Share

บทที่ 5 คือเขานั่นเอง

last update Tanggal publikasi: 2025-05-17 00:24:49

พิธีหมั้นของแคลลี่จะจัดขึ้นที่โรงแรมสตาร์ไลท์  ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวประจำเมือง เรื่องนี้ฉันไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย เพราะตระกูลรังสรรค์ไพศาลถือว่าเป็นตระกูลผู้ดีมีชื่อเสียงในกรุงเทพมหานคร คาดว่าคงมีแต่สถานที่หรูหราอลังการแบบนี้เท่านั้นที่จะเข้าตาสองแม่ลูกคู่นี้ 

พวกเธอที่ใช้ชีวิตติดหรูใช้ของแพงของแบรนด์เนมมาโดยตลอด แถมยังพยายามรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเป็นคุณหนูไฮโซคุณนายไฮโซ ไม่มีทางที่สองแม่ลูกคู่นั้นจะเลือกโรงแรมแบบธรรมดาในการจัดงานหมั้น เป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวประจำเมืองหลวงอย่างเช่นโรงแรมสตาร์ไลท์แห่งนี้ นั่นก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว

ได้ยินมาว่าคู่หมั้นของเธอคือ ธีร์ ธีระภัทร ทรัพย์วรากรณ์ ประธานบริษัท MOIS กรุ๊ปที่อายุน้อยที่สุด ชายผู้มีวิธีการที่โหดเหี้ยม เด็ดขาด และไร้ความปรานี เขาใช้เวลาเพียงปีเดียวในการนำพา MOIS กรุ๊ปจากที่เกือบจะล้มละลายให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

การที่ได้เกี่ยวดองกับเขานับว่าเป็นเรื่องที่ดีของวงศ์ตระกูล เพราะผู้ชายอย่างธีระภัทร ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักธุรกิจเงินทุนหนา แถมยังเป็นบุคคลที่ร่ำรวยติดอันดับของประเทศ จะสามารถช่วยให้ธุรกิจครอบครัวของตระกูลรังสรรค์ไพศาลที่กำลังแย่ลงเรื่อย ๆ นั้นกลับมาฟื้นฟูได้อีกรอบอย่างแน่นอน

สุขภาพของติณภพแย่ลงทุกปีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจของตระกูลรังสรรค์ไพศาลก็แย่ลงทุกปีด้วยเช่นกัน ดังนั้นการที่เขาต้องการใช้การแต่งงานเพื่อสร้างสัมพันธ์ทางธุรกิจกับธีระภัทร จึงเป็นสิ่งที่ฉันคาดการณ์เอาไว้แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้น

ฉันปฏิเสธความหวังดีของมีอาที่เธอต้องการจะแต่งตัวให้ฉัน และไปที่งานหมั้นของแคลลี่แบบหน้าสดไร้เครื่องสำอางประทินโฉมยังไงซะในสายตาของคนอื่น ฉันก็เป็นแค่คุณหนูรองของตระกูลรังสรรค์ไพศาลที่เอาแต่ใจและไม่เอาไหน บางคนก็แทบจะไม่รู้จักฉันเสียด้วยซ้ำ เทียบกับแคลลี่ที่อ่อนโยนและน่ารักไม่ได้เลยสักนิด

ดูเหมือนแคลลี่จะลืมเหตุการณ์ที่เธอชี้หน้าด่าฉันว่าเลวเมื่อสองเดือนก่อนไปแล้ว พอฉันเดินไปถึงหน้าโรงแรมเธอก็ยิ้มร่าเดินเข้ามาหาฉัน พร้อมกับท่าทางเป็นมิตรที่ฉันก็รู้อยู่แล้วว่านั่นคือการแสดงออกที่เสแสร้งอย่างเธอถนัดทำในทุกครั้ง

 "วาริส ดีใจจริง ๆ ที่เธอมางานหมั้นของฉัน"

แคลลี่ทักทายเมื่อเห็นฉัน เธอกอดแขนฉัน แสดงท่าทางราวกับว่าเราเป็นพี่น้องที่รักใคร่กันมาก แต่ฉันก็ชักมือออกอย่างไม่เกรงใจ และพูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า

"เธอน่าจะเข้าใจผิดแล้ว ฉันมาที่นี่ก็แค่ต้องการดูว่าการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจครั้งนี้มันคุ้มค่าหรือเปล่า ก็แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น"

แคลลี่ไม่ใช่คนโง่ เธอเข้าใจความหมายในคำพูดของฉันอย่างแน่นอน

"เด็กสารเลว! กล้าพูดกับพี่สาวแบบนี้ได้ยังไง? ดูการแต่งตัวของเธอสิ! คนอย่างฉัน ติณภพคนนี้ จะมีลูกสาวแบบเธอได้ยังไง!"

ไม่ได้เจอกันตั้งนาน นิสัยของติณภพก็ยังคงหุนหันพลันแล่นเหมือนเดิม พอเห็นฉันก็โกรธจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ เขาต้องเป็นพ่อแบบไหนกัน หลงใหลแต่ลูกคนอื่นแต่กลับไม่ใส่ใจลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ก็เพราะเขาเป็นแบบนี้ไง ฉันจะเกลียดเขามันก็ไม่แปลก เพราะไม่ใช่เพียงว่าเขาเห็นลูกของคนอื่นดีกว่าลูกแท้ ๆ ของตัวเองเท่านั้น แต่มันยังเป็นเพราะเขาเป็นคนที่ทำร้ายแม่และทำลายความสุขของครอบครัวของเราจนมันพังทลายลง

อารยาที่แต่งตัวอย่างหรูหรารีบออกมาไกล่เกลี่ย เมื่อเห็นว่ากำลังจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้น

"คุณคะ ใจเย็น ๆ สิ วาริสยังเด็ก ไม่รู้จักโลก ดังนั้นการพูดจาจึงไม่ค่อยระมัดระวัง แต่ฉันเชื่อว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ คุณใจเย็นก่อนนะ"

"ใช่ค่ะพ่อ วาริสเป็นน้องสาวของหนู ไม่ว่ายังไง หนูก็จะไม่เอาเรื่องกับเธอหรอกค่ะ"

ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสองแม่ลูกคู่นี้ก็คือการเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนใจดีและมีเมตตา กลับขาวเป็นดำต่อหน้าติณภพ นี่ถือว่าเป็นสกิลขั้นเทพของนางจิ้งจอกสองแม่ลูกคู่นี้เลยก็ว่าได้ เล่นละครตบตาได้ทุกบทบาท โดยเฉพาะบทบาทที่สวมรอยเป็นคนดีมีจิตใจเมตตาโอบอ้อมอารีกับผู้อื่น ฉันเห็นแบบนี้แล้วแทบจะอยากมอบรางวัลตุ๊กตาทองให้นางจิ้งจอกสองแม่ลูกคู่นี้ไปครอบครองซะเลย

เล่นละครเก่งชะมัด!

"พ่อ พ่อไปต้อนรับแขกก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูจะพาวาริสไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเอง"

แคลลี่คงกลัวว่าฉันจะพูดอะไรที่ทำให้ตระกูลรังสรรค์ไพศาลเสียหน้า เธอจึงลากแขนฉันเข้าไปในห้องแต่งตัวโดยไม่พูดอะไร 

เมื่อไม่มีคนนอกแล้ว แคลลี่ก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกต่อไป เธอสะบัดมือฉันออก และพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการข่มขู่

"วาริส ที่ฉันให้เธอมางานหมั้นของฉันกับคุณธีร์ ก็ถือว่าให้เกียรติเธอมากแล้วนะ ไม่ใช่เธอบอกว่าฉันจะมีอนาคตที่ไม่ดีเหรอ? ฉันจะทำให้เธอได้เห็นว่าชีวิตฉันมีความสุขและสวยงามแค่ไหน! แต่ฉันเตือนเธอไว้ก่อนนะ ถ้าเธอกล้าสร้างปัญหาล่ะก็ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่"

"โห! ใครบอกว่าไก่ป่าบินขึ้นไปบนกิ่งไม้แล้วจะกลายเป็นหงษ์ไม่ได้? ฉันว่าตอนนี้เธอก็ดูเหมือนนะ"

ฉันเป็นคนที่ชอบพูดจาเสียดสีโดยเฉพาะกับคนหน้าไหว้หลังหลอกแบบนี้

"เธอ!"

แน่นอน แคลลี่โกรธจัดจนยกมือขึ้นจะตบหน้าฉัน แต่น่าเสียดาย ฉันไม่ใช่วาริสคนเดิมที่ยอมให้พวกเขารังแกอีกต่อไปแล้ว เมื่อก่อนฉันอาจจะยอมให้นางจิ้งจอกสองแม่ลูกนี้รังแกและทำร้ายโดยที่ไม่ตอบโต้ แต่ตอนนี้อย่าหวังเลยว่ามันจะเป็นเหมือนเดิม ฉันไม่ใช่วาริสคนเดิมที่อ่อนแออีกต่อไปแล้ว ฉันจับข้อมือแคลลี่ไว้แน่น และยิ้มเยาะอย่างพอใจ

"ทำไม? เธออยากให้พี่เขยในอนาคตของฉันเห็นว่าคู่หมั้นของเขาดุร้ายแค่ไหนงั้นเหรอ? ทะเลาะกับน้องสาวของตัวเอง ถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือ?"

ใบหน้าของแคลลี่เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ แต่สุดท้ายเธอก็ยอมถอยและหันมามองฉันด้วยความโกรธแค้น

 "วาริส วันนี้ฉันจะไม่เอาเรื่องกับเธอ แต่เธออย่าคิดว่าฉันกลัวเธอนะ ถ้าเธอยังยืนกรานที่จะต่อต้านฉัน ฉันจะทำให้เธอเสียชื่อเสียงและอับอาย!"

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

"แคลลี่ เธออยู่ในนั้นไหม?"

น้ำเสียงทุ้มนุ่มและมีเสน่ห์ ทำให้รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดแคลลี่จ้องมองฉันอย่างดุร้าย ก่อนจะวิ่งไปเปิดประตู

"ธีร์คะ ทำไมคุณถึงมาที่นี่ล่ะ ฉันกำลังจะพาน้องสาวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่เธอก็ไม่ยอม..."

ฉันอยากจะรู้ว่าผู้ชายตาบอดคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง ทำไมถึงได้เลือกผู้หญิงอย่างแคลลี่มาเป็นคู่ครองจึงเงยหน้าขึ้นดู แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ฉันก็ถึงกับต้องตกตะลึง

คู่หมั้นของแคลลี่ กลายเป็นเขา!

คือเขา!

คือเขางั้นเหรอ!

จริงเหรอเนี่ย!!

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

ผู้ชายที่ฉันเข้าใจผิดคิดว่าเป็นของขวัญวันเกิดที่มีอาได้เตรียมไว้ให้ ผู้ชายที่ฉันนอนด้วยแล้วเขาก็เสนอที่จะเลี้ยงดูฉัน คนคนนั้น....

เขาคือธีระภัทร ทรัพย์วรากรณ์!

โอ้แม่เจ้า!!

นี่มันเรื่องบังเอิญอะไรกัน!!

ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง  พยายามคิดวนไปวนมากับเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น นี่มันบังเอิญอะไรขนาดนี้ คู่หมั้นของแคลลี่กลายเป็นผู้ชายคนนั้นยังไม่พอ แต่วันนี้ฉันยังต้องมาเจอเขาอีกครั้งในสภาพที่ตัวเองยังไม่พร้อมทั้งด้านหน้าตาและการแต่งกาย นี่มันแย่ชะมัด ทำไมฉันถึงไม่เชื่อฟังในสิ่งที่มีอาเพื่อนสนิทของฉันได้บอกตั้งแต่แรกกันนะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณคือแสงสว่างนำทางรัก   ตอนพิเศษ 6 : รักเร่าร้อน (End)

    ทั้งคู่ส่งเสียงครางประสานกันก่อนที่จะเสร็จสมไปเป็นครั้งที่สอง คนตัวเล็กที่ตอนนี้ฟุบลงไปกับเตียงหายใจหอบถี่ ๆ อย่างหอบเหนื่อย สองน้ำที่ผ่านมาทำเอาเธอเพลียร่างเหลือเกิน อีกฝ่ายที่เพิ่งจะถอดถอนแก่นกายออกจากร่องรูรักของวาริสก็ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาหมั่บ!!มือหนาเอื้อมไปจับขาเรียวก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาหาตัวในท่าก้มโค้ง“อร๊ายย คุณธีร์ คุณจะทำอะไรน่ะ”“ฉันยังไม่อิ่มเลยที่รัก เธออร่อยเหลือเกิน”ธีระภัทรตอบพลางซุกไซร้ที่แผ่นหลังงามอีกครั้ง“ฉัน...ฉันไม่ไหวแล้วค่ะ ฉันพูดจริง ๆ นะ อ๊ายยยยย”เขาไม่ฟังคำห้ามปรามของเธอเลยแม้แต่นิด ตอนนี้ธีระภัทรนั้นไม่ต่างจากเสือร้ายที่กำลังขย้ำกวางน้อย เขาอุ้มร่างบางลอยขึ้นก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ภายในห้อง จัดท่าให้ร่างบางก้มโค้งลำตัวแนบไปกับเคาน์เตอร์บาร์ก่อนที่จะ....สวบบบ!!!“อ๊าส์ พี่ธีร์ เอามันออกไปนะ วาริสไม่ไหวแล้ว อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”ธีระภัทรไม่ฟังเสียงทัดทานแต่อย่างใด เอวแกร่งยังคงอัดกระแทกเข้าออกที่ช่องทางสวาทนั้นด้วยจังหวะที่รุนแรง“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊าส์ อ๊าส์”เสียงเล็กจากวาริสครางออกมาไม่หยุด สร้างความพึงพอใจให้อีกคนได้เป็นอย่างมาก“ฉันรักเธอนะ วาริ

  • คุณคือแสงสว่างนำทางรัก   ตอนพิเศษ 5 : สนามรักอันดุเดือด

    “เราไปต่อกันที่เตียงกันดีกว่านะ”.................................................//เฮือก//วาริสสะดุ้งตกใจเฮือกใหญ่กับคำพูดที่ได้ยิน“ฉะ...ฉันเหนื่อยแล้วนะคะ”“ถ้าฟ้าไม่เปลี่ยนสี อย่าเรียกฉันว่า ธีระภัทรเลย ไม่ได้ทำมานาน คืนนี้ฉันจะกินเธอให้หายอยาก”เขาตอบแล้วยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ธีระภัทรในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากหมาป่าที่หิวกระหาย มือหนาช้อนอุ้มวาริสขึ้นจากอ่างน้ำ แล้วเดินตรงไปที่เตียงโดยไม่ฟังคำทัดทานของเธอเลยแม้แต่น้อย“หะ...ห๊า.....อ๊ายยยยย คุณธีร์... ปล่อยฉันลงนะ”ตุ้บ!“คะ..คุณธีร์ อย่าเข้ามา พอแล้วนะคะฉันเหนื่อยแล้วจริง ๆ ”วาริสพยายามเอ่ยห้ามธีระภัทรที่ตอนนี้กำลังเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ตัวเธอ สีหน้าท่าทางของเขานั้นราวกับเสือตัวใหญ่ที่กำลังเจอเหยื่ออันโอชะและพร้อมจะตะครุบ ตอนนี้เขาได้เข้ามาประชิดถึงตัวเธอแล้วพร้อมกับทาบทับร่างกายลงบนเรือนร่างงามอย่างไม่รีรอ“คะ...คุณธีร์ ฉะ...ฉันว่า....อื้อออออออ”“อื้มมมมมมมมม”คำพูดของวาริสถูกปิดด้วยริมฝีปากของธีระภัทร เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พูดหรือเอ่ยห้ามอะไรอีก สัมผัสที่เร่าร้อนได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง และในค่ำคืนนี้ไม่รู้เลยว่าบทรักของเขาแล

  • คุณคือแสงสว่างนำทางรัก   ตอนพิเศษ 4 : ทะเลเดือด!!

    “ทำไมหัวใจเต้นแรงขนาดนี้นะ” วาริสคิดในใจ“ขนาดลูกหนึ่งแล้ว เธอก็ยังน่ากินอยู่เลยที่รัก...”“เอ่อ...คุณธีร์คะ ฉันว่า....อุ๊บบ!!! อื้อออ....”ไม่ทันได้พูดจบประโยค วาริสก็ถูกธีระภัทรจับหันหน้าเข้าหาตัวเขาที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง ริมปากหนาหยักได้รูปก็ประกบลงที่ริมปากบางที่อวบอิ่มนั้นทันที“อื้มมมม” เธอส่งเสียงครางในลำคอธีระภัทรไม่ปล่อยช่องว่างให้เธอหายใจเลยแม้แต่น้อย รสจูบนั้นเร่าร้อน และปลุกเร้าอารมณ์ของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี“อืมมมมม วาริส.....หวาน....จัง”ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปภายในโพรงปากบางเพื่อเชยชิมความหอมหวานจากโพรงปากบางนั้น มือหนาค่อย ๆ ลูบไล้ร่างบางเล็กอย่างช้า ๆ จนไปถึงยอดเม็ดทับทิมสีชมพูระเรื่อและบีบเบา ๆ เขาถอนริมฝีปากออก และเริ่มซุกไซร้คนตัวเล็กร่างอีกครั้ง ร่างสูงลากปลายลิ้นลงมาเรื่อย ๆ จนถึงปลายยอดทับทิมสีชมพู“หมับ”“อ๊ะ!!!! คะ....คุณธีร์ อย่า อ๊ะ”แม้ปากจะร้องห้าม แต่หน้าอกกลับแอ่นรับสัมผัสนั้นที่เขามอบให้ ธีระภัทรขบเม้มบริเวณนั้นจนพอใจ แล้วอุ้มร่างบางเล็กขึ้นมานั่งบนตัก พร้อมกับประกบริมฝีปากตามไปอีกครั้ง“อืมมมมมม”เสียงครางในลำคอดังขึ้นไม่หยุด เมื่อระดมจูบอย่างพออกพอใจ

  • คุณคือแสงสว่างนำทางรัก   ตอนพิเศษ 3 : สีสันของทะเล

    วันไปเที่ยวธีระภัทรและวาริส ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง“หนูฝากของขวัญด้วยนะคะคุณแม่ พี่จิตตรี…. ของขวัญ ที่รักของแม่ ห้ามดื้อกับคุณย่าและพี่จิตตรีนะลูก”วาริสพูดจบเธอก็ก้มลงไปจูบหน้าผากเด็กน้อยอย่างแผ่วเบาด้วยความรัก “ไม่ต้องห่วงนะ แม่จะดูแลของขวัญให้เอง พวกเธอทั้งสองคนไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะ พักผ่อนให้เต็มที่”“ขอบคุณครับคุณแม่ พวกเราไปแล้วนะครับ”ทั้งสองคนขึ้นรถและออกเดินทาง ใช้เวลาขับรถจากที่บ้านประมาณ 3 ชั่วโมงก็ถึงที่พัก ที่พักตรงนี้เป็นบ้านพักติดทะเลที่ธีระภัทรเป็นเจ้าของเอง นี่ก็ถือว่าเป็นอีกโครงการหนึ่งในเครือของกลุ่มบริษัททรัพย์วรากรณ์บ้านพักติดทะเลหลังนี้เป็นบ้านพักสุดหรูติดทะเลแบบ Poll Villa ที่มีทั้งอ่างจากุซชี่ และสระว่ายน้ำในตัว มองเห็นวิวทะเลได้ชัด ได้สัมผัสกลิ่นอายของทะเลอย่างเต็มที่ ทำให้วาริสถูกอกถูกใจเป็นที่สุด เพราะเธอเป็นคนที่ชอบทะเลเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว“โอ้โห!! ฉันชอบจังเลยค่ะ มีสระว่ายน้ำในตัวด้วย แบบนี้ต้องถ่ายรูปสวย ๆ ให้เยอะ ๆ เลยนะ ไม่ได้มาเที่ยวนานแล้ว พอได้มาก็รู้สึกดีนะเนี่ย”เธอพูดอ้อนเสียงหวานพร้อมเข้ามากอดซบร่างสูงคนรักของเธอ“ไปเป

  • คุณคือแสงสว่างนำทางรัก   ตอนพิเศษ 2 : แอบลูกไปเที่ยวทะเล

    หลังจากที่วาริสออกจากโรงพยาบาลก็กลับมาอยู่บ้าน เธอเป็นคนเลี้ยงลูกเองโดยมีพี่เลี้ยงเด็กและแม่ของธีระภัทรที่คอยมาช่วยอยู่ไม่ห่าง วาริสไม่อยากจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาเลี้ยงโดยเฉพาะ เนื่องจากเธออยากสร้างความผูกพันกับลูก อยากให้ลูกติดแม่ เธอจึงเป็นคนเลี้ยงเองโดยพี่เลี้ยงเด็กช่วยเหลือแค่บางส่วนเท่านั้น ส่วนธีระภัทร ทุกวันหลังจากที่กลับจากบริษัทเขาก็จะช่วยเลี้ยงลูกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกับวาริส ในตอนกลางคืนเด็กน้อยมีร้องไห้งอแงบ้างทั้งคู่ก็ช่วยกันปลอบ การเลี้ยงเด็กหนึ่งคนนั้นยากลำบาก ทำให้คนเป็นแม่แบบเธอไม่ค่อยมีเวลาได้พักผ่อน ทั้งสองคนไม่ค่อยมีเวลากระหนุงกระหนิงกันเหมือนเมื่อก่อน เป็นแบบนี้จนระยะเวลาล่วงเลยจนของขวัญอายุได้สองขวบ ในช่วงนั้นธีระภัทร ได้ให้เนตรนภา แม่ของเขามาอยู่ที่บ้านด้วย เพื่อจะได้ช่วยดูแลเด็กน้อยอีกแรง เนื่องจากเขาเกรงว่าวาริสจะเหนื่อยเกินไปในช่วงที่เขาต้องเข้าบริษัทและไม่ได้อยู่ช่วยเธอดูแลลูก“ขอบคุณนะคะคุณแม่ ที่มาอยู่ช่วยหนูดูแลของขวัญ”“ไม่เป็นไรจ้ะ แม่เต็มใจ ยังไงซะของขวัญก็คือหลานสาวของแม่ หนูเองก็ไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวตรงนี้ แม่กับจิตตรีจะดูแลของขวัญให้เอง”“ขอบคุณนะคะคุณ

  • คุณคือแสงสว่างนำทางรัก   ตอนพิเศษ 1 : ครอบครัว

    อุแว้...อุแว้...."คลอดแล้วค่ะ เป็นเด็กผู้หญิง"ธีระภัทรน้ำตาซึมเมื่อได้ยินพยาบาลสาววิ่งออกมาบอก เขาทั้งตื่นเต้นและดีใจไปพร้อม ๆ กันลูก... ลูกของเขากับวาริส...ในที่สุด เขาและเธอก็ได้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วพวกเราสามคน พ่อ แม่ ลูก..."คุณพ่อเข้าไปหาคุณแม่ได้นะคะ เธอเพิ่งจะหลับไป อย่าเพิ่งเสียงดังรบกวนเธอนะคะ"ธีระภัทรพยักหน้าตอบรับคำของพยาบาล ก่อนที่จะเดินเข้าไปยังห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลในขณะนี้ วาริสยังคงหลับสนิทบนเตียงของโรงพยาบาล ธีระภัทรเดินย่องเท้าอย่างเบาที่สุดแล้วค่อย ๆ นั่งลงบนโซฟาเพราะกลัวว่าจะทำให้เกิดเสียงดังจนรบกวนทำให้เธอต้องตื่น"ลำบากเธอแล้วนะ..."เขามองไปที่วาริสที่นอนอยู่และพึมพำออกมาเสียงเบา เขารู้ดีว่าการคลอดลูกของผู้หญิงเป็นสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดและทรมานมากที่สุด เขารู้สึกขอบคุณเธอและซาบซึ้งที่เธอยอมลำบากอุ้มท้องนานถึง 9 เดือน และยังทนเจ็บปวด คลอดเด็กทารกที่แสนน่ารักมาเติมเต็มครอบครัวให้กับเขาธีระภัทรนั่งมองวาริสอย่างไม่ละสายตา ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความคิดต่าง ๆ นานา เป็นความคิดที่มีแต่คำขอบคุณ ความซาบซึ้ง แววตาที่เขาจ้องมองเธอก็เต็มไปด้วยความรั

  • คุณคือแสงสว่างนำทางรัก   บทที่ 9 มันสายเกินไปที่จะเสียใจ

    เสี่ยแก่ ๆ งั้นเหรอ?ฉันเหลือบมองธีระภัทรที่กำลังจัดการเอกสารในห้องทำงาน และตัดสินใจว่าอย่าเพิ่งให้แคลลี่รู้ความจริงเร็วขนาดนี้เลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นคงจะหมดสนุก เพราะฉันลาออกจากงานบาร์เทนเดอร์ที่เจมินายน์แล้ว ฉันเลยมีเวลาว่างมากขึ้นหลังเลิกเรียนก็ได้รับโทรศัพท์จากมีอา เธอบอกว่าจะฉลองที่ฉันหลุดพ้

  • คุณคือแสงสว่างนำทางรัก   บทที่ 4 เมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชัง

    เมื่อไปถึงตรงบริเวณที่อารยาบอกฉันก็เห็นว่าเธอนั่งรออยู่ ฉันจึงเดินตรงเข้าไปหาเธอ ฉันเอนหลังพิงเก้าอี้นั่งไขว่ห้าง และพูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรกับอารยา “มีอะไรก็รีบพูดมาสิ ฉันต้องรีบกลับไปทำงาน ไม่มีเวลามาเสียเวลาคุยกับเธอหรอก”“วาริส เธอวางท่าทางให้มันเรียบร้อยหน่อยได้ไหม ไม่มีมารยาทของผู้หญิง

  • คุณคือแสงสว่างนำทางรัก   บทที่ 3 เรื่องนี้ไม่สู้ดีนัก

    แสงสีระยิบระยับของยามราตรีสาดส่อง เสียงแก้วกระทบกันดังก้องกังวาน เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มนำพาจังหวะการโยกย้ายที่บ้าคลั่งและเร้าใจมีอาวางหัวลงบนเคาน์เตอร์บาร์ มองมาที่ฉันด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม“วาริส แต่งตัวแบบนี้ เธอดูมันหล่อชะมัดเลย!”ฉันเหลือบมองเธอ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรกับคำชมนั้น เพราะการที่หญ

  • คุณคือแสงสว่างนำทางรัก   บทที่ 2 นอนด้วยผิดคน

    “ฉันไปแล้วนะ!” ฉันรู้สึกงง ๆ กับสิ่งที่เธอพูดที่ปลายสาย“พูดอะไรของเธอ ตอนนี้เธออยู่ไหนเนี่ย พวกเรารอเธอที่โรงแรมทั้งคืนก็ไม่เห็นมา จนต้องแยกกันกลับ”“ฮะ! ฉันก็มาแล้วนี่ไง แล้วก็ได้รับของขวัญของเธอเรียบร้อยแล้วด้วย เด็ดมาก ถึงจะเจ็บไปหน่อยก็เถอะ”“ฮะ! ของขวัญอะไร ของขวัญที่ฉันจะให้เธอมันยังอยู่กับฉ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status