ANMELDENครืด~
เสียงข้อความดังขึ้นทำลายความเงียบ ส่งผลให้เจ้าของเครื่องหันกลับไปมองทันที ไวเท่าความคิดไม่ลังเลเลยที่จะเปิดอ่านข้อความปริศนาที่ถูกส่งเข้ามา ความรู้สึกจุกหน่วงในอกกระแทกเข้าใส่อย่างจังเมื่อเห็นรูปภาพพร้อมข้อความระบุอยู่บนนั้น หน้าชาจนไม่รู้สึกอะไรเลยไปชั่วขณะ สุดท้ายวันนี้ก็มาถึงจริงๆ สักที! ‘…ปล่อยมือจากลูกชายของฉันซะ มีผู้หญิงที่เหมาะสมกับเคนมากกว่าเธอ ถ้าเธอรักลูกฉันจริง ไม่คาดหวังอะไรจากเขาจริงๆ ปล่อยเขาเป็นอิสระเถอะ ปล่อยเขาไปมีชีวิตที่มันดีกว่า ถือว่าคนเป็นแม่ขอร้องก็แล้วกัน’ ใบหม่อนกำโทรศัพท์ในมือจนแน่น ชาไปทั้งใบหน้าจนเหมือนอีกคนที่ยังมองเธออยู่จะรู้สึกได้ “อะไร มีคนยุ่งกับแฟนเธอ?” ใบหน้าสะสวยสั่นรัวแทนคำตอบ แม้ไบรอันจะเห็นทุกอย่างในโทรศัพท์เธอตอนที่เธอมัวแต่อึ้งแล้วก็ตาม ก่อนจะได้คุยอะไรไปมากกว่านั้น โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือก็สั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้ง แว๊บหนึ่งที่ตากลมใสหันมองเจ้าของห้อง ลึกๆ ก็รู้สึกเกรงใจและยังวางตัวในการอยู่ร่วมกันได้ยังไม่ดีพอ “ตามสบาย ฉันไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเธออยู่แล้ว” บอกแค่นั้นไบรอันก็กระชากตัวลุก ขายาวก้าวเข้าไปในห้องนอน ปล่อยตากลมใสให้มองตามหลังจนลับสายตาถึงได้หันกลับมาโฟกัสที่โทรศัพท์แทน รายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอและแรงสั่นสะเทือนยังคงไม่หยุดส่งผลให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ใบหม่อนเคยรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้คุยกับคนในสาย เคยมีความสุขมากกว่าตอนนี้ ตอนที่เราแค่คุยกัน แค่สนิทกัน แต่พอตัดสินใจที่จะคบกัน ทุกอย่างมันกลับไม่สวยงาม เหตุผลก็แค่สั้นๆ เราต่างกันมากเกินไป เขาอยู่สูง ในขณะที่เธอติดดินจนถูกมองว่าไม่เหมาะสม เอาจริงๆ แทบไม่รู้เลยว่าไอ้คำว่ารอที่เราทั้งคู่มีให้กันเราจะรักษามันไว้นานแค่ไหน “พี่เคน…” (หม่อน มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ไปหาหม่อนที่บ้านถึงไม่เจอ รู้หรือเปล่าว่ามีคนอื่นย้ายเข้าไปอยู่บ้านหม่อนแล้วนะ) น้ำเสียงร้อนอกร้อนใจทำให้เข้าใจได้ว่าเขายังห่วงเธอ ยังคงไปหาเธอที่บ้าน แม้ว่าครอบครัวของเขาจะไม่ชอบอะไรในตัวเธอเลยก็ตาม (เจ้าของที่กลั่นแกล้งอะไรหรือเปล่า มันติดปัญหาตรงไหน หม่อนบอกพี่ได้นะ ไม่ต้องเกรงใจเลย) “ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ หม่อนย้ายออกแล้ว” (ย้ายออกเหรอ ทำไมมันถึงปุบปับขนาดนี้ล่ะ มีอะไรหรือเปล่า มีเรื่องอะไรไม่สบายใจไหม หม่อนรู้ใช่ไหมว่าหม่อนคุยกับพี่ได้ทุกเรื่อง หม่อนย้ายไปอยู่ที่ไหน) “แล้วพี่เคนล่ะคะ พี่คุยกับหม่อนทุกเรื่องไหม มีเรื่องอะไรที่หม่อนต้องรู้แล้วพี่ยังไม่บอกหรือเปล่า” เอ่ยถามออกมาตรงๆ เพราะตัวเธอเองก็ทำใจเอาไว้นานแล้ว ต่อให้เราสองคนจะรู้สึกดีต่อกันมากแค่ไหน สุดท้ายคนระดับเขามันก็ต้องมีปัจจัยอย่างอื่นเข้ามาข้องเกี่ยวอยู่ดี ครอบครัวของเขาไม่ได้ยินดีที่จะต้อนรับเธอ เขามองเห็นคนอื่นที่เหมาะสมมากกว่า แล้วจะให้เธอเอาอะไรไปสู้ มันไม่มีหรอก ไม่มีจริงๆ (หม่อน คือพี่…) “หม่อนขอบคุณพี่มากนะคะสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา มันดีทุกอย่าง มันดีมากจริงๆ และหม่อนก็เข้าใจด้วยว่าปัญหาของเราที่มันเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ มันเป็นเพราะตัวหม่อนเอง” (แต่พี่ไม่ได้ต้องการให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนั้น) “แต่จริงๆ แล้ว พี่เคนกับคุณหมอคนนั้น ก็เหมาะสมกันดีนะคะ” (หม่อน…) “ในเมื่อที่บ้านของพี่ชอบเขา ทุกอย่างมันมีแต่คำว่าเหมาะสม และถ้าพี่สองคนคบกันตัวพี่เองก็จะก้าวหน้า มันก็มีแต่เรื่องดีๆ ไม่ใช่เหรอคะ หม่อนไม่โอเคนะคะถ้าจะต้องเข้าไปเป็นตัวถ่วงในชีวิตพี่ หม่อนไม่ได้ต้องการแบบนั้นจริงๆ นะพี่เคน” (แต่หม่อนเองก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าหัวใจของพี่มันเป็นของใคร เรารู้สึกแบบเดียวกัน เรารู้สึกดีต่อกัน เราควรจับมือกันด้วยความเข้าใจไม่ใช่เหรอ) “หม่อนว่าเราเสียเวลามามากพอแล้วนะคะ เราไปต่อไม่ได้หรอก พี่เคนไปต่อเถอะนะคะ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองเถอะ ระหว่างเรามันได้แค่นั้นจริงๆ” (หม่อน หมายความว่า…) “เราเลิกกันเถอะค่ะ หม่อนว่ามันถึงเวลาแล้วนะคะที่เราจะพูดคำนี้และแยกย้ายกันจริงๆ สักที” (ทำไมถึงคิดแบบนี้ มีใครไปพูดอะไรใช่ไหม หม่อนแค่บอกพี่) “มันไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ มันไม่มีประโยชน์เลยจริงๆ พอเถอะนะคะ พี่เคนกลับไปใช้ชีวิตของตัวเองเถอะ และต่อไปก็ไม่ต้องโทรกลับมาเบอร์นี้แล้วนะคะ หม่อนไม่สะดวกที่จะรับสายพี่อีกต่อไป” ไบรอันมองภาพเคลื่อนไหวของคนด้านนอกผ่านกล้องวงจนปิด ไอแพดวางบนต้นขาแกร่ง สายตาที่มองยากเกินจะคาดเดา “บอกเลิกเองแท้ๆ แต่ดันขี้แยร้องไห้นี่นะ ย้อนแย้งดีจริงๆ” ริมฝีปากหยักได้รูปพร่ำออกมาเบาๆ ทิ้งสายตามองคนที่ซุกหน้ากับฝ่ามือของตัวเองก่อนจะดึงไอแพดออกจากต้นขา เท่าที่เคยได้ยินมาและประเมินสถานการณ์ตรงหน้าก็รู้แล้วว่าเธอยอมโดนเทเพราะรู้ว่ามันไม่มีทางไปต่อได้ อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้เขาพอใจว่าหากถึงทีของเขา เธอก็จะไม่ทำตัวให้มีปัญหา ไม่ล้ำเส้นวุ่นวายสร้างความรำคาญใจให้เขาอย่างแน่นอน ********************** ชอบบ้างไหมคะ ถ้าชอบฝากกดไลก์และคอมเมนต์ให้เนมหน่อยน้าาาา~ 🫶🏻🫶🏻🫶🏻🧸🧸“หม่อนไม่ได้รับสายนะ ตัดสายทิ้งไปแล้ว หม่อนไม่รู้ว่าหม่อนทำอะไรให้พี่ไบรท์รู้สึกไม่โอเค” ใบหม่อนเดินมาหยุดตรงหน้าคนที่วางหูจากใครก็ไม่รู้ที่เขาคุยแล้วทำหน้ามีความสุข จากนั้นเธอก็มองเขายืนดูดบุหรี่จนเขากลับเข้ามาในห้องถึงรีบเข้าไปอธิบาย ไม่รู้ว่าเขามีอิทธิพลต่อใจเธอแค่ไหน แต่เธอไม่ชอบความรู้สึกในตอนที่เขาหันหลังให้เธอเลย ในใจอยากจะเดินเข้าไปคุยตั้งแต่ตอนแรก แต่ก็กลัวว่ามันจะเป็นการรบกวนเลยทำได้เพียงอดทน ต่อให้ภายในใจมันจะรู้สึกกระวนกระวายแค่ไหนก็ตาม“ทำไมไม่รับสายล่ะ” ยิ่งได้ยินคำถาม สบตาคนที่เพิ่งจะออดอ้อนเธอมาหมาดๆ หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นแผ่วลงเขาทำเหมือนลืม ทำเหมือนไม่รู้สึก ทำเหมือนตอนนั้นเขาแค่อารมณ์ดีเลยพูดหยอดแต่เป็นเธอที่คิดไปเองทุกอย่างเลย“ถ้าไม่ชอบก็บอกกันดีๆ ได้ไหมคะ อย่าเป็นแบบนี้ได้ไหม” น้ำเสียงของคนบอกสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเขาไม่สบตาเธอนานๆ ทำเหมือนรำคาญทั้งที่ก่อนหน้านี้เรายังดีกันอยู่เลยมันก็ยิ่งทำให้เธอไม่สบายใจ เธอควรอธิบายแบบไหน บอกเขาว่าความรู้สึกของเธอมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้อยากเจอคนคนนั้น ไม่ได้อยากคุย ไม่ได้คาดหวัง เธอพร้อมที่จะบล็อกเขาคนนั้นหากมันทำใ
“ไม่คุยเรื่องนี้แล้วดีกว่า ไม่อยากเห็นเด็กน้อยทำหน้างอ” ใบหม่อนสบตากับเจ้าของคำพูด รอยยิ้มเล็กๆ แต้มขึ้นบนแก้มขาวเนียนอย่างไม่รู้ตัว“พี่ไบรท์บอกได้นะคะว่าอยากให้หม่อนทำอะไร แบบไหน”“ทำไมอ่ะ ถ้าพี่ให้ทำอะไรเธอก็จะตามใจพี่ จะทำให้พี่ทุกอย่างเลย?” คนถูกถามกดใบหน้ารับทันที “หม่อนไม่อยากให้เราทะเลาะกัน ไม่อยากให้เราไม่เข้าใจกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอยู่ด้วยกันแบบสันติมากกว่า” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มบางๆ เพราะแบบนี้หรือเปล่าเขาเลยมีความคิดที่จะส่งเธอให้เฮียเลอร์ เพราะเธอก็มีมุมที่น่ารักแบบนั้นใช่ไหม แต่ก็มีบางครั้งที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขาถึงอยากเก็บเธอไว้ใกล้ตัว ทั้งที่ก็รู้ว่าการทำแบบนั้นมันจะเกิดปัญหา แต่บ้าฉิบหายที่อยากจะลอง“ได้นะ ถ้าเธอเป็นเด็กดี เชื่อฟังพี่ พี่ใจดีกับเธอ อยู่กับเธอแบบสันติแน่นอน” “เป็นเด็กดีอยู่แล้ว”“ก็ให้มันดีตลอดไป”“แล้วถ้าดีตลอด พี่ก็จะใจดีด้วยตลอดเลยใช่ไหม” “แน่นอน เด็กดีต้องได้รางวัล แล้วอยากได้รางวัลไหม” ไบรอันใช้นิ้วเขี่ยแก้มใส ท่าทางออดอ้อน เอาอกเอาใจเก่งยิ่งกระตุ้นให้ใจดวงน้อยมันเต้นแรง “อยากได้~”“ท้าทายพี่แล้วนะ พี่ไม่อยอกนะ พี่จะเอาจริงๆ” คนฟัง
ไอ้ที่บอกว่าอาบน้ำด้วยกันแล้วเผลอคิดว่าทุกอย่างมันจะจบแค่นั้น ไม่มีอยู่จริง ทันทีที่ทั้งคู่กลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรู ไบรอันจู่โจมคนตัวเล็กทันที ถ้าเธอจะแสดงออกว่าแคร์เขาขนาดนี้มันก็ไม่มีอะไรให้ต้องเก็บมาคิดมากแล้ว ที่เฮียๆ เคยพูดว่าใบหม่อนไม่เหมือนใคร เพราะเธอไม่ได้ชอบ หรือสนใจเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่น แต่ดูจากทรงและสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว เหมือนว่าทุกอย่างมันจะไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกต่อไปทำดีด้วยหน่อยใจก็เหลวไม่เป็นท่า เอาเข้าจริงเขาเจอแบบเธอมาเยอะมาก มันก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเขาจะควบคุมทุกอย่างเอาไว้ยังไง “พะ..พี่ไบรท์~” แก้มเนียนทั้งสองข้างถูกฝ่ามือหนาประคองเอาไว้ นิ้วยาวเหยียดลูบไล้กลีบปากสวยในตอนแรกก่อนจะผละออก ตามด้วยริมฝีปากร้อนที่ประกบลงมาทาบทับอย่างรวดเร็วหัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ ริมฝีปากร้อนที่บดขยี้กลีบปากนุ่มสลับกับการสอดปลายลิ้นเข้าในโพรงปาก ตวัดปลายลิ้นเกี่ยวพันกันและกันจนมวลสมองมันขาวโพลน ไหนจะกลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากกายของผู้ชายคนแรก ความหวั่นไหวมันยิ่งก่อตัวมากขึ้นทวีคูณรสสัมผัสและรอยจูบที่ดูดดื่มขึ้นทุกวินาทีส่งผลให้ใบหม่อนหลงใหลถึงขั้นเกาะเกี่ยวบ่าแกร่งเอาไว้แน่น ไบรอันขยับร
“ถ้าจะสิงร่างกันขนาดนั้นนะ ยืมห้องกูไหม” ไคเลอร์เอ่ยถาม ปรายตามองหน้าหล่อๆ ของไบรอันก่อนจะมองเลยไปยังด้านหลังที่ต้องพูดแบบนั้นเพราะผู้หญิงที่ไบรอันพามาด้วยเอาแต่แอบอยู่ด้านหลังของมันหลังจากที่เธอยกมือไหว้เขา “แวะมาคุยงานแป๊บเดียวเฮีย”“จะคุยก็ไปนั่งดีๆ บอกเมียมึงด้วย”“เมียที่ไหนวะเฮีย เลอะเทอะ!” ตอบกลับพร้อมกับชักสีหน้าใส่ มีอย่างที่ไหนมาพูดจาพล่อยๆ เดี๋ยวก็กลายเป็นการให้ความหวังเด็กมันอีกคนอย่างไอ้ไบรท์ชอบทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นซะที่ไหนกันล่ะ ถ้ารู้สึกเกลียดก็คือเกลียดเลย แต่ถ้าไม่เกลียด ก็ไม่เคยทำร้ายใครเช่นกัน ปากร้ายแหละ แต่รู้ว่าควรดีกับใคร! “ไปนั่งรอที่โซฟาก่อน พี่คุยงานกับเฮียเลอร์แป๊บ” หันไปบอกคนที่อยู่ทางด้านหลัง อาจจะเป็นเพราะว่าตัวเขาบดบังตัวเธอซะมิด เฮียเลอร์เลยอาจจะไม่เห็นว่าใบหม่อนกลัวเฮียมันมากแค่ไหน“ขะ..ขอกลับไปรอที่รถได้ไหมคะ”“ไม่ได้ บอกให้รอตรงนี้ก็คือรอ” พูดเสียงดุขึ้นมาจนคนที่ตั้งท่าจะต่อต้านทำคอตก จากนั้นก็ยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี ใบหม่อนเดินไปหย่อนตัวที่โซฟา เพราะไม่กล้าสบตากับเจ้าของห้อง ก็เลยเลือกที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเพราะเลี่ยงการสบตาแทน“
แก้มแดงนี่แปลว่าอะไร หวั่นไหวหรือว่ามีใจ? ไบรอันครุ่นคิดพลางกระตุกยิ้ม หึ! นี่เป็นเพียงความคิดในหัวก็เท่านั้น ไม่พูด ไม่ถาม หากเธอที่ได้อยู่ใกล้เขาแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย นั่นต่างหากล่ะที่เรียกว่าแปลกของจริงไบรอันทิ้งสายตามองถนนเบื้องหน้า บนใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้มเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงความพอใจและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก“เราไม่ได้จะกลับกันเลยเหรอคะ” คนที่ตั้งใจเบี่ยงเบนเรื่องที่กำลังคุยกันหันมองทิวทัศน์ด้านซ้ายมือ เพราะนี่มันเป็นคนละเส้นทางกับที่ต้องกลับคอนโด“มีธุระที่ต้องไปทำนิดหน่อย”“อ๋อ โอเคค่ะ”“จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าไปทำธุระที่ไหน”“ก็มันเป็นธุระของพี่หรือเปล่าคะ พี่จะพาไปไหนหรือทำอะไรมันก็ต้องได้อยู่แล้ว หรือยังไงเอ่ย” ในตอนที่ไบรอันหันมามองสบตา ถึงได้เริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ลางสังหรณ์กำลังบอกเธอว่ามันต้องมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอนอย่าบอกนะว่าต้องเจอกันอีกแล้ว เจอกันกับเขาคนนั้นที่เธอยังกลัวจนจำฝังใจ! “ลืมบอกน่ะว่าธุระที่ต้องไปทำ คือการไปคุยกับเฮียเลอร์”“เฮียเลอร์..อีกแล้วเหรอ”“ทำไมต้องกลัวเฮียมันขนาดนั้น จริงๆ เฮียมันไม่ได้ร้ายกาจอะไรหรอก”“เกือบจะจับหม่อนโยนลงทะเลไปเป
“พ่อ..แม่” เสียงสดใสทักทายคนในบ้านทันทีที่ก้าวเข้ามาในเขตรั้วของบ้านหลังใหญ่ซึ่งใบหม่อนมองว่ามันเป็นความประทับใจเล็กๆ ของคนที่หาให้พ่อแม่อยู่ได้แม้เบื้องหลังมันจะไม่สวยหรูเท่าไหร่ แต่เธอก็มองว่ามันเป็นงานที่สุจริต ไม่มีอะไรให้ต้องอาย“หม่อน..มาได้ไงลูก” พ่อขี้เมาที่รักลูกสาวที่สุดฉีกยิ้มกว้าง จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซเข้ามาหา ถึงตัวปุ๊บ กลิ่นเหล้าหึ่งปั๊บเลยเช่นกัน“หู้ยพ่อ! สุราเมระยะ เบาได้เบานะคะ”“ใช่แบบนั้นที่ไหนกันล่ะ สุราเมระยะ จิบๆ เป็นระยะต่างหากล่ะ” ความช่างตอบกลับส่งผลให้ใบหม่อนยิ้มกว้าง จากนั้นก็รีบสอดแขนขาวๆ เข้าไปกอดกายหนา ต่อให้กลิ่นเหล้าบนตัวพ่อจะรุนแรงแค่ไหน พ่อก็คือพ่ออยู่ดี“คิดถึงจังเลยค่ะ หนูคิดถึงพ่อน้า”“ดูสิแม่ ลูกสาวเรานี่นะ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงก็ยังอ้อนพ่อให้พ่อโอ๋อยู่เลย”“หูยพ่ออ่ะ หนูกอดเพราะคิดถึงนะ ไม่ได้ร้องไห้ให้โอ๋เลย”“ฮ่าๆ” พ่อเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น แม่ที่นั่งมองอยู่ก็อมยิ้มไปตามๆ กัน“วันนี้ว่างเหรอลูก ทำไมกลับบ้านได้ล่ะ”“ว่างค่ะแม่ วันนี้หนูจะมากินข้าวที่บ้าน คิดถึงขนมจีนน้ำยาฝีมือแม่อ่ะ ใส่ผักเยอะๆ น้ำยาข้นๆ หนูซื้อตีนไก่มาด้วยน้า~ น้ำยาขนมจีนต้
“…ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยค่ะ” คนที่เพิ่งวางแกงจืดวุ้นเส้นลงบนโต๊ะอาหารเอ่ยปากขอบคุณคนตัวโตที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว“เรื่อง?”“เรื่องที่พี่ช่วยใจดีกับหม่อนและครอบครัวไงคะ เมื่อก่อนนะคะ ถ้าฝนตกฟ้าร้องแบบนี้ เคยอยู่กันอย่างสงบสุขซะที่ไหน ไปทางไหนฝนก็รั่วแหละ” “ขนาดมุมไหนก็รั่วยับเยิบข
@หลายวันต่อมา ใบหม่อนพยายามปรับตัวทุกอย่าง เพื่อให้อยู่ที่นี่ได้โดยไม่มีปัญหา ไบรอันย้ำว่าเธอต้องสวย ต้องมีเสน่ห์ ต้องดูดีทุกเวลา คนที่ไม่ถึงกับละเลยตัวเอง แต่เวลาปกติก็ไม่ได้แต่งอะไรมากนักเลยย้อนกลับมาเปลี่ยนตัวเองใหม่ ดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ตอนนี้เวลาที่มองหน้าตัวเองผ่านกระจกใส มีแว๊บหน
“เป็นคนบอกเลิก แต่มานั่งคอตกซะเอง แบบนี้มันดูไม่ใช่เธอเลยนะ” “พี่ไบรท์…” ใบหม่อนเงยหน้ามองคนที่เดินออกมาจากห้องนอนแล้วพูดขึ้นลอยๆ แบบไม่มองหน้าเธอ เดินผ่านหน้าแล้วหย่อนสะโพกลงบนโซฟาตัวที่อยู่ตรงกันข้าม ขายาวตวัดขึ้นไขว้ห้าง ก่อนจะทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าของเธอ“รู้ได้ไงคะว่าหม่อนบอกเลิก พี่แอบฟังงั
“เมียมึงเหรอ?”“เฮีย!” ไบรอันชักสีหน้าใส่คนที่ใช้คำพูดคำจาไม่ค่อยจะรื่นหูก่อนจะปรายตาไปมองเจ้าของร่างบางที่นั่งหลังตรง กระพริบตาปริบๆ มองเขาและบรรดาเฮียๆ ที่กำลังจ้องมองเธออยู่เช่นเดียวกันเราพยายามปรับตัวเข้าหากันแล้ว พยายามทำตัวให้เป็นกันเอง แต่ใบหม่อนกลับมาทำสีหน้าเกร็งๆ อีกครั้งก็ตอนที่บรรดาเฮี







