    ซือเยี่ยนปรายตามองหลานชายแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรหลังเสร็จสิ้นการฝึกเดินช่วงเช้า ขณะที่ซือห่าวอวี่กำลังจะกลับ ก็ถูกซือเยี่ยนเรียกตัวไว้"ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยหน่อย"ดวงตาของซือห่าวอวี่ฉายแววประหลาดใจ "อาเล็ก อายังมีเรื่องต้องให้ผมช่วยอีกเหรอครับ?""เรื่องเกี่ยวกับสืออวี๋น่ะ""เรื่องอะไรครับ?""ฉันจะขอเธอแต่งงาน อยากให้นายช่วยเป็นลูกมือหน่อย"ซือห่าวอวี่: "..."ห้านาทีต่อมา ซือเยี่ยนก็เล่าไอเดียคร่าว ๆ ของตนออกมา ก่อนปิดท้ายกับซือห่าวอวี่ว่า "คนอื่นฉันไม่ไว้ใจ นายช่วยไปจัดการเรื่องพวกนี้ให้ที ขั้นตอนฉันวางไว้หมดแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้ นายแค่เตรียมของตามขั้นตอนพวกนั้นให้เรียบร้อยก็พอ"เมื่อเห็นซือห่าวอวี่เงียบไป ซือเยี่ยนก็หรี่ตาลง "เป็นอะไรไป? หรือว่านายยังตัดใจจากอาอวี๋ไม่ได้?""ไม่ใช่ครับไม่ใช่ พี่สืออวี๋เขาชอบอานี่ครับ ผมจะไปกล้าคิดอะไรได้ยังไง อาเล็กวางใจได้เลย เรื่องนี้ผมดูแลเอง รับรองว่าเดี๋ยวจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน!""ก็ดี ฉันไม่มีอะไรแล้ว นายกลับไปเถอะ""รับทราบครับ..."หลังออกจากโรงพยาบาล ซือห่าวอวี่ก็ต่อสายหาเลขาทันที "คุณวางงานในมือลงก่อน ช่วงหลายวันนี้ไปจัดการเร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 548

    มือที่กำลังพับเสื้อผ้าของสืออวี๋หยุดชะงัก สีหน้าออกอาการขัดเขินเล็กน้อย เธอก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าคำพูดตัวเองจะย้อนศรกลับมาเล่นงานเร็วขนาดนี้ความจริงช่วงที่ป่วยไม่กี่วันนี้ ความโกรธเคืองที่มีต่อซือเยี่ยนก็มลายหายไปเกือบหมดแล้ว ยิ่งเมื่อครู่ได้เห็นคลิปวิดีโอที่ซือเยี่ยนล้มลง เธอก็นั่งไม่ติดเตรียมตัวจะไปเมืองหลวงทันที“ป้าอู๋ คิดไม่ถึงเลยว่าป้าจะจำได้ด้วย...”ป้าอู๋ยิ้มละไม “คุณหนูใหญ่ ป้าแค่ล้อเล่นค่ะ คุณหนูเก็บของเถอะ ป้าจะไปเรียนให้คุณท่านทราบเอง”“ค่ะ”เช้าวันรุ่งขึ้น สืออวี๋ก็ขึ้นเครื่องบินเที่ยวแรกสุดมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงเมื่อเธอไปถึงโรงพยาบาล ซือเยี่ยนก็ไม่ได้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยแล้วหลังทราบจากพยาบาลว่าซือเยี่ยนกำลังทำกายภาพบำบัด สืออวี๋ก็สอบถามสถานที่ให้แน่ชัดแล้วตรงไปที่นั่นทันทีภายในห้องกายภาพบำบัดเหงื่อกาฬไหลอาบร่างของซือเยี่ยน มือทั้งสองยันราวฝึกเดิน ถ่ายเทน้ำหนักตัวโน้มไปข้างหน้าอย่างช้า ๆเขาพยายามจะก้าวเดิน แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งคล้ายถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แม้จะทุ่มเทแรงกายจนสุดความสามารถ แต่ก็ยังไม่อาจขยับไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียวเมื่อเห็นเขาหน้าแดงก

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 547

    “ถ้าแกไม่ได้เป็นห่วง ก็คงไม่เฝ้ามองมือถือรอข่าวอยู่ทุกวี่วัน กินข้าวกินปลาไม่ลง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้หรอก”สืออวี๋: “...”เห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป คุณย่าสือก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “อาอวี๋ ถ้าแกเป็นห่วงจริง ๆ ก็ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเมืองหลวงเถอะ ย่าไม่ห้ามหรอก”เงียบไปครู่หนึ่ง สืออวี๋จึงหันไปมองคุณย่าสือ “คุณย่าคะ หนูยังไม่อยากยกโทษให้เขาเร็วขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เขาหลอกหนูตั้งนาน หนูอุตส่าห์ไปรอที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ เลยนะคะ”“ที่แกยอมไปเฝ้าหน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์ ก็เพราะตอนรถชน เขาปกป้องแกโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองไม่ใช่เหรอ? ความรู้สึกที่เขามีต่อแกเป็นของจริง อีกอย่างก่อนหน้านี้แกก็บอกเองว่า เขาตั้งใจจะรอให้ตัวเองหายดีก่อนค่อยมาหาที่เมืองเซิน ไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจแกสักหน่อย มองในมุมของเขา เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ”สืออวี๋ชักจะฉุนขึ้นมาเล็กน้อย “ย่าคะ ทำไมเข้าข้างคนอื่นแบบนี้ล่ะ? ย่าลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าหนูต่างหากที่เป็นหลานแท้ ๆ ของย่านะ”“ก็เพราะรู้ว่าเป็นหลานแท้ ๆ น่ะสิ ย่าถึงได้พูดแบบนี้ คนสองคนคบกัน มันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แกตัดใจปล

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 546

    สืออวี๋หลุบตาลง พลางพูดเชื่องช้า “ฉันเข้าใจแล้ว”พูดจบ เธอก็หันกายเตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ“อาอวี๋... อย่าไปนะ!”ซือเยี่ยนยื่นมือออกมารวบตัวเธอเข้าไปกอด รัดร่างเธอไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมมันคิดอะไรโง่เกินไป แถมยังทำร้ายจิตใจคุณอีก คุณจะให้ผมทำยังไงถึงจะยอมยกโทษ? ขอแค่คุณยอมยกโทษ จะลงโทษผมยังไงก็ได้ทั้งนั้น”“คุณปล่อยฉันก่อน”“ไม่ปล่อย ถ้าปล่อยคุณต้องหนีไปแน่ แล้วก็จะโกรธผม ดีไม่ดีอาจจะไม่ยอมเจอหน้าผมอีกเลยก็ได้”สืออวี๋รู้สึกทั้งโกรธทั้งขำ ตอนที่เขาหลอกเธอก่อนหน้านี้ ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?ตอนที่เห็นเธอเฝ้ารออยู่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลซือวันแล้ววันเล่าแต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?“ซือเยี่ยน คุณปั่นหัวฉันเล่นนี่มันสนุกนักเหรอ?”เมื่อถามออกไปแล้ว สืออวี๋ก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าวงแขนที่โอบกอดเธออยู่พลันแข็งเกร็งไปชั่วขณะ“อาอวี๋... ผมขอโทษ ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ”“ในเมื่อสำนึกผิดแล้ว ก็ปล่อยฉันสิคะ”“ไม่ปล่อย”ภายในรถตกอยู่ในความเงียบงัน แทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเงียบไปครู่ใหญ่ สืออวี๋ถึงพู

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 545

    เขาพยักหน้า “ตกลงครับ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ คุณต้องรีบกลับเลยนะครับ ร่างกายตัวเองสำคัญที่สุด”“ได้ค่ะ ฉันเข้าใจ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”พอกลับเข้ามาในคฤหาสน์ พ่อบ้านก็เดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าคุณย่าซือ “นายหญิงครับ คุณหนูสือไม่ยอมกลับครับ”คุณย่าซือยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนพูดว่า “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าความตั้งใจของสืออวี๋ที่อยากจะเจอเขา กับความตั้งใจของเขาที่ไม่อยากเจอสืออวี๋ ฝ่ายไหนจะแน่วแน่กว่ากัน”ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ริมถนนหน้าประตูคฤหาสน์เริ่มมีน้ำขังจนกลายเป็นลำธารสายน้อยแล้วสืออวี๋ยืนตากฝนอยู่อย่างนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงเศษ เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มแนบไปกับลำตัว ทั้งหนาวทั้งหิว แทบจะยืนไม่อยู่แล้วใบหน้าของเธอซีดขาว ร่างกายเริ่มโงนเงน ราวกับจะล้มพับลงไปกองกับพื้นได้ทุกวินาทีซือเยี่ยนนั่งอยู่ในรถ มองเธอผ่านม่านฝน ร่างกายแข็งเกร็ง ปลายนิ้วบีบด้ามจับประตูรถแน่นคนขับรถอดพูดไม่ได้ว่า “ประธานซือครับ คุณหนูสือตากฝนมาชั่วโมงกว่าแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ต้องไม่สบายแน่ ๆ ครับ”สิ้นเสียงของเขา ภายในรถก็ตกอยู่ในความเงียบ ผ่านไปหลายวินาที เสียงทุ้มต่ำของซือเยี่ยนถึงดังขึ้น“ขับรถเข้าไป”“ครั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status