LOGINวันนี้เป็นวันแรก คุณกำนันเลยแค่พาชมไร่พักใจ และพาไปเลี้ยงข้าวเที่ยง จากนั้นก็เป็นอันจบวันนี้ เพื่อให้พวกเราได้ไปขนของมาไว้ที่นี่ สรุปคือเราทั้งสี่คนนอนที่เรือนของกำนัน และตอนนี้ยัยเมเปิ้ลก็หายหัวไปนานแล้ว แน่นอนว่ามันน่าจะเช่าคอนโดไว้เหมือนฉัน พอเห็นหน้าเจ้าของไร่ก็ตัดสินใจทิ้งคอนโดมาอยู่ที่นี่ จะว่าไรมันไม่ได้หรอก ฉันเองก็ทำแบบนั้น แรดจริง ๆ หมายถึงตัวฉันเอง ถือว่าเป็นการลงทุนระยะยาวแล้วกัน ถ้าได้กำนันเป็นสามีนะ สบายไปทั้งชาติ ไหนจะตื่นมาเจอหน้าหล่อ ๆ ทุกวันอีก ฟินอ่า
“นี่เจ๊ อย่าคิดนะว่าลดาไม่รู้ว่าเจ๊คิดจะทำอะไร” ลดาพูดขึ้นมาดื้อ ๆ ตอนนี้เธอกำลังขับรถพาฉันมาเก็บเสื้อผ้าขนของ สรุปคือฉันต้องจ้างรถกระบะขนของอีกสินะ แค่บีเอ็มไม่น่าไหว วันนี้เอาของไปเท่าที่จำเป็นก่อน “อะไร๊ ไม่มี๊” ฉันตอบเสียงสูง คิดไว้อยู่แล้วว่าลดาต้องรู้ ไม่รู้ก็บ้า ฉันถึงขนาดยอมทิ้งคอนโด “ชอบเขามากเลยเหรอเจ๊ แต่เขาดูอายุเยอะมากแล้วนะ” “เยอะแล้วไง นี่แหละยิ่งโดนใจ มึงไม่เห็นหน้าเขาเหรอ โคตรหล่อ หุ่นอีก หืมม” แค่พูดยังเขิน นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เจอคนตรงสเปกขนาดนี้ ล่าสุดก็ไอ้ธีร์ แต่ช่างหัวมัน กำนันหล่อกว่า รวยกว่ามันเยอะ “ไอ้หล่อ มันก็หล่อ แต่เจ๊ อายุมันไม่มากไปเหรอ ดูก็รู้ว่าเลขสี่แน่ ๆ แถมหล่อรวยขนาดนั้น จะโสดมาจนถึงตอนนี้เหรอ มีเมียมีลูกแล้วมั้ง” “เออหวะ ไม่รู้เลยว่าเขาโสดไหม โอ๊ย คิดไปไกลแล้วด้วยอ่ะ” จะร้องไห้ อย่ามีเมียเลยนะกำนัน ฉันยกมือไหว้แบบจริงจัง จริงจังจริง ๆ นะ เจอคนถูกใจมันไม่ได้ง่ายนะ “ยังไงลดาก็ว่าอายุมันมากไปอยู่ดี” “ฉันยี่สิบห้าแล้วนะ ไม่ใช่ยี่สิบสองแบบแก ไม่เป็นไรหรอก มันโอเคเลยแหละ ลงตัวสุด ๆ” “แล้วแต่เจ๊แล้วกัน แต่เขาจะเอาเจ๊ไหมก็อีกเรื่อง นอกจากจะหล่อรวยแล้ว คุณกำนันก็ดูจะมีความคิดเอามาก ๆ” “เอ้าอีนี่ กูไม่สวยหรือไง เต่งตึง หน้าสวย หุ่นนางแบบขนาดนี้ เขาจะไม่หลงมาชอบกูสักนิดเลยหรือไง” บอกเลยว่าความมั่นฉันมาสุด “เรื่องแบบนี้ให้คนอื่นเป็นคนพูดเถอะเจ๊” ฉันส่งมือไปตีมันเรียบร้อยแล้ว ปากนี่สุด ๆ เพื่อนกันจริงป๊ะ “ล้อเล่น ไอ้สวยอะมันสวย แต่การที่กำนันจะมาคบกับเด็กฝึกงานเนี่ย มันยากไงเจ๊” “ก็จริง.... งั้นกูลาออกตอนนี้เลย แล้วสมัครเป็นพนักงานแทน” “โอ๊ยเจ๊ พอเถอะเรื่องซิ่ว ปีนี้ก็จบแล้วนะ” “เห้อ มึงพูดให้กูท้อ กูชอบเขาจริง ๆ นะ เหมือนรักแรกพบอะ” ฉันไม่เคยพูดจาแบบนี้มาก่อนและนี่คือครั้งแรก “เจ๊พูดไร ไหนบอกไม่ชอบเลี่ยน ๆ” “เห้อ ขับรถไปเถอะ” ฉันถอนหายใจยาว ถึงคำพูดของลดาจะทำให้ฉันอารมณ์ไม่ดี แต่ก็ถูกของมันทุกอย่าง เขาเป็นถึงเจ้าของไร่ จะมาคบกับเด็กฝึกงานเหรอ แล้วถ้าคบจะเป็นขี้ปากคนอื่นไหม แน่ ๆ เลยแหละ เศร้าอะ คนตัวเล็กถอนหายใจยาวอีกครั้ง บ้านของกำนันดูดีกว่าที่คิดมาก ตอนฉันพาลดาขึ้นเอาของไปเก็บก็ไปสำรวจมาบ้างแล้ว เป็นบ้านไม้สักทองชั้นเดียวยกสูง ก็ว่าอยู่ทำไมถึงให้นอนเรือนเดียวกันได้เพราะเป็นบ้านไม้ยกพื้นสองหลังเชื่อมต่อกันด้วยชานกลาง ห้องเดี่ยว ๆ ของกำนันอยู่อีกฝั่ง ส่วนห้องพวกเราอยู่อีกฝั่ง ทำไมถึงสร้างมาหลายห้องนักนะ แน่นอนว่าไม่ได้เพื่อเด็กฝึกงานอยู่แล้ว เหมือนสร้างสำหรับครอบครัวใหญ่มากกว่า แต่ว่าให้เรานอนได้แปลว่าไม่ได้มีครอบครัวใหญ่ไง แต่ทำไมไม่มีล่ะ ช่างเถอะ เอาเป็นว่าแยกกันโอเคเลย เหมาะสม ห้องน้ำ ห้องครัวดีหมด ใช้แยกกับกำนันทุกอย่าง ตู้เย็นก็คนละตู้ ทุกอย่างคือคนละฝั่ง เหมือนกับว่าเขาอยู่แค่อีกฝั่ง แต่ฝั่งที่เราอยู่ก็สะอาดสะอ้านเหมือนถูกดูแลอยู่ตลอดน่าจะมีแม่บ้าน เอาเป็นว่าดีเลย ถึงห้องจะไม่หรูมีแอร์แบบคอนโด แต่ก็อยู่ได้สบาย แต่ทรงบ้านไม้สักทองสวยงามเหมือนบ้านสมัยก่อน ฉันชอบนะ ชอบเจ้าของบ้านด้วย... “กินข้าวเย็น กับข้าวเสร็จหมดแล้วนะ ลงมากินกัน” เสียงตะโกนของกำนันดังจนน่าจะได้ยินกันทุกคน ลดายิ้มหวานขึ้นมาทันที เพราะมันเพิ่งบ่นว่าหิวได้ไม่นาน เราสี่คนลงไปข้างล่างพร้อมกัน กลิ่นแกงเขียวหวานหอมคลุ้งไปทั่วด้านล่าง คนงานทุกคนกำลังตักขนมจีนแกงเขียวหวานใส่ชาม เหมือนว่าที่นี่จะเลี้ยงอาหารมื้อเย็นพนักงาน ทุกคนนั่งกินตามพื้น ตามเก้าอี้รอบบ้าน กำนันเองก็นั่งอยู่ตรงนั้น แถม เขาไม่ได้ใส่เสื้อ กล้ามเป็นมัด ๆ ซิกแพคเรียงตัวชัด หุ่นนี้ไม่ได้เพิ่งปั้น แต่มีมานานแล้วแน่ ๆ ผิวเข้ม ๆ กับกล้ามเป็นมัด หน้าคมฉบับไทบ้าน ยังไม่ทันกินข้าวก็อิ่มแล้วเนี่ย “มา ๆ แซ่บนำกันเด้อ กินข้าวปุ้นแกงเขียวหวานนำกัน แซ่บอิหลี จานกะช้อนอยู่พุ่น” “อะไรนะคะ” เมเปิ้ลถามด้วยสีหน้าสงสัย ตอนแรกก็คิดว่าภาษาอีสานไม่ได้ยาก พอมาเจอคนท้องถิ่นพูด พูดไวจนฟังไม่ได้ความสักนิด “เขาชวนกินขนมจีนแกงเขียวหวาน จานกับช้อนอยู่ตรงนั้น” เอวาพูดเสียงเรียบ ไม่รู้ว่าเกิดมามีอยู่หน้าเดียวหรือไง แต่มีคนคอยแปลให้ก็ดีไป เราสี่คนเรียงแถวกันตักแกงเขียวหวานไก่ ฉันหยีบขนมจีนสามจับว่าเยอะแล้วนะ แต่ลดาหยิบไปห้าจับ ตัวมีแค่นั้นไม่รู้มันเอาไปไว้ตรงไหน “แค่นั้นอิ่มเหรอเมเปิ้ล เดี๋ยวตอนกลางคืนก็หิวอีกหรอก ขนมจีนมันไม่อยู่ท้องนะ” เสียงเอวาดังขึ้นอีกครั้ง “นี่เอวา อย่าเป็นห่วงเรานักเลย บอกแล้วไงว่าลดความอ้วนอยู่ ความจริงไม่ควรกินข้าวเย็นด้วยนะ ฉันกินก็ดีแค่ไหนแล้ว” “ตามใจเมเปิ้ลแล้วกัน” สองคนนั้นมันคบกันได้ยังไงนะ.... ฉันละความสนใจจากสองคนนั้นและไปนั่งริม ๆ กับลดาสองคน ส่วนสองคนนั้นก็นั่งอยู่ไม่ห่างจากฉันมาก “พวกหนูมาจากกรุงเทพบ่ แล้วคือจั่งอยากมาฝึกงานอยู่ไร่นี่ล่ะ มันมีหยังดึงดูดใจ ป้าแค่อยากฮู้ซือ ๆ” “อะไรนะคะ” ยัยเมเปิ้ลอีกแล้ว “โอ๊ย ยายบัว เว้าอีสานเด็ก ๆ เขาฟังบ่ฮู้เรื่อง” เสียงผู้ชายตะโกน น่าจะเป็นคนงาน “เอ่อคือว่า อยากมาอยู่ธรรมชาติบ้างค่ะ เบื่อกรุงเทพ ฝุ่นเยอะ รถติด แล้วไร่นี้ก็ดังมาก ๆ หลายคนก็แนะนำให้มาลองฝึก” ฉันพูดกับป้าเบา ๆ แต่ก็ดังพอให้คนอื่นที่นั่งใกล้ ๆ ได้ยิน “จ้า ป้าเว้ากลางบ่ค่อยได้ จะพยามตอนเว้ากับพวกหนูนะ” ป้าบัวยิ้ม “ค่ะ หนูพอฟังได้อยู่นิดนึงค่ะ” มันก็พอจับใจความได้นะ ไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่ทำไมคุณกำนันพูดกลางคล่องนัก คงเพราะสอนเด็กฝึกงานมาเยอะแหละมั้ง “อร่อยไหม ป้าบัวเป็นคนทำนะ แกฝีมือทำกับข้าวเก่งสุดในนี้แล้ว ถูกปากพวกเอ็งไหม” เสียงกำนันอยู่ด้านหลัง ฉันรีบหันไปมองเขาทันที ตอนแรกยังแอบมองเขากินข้าวอยู่ตรงนู้นอีกเลย แป๊บเดียวมาโผล่ตรงนี้ได้ไง หืม...กล้ามเต็มตา “อ..อร่อยมากเลยค่ะ มอง..เอ๊ย กินได้ทุกวัน” โอ๊ยใจเย็น ๆ ยัยเจ้าขา “อร่อยก็กินอีกไหม เดี๋ยวเมเปิ้ลตักให้” ยัยนี่เมื่อไหร่จะเลิกเสนอหน้า “ก็ได้นะ แล้วเธอล่ะ อร่อยไหม เห็นกินแค่นิดเดียว หรือว่าไม่อร่อย” เล่นฉันก่อนเองนะ “หนูตักเพิ่มได้ไหมคะ” ฉันหันไปถามป้าบัว “เอาโลด เหลือเต็มหม้อ ที่นี่เน้นกินเหลือดีกว่าไม่พอ กำนันใจดีคัก ๆ” ฉันลุกไปตักขนมจีนน้ำยาแกงเขียวหวานไก่เพิ่ม เอาจริงก็อิ่มแล้วนะ แต่ยังกินได้หมั่นไส้ยัยเมเปิ้ล “ไม่ถูกปากเอ็งเหรอ” กำนันถามเมเปิ้ล “อร่อยค่ะ จริง ๆ นะ ตอนแรกตักมาน้อยเพราะเมเปิ้ลอยากชิมก่อน กำลังจะไปตักเพิ่มพอดีค่ะ” ยัยนั่นลุกขึ้นตรงมาที่ฉัน มองจิกมาตั้งแต่ไกล นั่นแหละสะใจ “นี่เธอมีปัญหากับฉันมากไหม เป็นบ้าหรือไง” ยัยนั่นด่าฉันแบบกระซิบ ให้ใครเห็นไม่ได้หรอก ต้องแสดงเป็นผู้หญิงอ่อนหวานสดใสต่อหน้าคนอื่น แต่ประเด็นคือคนเริ่มก่อนคือฉันเหรอ... “ฉันเริ่มก่อนหรือไง ยัยตอแห..เอ๊ย คุณเมเปิ้ล ถ้ายังบ้าอยู่ บอกให้รู้ไว้เลยฉันบ้ากว่าเธอได้สิบเท่า ไม่ชอบก็อย่ามายุ่งกันดีกว่านะ” “ก็แหม อ่อยแรงขนาดนั้น ไม่อายบ้างหรือไง อีแก่...เอ๊ย คุณเจ้าขา” “กล้าถามเนาะ นี่คิดว่าคนอื่นดูไม่ออกจริงดิว่าแอ๊บ ตลก อีเตี้ย ตัวก็ป้อม นึกว่าข้าวต้มมัด” ฉันเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีหลังพูดจบ ป่านนี้ยัยนั่นคงแทบกริ๊ดละแหละ ฉันไม่ใช่คนขี้บูลลี่นะ แล้วก็ไม่ได้คิดว่ายัยเมเปิ้ลอ้วนด้วย แต่เห็นมันบ่นว่าตัวเองอ้วน แถมมาด่าฉันแก่ สมน้ำหน้าข้อความ“เรียบจบแล้วค่า ดีใจกับเจ้าขาไหม” แนบรูปชูสองนิ้วกับชุดครุย(อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าไปรับ)“เย่ คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”(คิดถึงเอ็งเหมือนกัน)(ข้าทำงานก่อน)“ค่ะสู้ ๆ นะคะ”คนตัวเล็กหอบดอกไม้ใส่รถ พี่ ๆ กับพ่อแม่เธอก็มากันหมด ยกเว้นเขา แต่เธอไม่ได้โกรธหรอก แต่ก็แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจเพราะเขาบอกว่าติดงานสำคัญ ตั้งแต่เธอขึ้นมานี่เขาก็มาหาเธอแค่สองสามครั้ง แต่เจ้าขาก็เข้าใจ เขางานเยอะจะตาย ถึงอย่างนั้นเราก็โทรคุยกันทุกคืน ถึงเขาจะหลับใส่โทรศัพท์บ่อย ๆ ก็เถอะ“ลูกแม่อยากกินอะไรจ๊ะวันนี้” “อะไรก็ได้ค่ะ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เศร้าเหรอที่เขาไม่มา” “เปล่าค่ะ หนูเข้าใจ เขาติดงาน” ถึงพูดไปแบบนั้นแต่สีหน้าคนตัวเล็กเป็นอีกแบบ“พ่อก็อยู่ตรงนี้ น้อยใจจริง ๆ ที่ลูกสาวทำหน้าเศร้าเพราะผู้ชายคนอื่น” คุณธนพัฒน์ยืนกอดอกอย่างงอน ๆ จนลูกสาวคนเล็กเปลี่ยนสีหน้าแล้วรีบกอดพ่อไว้แน่นอยู่ ๆ พี่ชายที่อยู่ด้านหลังพ่อก็ยิ้มขึ้นมาดื้อ ๆ สีหน้าของคุณณิชากับคุณธนพัฒน์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงสายตาคนแถวนั้นก็มองมาที่เธอแปลก ๆ จนคนตัวเล็กรีบหันหลังกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้เจ้าขาน้ำตาคลอ เธอรีบวิ่งไปกระโดดก
“แล้วมาหาพ่อกับแม่อีกนะ ตัวเล็กของแม่” คุณณิชาเดินเข้ามากอดลูกสาวไว้แน่น คนตัวเล็กเองก็กอดแม่ไว้แน่นไม่แพ้กัน แล้วก็เข้าไปก็คุณธนพัฒธ์ไว้แน่นเช่นกัน “ฝากดูแลลูกสาวของพวกเราด้วยล่ะ” คุณธนพัฒน์เอ่ยขึ้น “ผมจะดูแลเจ้าขาให้ดีที่สุดครับ”คนตัวเล็กหลับแทบตลอดทาง ลืมตาตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงหนองคายแล้ว เจ้าขาเป็นคนหลับลึกยิ่งถ้าสบายใจจะหลับลึกมาก“เหงาไหมคะ เจ้าขาหลับไปนานเลย”“ไม่เหงา นั่งมองหน้าเอ็งทั้งวัน”“แล้วสวยไหมคะ”“อืม สวย”คนตัวเล็กก้มไปจุ๊บมือใหญ่ด้วยความทะเล้น อีกฝ่ายก็เอียงมาหอมแก้มเธออย่างเอ็นดู“หิวไหม แวะกินข้าวก่อนไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว กินที่เรือนก็ได้ค่ะ”“ไว้หาเวลามาใหม่ เอาวันที่เอ็งเรียนจบแล้วจะได้มาหลาย ๆ วัน” เพราะว่าตราดกับหนองคายมันไกลกันมาก เลยเหมือนได้มีเวลาให้พ่อกับแม่ได้แค่วันเดียว เวลาขับรถยังเยอะกว่าอยู่บ้านเสียอีกสุดท้ายก็ถึงเรือนสักที พี่ๆ นั่งกินข้าวกันอยู่ ลดาเองก็รีบวิ่งมาหาฉันด้วยรอยยิ้มเหมือนน้องสาวรอพี่สาว ทุกคนยกมือสวัสดีทักทายกำนันเหมือนปกติ ฉันกับเขานั่งกินข้าวด้วยกัน ช่วงนี้ฉันเริ่มไม่สนใจสายตาคนอื่นตามที่เขาบอกมาตลอด ทุกคนก็รู้ถ
เวลาประมาณบ่ายโมง ตอนคุณณิชากับคุณธนพัฒน์กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนพี่ชายสี่คนก็นั่งเล่นเกมตะโกนใส่กันอยู่โซฟากลางบ้าน ถือว่าเป็นวันหยุด บ้านนี้มีคุณณิชา คุณธนพัฒน์ เฮียสายลม กับเฮียขุนเขา ความจริงมีฉันด้วย แต่ตอนนี้ไม่น่าจะมีฉันแล้ว เรียนจบก็คงไปอยู่กับเขาเลยนั่นแหละ ก็รักผัวนี่ ใครจะยอมห่าง ส่วนเฮียเติ้ลกับ เฮียเจคอป ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่อกับแม่มาก แต่มีเมียมีครอบครัวแล้วก็เลยแยกออกไป ส่วนเฮียสายลม กับเฮียขุนเขา มีเมียก็คงพามาอยู่ในบ้าน พ่อแม่เริ่มอายุเยอะ ทั้งสองไม่ยอมออกจากบ้านหรอก เจ้าขาเดินขึ้นไปดูว่าเขาตื่นหรือยัง แต่เตียงกลับว่างเปล่า แต่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ เธอเลยขึ้นไปนอนรอเสียเลยไม่นานเขาก็ออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูพันต่ำ กับหยดน้ำที่ไหลผ่านซิกแพคมันฮอตเกินไปแล้ว คนตัวใหญ่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมลวก ๆ หล่อ.. หุ่นแม่เจ้าโว้ยย...“น้ำลายเอ็งจะหกแล้ว” คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นเลยยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายอัตโนมัติ แต่มันไม่มี ท่าทางนั้นทำคนตัวใหญ่อดเอ็นดูไม่ได้ จนหัวเราะออกมา“นี่ แกล้งเจ้าขาเหรอคะ”“แต่เอ็งทำได้มากกว่ามองนะ รู้ไหม” คนตัวใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มมอบจูบอันแสนหวานให้
หลายวันผ่านไปสรุปเรื่องของน้าน้อยวันนั้นเราก็จบกันด้วยดี พอแม่ของน้าน้อยรู้ว่าน้าน้อยก็โกหก อีกวันก็เอากระเช้ามาขอโทษขอโพยกำนันถึงเรือน แต่ถึงยังนั้นเรื่องนี้ก็โดนเอาไปพูดถึงสามบ้านแปดบ้าน เมื่อวานน้าน้อยก็มาขอโทษกำนันและฉัน เธอดูมีสติขึ้นแล้ว ฉันเองก็ให้อภัยเธอ กำนันเองก็ด้วย เห็นแก่ที่ผ่านมาน้าน้อยก็ทำดี และหวังดีกับกำนันมาตลอดส่วนเรื่องที่ฉันคบกับกำนันก็คงรู้ไปทั่วหมู่บ้านเหมือนกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนอื่นคิดยังไง แต่พี่ ๆ ในไร่ก็ยังคุยและน่ารักกับฉันเหมือนเดิม ป้าบัวบอกว่าทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว แค่ตกใจที่กำนันจับมือเปิดตัวฉัน แล้วทุกคนก็ยินดีมากที่กำนันจะมีความรักมีความสุขกับเขาบ้าง คนตัวใหญ่เข้ามากอดเธอจากด้านหลัง แล้วหอมเธอฟอดใหญ่“เตรียมของเสร็จหรือยังครับ” เขาพูดครับทีไรเธอไม่ชินทุกที “เสร็จแล้วค่ะ ไปกัน”รถออกเวลาห้าโมงเย็นของวันศุกร์ สเปกเท่ากับ คนที่รู้ว่าฉันไม่ชอบเครื่องบินเลยยอมขับรถตั้งแต่หนองคายไปตราดได้ บนสุดถึงใต้สุดเลยนะ มันไม่ใช่ใกล้ ๆ อยู่กับเขาแล้วมันอบอุ่นเหมือนอยู่กับพี่ชาย เหมือนอยู่กับพ่อ เหมือนอยู่กับเพื่อน เหมือนเขาเป็นให้ฉันได้ทุกอย่าง“ถ้าเ
เขาจับมือฉันเดินมาถึงใต้ถุนบ้าน แน่นอนว่าสายทุกคนมองมาเป็นสายตาเดียว แต่ฉันก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นน้าน้อยกับผู้หญิงอายุประมาณเกือบหกสิบนั่งจับมือเธออยู่ “หึ บ่คิดเลย ว่ากำนันสิเป็นคนจั่งซี่ เฮ็ดหยังไว้กับลูกสาวข่อยเมื่อคืน คำขอโทษสักคำกะบ่มี บาดทีนี้มาจูงมือผู้สาวใหม่หน้าตาเฉย ได้ข่าวว่าเป็นเด็กฝึกงานซั้นบ่ สมกันคักเนาะ เจ้าของไร่กับเด็กฝึกงาน ระวังเด้อ... สิถืกเด็กน้อยต้มเอานะกำนัน” คำพูดดูถูกกับสายตาที่มองเจ้าขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังชี้หน้าด่ากำนันฉอด ๆ ทำเอาคนตัวเล็กแทบทนไม่ไหว เจ้าขาก้าวขาไปด้านหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ถูกกำนันดึงไว้เสียก่อน แก่ก็แก่เถอะ พูดจาเหมือนรู้ดีขนาดนี้ มันหน้าตบสักฉาก“แหม ๆ สิตบกูบ่ มึงเอาสิ้ คนเขาจะได้เว้ากันให้ทั่ว ว่าเมียใหม่กำนันตบคนแก่” “พอ ผมบ่ขอเสียเวลา จะเว้าแค่เทือเดียว ผมบ่ได้ทำอีหยังลูกสาวป้าทั้งนั้น ส่วนเรื่องอื่น ผมว่าป้าอย่ามายุ่งสิดีกว่า ต่อหน้าผม กะอย่ามาเว้าดูถูกเมียผม ขีดจำกัดผมมันต่ำ”ประโยคหลังทำทุกคนอึ้ง รวมถึงคนตัวเล็กที่จับมือเขาอยู่ข้างหลัง ตกใจก็จริง แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีมากที่เขาปกป้องเธอแบบนี้“เป็นหยังอ้ายคือกล้าเว้าว่ามัน
หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปครึ่งชั่วโมงสุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมคุยกับเขาดี ๆ เพราะดูแล้วยังไงเขาก็ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธอยู่ดี“จะพูดอะไรก็พูดมา... เป็นถึงกำนัน ถ้ามีคนมาเห็นว่านอนกอดกับสาวอยู่เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังนอนกอดเธอไว้แน่ นอนตรงทุ่งหญ้าคัน ๆ นี่แหละ “ช่างหัวมัน ข้าไม่สน” “แล้วแต่”“ข้าไม่ได้มาแก้ตัว แล้วก็ไม่อยากแก้ตัวด้วย ข้าผิดเองเรื่องที่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนไม่มีสติ แต่ว่า... ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ ให้ข้าไปสาบานตรงไหนก็ได้ ข้าคิดว่านั่นคือเอ็ง ข้าขอโทษ ต่อจากนี้ข้าจะไม่กินให้เมาอีกแล้ว ข้าสัญญาจากนี้จนวันตายด้วยเกียรติของไอ้พาก” คนตัวใหญ่พูดอย่างหนักแน่นพร้อมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว“จะไม่ได้ทำได้ไง สภาพน้าน้อยเป็นแบบนั้น”“ข้าไม่รู้ ยัยนั่นจงใจกุเรื่อง พวกเพื่อนเอ็งจัดการมันแล้ว” เป็นครั้งแรกที่กำนันเรียกน้าน้อยแบบนั้น ท่าจะโกรธจริง ๆ นั่นแหละ... ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงฉันก็โกรธมากเหมือนกัน“ถ้าเจ้าขาไปตบ จะว่าไรไหม”“ไม่ ไปตบเลย เดี๋ยวข้าคอยช่วย” เธอพูดเล่น ๆ แต่เขาก็เออออตามแบบจริงจัง“ข้าขอโทษ ให้อภัยข้าได้ไหม ขอโทษเอ็งจากใจ” จากที่นอน เขาก็ลุกขึ้นมาคุกเข่าแล้วยกมือ







