Share

บทที่3

Author: ชุนกวงห่าว
สังเกตเห็นถึงสาายตาของเธอ เสินหลีรีบยกมือปิดกำไลทองที่ข้อมือ ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตกใจ ร่างกายย่อท่าทีพยายามหลบไปชิดเหลียงหยวนโจ

เหลียงหยวนโจดึงเธอมายืนหลังตัวเอง จ้องมองสืออวี๋ด้วยท่าทีที่สูงส่ง “คุณจ้องเสินหลีทำไม?”

ขอบตาของสืออวี๋แดงเล็กน้อย “เหลียงหยวนโจว ทำไมคุณถึงให้กำไลทองแบบเดียวกันกับเสินหลี? คุณเคยบอกแล้วว่านั่นเป็นของฉันคนเดียว”

“เสินหลีเคยเห็นคุณใส่ บอกว่าชอบมาก ผมก็คงเอาของคุณไปส่งให้เธอไม่ได้สินะ? อีกอย่างมันก็แค่กำไลอันเดียว คุณกลายเป็นคนใจแคบแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

ระหว่างคิ้วของเหลียงหยวนโจเต็มไปด้วยความเหลือทน เหมือนกำลังพูดเรื่องเล็กน้อยไร้สาระเรื่องหนึ่ง

ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ “แต่อดีตตอนคุณให้ฉัน เคยบอกว่า……”

ยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกเหลียงหยวนโจขมวดคิ้วขัดจังหวะ “สืออวี๋ อยู่กับอดีตตลอด มันมีความหมายนักเหรอ? คุณเองก็บอกแล้วนี่นะว่ามันคืออดีต”

เขาไม่ชอบที่สุดก็คือสืออวี๋ชอบพูดถึงเรื่องอดีต เพราะมันจะทำให้เขานึกถึงความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ และช่วงเวลาที่มืดมนในตอนนั้นของตนเอง

สืออวี๋เป็นคนที่อยู่ข้างเขาในตอนนั้น รู้ทุกความลำบากและความพังทลายของเขา ดังนั้นหลังจากประสบความสำเร็จ เขาจึงไม่อยากย้อนกลับไปจำวันเวลาที่ยากลำบากนั้น และเริ่มรำคาญสืออวี๋

สืออวี๋มองดูเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้า ราวกับแก้วที่ใกล้จะแตก

“ดังนั้น คำสัญญาที่คุณให้ไว้ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป สามารถทำลายได้อย่างง่ายดายเลยใช่ไหม?”

เหลียงหยวนโจมองดูเธอด้วยสายตาที่เย็นชา “ผมสัญญาว่าจะแต่งงานกับคุณ ดังนั้นคุณจะแต่ง ผมก็ยอมแล้ว คุณยังจะเอาอะไรอีก?”

“สืออวี๋ สิ่งเดียวที่ผมต้องขอโทษคุณคือ ไม่รักคุณแล้ว แต่ว่าแม้แต่ผมจะรักใครก็ตัดสินใจเองไม่ได้แล้วเหรอ?”

สืออวี๋กะพริบตา น้ำตาไหลลงมา

ที่แท้เมื่อผู้ชายเปลี่ยนใจแล้ว คำสัญญาที่เคยให้ไว้ก็จะกลายเป็นปราสาทที่ใช้ทรายสร้างขึ้นมา พอลมพัดมาก็ล้มสลายหมด

ไม่รักก็คือไม่รักแล้ว เขาทำได้ แต่เธอล่ะ? เธอจะทำอย่างไร?

จะบอกตัวเองให้ลืมช่วงเวลาที่รักกันในอดีตได้อย่างไร จะบอกตัวเองให้ยอมรับที่เขาเปลี่ยนใจไปได้อย่างไร แล้วจบอกให้ตัวเองยอมปล่อยเขาไปได้อย่างไร และปล่อยตัวเองไปด้วย……

เห็นสืออวี๋กัดริมฝีปากที่ซีด ไม่พูดอะไร เหลียงหยวนโจก็กอดเสินหลีแล้วจากไป ร่างเงาหายไปที่มุมอย่างรวดเร็ว

สืออวี๋กะพริบตาแสบขมอยู่สักครู่ ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนาน ก่อนจะปรับอารมณ์แล้วหันตัวกลับเข้าไปยังห้องส่วนตัว

จนถึงดึกๆ งานเลี้ยงเพิ่งจบ

สืออวี๋ยืนอยู่หน้าร้าน เห็นเพื่อนร่วมงานคนสุดท้ายจากไป จึงขับรถกลับบ้าน

กลับมาถึงบ้าน เปิดประตูห้องมืดสนิท เหมือนที่คิดว่าเหลียงหยวนโจยังไม่กลับมา

ภาพที่เขาจูบเสินหลีบนอ่างล้างหน้าผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง หัวใจเจ็บจึ๊กขึ้นมาอีก

เธอหลับตา บังคับน้ำตาไว้ไม่ให้ไหล

เดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เปิดกล่องเครื่องประดับ หยิบกำไลทองรูปดอกทิวลิปออกมา

อดีตกำลังที่เห็นเมื่อไหร่ก็ทำให้รู้สึกใจหวาน ตอนนี้แค่มองก็ทำให้เจ็บปวดใจยิ่งนัก

ในเมื่อไม่ได้เป็นของเธอเพียงผู้เดียว เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้อีก

กัดริมฝีปากอย่างขมขื่น สืออวี๋ก็ปล่อยมือ

กำไลหล่นจากมือร่วงลงถังขยะข้างล่าง ส่งเสียง ‘ติ๊ง’ หนึ่งครั้งพอดี เหมือนเติมเต็มความเจ็บปวดตอนที่เธอเห็นเสินหลีใส่กำไลนั้นจนหัวใจสะดุด

หลายวันต่อมา เหลียงหยวนโจวก็ไม่กลับ สืออวี๋ส่งข้อความเตือนเรื่องลองชุดแต่งงานในวันเสาร์ให้เขาทุกวัน เขาก็ไม่ตอบ

เช้าวันเสาร์ สืออวี๋ลุกอาบน้ำ แต่งหน้า ขณะกำลังแต่งหน้าได้รับข้อความจากเหลียงหยวนโจว

【ผมอยู่ที่ร้านชุดแต่งงาน】

มาถึงร้านชุดแต่งงาน เห็นเสินหลีที่อยู่ข้างๆและควงแขนเหลียงหยวนโจวไว้อย่างออดอ้อน สายตาของสืออวี๋ก็เย็นเฉียบทันที

“เหลียงหยวนโจว วันนี้เป็นวันลองชุดแต่งงานของเรา คุณพาเธอมาทำไม?”

เหลียงหยวนโจทำหน้านิ่ง เหมือนกันไม่รู้สึกว่ามันผิดตรงไหนเลย “ลองชุดเสร็จ ผมกับเธอจะไปคุยเรื่องงานร่วมมือ เรื่องเล็กๆแบบนี้ก็ต้องโวยวายด้วยเหรอ?”

“เรื่องเล็ก? ในสายตาคุณ มันเป็นแค่เรื่องเล็กเรื่องหนึ่งจริงเหรอ?”

วันลองชุดแต่งงานของพวกเขา แต่เขากลับพาชู้สาวของตัวเองมาทำให้เธออึดอัดใจ แล้ววันแต่งงาน เขาก็จะให้เสินหลีมาเข้าร่วมด้วยหรือ?

เสินหลีปล่อยแขนเหลียงหยวนโจว สีหน้าตื่นตื่นตระหนกเล็กน้อย “ประธานเหลียง ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ควรมา……ฉันกลับบริษัทก่อน……รอคุณลองชุดแต่งงานเสร็จแล้วฉันค่อย……”

“ไม่ต้อง”

เขาหันไปมองสืออวี๋ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เธอจะลองไหม? ผมยุ่งมาก ไม่ได้ว่างมาเสียเวลาตรงนี้กับคุณนะ”

สืออวี๋รู้จักเขาดี เมื่อเขาขมวดคิ้วแบบนี้ หมายถึงสุดทนแล้ว

ถ้าตอนนี้เธอบอกว่าไม่ลอง เขาก็จะหันหลังและเดินจากไปแน่นอน

ไม่ได้พูดอะไรอีก สืออวี๋หันหลังเดินเข้าร้านชุดแต่งงานโดยตรง

ก้าวเข้าร้านชุดแต่งงาน พนักงานยิ้มต้อนรับทันที

เมื่อเห็นเหลียงหยวนโจที่อยู่ด้านหลังสืออวี๋ และเสินหลีที่อยู่ข้างกายเหลียงหยวนโจ สายตาของเธอฉายแววไม่คาดคิด บนใบหน้ายังคงยิ้มแย้มเหมือนเดิม

“ประธานเหลียง คุณหนูสือ สวัสดีตอนเช้า ชุดแต่งงานที่สั่งทำมาถึงแล้วค่ะ ฉันพาคุณไปลองนะคะ”

สืออวี๋เคยเรียนออกแบบมาบ้าง ชุดแต่งงานนี้ใช้เวลาครึ่งปีออกแบบภายใต้คำแนะนำของนักออกแบบชื่อดังคนหนึ่งในประเทศ เธอทุ่มเทใจไปไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ตอนเห็นเสินหลี ทุกความหวังของเธอก็พังทลายหมดในชั่วพริบตา ตอนนี้เหลือเพียงทำหน้าที่ให้เสร็จ

เธอพยักหน้าอย่างเหนื่อยล้า “โอเค”

เดินตามพนักงานไปที่โซนลองชุด สืออวี๋เห็นชุดแต่งงานของเธอวางอยู่กลางห้อง

ชุดแต่งงานเป็นแบบเกาะอก ด้านบนปักดอกทิวลิปที่เธอชื่นชอบอย่างประณีตบนผ้าตาข่ายและลูกไม้ ด้วยเทคนิคปักแบบฝรั่งเศส ดูมีชีวิตชีวาราวกับดอกไม้กำลังเติบโตออกมาจากลูกไม้เลยทีเดียว

รอบเอวประดับด้วยไข่มุกเรียงเป็นวงเล็กดุจดาวเต็มฟ้า ส่องประกายระยิบระยับใต้แสงไฟ กระโปรงด้านหน้าทำจากผ้าซาติน ส่วนด้านหลังเป็นซาตินผสมลูกไม้สามชั้นเป็นหางยาว เบาและพริ้ว สืออวี๋แทบละสายตาไม่ได้

“คุณหนูสือ ชุดนี้เพิ่งเอามาถึงเช้านี้ ลูกค้าหลายท่านเห็นแล้วก็อยากลองใส่ดู คุณใส่แล้วคงสวยมากเลยค่ะ”

เสินหลีก็เห็นชุดแต่งงานชุดนั้นในทันที ในดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและอิจฉา “ใช่ สวยมากเลยนะ! ก่อนหน้านี้ฉันก็ได้ยินมาแล้วว่าชุดแต่งงานของคุณสือเธอเป็นคนออกแบบเอง คุณสือเก่งมากเลยค่ะ!ใช่ไหมคะ ประธานเหลียง?”

เสียงหวานเลี่ยนของเธอดังขึ้นข้างหู สืออวี๋รู้สึกราวกับกลืนแมลงวันเข้าไป น่าขยะแขยงจนแทบทนไม่ไหว

กำลังจะพูด ก็เห็นเหลียงหยวนโจวก้มลงมองเสินหลีด้วยสายตาอ่อนโยน เอามือลูบหัวเธอ

“คุณก็ไม่เลว ไม่งั้นก็คงไม่ได้เป็นเลขาของผม”

เสินหลีมองเขาด้วยความโกรธเล็กน้อย “คุณก็เอาแต่ล้อฉันอยู่ได้”

วินาทีนั้น สืออวี๋ก็ไม่อยากพูดอะไรอีกเลย

ยังจะพูดอะไรได้อีก?

ที่เสินหลีสามารถโผล่มาที่นี่เพื่อมาทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงได้ สุดท้ายแล้วก็เป็นเพราะเหลียงหยวนโจเป็นคนหนุนหลังให้ความมั่นใจเธอ

พนักงานข้างๆก็เจอสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ครั้งแรก พูดด้วยความระมัดระวัง “คุณหนูสือ……ชุดแต่งงาน ยังจะลองอยู่ไหมค่ะ?”

สืออวี๋หันกลับไป ตอบด้วยสีหน้าเฉยชา “ลอง”

พนักงานเอาชุดแต่งงานลงมาอย่างระมัดระวัง พาสืออวี๋เข้าไปในห้องลอง

เพราะด้านหลังชุดมีลูกไม้และสายรัดอยู่ ใส่ยาก ต้องใช้เวลานานกว่าสิบกว่านาที ถึงจะใส่เสร็จ

ซืออวี๋นั้นงดงามอยู่แล้ว ผิวขาวดุจหิมะ ใบหน้าละมุนงดงาม ดุจดอกบัวที่เบ่งบานเต็มที่ อ่อนช้อยน่าหลงใหล มิเช่นนั้นในอดีตเหลียงหยวนโจก็คงไม่ตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกพบหรอก

เธอที่สวมชุดแต่งงาน ยิ่งทำให้คนไม่อาจละสายตาได้

พนักงานจัดกระโปรงให้เธอแล้วพลางพูดว่า "คุณหนูสือ ถ้าฉันไม่ใช่ผู้หญิง คงหลงใหลคุณไปแล้ว"

สืออวี๋ก้มหน้าลงแล้วฝืนยิ้ม "ขอบคุณค่ะ"

เมื่อเห็นว่าเธออารมณ์ไม่ดี พนักงานก็ถอนหายใจยาว และไม่กล้าพูดอะไรอีก

เมื่อม่านห้องลองชุดเปิดออก เหลียงหยวนโจก็กำลังตอบข้อความลูกค้าในไลน์อยู่ ส่วนเสินหลีก็ไม่รู้ไปไหนแล้ว

พนักงานข้างๆ เตือนเขา "ประธานเหลียง คุณหนูสือเปลี่ยนชุดแต่งงานเสร็จแล้วค่ะ"

เหลียงหยวนโจเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาเหลือบมองบนตัวของสืออวี๋อย่างเฉยชา

"ก็ธรรมดาดี"

เขารู้สึกว่ามันธรรมดาจริง เพราะตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับสืออวี๋อีกแล้ว ต่อให้เธอยืนเปลือยกายอยู่ตรงหน้า เขา เขาก็ไม่มีอารมณ์อะไรเลย

ในใจของสืออวี๋รู้สึกผิดหวัง ปีแรกที่พวกเขาคบกัน เคยคุยกันว่าตอนแต่งงานจะใส่ชุดแต่งงานแบบไหน

เหลียงหยวนโจบอกว่าเธอใส่อะไรก็สวยที่สุด ตอนเธอลองชุดแต่งงาน เขาคงน้ำตาไหลพรากด้วยความตื่นเต้นแน่ๆ เพราะในที่สุดเขาก็จะได้แต่งงานกับเธอ

มันเป็นแค่เรื่องเล็กๆเรื่องหนึ่ง เขาคงลืมไปนานแล้วสินะ

เวลาแปดปี มันนานมากจริง นานจนสามารถทำให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นได้

มันยังนานจน พอที่จะลบใครบางคนออกไปจากใจอย่างช้าๆ

เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่อึดอัดระหว่างทั้งสอง พนักงานกำลังจะไกล่เกลี่ย แต่ทันใดนั้นม่านห้องลองชุดตรงข้ามก็เปิดออก เสินหลีที่สวมชุดแต่งงาน ยิ้มมุมปาก หันไปมองเหลียงหยวนโจอย่างสง่างามเป็นธรรมชาติ

"ประธานเหลียง คิดไม่ถึงว่าชุดแต่งงานที่คุณเลือกจะพอดีตัวขนาดนี้ เป็นยังไงบ้าง?"
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
petchrd
อยากรู้บทสรุป
goodnovel comment avatar
petchrd
น่าติดตามเรื่องราว
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 550

    สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนออกจากลิฟต์ พลากล่าวว่า "มิน่าโรงแรมนี้ถึงราคาแพง ที่แท้ก็เอาเงินไปทุ่มกับค่าดอกไม้พวกนี้นี่เอง อีกอย่างทำไมดีไซน์ของร้านอาหารนี้ถึงดูแปลก ๆ ชอบกลนะ"เธอรู้สึกตะหงิดใจในการตกแต่งของร้านอาหารที่ดูโอ่อ่าเกินความจำเป็น แค่ร้านสำหรับรับประทานอาหาร ต้องทำให้วิจิตรตระการตาขนาดนี้เลยหรือ?"พวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะครับ"สืออวี๋เข็นรถเข็นพาซือเยี่ยนเข้าไปในร้าน ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู ก็เหลือบไปเห็นซือห่าวอวี่นั่งอยู่ไม่ไกล นอกจากนี้ภายในร้านยังมีคุณย่าสือ สือหมิงฮุยกับโจวฉิน รวมถึงซ่งจื่ออินและคนอื่น ๆ อยู่ด้วยเธอชะงักเท้า หันมองทางคุณย่าสือพลางถามว่า "คุณย่าคะ ทำไมคุณย่าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?""แล้วไหนจะจื่ออินอีก... มาทำอะไรกันที่นี่คะ? แถมยังไม่บอกกล่าวกันสักคำ"เมื่อเธอพูดจบ ซือเยี่ยนซึ่งเดิมนั่งอยู่บนรถเข็นก็พลันลุกขึ้นยืน ล้วงกล่องกำมะหยี่ใส่แหวนออกมาจากกระเป๋า แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าสืออวี๋"อาอวี๋ ช่วงนี้ผมคิดทบทวนเรื่องราวมากมาย เอาแต่คิดว่าจะขอคุณแต่งงานที่ไหน จะขอยังไง และคุณจะตอบตกลงหรือไม่ จนสุดท้ายผมก็คิดได้ว่า ควรขอคุณแต่งงานต่อหน้าคร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 549

    ซือเยี่ยนปรายตามองหลานชายแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไรหลังเสร็จสิ้นการฝึกเดินช่วงเช้า ขณะที่ซือห่าวอวี่กำลังจะกลับ ก็ถูกซือเยี่ยนเรียกตัวไว้"ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยหน่อย"ดวงตาของซือห่าวอวี่ฉายแววประหลาดใจ "อาเล็ก อายังมีเรื่องต้องให้ผมช่วยอีกเหรอครับ?""เรื่องเกี่ยวกับสืออวี๋น่ะ""เรื่องอะไรครับ?""ฉันจะขอเธอแต่งงาน อยากให้นายช่วยเป็นลูกมือหน่อย"ซือห่าวอวี่: "..."ห้านาทีต่อมา ซือเยี่ยนก็เล่าไอเดียคร่าว ๆ ของตนออกมา ก่อนปิดท้ายกับซือห่าวอวี่ว่า "คนอื่นฉันไม่ไว้ใจ นายช่วยไปจัดการเรื่องพวกนี้ให้ที ขั้นตอนฉันวางไว้หมดแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้ นายแค่เตรียมของตามขั้นตอนพวกนั้นให้เรียบร้อยก็พอ"เมื่อเห็นซือห่าวอวี่เงียบไป ซือเยี่ยนก็หรี่ตาลง "เป็นอะไรไป? หรือว่านายยังตัดใจจากอาอวี๋ไม่ได้?""ไม่ใช่ครับไม่ใช่ พี่สืออวี๋เขาชอบอานี่ครับ ผมจะไปกล้าคิดอะไรได้ยังไง อาเล็กวางใจได้เลย เรื่องนี้ผมดูแลเอง รับรองว่าเดี๋ยวจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน!""ก็ดี ฉันไม่มีอะไรแล้ว นายกลับไปเถอะ""รับทราบครับ..."หลังออกจากโรงพยาบาล ซือห่าวอวี่ก็ต่อสายหาเลขาทันที "คุณวางงานในมือลงก่อน ช่วงหลายวันนี้ไปจัดการเร

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 548

    มือที่กำลังพับเสื้อผ้าของสืออวี๋หยุดชะงัก สีหน้าออกอาการขัดเขินเล็กน้อย เธอก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าคำพูดตัวเองจะย้อนศรกลับมาเล่นงานเร็วขนาดนี้ความจริงช่วงที่ป่วยไม่กี่วันนี้ ความโกรธเคืองที่มีต่อซือเยี่ยนก็มลายหายไปเกือบหมดแล้ว ยิ่งเมื่อครู่ได้เห็นคลิปวิดีโอที่ซือเยี่ยนล้มลง เธอก็นั่งไม่ติดเตรียมตัวจะไปเมืองหลวงทันที“ป้าอู๋ คิดไม่ถึงเลยว่าป้าจะจำได้ด้วย...”ป้าอู๋ยิ้มละไม “คุณหนูใหญ่ ป้าแค่ล้อเล่นค่ะ คุณหนูเก็บของเถอะ ป้าจะไปเรียนให้คุณท่านทราบเอง”“ค่ะ”เช้าวันรุ่งขึ้น สืออวี๋ก็ขึ้นเครื่องบินเที่ยวแรกสุดมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงเมื่อเธอไปถึงโรงพยาบาล ซือเยี่ยนก็ไม่ได้อยู่ในห้องพักผู้ป่วยแล้วหลังทราบจากพยาบาลว่าซือเยี่ยนกำลังทำกายภาพบำบัด สืออวี๋ก็สอบถามสถานที่ให้แน่ชัดแล้วตรงไปที่นั่นทันทีภายในห้องกายภาพบำบัดเหงื่อกาฬไหลอาบร่างของซือเยี่ยน มือทั้งสองยันราวฝึกเดิน ถ่ายเทน้ำหนักตัวโน้มไปข้างหน้าอย่างช้า ๆเขาพยายามจะก้าวเดิน แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งคล้ายถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แม้จะทุ่มเทแรงกายจนสุดความสามารถ แต่ก็ยังไม่อาจขยับไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียวเมื่อเห็นเขาหน้าแดงก

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 547

    “ถ้าแกไม่ได้เป็นห่วง ก็คงไม่เฝ้ามองมือถือรอข่าวอยู่ทุกวี่วัน กินข้าวกินปลาไม่ลง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้หรอก”สืออวี๋: “...”เห็นสีหน้าของเธอเปลี่ยนไป คุณย่าสือก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “อาอวี๋ ถ้าแกเป็นห่วงจริง ๆ ก็ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเมืองหลวงเถอะ ย่าไม่ห้ามหรอก”เงียบไปครู่หนึ่ง สืออวี๋จึงหันไปมองคุณย่าสือ “คุณย่าคะ หนูยังไม่อยากยกโทษให้เขาเร็วขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เขาหลอกหนูตั้งนาน หนูอุตส่าห์ไปรอที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ เลยนะคะ”“ที่แกยอมไปเฝ้าหน้าคฤหาสน์ตระกูลซือตั้งหนึ่งอาทิตย์ ก็เพราะตอนรถชน เขาปกป้องแกโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองไม่ใช่เหรอ? ความรู้สึกที่เขามีต่อแกเป็นของจริง อีกอย่างก่อนหน้านี้แกก็บอกเองว่า เขาตั้งใจจะรอให้ตัวเองหายดีก่อนค่อยมาหาที่เมืองเซิน ไม่ได้อยากทำร้ายจิตใจแกสักหน่อย มองในมุมของเขา เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ”สืออวี๋ชักจะฉุนขึ้นมาเล็กน้อย “ย่าคะ ทำไมเข้าข้างคนอื่นแบบนี้ล่ะ? ย่าลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าหนูต่างหากที่เป็นหลานแท้ ๆ ของย่านะ”“ก็เพราะรู้ว่าเป็นหลานแท้ ๆ น่ะสิ ย่าถึงได้พูดแบบนี้ คนสองคนคบกัน มันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แกตัดใจปล

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 546

    สืออวี๋หลุบตาลง พลางพูดเชื่องช้า “ฉันเข้าใจแล้ว”พูดจบ เธอก็หันกายเตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ“อาอวี๋... อย่าไปนะ!”ซือเยี่ยนยื่นมือออกมารวบตัวเธอเข้าไปกอด รัดร่างเธอไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ผมขอโทษ ผมรู้ว่าผมมันคิดอะไรโง่เกินไป แถมยังทำร้ายจิตใจคุณอีก คุณจะให้ผมทำยังไงถึงจะยอมยกโทษ? ขอแค่คุณยอมยกโทษ จะลงโทษผมยังไงก็ได้ทั้งนั้น”“คุณปล่อยฉันก่อน”“ไม่ปล่อย ถ้าปล่อยคุณต้องหนีไปแน่ แล้วก็จะโกรธผม ดีไม่ดีอาจจะไม่ยอมเจอหน้าผมอีกเลยก็ได้”สืออวี๋รู้สึกทั้งโกรธทั้งขำ ตอนที่เขาหลอกเธอก่อนหน้านี้ ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?ตอนที่เห็นเธอเฝ้ารออยู่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลซือวันแล้ววันเล่าแต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทำไมถึงไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธ?“ซือเยี่ยน คุณปั่นหัวฉันเล่นนี่มันสนุกนักเหรอ?”เมื่อถามออกไปแล้ว สืออวี๋ก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าวงแขนที่โอบกอดเธออยู่พลันแข็งเกร็งไปชั่วขณะ“อาอวี๋... ผมขอโทษ ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ”“ในเมื่อสำนึกผิดแล้ว ก็ปล่อยฉันสิคะ”“ไม่ปล่อย”ภายในรถตกอยู่ในความเงียบงัน แทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันเงียบไปครู่ใหญ่ สืออวี๋ถึงพู

  • คุณกับเลขาเกิดมาคู่กัน แล้วจะมาคุกเข่าในงานแต่งฉันทำไม?   บทที่ 545

    เขาพยักหน้า “ตกลงครับ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ คุณต้องรีบกลับเลยนะครับ ร่างกายตัวเองสำคัญที่สุด”“ได้ค่ะ ฉันเข้าใจ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”พอกลับเข้ามาในคฤหาสน์ พ่อบ้านก็เดินเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าคุณย่าซือ “นายหญิงครับ คุณหนูสือไม่ยอมกลับครับ”คุณย่าซือยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนพูดว่า “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าความตั้งใจของสืออวี๋ที่อยากจะเจอเขา กับความตั้งใจของเขาที่ไม่อยากเจอสืออวี๋ ฝ่ายไหนจะแน่วแน่กว่ากัน”ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ริมถนนหน้าประตูคฤหาสน์เริ่มมีน้ำขังจนกลายเป็นลำธารสายน้อยแล้วสืออวี๋ยืนตากฝนอยู่อย่างนั้นอีกหนึ่งชั่วโมงเศษ เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มแนบไปกับลำตัว ทั้งหนาวทั้งหิว แทบจะยืนไม่อยู่แล้วใบหน้าของเธอซีดขาว ร่างกายเริ่มโงนเงน ราวกับจะล้มพับลงไปกองกับพื้นได้ทุกวินาทีซือเยี่ยนนั่งอยู่ในรถ มองเธอผ่านม่านฝน ร่างกายแข็งเกร็ง ปลายนิ้วบีบด้ามจับประตูรถแน่นคนขับรถอดพูดไม่ได้ว่า “ประธานซือครับ คุณหนูสือตากฝนมาชั่วโมงกว่าแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ต้องไม่สบายแน่ ๆ ครับ”สิ้นเสียงของเขา ภายในรถก็ตกอยู่ในความเงียบ ผ่านไปหลายวินาที เสียงทุ้มต่ำของซือเยี่ยนถึงดังขึ้น“ขับรถเข้าไป”“ครั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status