เข้าสู่ระบบตอนแรกฉันโกรธเขามาก ๆ แล้วคิดจะหาที่ฝึกงานใหม่จริง ๆ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ลดาฟัง ไม่รู้ทำไมแต่ฉันไม่อยากให้ลดามองเขาไม่ดี ถ้าฉันบอกพ่อกับพี่ชาย เรื่องก็คงบานปลายแน่ ๆ เลยทำได้แค่เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว
แต่พอเขามาขอโทษอย่างจริงใจ มันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น เขาไม่ใช่ผู้ชายเลว ๆ และเขายืนยันให้ฉันเอาเรื่องเขาก็ได้ บอกจะพาไปหาตำรวจจับตัวเองอีก เขาพูดเรื่องรับโทษกับความผิดที่เขาทำ ก่อนเรื่องเงินชดเชยเสียอีก สำหรับฉันแล้วมันแมนมาก เมื่อคืนกำนันก็ดื่มหนักมากจริง ๆ ฉันเองก็เห็นกับตา คงจะไม่มีสติเลยทำพลาดไป และที่ฉันให้อภัยเขาง่าย ๆ ก็คงเพราะฉันก็ชอบเขามาก ๆ ด้วย ที่เสียใจไม่ใช่แค่เพราะเค้าทำให้ฉันเสียหาย แต่คงเพราะผิดหวังเพราะฉันคิดว่าเขาเป็นคนดี เป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคมาก ๆ สำหรับฉัน แต่เมื่อคืนมันเหมือนฉันคิดผิด แต่พอเขามาขอโทษ ก็ทำให้ฉันรู้ว่า เขายังคงเพอร์เฟคสำหรับฉันอยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าไปเจอหน้าเขาตอนนี้ ไม่พร้อมจริง ๆ ฉันหมกตัวอยู่ในห้องไม่กินข้าวกินปลา แต่ก็แอบไปอาบน้ำตอนที่มั่นใจว่ากำนันไปทำงานแล้ว ดีที่ฉันซื้อขนมปังเนยสดไว้ในตู้เย็น เลยหยิบไปกินจนหมดเกลี้ยงคนเดียว เสียงของกำนันดังที่หน้าห้องฉันอีกครั้งตอนเกือบหนึ่งทุ่ม ฉันเกือบจะเปิดประตูไปคุยกับเขาแล้ว แต่ลดามาซะก่อน ฟังจากน้ำเสียงเขาคงกำลังเครียดมากแน่ ๆ รอให้ลดาเข้าห้องกับกำนันเข้าห้องก่อนแล้วกัน ก๊อก ก๊อก ฉันเคาะประตูห้องกำนันด้วยสภาพหัวฟู ตาบวม ไม่อายอีกต่อไปแล้ว ให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เขาทำ มันทำฉันเสียใจขนาดไหน แต่สิ่งที่ฉันไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น กำนันดึงฉันไปกอดไว้แน่น เขาไม่ได้คิดจะลวนลาม แค่สงสารฉันก็เท่านั้น และมันเป็นกอดที่อบอุ่นมาก อุตส่าห์หยุดร้องไห้แล้วนะ อึก ร้องอีกจนได้.... “ขอโทษจากใจ ต่อให้เอ็งจะทำอะไร ข้าสัญญาว่าจะไม่โกรธเคือง” “อึก...รู้แล้ว เลิกพูดแบบนี้สักที” แค่เห็นสีหน้าและแววตา ฉันก็รู้แล้วว่าเขาสำนึกผิดจริง ๆ ฉันดันกำนันเข้าห้อง ก่อนที่จะหันไปปิดประตู “เดี๋ยวมีคนเห็น” “ข้าขอโทษเอ็งจริง ๆ ที่ข้าทำมันเลวระยำ” กำนันคุกเข่าต่อหน้าฉันแล้วยกมือไหว้ “ทำอะไร ไม่เอา เจ้าขาไม่อยากอายุสั้น” ฉันดึงคนตัวใหญ่มานั่งบนเตียง ห้องของกำนันใหญ่กว่าห้องฉันสองเท่า แต่เตียงคล้าย ๆ กัน เตียงไม้ ฟูกไม่หนามาก แต่เหมือนมีมุ้งสีขาวอยู่รอบเตียง “เอ็งจะให้ข้ารับผิดชอบความผิดยังไงบอกข้ามาได้เลย ไปสถานีตำรวจพรุ่งนี้เช้าเลยก็ได้” “ไม่เอา ไม่ไปไหนทั้งนั้น จะรับผิดอย่างเดียวเลย ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว แค่กำนันขอโทษด้วยความจริงใจ เจ้าขาก็พอใจแล้วค่ะ” “ยังไงนะ” หน้าหล่อทำหน้างง เหมือนคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ “ง่าย ๆ แบบนี้แหละค่ะ เจ้าขาไม่เรื่องเยอะหรอก” พูดกับเขาไป มองซิกแพคเขาไป น้อย ๆ หน่อยยัยเจ้าขา ฉันกำลังทะเลาะกับความแรดของตัวเองอยู่ “แต่ว่าสิ่งที่ข้าทำ มันแย่ ถ้าพ่อเอ็งรู้ พ่อเอ็งคงไม่ยอม อย่างน้อยก็รับสิ่งนี้จากข้า” กำนันหยิบกล่องไม้สักโบราณ ขึ้นมาให้ฉัน ฉันหยิบมาเปิดดู ก็เห็นกำไร แหวนทอง แน่นเต็มกล่อง “ไม่เอาค่ะ ถ้าทำแบบนี้ จะโกรธกว่าเดิมจริง ๆ นะ” ฉันคิ้วขมวดใส่ไปหนึ่งที ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น ตาคนนี้ได้โดนหลอกหมดตัวแน่ ๆ ให้ง่ายขนาดนี้ ทองในกล่องนั้นกี่ล้านไปนั่น พอได้ยินว่าฉันจะโกรธ เขาก็หยิบกล่องจากมือฉันไปเก็บเข้าที่ “ข้าขอโทษ” เพิ่งเคยเห็นเขาทำหน้าหงอย น่ารักนะเนี่ยคุณกำนัน “วันนี้เจ้าขาหิวมาก ยังไม่ได้กินอะไรเลย” ฉันทำหน้าตาน่าสงสาร นี่แหละแผนต่อไปในการจีบพ่อหนุ่มวัยสี่สิบกว่าปีของฉัน พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส “งั้นเดี๋ยวข้าไปทำกับข้าวให้” “ไม่เอา เจ้าขาอยากกินหมูกระทะ” “ได้” เขาหยิบกุญแจรถกระบะ กำลังจะออกจากห้องแต่ฉันดึงแขนเขาไว้ก่อน “ขอโทษค่ะ คือว่าพอมีวิธีให้ตาหายบวมกว่านี้ไหมคะ เจ้าขาอายคน” เขาพยักหน้าแล้วเดินออกไปจากห้อง ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับขันสีเงิน และผ้าที่พันบางอย่างไว้ “จะทำเอง หรือให้ข้า...” ฟังไม่ทันจบฉันก็ขึ้นไปนอนบนที่นอนของเขาแล้วหลับตา ทุกคนอย่าด่าฉันว่าแรดนะ เพราะฉันแรดได้มากกว่านี้อีก ผ้าที่พันน้ำแข็งไว้ ทาบกับเปลืองตาฉันเบา ๆ วนไปทั้งสองข้าง มันรู้สึกดีและผ่อนคลายมาก บรรยากาศในห้องเงียบสนิท มีเพียงแค่เสียงหายใจของเราสองคน “ข้าไม่รู้ว่ามันยังได้ผลอยู่ไหม มันควรทำตั้งแต่แรก ๆ ต้องขอโทษด้วยที่ทำเอ็งร้องไห้” เขาพูดเบาๆ แต่มันทำให้ฉันใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ตึก ตัก ตึก ตัก ฉันรีบลุกขึ้น จนหัวชนกับมือเขา โอ๊ย “เป็นอะไรถึงรีบลุกขึ้นมา” “ป..เปล่าค่ะ หิวมากเลย น้ำย่อยมันทำงานค่ะ” สรุปแล้วคือไปรถฉัน เพราะว่าถ้าไปรถกำนันแล้วลดาเคาะประตูเรียกฉัน แล้วฉันไม่ตอบ หรือหายไป ต้องไปเคาะประตูหากำนันแน่ ๆ แล้วถ้ากำนันไม่อยู่อีก โป๊ะแต่เริ่ม แต่ถ้าฉันไม่อยู่ รถก็ไม่อยู่ ก็คงคิดว่าออกมาหาอะไรกินแหละ “เอ็งนี่หัวดีเหมือนกันนะ” “แน่นอนค่ะ” “ไกลหน่อยนะ ถ้ากินแถวนี้แล้วคนเห็นว่าข้าไปกับเอ็งสองคน มันจะดูไม่งาม ไปร้านในเมืองนะ” “ค่ะ นี่ไงไส้กรอกรองท้อง” พอเขารู้ว่าฉันหิวมาก ก็แวะเซเว่นให้ฉันซื้อของรองท้องก่อน โครกคราก ไม่ใช่เสียงท้องฉันนะ เสียงท้องเขาต่างหาก “หิวเหรอคะ” ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ “นิดหน่อย ข้ากินแค่มื้อเช้า” “เจ้าขาแบ่งให้ค่ะ” ฉันหยิบไส้กรอกออกมาให้เขา “เดี๋ยวเอ็งไม่อิ่ม ซื้อมาแค่อันเดียว” “กินไปเถอะค่ะ เรากำลังไปกินหมูกระทะกันนะ เจ้าขาจะหวงไส้กรอกทำไม” สุดท้ายเขาก็รับไส้กรอกในมือฉันไป ที่แท้ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกันนี่ ตื๊ด ตื๊ด ฉันชูนิ้วชี้ไว้ที่ปากเป็นสัญญาณให้เขาอย่าส่งเสียง “ว่าไง” (เจ๊ไปไหนอะ ทำไมไปดึก ๆ คนเดียว เจ๊เป็นอะไร ทำไมเราไม่คุยกัน รู้ไหมว่าเป็นห่วง ทั้งวันแล้วนะ เราเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเจ๊ถึงเงียบใส่กันแบบนี้ แย่มาก) อีกฝ่ายรัวคำถามจนเจ้าขาตั้งรับไม่ทัน ขอโทษทีนะลดา รู้ว่าเป็นห่วง แต่เรื่องนี้ฉันไม่รู้จะพูดยังไงจริง ๆ “กูแค่เป็นเมน แล้วตอนนี้แค่หิว เลยออกมาหาหมูกระทะกิน” (แล้วทำไมไม่ชวนลดา) “ไม่อยากรบกวนมึงไง ดึกแล้วด้วย กินแป๊บเดียวก็กลับ ไม่ต้องห่วง กูอายุยี่สิบห้า ไม่ใช่สิบห้าจ้า” (ปากแบบนี้แปลว่าโอเคแล้วแหละ รีบกลับด้วย มีอะไรก็โทรมานะเข้าใจไหม) “จ้าแม่” ฉันกดวางสายตัดจบ “เป็นอย่างที่เอ็งพูด” เขาว่า ฉันก็หันไปขยิบตาหนึ่งที พอถึงร้านหมูกระทะกำนันก็สั่งชุดจับโบ้มาสองชุด เขากินเหมือนตายอดตายอยากมาจากไหน คงเครียดจนก่อนหน้านี้ไม่ได้กินอะไรเลย แถมทำงานหนัก พลังงานก็ใช้ไปเยอะ “อยากรู้ว่ากำนันอายุเท่าไหร่เหรอ” ฉันเอ่ยถาม “สี่สิบหกย่างสี่สิบเจ็ด” หืออายุเยอะกว่าหน้า แต่ก็นะพี่อิงดาวอายุยี่สิบหกแล้วนี่ มีลูกเร็วเหมือนกันนะคุณกำนัน “กำนันคะ เจ้าขามีอะไรอยากถามหน่อย” “ว่าไง” “คนชื่อญาดา คือใครเหรอคะ” เขานิ่งไปสักพักเหมือนตกใจสิ่งที่ฉันถาม “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องบอกก็ได้” “เมียเก่า” เขาพูดสั้น ๆ ใช่จริง ๆ ด้วย คนรักของเขานี่เอง อกมันเจ็บแปล๊บขึ้นมาทันที แต่ก็นั่นแหละ ฉันเองก็พอเดาออก “ยังรักเขามาก ๆ อยู่เลยใช่ไหมคะ” ฉันกลั้นใจถาม “ก็ ประมาณนั้น แต่ก็ขอโทษเอ็งอีกครั้ง ที่ล่วงเกินเองไป” “รักเขามาก แล้วเลิกกันทำไมเหรอคะ” ฉันถามอย่างสงสัย ถ้ารักกันมากขนาดนั้น จะเลิกกันทำไมจริงไหม หรือว่า กำนันจะโดนนอกใจ “เธอเสียได้สิบกว่าปีแล้ว” เธอเสียแล้วเหรอ.. ฉันอึ้งไปเลย เสียมารยาทสุด ๆ อีเจ้าขา “ขอโทษด้วยค่ะ ที่เสียมารยาทถามไป เสียใจด้วยนะคะ” ฉันก้มหัวขอโทษเขาไปสามรอบ “ข้าไม่ได้ว่าอะไร... เอ็งน่ะ ทำให้ข้าคิดถึงญาดา” “หนูเหรอคะ” ฉันเอามือชี้มาที่ตัวเอง เขาก็พยักหน้า “เหมือนกันมาก หน้าตารูปร่าง นิสัยก็คล้าย ๆ แต่ญาดาจะอ่อนหวานกว่า” ตาคนนี้หลอกด่าฉันเหรอ “เหมือนขนาดนั้น เลยเหรอคะ”ข้อความ“เรียบจบแล้วค่า ดีใจกับเจ้าขาไหม” แนบรูปชูสองนิ้วกับชุดครุย(อืม เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าไปรับ)“เย่ คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”(คิดถึงเอ็งเหมือนกัน)(ข้าทำงานก่อน)“ค่ะสู้ ๆ นะคะ”คนตัวเล็กหอบดอกไม้ใส่รถ พี่ ๆ กับพ่อแม่เธอก็มากันหมด ยกเว้นเขา แต่เธอไม่ได้โกรธหรอก แต่ก็แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจเพราะเขาบอกว่าติดงานสำคัญ ตั้งแต่เธอขึ้นมานี่เขาก็มาหาเธอแค่สองสามครั้ง แต่เจ้าขาก็เข้าใจ เขางานเยอะจะตาย ถึงอย่างนั้นเราก็โทรคุยกันทุกคืน ถึงเขาจะหลับใส่โทรศัพท์บ่อย ๆ ก็เถอะ“ลูกแม่อยากกินอะไรจ๊ะวันนี้” “อะไรก็ได้ค่ะ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เศร้าเหรอที่เขาไม่มา” “เปล่าค่ะ หนูเข้าใจ เขาติดงาน” ถึงพูดไปแบบนั้นแต่สีหน้าคนตัวเล็กเป็นอีกแบบ“พ่อก็อยู่ตรงนี้ น้อยใจจริง ๆ ที่ลูกสาวทำหน้าเศร้าเพราะผู้ชายคนอื่น” คุณธนพัฒน์ยืนกอดอกอย่างงอน ๆ จนลูกสาวคนเล็กเปลี่ยนสีหน้าแล้วรีบกอดพ่อไว้แน่นอยู่ ๆ พี่ชายที่อยู่ด้านหลังพ่อก็ยิ้มขึ้นมาดื้อ ๆ สีหน้าของคุณณิชากับคุณธนพัฒน์ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน รวมถึงสายตาคนแถวนั้นก็มองมาที่เธอแปลก ๆ จนคนตัวเล็กรีบหันหลังกลับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้เจ้าขาน้ำตาคลอ เธอรีบวิ่งไปกระโดดก
“แล้วมาหาพ่อกับแม่อีกนะ ตัวเล็กของแม่” คุณณิชาเดินเข้ามากอดลูกสาวไว้แน่น คนตัวเล็กเองก็กอดแม่ไว้แน่นไม่แพ้กัน แล้วก็เข้าไปก็คุณธนพัฒธ์ไว้แน่นเช่นกัน “ฝากดูแลลูกสาวของพวกเราด้วยล่ะ” คุณธนพัฒน์เอ่ยขึ้น “ผมจะดูแลเจ้าขาให้ดีที่สุดครับ”คนตัวเล็กหลับแทบตลอดทาง ลืมตาตื่นมาอีกทีก็เกือบถึงหนองคายแล้ว เจ้าขาเป็นคนหลับลึกยิ่งถ้าสบายใจจะหลับลึกมาก“เหงาไหมคะ เจ้าขาหลับไปนานเลย”“ไม่เหงา นั่งมองหน้าเอ็งทั้งวัน”“แล้วสวยไหมคะ”“อืม สวย”คนตัวเล็กก้มไปจุ๊บมือใหญ่ด้วยความทะเล้น อีกฝ่ายก็เอียงมาหอมแก้มเธออย่างเอ็นดู“หิวไหม แวะกินข้าวก่อนไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว กินที่เรือนก็ได้ค่ะ”“ไว้หาเวลามาใหม่ เอาวันที่เอ็งเรียนจบแล้วจะได้มาหลาย ๆ วัน” เพราะว่าตราดกับหนองคายมันไกลกันมาก เลยเหมือนได้มีเวลาให้พ่อกับแม่ได้แค่วันเดียว เวลาขับรถยังเยอะกว่าอยู่บ้านเสียอีกสุดท้ายก็ถึงเรือนสักที พี่ๆ นั่งกินข้าวกันอยู่ ลดาเองก็รีบวิ่งมาหาฉันด้วยรอยยิ้มเหมือนน้องสาวรอพี่สาว ทุกคนยกมือสวัสดีทักทายกำนันเหมือนปกติ ฉันกับเขานั่งกินข้าวด้วยกัน ช่วงนี้ฉันเริ่มไม่สนใจสายตาคนอื่นตามที่เขาบอกมาตลอด ทุกคนก็รู้ถ
เวลาประมาณบ่ายโมง ตอนคุณณิชากับคุณธนพัฒน์กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนพี่ชายสี่คนก็นั่งเล่นเกมตะโกนใส่กันอยู่โซฟากลางบ้าน ถือว่าเป็นวันหยุด บ้านนี้มีคุณณิชา คุณธนพัฒน์ เฮียสายลม กับเฮียขุนเขา ความจริงมีฉันด้วย แต่ตอนนี้ไม่น่าจะมีฉันแล้ว เรียนจบก็คงไปอยู่กับเขาเลยนั่นแหละ ก็รักผัวนี่ ใครจะยอมห่าง ส่วนเฮียเติ้ลกับ เฮียเจคอป ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่อกับแม่มาก แต่มีเมียมีครอบครัวแล้วก็เลยแยกออกไป ส่วนเฮียสายลม กับเฮียขุนเขา มีเมียก็คงพามาอยู่ในบ้าน พ่อแม่เริ่มอายุเยอะ ทั้งสองไม่ยอมออกจากบ้านหรอก เจ้าขาเดินขึ้นไปดูว่าเขาตื่นหรือยัง แต่เตียงกลับว่างเปล่า แต่ได้ยินเสียงฝักบัวในห้องน้ำ เธอเลยขึ้นไปนอนรอเสียเลยไม่นานเขาก็ออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูพันต่ำ กับหยดน้ำที่ไหลผ่านซิกแพคมันฮอตเกินไปแล้ว คนตัวใหญ่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมลวก ๆ หล่อ.. หุ่นแม่เจ้าโว้ยย...“น้ำลายเอ็งจะหกแล้ว” คนตัวเล็กได้ยินแบบนั้นเลยยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำลายอัตโนมัติ แต่มันไม่มี ท่าทางนั้นทำคนตัวใหญ่อดเอ็นดูไม่ได้ จนหัวเราะออกมา“นี่ แกล้งเจ้าขาเหรอคะ”“แต่เอ็งทำได้มากกว่ามองนะ รู้ไหม” คนตัวใหญ่เดินเข้ามาใกล้แล้วก้มมอบจูบอันแสนหวานให้
หลายวันผ่านไปสรุปเรื่องของน้าน้อยวันนั้นเราก็จบกันด้วยดี พอแม่ของน้าน้อยรู้ว่าน้าน้อยก็โกหก อีกวันก็เอากระเช้ามาขอโทษขอโพยกำนันถึงเรือน แต่ถึงยังนั้นเรื่องนี้ก็โดนเอาไปพูดถึงสามบ้านแปดบ้าน เมื่อวานน้าน้อยก็มาขอโทษกำนันและฉัน เธอดูมีสติขึ้นแล้ว ฉันเองก็ให้อภัยเธอ กำนันเองก็ด้วย เห็นแก่ที่ผ่านมาน้าน้อยก็ทำดี และหวังดีกับกำนันมาตลอดส่วนเรื่องที่ฉันคบกับกำนันก็คงรู้ไปทั่วหมู่บ้านเหมือนกัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคนอื่นคิดยังไง แต่พี่ ๆ ในไร่ก็ยังคุยและน่ารักกับฉันเหมือนเดิม ป้าบัวบอกว่าทุกคนเขารู้กันหมดแล้ว แค่ตกใจที่กำนันจับมือเปิดตัวฉัน แล้วทุกคนก็ยินดีมากที่กำนันจะมีความรักมีความสุขกับเขาบ้าง คนตัวใหญ่เข้ามากอดเธอจากด้านหลัง แล้วหอมเธอฟอดใหญ่“เตรียมของเสร็จหรือยังครับ” เขาพูดครับทีไรเธอไม่ชินทุกที “เสร็จแล้วค่ะ ไปกัน”รถออกเวลาห้าโมงเย็นของวันศุกร์ สเปกเท่ากับ คนที่รู้ว่าฉันไม่ชอบเครื่องบินเลยยอมขับรถตั้งแต่หนองคายไปตราดได้ บนสุดถึงใต้สุดเลยนะ มันไม่ใช่ใกล้ ๆ อยู่กับเขาแล้วมันอบอุ่นเหมือนอยู่กับพี่ชาย เหมือนอยู่กับพ่อ เหมือนอยู่กับเพื่อน เหมือนเขาเป็นให้ฉันได้ทุกอย่าง“ถ้าเ
เขาจับมือฉันเดินมาถึงใต้ถุนบ้าน แน่นอนว่าสายทุกคนมองมาเป็นสายตาเดียว แต่ฉันก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นน้าน้อยกับผู้หญิงอายุประมาณเกือบหกสิบนั่งจับมือเธออยู่ “หึ บ่คิดเลย ว่ากำนันสิเป็นคนจั่งซี่ เฮ็ดหยังไว้กับลูกสาวข่อยเมื่อคืน คำขอโทษสักคำกะบ่มี บาดทีนี้มาจูงมือผู้สาวใหม่หน้าตาเฉย ได้ข่าวว่าเป็นเด็กฝึกงานซั้นบ่ สมกันคักเนาะ เจ้าของไร่กับเด็กฝึกงาน ระวังเด้อ... สิถืกเด็กน้อยต้มเอานะกำนัน” คำพูดดูถูกกับสายตาที่มองเจ้าขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังชี้หน้าด่ากำนันฉอด ๆ ทำเอาคนตัวเล็กแทบทนไม่ไหว เจ้าขาก้าวขาไปด้านหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่ก็ถูกกำนันดึงไว้เสียก่อน แก่ก็แก่เถอะ พูดจาเหมือนรู้ดีขนาดนี้ มันหน้าตบสักฉาก“แหม ๆ สิตบกูบ่ มึงเอาสิ้ คนเขาจะได้เว้ากันให้ทั่ว ว่าเมียใหม่กำนันตบคนแก่” “พอ ผมบ่ขอเสียเวลา จะเว้าแค่เทือเดียว ผมบ่ได้ทำอีหยังลูกสาวป้าทั้งนั้น ส่วนเรื่องอื่น ผมว่าป้าอย่ามายุ่งสิดีกว่า ต่อหน้าผม กะอย่ามาเว้าดูถูกเมียผม ขีดจำกัดผมมันต่ำ”ประโยคหลังทำทุกคนอึ้ง รวมถึงคนตัวเล็กที่จับมือเขาอยู่ข้างหลัง ตกใจก็จริง แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีมากที่เขาปกป้องเธอแบบนี้“เป็นหยังอ้ายคือกล้าเว้าว่ามัน
หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปครึ่งชั่วโมงสุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมคุยกับเขาดี ๆ เพราะดูแล้วยังไงเขาก็ไม่ยอมให้เธอปฏิเสธอยู่ดี“จะพูดอะไรก็พูดมา... เป็นถึงกำนัน ถ้ามีคนมาเห็นว่านอนกอดกับสาวอยู่เดี๋ยวก็เป็นเรื่อง” ใช่แล้ว ตอนนี้เขากำลังนอนกอดเธอไว้แน่ นอนตรงทุ่งหญ้าคัน ๆ นี่แหละ “ช่างหัวมัน ข้าไม่สน” “แล้วแต่”“ข้าไม่ได้มาแก้ตัว แล้วก็ไม่อยากแก้ตัวด้วย ข้าผิดเองเรื่องที่ปล่อยให้ตัวเองเมาจนไม่มีสติ แต่ว่า... ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ ให้ข้าไปสาบานตรงไหนก็ได้ ข้าคิดว่านั่นคือเอ็ง ข้าขอโทษ ต่อจากนี้ข้าจะไม่กินให้เมาอีกแล้ว ข้าสัญญาจากนี้จนวันตายด้วยเกียรติของไอ้พาก” คนตัวใหญ่พูดอย่างหนักแน่นพร้อมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว“จะไม่ได้ทำได้ไง สภาพน้าน้อยเป็นแบบนั้น”“ข้าไม่รู้ ยัยนั่นจงใจกุเรื่อง พวกเพื่อนเอ็งจัดการมันแล้ว” เป็นครั้งแรกที่กำนันเรียกน้าน้อยแบบนั้น ท่าจะโกรธจริง ๆ นั่นแหละ... ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงฉันก็โกรธมากเหมือนกัน“ถ้าเจ้าขาไปตบ จะว่าไรไหม”“ไม่ ไปตบเลย เดี๋ยวข้าคอยช่วย” เธอพูดเล่น ๆ แต่เขาก็เออออตามแบบจริงจัง“ข้าขอโทษ ให้อภัยข้าได้ไหม ขอโทษเอ็งจากใจ” จากที่นอน เขาก็ลุกขึ้นมาคุกเข่าแล้วยกมือ







