INICIAR SESIÓN“…ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยค่ะ” คนที่เพิ่งวางแกงจืดวุ้นเส้นลงบนโต๊ะอาหารเอ่ยปากขอบคุณคนตัวโตที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“เรื่อง?” “เรื่องที่พี่ช่วยใจดีกับหม่อนและครอบครัวไงคะ เมื่อก่อนนะคะ ถ้าฝนตกฟ้าร้องแบบนี้ เคยอยู่กันอย่างสงบสุขซะที่ไหน ไปทางไหนฝนก็รั่วแหละ” “ขนาดมุมไหนก็รั่วยับเยิบขนาดนั้นมนุษย์ป้ายังออกแนวขี้งกเฉยอ่ะนะ” คำพูดคำจาของคนตัวสูงทำคนตัวเล็กกว่ายิ้มกว้าง “ก็ไม่อยากจะเม้าส์อ่ะนะ แต่จะว่าใช่ก็ใช่แหละ” “อย่าบอกนะว่าโดนแบบนี้ประจำ” “ก็ถ้าจ่ายช้าป้าแกก็จะมาโวยวายประมาณนี้ แต่ทุกทีแกก็ไม่ได้ไล่ออกหรอกนะ เหมือนแค่อยากมาทะเลาะกับแม่มากกว่า เถียงจนพอใจแกก็กลับนั่นแหละ ไม่เคยทำรุนแรงอะไร” “แล้วคำว่าไม่รุนแรงของเธอมันเป็นแบบไหน แล้วไอ้การที่เขาใช้คำพูดเพื่อกระแทกแดกดันทำให้เจ็บใจนี่มันน่าหมั่นไส้ไหม” คำถามส่งผลให้คนฟังนั่งคอตกพร้อมกับกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ นึกออกทันทีว่าความเป็นไปได้ มันน่าจะมาจากคำพูดประโยคไหน ก็คงไม่พ้นที่ป้าเจ้าของที่แซะเธอแรงจัดเรื่องที่ครอบครัวพี่เคนไม่ต้อนรับเธอ เหตุผลเพราะเธอและเขามันต่างกันนั่นแหละ “หรือเธอเป็นยัยชี ไม่เจ็บ ไม่รู้สึก” “ก็แล้วถ้ารู้สึก แล้วหน้าอย่างหม่อนจะทำอะไรเขาได้” “หลังมืออ่ะมีไว้ทำไม แค่บอกว่ามือลั่นมันก็ไม่ได้พูดยากเท่าไหร่เลยเหมือนกัน” คนฟังถึงกับห่อปาก กระพริบตาปริบๆ มองใบหน้าหล่อคมของคนเลือดเย็น “พูดไม่ยาก แต่เดินเข้าคุกก็ไม่น่าจะยากเหมือนกันนะ” “เธอนี่นะ ไม่ได้ดั่งใจเลย เธอคิดว่าไอ้การทำแค่นั้นมันจะทำให้เธอเข้าคุกเลยเหรอ” “ก็ถ้าจะไม่ได้เข้าคุก มันก็คงมีเหตุผลและวิธีเดียวนั่นแหละค่ะ” “วิธีที่ว่านี่คือ?” “จีบพี่ตำรวจให้ใจอ่อนยอมไม่จับขังไง” ตอบออกไปพลางยิ้มเก๋ แตกต่างจากสีหน้าของคนฟังโดยสิ้นเชิง “บรรลัยเถอะ ความคิดเธอโคตรบรรลัย” “พี่ไบรท์แค่ไม่รู้อะไร หน้าแบบนี้พี่ๆ ตำรวจแซวบ่อยจะตาย หม่อนแค่ยิ้มให้ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ” “เหรอ” “ช่าย~ หน้าตาก็ไม่เท่าไหร่ แต่คุยด้วยแล้วติดใจ” “เอากระจกไหม?” “บางคนเขาก็ชอบคนที่ใจไม่ใช่หน้าตาน้า~” “กูจะบ้าตาย” ไบรอันส่ายหน้ารัวแทนคำตอบ แต่ก็เอาเถอะ เห็นเธอไม่ฟูมฟาย ไม่มีอาการจะเป็นจะตายเพราะความรักมันก็ดีแล้ว เพราะเขาไม่โอเคแน่ๆ ถ้าต้องจ้างเธอมาแล้วไม่ได้อะไรกลับคืนเหมือนแบกภาระไว้เปล่าๆ คนเราก็ต้องหวังผลประโยชน์ให้กับตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแหละ เขาก็เหมือนกัน “…เย็นนี้เธอต้องไปทำงานพร้อมฉัน ต้องไปส่งของให้กับลูกค้า” “ได้ค่ะ ไปประมาณกี่โมงคะ” “สามทุ่ม” “แล้วกลับประมาณกี่โมงคะ” เธอเข้าใจและจำได้ว่า เวลาของเธอมันเป็นของเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่เธอต้องการรู้เพื่อปรับเวลาให้มันเหมาะสม “ประมาณตีสองก็เสร็จ จากนั้นอาจจะมีดื่มต่อกับเฮียๆ จะเรียบร้อยก็คงตีสี่” ใบหม่อนรับฟังพร้อมกับพยักหน้ารับ “ถ้าเธอง่วงก่อนฉันมีที่ให้เธอนอน ไม่ปล่อยให้อดหลับอดนอนหรอกน่า ไม่ได้ใจดำขนาดนั้น” “โอเคค่ะ แล้วในวันที่ต้องทำงานพี่ไบรท์ตื่นมาทานอาหารเช้ากี่โมงคะ หม่อนจะได้ลุกมาเตรียมอาหารไว้ให้ล่วงหน้า” “ไม่เป็นเวลา แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ฉันรอได้ หิวก็จะบอกเอง” “ถ้าแบบนั้นก็โอเคเลยค่ะ ว่าแต่ที่บอกว่าไปส่งของ ไปส่งอะไรที่ไหนเหรอคะ” “เดี๋ยวก็รู้เองแหละ” “…ผิดกฎหมายไหม” เอ่ยถามเสียงอ่อน ทั้งกลัวว่าเขาจะโกรธและไม่พอใจ แต่เธอก็อยากรู้นี่นา ให้แบกรับความอยากรู้เอาไว้โดยไม่ถามอะไรออกไปเธอทนไม่ได้แน่ “ทำไม เธอกลัวฉันค้ายาหรือทำเรื่องผิดกฎหมายงั้นเหรอ” “ก็หม่อนไม่อยากนอนคุกนี่นา ใช้ชีวิตยังไม่คุ้มเลยนะ ไหนจะพ่อ ไหนจะแม่ ไหนจะน้อง” “ชีวิตเธอนี่มีคนให้ห่วงใยเยอะจังเลยนะ” “คนในครอบครัวนี่คะ ก็มีกันแค่นี้นี่นา แต่หม่อนก็คงแค่คิดมากไปเองแหละ พี่คงไม่ทำอะไรหรือยุ่งเกี่ยวอะไรที่มันผิดกฎหมายอยู่แล้ว เพราะถ้าพี่ทำแบบนั้นคนที่รักพี่ก็คงต้องตักเตือนอยู่แล้วแหละ ถูกต้องไหมคะ” “อะไรที่ทำให้เธอคิดแบบนั้น” “คนเราถ้ารักกันถ้าเป็นห่วงกันก็ต้องตักเตือนในสิ่งที่อีกคนทำผิดอยู่แล้ว” “เพราะโลกสวยแบบนี้หรือเปล่า ครอบครัวแฟนเธอเลยมีโอกาสเข้ามากีดกัน ทั้งที่ความเป็นจริง ถ้าผู้ชายคนนั้นมันรักเธอมากพอ มันต้องไม่แคร์สิว่าเธอจะรวยหรือจน ถ้ามันรักเธอมากพอ ต่อให้เธอเป็นขอทาน มันก็ต้องรักเธอและเอาเธออยู่ดี” “เนี่ย~ แล้วก็พูดให้เศร้า” “หึ! เศร้าเพราะโดนผู้ชายเท เศร้าเพราะมันรักเธอไม่มากพอน่ะเหรอ” “เศร้าที่เมื่อกี้เผลอเปรียบตัวเองเป็นขอทานต่างหากล่ะ” เอ่ยออกมาพร้อมกับฉีกยิ้มจนตายี๋ พอแล้วแหละ พอแล้วกับการปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความเศร้าและความผิดหวังแบบนั้น เศร้าไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ยอมรับความจริง อยู่ในโลกของความเป็นจริงแบบนี้ดีกว่า “เอ่อ แล้วเวลาอยู่ต่อหน้าเฮียๆ หม่อนต้องรับบทคู่หมั้นด้วยไหม” “เธอเก่งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ รู้จักสังเกต เดาสถานการณ์เอา อันไหนที่ทำและคิดว่ามันดีต่อฉันเธอก็ทำไปเลย” “หม่อนจัดให้ค่ะ” ขยิบตาเบาๆ ใส่คนตัวสูงกว่า ตาฝาดหรือเปล่านะที่เห็นว่าคนที่เผลอมองเธอก่อนแล้วหูแดงขึ้นมาเฉย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เรื่องแค่นั้นมันไม่สามารถระบุอะไรได้หรอก ต่อให้เขาจะหูแดง แต่หน้าหล่อๆ ก็บึ้งตึงใส่เธออยู่ดี @เวลา 21:00 น. ไบรอันก้าวขาออกมาจากห้องนอนส่วนตัว เผลอชะงักเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนที่นัดหมายกันไว้สามทุ่มนั่งรอเขาอยู่ก่อนแล้ว แว๊บหนึ่งที่ดวงตาคมกริบไล่มองการแต่งตัวของคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “แต่งตัวอะไร” “แต่งตัวเพื่อไปทำงานไงคะ” “นี่คือชุดไปทำงาน?” “ใช่ค่ะ จะไปอวดความสดใส” “อวดใคร?” โดนถามกลับจนใบหน้าของคนฟังร้อนวูบ เลือกชุดตั้งนาน พกความมั่นใจว่าเกินร้อยแล้วแท้ๆ แต่โดนมองจนความมั่นใจหดหาย “อวด…เฮียของพี่ไบรท์มั้ง” “มันมีเมียแล้ว” “เรียกใครว่ามัน” ตกใจมาก ตอนอยู่ต่อหน้าเฮียๆ เขาพูดจาน่ารักมากเลยนี่นา “อย่ามาเสียงแข็งใส่ เดี๋ยวจะโดน” ************************ วิ่งค่ะ วิ่งๆ วิ่งไปฟ้องเฮียลันกับเฮียเลอร์ พี่ไบรท์เรียกเฮียว่ามัน งานนี้ต้องฟ้อง เอาให้หนัก 555555“หม่อนไม่ได้รับสายนะ ตัดสายทิ้งไปแล้ว หม่อนไม่รู้ว่าหม่อนทำอะไรให้พี่ไบรท์รู้สึกไม่โอเค” ใบหม่อนเดินมาหยุดตรงหน้าคนที่วางหูจากใครก็ไม่รู้ที่เขาคุยแล้วทำหน้ามีความสุข จากนั้นเธอก็มองเขายืนดูดบุหรี่จนเขากลับเข้ามาในห้องถึงรีบเข้าไปอธิบาย ไม่รู้ว่าเขามีอิทธิพลต่อใจเธอแค่ไหน แต่เธอไม่ชอบความรู้สึกในตอนที่เขาหันหลังให้เธอเลย ในใจอยากจะเดินเข้าไปคุยตั้งแต่ตอนแรก แต่ก็กลัวว่ามันจะเป็นการรบกวนเลยทำได้เพียงอดทน ต่อให้ภายในใจมันจะรู้สึกกระวนกระวายแค่ไหนก็ตาม“ทำไมไม่รับสายล่ะ” ยิ่งได้ยินคำถาม สบตาคนที่เพิ่งจะออดอ้อนเธอมาหมาดๆ หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นแผ่วลงเขาทำเหมือนลืม ทำเหมือนไม่รู้สึก ทำเหมือนตอนนั้นเขาแค่อารมณ์ดีเลยพูดหยอดแต่เป็นเธอที่คิดไปเองทุกอย่างเลย“ถ้าไม่ชอบก็บอกกันดีๆ ได้ไหมคะ อย่าเป็นแบบนี้ได้ไหม” น้ำเสียงของคนบอกสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเขาไม่สบตาเธอนานๆ ทำเหมือนรำคาญทั้งที่ก่อนหน้านี้เรายังดีกันอยู่เลยมันก็ยิ่งทำให้เธอไม่สบายใจ เธอควรอธิบายแบบไหน บอกเขาว่าความรู้สึกของเธอมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้อยากเจอคนคนนั้น ไม่ได้อยากคุย ไม่ได้คาดหวัง เธอพร้อมที่จะบล็อกเขาคนนั้นหากมันทำใ
“ไม่คุยเรื่องนี้แล้วดีกว่า ไม่อยากเห็นเด็กน้อยทำหน้างอ” ใบหม่อนสบตากับเจ้าของคำพูด รอยยิ้มเล็กๆ แต้มขึ้นบนแก้มขาวเนียนอย่างไม่รู้ตัว“พี่ไบรท์บอกได้นะคะว่าอยากให้หม่อนทำอะไร แบบไหน”“ทำไมอ่ะ ถ้าพี่ให้ทำอะไรเธอก็จะตามใจพี่ จะทำให้พี่ทุกอย่างเลย?” คนถูกถามกดใบหน้ารับทันที “หม่อนไม่อยากให้เราทะเลาะกัน ไม่อยากให้เราไม่เข้าใจกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอยู่ด้วยกันแบบสันติมากกว่า” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มบางๆ เพราะแบบนี้หรือเปล่าเขาเลยมีความคิดที่จะส่งเธอให้เฮียเลอร์ เพราะเธอก็มีมุมที่น่ารักแบบนั้นใช่ไหม แต่ก็มีบางครั้งที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขาถึงอยากเก็บเธอไว้ใกล้ตัว ทั้งที่ก็รู้ว่าการทำแบบนั้นมันจะเกิดปัญหา แต่บ้าฉิบหายที่อยากจะลอง“ได้นะ ถ้าเธอเป็นเด็กดี เชื่อฟังพี่ พี่ใจดีกับเธอ อยู่กับเธอแบบสันติแน่นอน” “เป็นเด็กดีอยู่แล้ว”“ก็ให้มันดีตลอดไป”“แล้วถ้าดีตลอด พี่ก็จะใจดีด้วยตลอดเลยใช่ไหม” “แน่นอน เด็กดีต้องได้รางวัล แล้วอยากได้รางวัลไหม” ไบรอันใช้นิ้วเขี่ยแก้มใส ท่าทางออดอ้อน เอาอกเอาใจเก่งยิ่งกระตุ้นให้ใจดวงน้อยมันเต้นแรง “อยากได้~”“ท้าทายพี่แล้วนะ พี่ไม่อยอกนะ พี่จะเอาจริงๆ” คนฟัง
ไอ้ที่บอกว่าอาบน้ำด้วยกันแล้วเผลอคิดว่าทุกอย่างมันจะจบแค่นั้น ไม่มีอยู่จริง ทันทีที่ทั้งคู่กลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรู ไบรอันจู่โจมคนตัวเล็กทันที ถ้าเธอจะแสดงออกว่าแคร์เขาขนาดนี้มันก็ไม่มีอะไรให้ต้องเก็บมาคิดมากแล้ว ที่เฮียๆ เคยพูดว่าใบหม่อนไม่เหมือนใคร เพราะเธอไม่ได้ชอบ หรือสนใจเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่น แต่ดูจากทรงและสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว เหมือนว่าทุกอย่างมันจะไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกต่อไปทำดีด้วยหน่อยใจก็เหลวไม่เป็นท่า เอาเข้าจริงเขาเจอแบบเธอมาเยอะมาก มันก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเขาจะควบคุมทุกอย่างเอาไว้ยังไง “พะ..พี่ไบรท์~” แก้มเนียนทั้งสองข้างถูกฝ่ามือหนาประคองเอาไว้ นิ้วยาวเหยียดลูบไล้กลีบปากสวยในตอนแรกก่อนจะผละออก ตามด้วยริมฝีปากร้อนที่ประกบลงมาทาบทับอย่างรวดเร็วหัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ ริมฝีปากร้อนที่บดขยี้กลีบปากนุ่มสลับกับการสอดปลายลิ้นเข้าในโพรงปาก ตวัดปลายลิ้นเกี่ยวพันกันและกันจนมวลสมองมันขาวโพลน ไหนจะกลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากกายของผู้ชายคนแรก ความหวั่นไหวมันยิ่งก่อตัวมากขึ้นทวีคูณรสสัมผัสและรอยจูบที่ดูดดื่มขึ้นทุกวินาทีส่งผลให้ใบหม่อนหลงใหลถึงขั้นเกาะเกี่ยวบ่าแกร่งเอาไว้แน่น ไบรอันขยับร
“ถ้าจะสิงร่างกันขนาดนั้นนะ ยืมห้องกูไหม” ไคเลอร์เอ่ยถาม ปรายตามองหน้าหล่อๆ ของไบรอันก่อนจะมองเลยไปยังด้านหลังที่ต้องพูดแบบนั้นเพราะผู้หญิงที่ไบรอันพามาด้วยเอาแต่แอบอยู่ด้านหลังของมันหลังจากที่เธอยกมือไหว้เขา “แวะมาคุยงานแป๊บเดียวเฮีย”“จะคุยก็ไปนั่งดีๆ บอกเมียมึงด้วย”“เมียที่ไหนวะเฮีย เลอะเทอะ!” ตอบกลับพร้อมกับชักสีหน้าใส่ มีอย่างที่ไหนมาพูดจาพล่อยๆ เดี๋ยวก็กลายเป็นการให้ความหวังเด็กมันอีกคนอย่างไอ้ไบรท์ชอบทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นซะที่ไหนกันล่ะ ถ้ารู้สึกเกลียดก็คือเกลียดเลย แต่ถ้าไม่เกลียด ก็ไม่เคยทำร้ายใครเช่นกัน ปากร้ายแหละ แต่รู้ว่าควรดีกับใคร! “ไปนั่งรอที่โซฟาก่อน พี่คุยงานกับเฮียเลอร์แป๊บ” หันไปบอกคนที่อยู่ทางด้านหลัง อาจจะเป็นเพราะว่าตัวเขาบดบังตัวเธอซะมิด เฮียเลอร์เลยอาจจะไม่เห็นว่าใบหม่อนกลัวเฮียมันมากแค่ไหน“ขะ..ขอกลับไปรอที่รถได้ไหมคะ”“ไม่ได้ บอกให้รอตรงนี้ก็คือรอ” พูดเสียงดุขึ้นมาจนคนที่ตั้งท่าจะต่อต้านทำคอตก จากนั้นก็ยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี ใบหม่อนเดินไปหย่อนตัวที่โซฟา เพราะไม่กล้าสบตากับเจ้าของห้อง ก็เลยเลือกที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเพราะเลี่ยงการสบตาแทน“
แก้มแดงนี่แปลว่าอะไร หวั่นไหวหรือว่ามีใจ? ไบรอันครุ่นคิดพลางกระตุกยิ้ม หึ! นี่เป็นเพียงความคิดในหัวก็เท่านั้น ไม่พูด ไม่ถาม หากเธอที่ได้อยู่ใกล้เขาแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย นั่นต่างหากล่ะที่เรียกว่าแปลกของจริงไบรอันทิ้งสายตามองถนนเบื้องหน้า บนใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้มเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงความพอใจและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก“เราไม่ได้จะกลับกันเลยเหรอคะ” คนที่ตั้งใจเบี่ยงเบนเรื่องที่กำลังคุยกันหันมองทิวทัศน์ด้านซ้ายมือ เพราะนี่มันเป็นคนละเส้นทางกับที่ต้องกลับคอนโด“มีธุระที่ต้องไปทำนิดหน่อย”“อ๋อ โอเคค่ะ”“จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าไปทำธุระที่ไหน”“ก็มันเป็นธุระของพี่หรือเปล่าคะ พี่จะพาไปไหนหรือทำอะไรมันก็ต้องได้อยู่แล้ว หรือยังไงเอ่ย” ในตอนที่ไบรอันหันมามองสบตา ถึงได้เริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ลางสังหรณ์กำลังบอกเธอว่ามันต้องมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอนอย่าบอกนะว่าต้องเจอกันอีกแล้ว เจอกันกับเขาคนนั้นที่เธอยังกลัวจนจำฝังใจ! “ลืมบอกน่ะว่าธุระที่ต้องไปทำ คือการไปคุยกับเฮียเลอร์”“เฮียเลอร์..อีกแล้วเหรอ”“ทำไมต้องกลัวเฮียมันขนาดนั้น จริงๆ เฮียมันไม่ได้ร้ายกาจอะไรหรอก”“เกือบจะจับหม่อนโยนลงทะเลไปเป
“พ่อ..แม่” เสียงสดใสทักทายคนในบ้านทันทีที่ก้าวเข้ามาในเขตรั้วของบ้านหลังใหญ่ซึ่งใบหม่อนมองว่ามันเป็นความประทับใจเล็กๆ ของคนที่หาให้พ่อแม่อยู่ได้แม้เบื้องหลังมันจะไม่สวยหรูเท่าไหร่ แต่เธอก็มองว่ามันเป็นงานที่สุจริต ไม่มีอะไรให้ต้องอาย“หม่อน..มาได้ไงลูก” พ่อขี้เมาที่รักลูกสาวที่สุดฉีกยิ้มกว้าง จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซเข้ามาหา ถึงตัวปุ๊บ กลิ่นเหล้าหึ่งปั๊บเลยเช่นกัน“หู้ยพ่อ! สุราเมระยะ เบาได้เบานะคะ”“ใช่แบบนั้นที่ไหนกันล่ะ สุราเมระยะ จิบๆ เป็นระยะต่างหากล่ะ” ความช่างตอบกลับส่งผลให้ใบหม่อนยิ้มกว้าง จากนั้นก็รีบสอดแขนขาวๆ เข้าไปกอดกายหนา ต่อให้กลิ่นเหล้าบนตัวพ่อจะรุนแรงแค่ไหน พ่อก็คือพ่ออยู่ดี“คิดถึงจังเลยค่ะ หนูคิดถึงพ่อน้า”“ดูสิแม่ ลูกสาวเรานี่นะ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงก็ยังอ้อนพ่อให้พ่อโอ๋อยู่เลย”“หูยพ่ออ่ะ หนูกอดเพราะคิดถึงนะ ไม่ได้ร้องไห้ให้โอ๋เลย”“ฮ่าๆ” พ่อเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น แม่ที่นั่งมองอยู่ก็อมยิ้มไปตามๆ กัน“วันนี้ว่างเหรอลูก ทำไมกลับบ้านได้ล่ะ”“ว่างค่ะแม่ วันนี้หนูจะมากินข้าวที่บ้าน คิดถึงขนมจีนน้ำยาฝีมือแม่อ่ะ ใส่ผักเยอะๆ น้ำยาข้นๆ หนูซื้อตีนไก่มาด้วยน้า~ น้ำยาขนมจีนต้







