Masuk“แล้วที่คุณบอกว่าฉันต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ กับคนในครอบครัวก็ต้องเป็นความลับด้วยไหม?” ใบหม่อนเอ่ยถามเมื่อข้อตกลงล่อตาจนเธอยอมรับไปแล้วทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์
ตากลมโตที่ถูกโอบล้อมด้วยแพขนตางอนยาวกระพริบปริบๆ จังหวะที่เงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวใบหน้าคมคาย “แล้วคิดว่าครอบครัวของเธอจะทำแผนฉันพังหรือเปล่า” “ก็…” “เธอบอกว่าพ่อเธอชอบดื่มเหล้า คิดให้ถีถ้วนก่อนว่าคนเมาพูดเรื่อยเปื่อยหรือเปล่า เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เธอหรือคนในครอบครัวของเธอทำแผนของฉันพัง ฉันจะเรียกเก็บจากเธอคืนทุกบาททุกสตางค์” คนฟังทำตาโตพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ข้อเสนอของเขามันดีมากมาย แต่บทจะร้ายเขาก็เคี่ยวใช่ย่อยเลยเหมือนกัน! “โอเคค่ะ งั้นก็เอาเป็นว่าข้อตกลงระหว่างเราฉันจะไม่บอกใครแม้แต่ครอบครัวตัวเอง แต่ถ้าฉันต้องทำแบบนั้นคุณต้องช่วยฉันก่อนนะ” “ช่วย?” คิ้วดกเข้มขมวดเข้าหากัน สบตาคนตาใสที่มองปราดเดียวรู้เลยว่าเคี่ยวใช่เล่น “ก็คุณจะให้ฉันบอกพ่อแม่และน้องของฉันยังไงล่ะถ้าต้องย้ายไปอยู่กับคุณโดยไม่ยอมบอกความจริง ฉันก็ต้องหาเหตุผลขึ้นมาอ้างก่อนทุกคนถึงจะไม่สงสัย” “แล้วเหตุผลของเธอคืออะไร?” “คุณต้องแกล้งเป็นแฟนฉัน ทำให้ทุกคนเห็นว่าเรารักกัน คุณรักฉันมากจนไม่อยากให้ฉันต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันยากลำบากไง” “เพ้อเจ้อ” เสียงตอบกลับจากหนุ่มหล่อทำใบหน้าคนฟังชาไปทั้งแถบ รู้แหละว่ามองจากดาวอังคารก็รู้ว่าอย่างเขาน่ะเทพบุตร เธอมองไม่เห็นฝุ่นแน่ เทียบอะไรไม่ได้ “แกล้งไงคุณ แค่แกล้งเฉยๆ ถ้าคุณไม่อยากให้แผนแตกคุณก็ต้องช่วยฉันก่อน” ไบรอันกดปลายลิ้นเข้ากับมุมปากพลางยกมือขึ้นสางเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากลวกๆ “ตกลง ไหนๆ ครอบครัวเธอก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว เธอก็เดินออกไปจากห้องพร้อมฉันเลยละกัน” “เกี่ยวอะไรกับการเดินออกไปพร้อมกันคะ” “ก็ทำให้ครอบครัวเธอเห็นสิว่าเธอเป็นเมียฉัน ฉันมานอนกับเธอถึงในบ้าน ทุกคนจึงจะไม่พยายามตั้งคำถาม เพราะฉันจะไม่ตอบหลายรอบ” ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมจนคนแอบมองลอบกลืนน้ำลายลงคอหนักๆ เวลาที่ดวงตาคมกริบตวัดกลับมาจ้อง ใบหม่อนจำต้องพยักหน้ารัวๆ จำไว้ว่างานคือเงิน เงินอยู่ที่งาน! มาเฟียหนุ่มยกมือขึ้นไหว้เจ้าของบ้านโดยมีคนข้างๆ ที่กอดแขนของเขาจนแน่น แสร้งเป็นคนรักกัน ทั้งที่ไม่เคยรักกันมาก่อนเลย! “เฮียไบรท์เป็นแฟนหม่อนเองแม่ เราคบกันมานานแล้ว” “แฟนเหรอ? คบกันตอนไหนทำไมพลูไม่เห็นรู้เลย” ใบพลูมองหน้าพี่สาวสลับกับแฟนของพี่สาวอย่างไม่เชื่อสายตา เบ้าหน้าฟ้าประทาน หล่อแบบตะโกนขนาดนั้นพี่สาวของเธอไปหามาจากที่ไหน เลิศเกินไปแล้วเนี่ย! “แล้วทำแบบนี้มันได้เหรอหม่อน พาผู้ชายมานอนที่บ้านเนี่ยนะ” คนเป็นแม่ก็อยากจะดุลูกสาวให้แรงกว่านี้ แต่ดูจากทรงนี่มันก็ลูกเขยในอุดมคติชัดๆ หล่อ รวย เพอร์เฟค ไอ้อยากได้เป็นลูกเขยมันก็อยากได้นั่นแหละ แต่หล่อลากระดับนี้รักลูกสาวของเธอจริงหรือเปล่านี่สิ “แล้วพามาเปิดตัวแบบนี้นี่คืออะไร รักกันจริงเหรอ?” คนเป็นพ่อที่ไม่ได้เมาน้อยไปกว่าปกติหรี่ตามอง สถานการณ์ไม่ได้ตึงเครียดมากเท่าไหร่และทุกคนก็ไม่ได้ออกตัวแรงจนมาเฟียหนุ่มต้องหนักใจ “ผมจะรับผิดชอบลูกสาวของพวกคุณ ผมจะพาหม่อนไปอยู่กับผม ส่วนพวกคุณทุกคนผมจะหาที่อยู่ใหม่ให้ เอาที่ดีกว่านี้สิบเท่า ทุกคนจะได้อยู่อย่างสุขสบายมากกว่าตอนนี้” ทุกคนทำตาโตกับสิ่งที่ได้ฟัง นี่มันสวรรค์มาโปรดชัดๆ ลูกสาวได้ผัวรวย มีเงินมีทอง พาพ่อแม่และน้องให้เลิกลำบาก จากที่จะว่าซักไซ้กลับกลายเป็นสีหน้าแห่งความพอใจที่หลุดออกมาแทน “แล้วคุณจะพาลูกสาวของฉันไปอยู่ที่ไหน” “ไปอยู่ที่คอนโดของผม ส่วนพวกคุณทุกคนผมมีบ้านพร้อมอยู่ให้แล้ว เราจะไปด้วยกันวันนี้เลย” “วันนี้!” ทุกคนมองหน้ากันเลิกลั่ก ดีเลย! มันดีมากๆ เชียวแหละ ก็ไม่ได้อยากอยู่บ้านสัปปะรังเคนี่แล้วเหมือนกัน คนเป็นพ่อเป็นแม่ยิ้มกริ่ม นิสัยใจคอเป็นยังไงถึงจะยังไม่รู้แต่ก็เอาไว้ก่อนได้ แค่เห็นว่ารวยก็เปิดใจให้แล้วไปมากกว่าครึ่ง เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที “…คุณ เราต้องร่างสัญญาไหมคะ” คำถามจากเรียวปากเอิบอิ่มส่งผลให้มาเฟียหนุ่มเค้นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ หันมาสบตากับคนตาใสที่ภายนอกดูใสซื่อ แต่ความจริงอย่างเธอน่ะไหวพริบดีจะตาย “กลัวฉันเบี้ยวเงินเธอ?” “เดือนละแสนห้าเลยนะ เรื่องเงินๆ ทองๆ ฉันก็ต้องรอบคอบสิ” “เงินแค่นี้ก็แค่เศษเงินของฉัน” คนฟังห่อปาก นี่ล่ะนะ คนรวยก็รวยจนล้นฟ้า ส่วนคนไม่มีก็ไม่มีจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรีเลยเหมือนกัน “ในเมื่อคุณมีเงินเยอะขนาดนั้น แล้วทำไมถึงต้องการให้ฉันไปเป็นผู้หญิงของคุณล่ะ” “จุดอ่อนของผู้ชายก็คือผู้หญิง การที่เธอคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ฉันมันอาจจะทำให้คู่อริของฉันไม่กล้าลงมือง่ายๆ” “แล้วถ้าคนพวกนั้นไม่แคร์ล่ะ เกิดอยากยิงก็ยิงเหมือนผักเหมือนปลา แล้วชีวิตฉันล่ะ” “แล้วเธอคิดว่าต้องทำงานแบบไหนชีวิตถึงไม่ต้องอยู่บนความเสี่ยง รอรับงานรีวิวแบบที่เธอถนัด หรือนั่งรองานที่เหมาะสมจนต้องอดตายก่อน แบบนั้นใช่ไหมคือความมั่นคง คือความไม่เสี่ยงสำหรับเธอ” “มันก็ไม่ใช่ แต่…” “มันก็แล้วแต่เธอจะตัดสินใจ คนอย่างฉันไม่บังคับใครอยู่แล้ว ถ้าเธอพอใจจะไปกับฉันก็เตรียมตัวให้พร้อม ที่ฉันเลือกเธอเพราะเธอช่วยชีวิตฉันฉันก็แค่อยากจะตอบแทน แต่ถ้าเลือกที่จะจมปลักอยู่ในบ้านสัปปะหลังเคที่มีมนุษย์ป้าเป็นเจ้าของแบบนี้ก็ตามสบาย” “…” “หรือเธอคิดว่ามีใครช่วยให้เธอหลุดพ้นจากตรงนี้ไปได้ แฟนหมอของเธอที่มนุษย์ป้าพูดถึงน่ะเหรอ?” “เขาไม่ใช่แฟนฉัน” “ทั้งที่รู้สึกดีต่อกัน แต่ถูกกีดกันเพราะฐานะงั้นเหรอ?” ใบหม่อนเบือนหน้าหนี พ่นลมหายใจแรงๆ เขาคงได้ยินทุกอย่างแล้ว “ไปอยู่กับฉันหนึ่งปี เงินจะเข้าบัญชีเธอล้านแปด ถ้าคิดว่าข้อเสนอของฉันมันโอเคก็ตัดสินใจซะ ถ้าไม่ไปฉันก็จะหาคนอื่นมาแทน” “…” “ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เธอจะอยู่กับฉันเพราะงาน เพราะภารกิจเท่านั้น ฉันไม่รั้งเธอตลอดไปหรอก เธอจะได้กลับไปหาคนรักของเธออย่างแน่นอน” ********************** เอาให้แน่นะพี่ไบรท์ เอาให้แน่ ว่าไม่สนเขาแน่ๆ ใช่ไหม 555555555 🧸“หม่อนไม่ได้รับสายนะ ตัดสายทิ้งไปแล้ว หม่อนไม่รู้ว่าหม่อนทำอะไรให้พี่ไบรท์รู้สึกไม่โอเค” ใบหม่อนเดินมาหยุดตรงหน้าคนที่วางหูจากใครก็ไม่รู้ที่เขาคุยแล้วทำหน้ามีความสุข จากนั้นเธอก็มองเขายืนดูดบุหรี่จนเขากลับเข้ามาในห้องถึงรีบเข้าไปอธิบาย ไม่รู้ว่าเขามีอิทธิพลต่อใจเธอแค่ไหน แต่เธอไม่ชอบความรู้สึกในตอนที่เขาหันหลังให้เธอเลย ในใจอยากจะเดินเข้าไปคุยตั้งแต่ตอนแรก แต่ก็กลัวว่ามันจะเป็นการรบกวนเลยทำได้เพียงอดทน ต่อให้ภายในใจมันจะรู้สึกกระวนกระวายแค่ไหนก็ตาม“ทำไมไม่รับสายล่ะ” ยิ่งได้ยินคำถาม สบตาคนที่เพิ่งจะออดอ้อนเธอมาหมาดๆ หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นแผ่วลงเขาทำเหมือนลืม ทำเหมือนไม่รู้สึก ทำเหมือนตอนนั้นเขาแค่อารมณ์ดีเลยพูดหยอดแต่เป็นเธอที่คิดไปเองทุกอย่างเลย“ถ้าไม่ชอบก็บอกกันดีๆ ได้ไหมคะ อย่าเป็นแบบนี้ได้ไหม” น้ำเสียงของคนบอกสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเขาไม่สบตาเธอนานๆ ทำเหมือนรำคาญทั้งที่ก่อนหน้านี้เรายังดีกันอยู่เลยมันก็ยิ่งทำให้เธอไม่สบายใจ เธอควรอธิบายแบบไหน บอกเขาว่าความรู้สึกของเธอมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้อยากเจอคนคนนั้น ไม่ได้อยากคุย ไม่ได้คาดหวัง เธอพร้อมที่จะบล็อกเขาคนนั้นหากมันทำใ
“ไม่คุยเรื่องนี้แล้วดีกว่า ไม่อยากเห็นเด็กน้อยทำหน้างอ” ใบหม่อนสบตากับเจ้าของคำพูด รอยยิ้มเล็กๆ แต้มขึ้นบนแก้มขาวเนียนอย่างไม่รู้ตัว“พี่ไบรท์บอกได้นะคะว่าอยากให้หม่อนทำอะไร แบบไหน”“ทำไมอ่ะ ถ้าพี่ให้ทำอะไรเธอก็จะตามใจพี่ จะทำให้พี่ทุกอย่างเลย?” คนถูกถามกดใบหน้ารับทันที “หม่อนไม่อยากให้เราทะเลาะกัน ไม่อยากให้เราไม่เข้าใจกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอยู่ด้วยกันแบบสันติมากกว่า” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มบางๆ เพราะแบบนี้หรือเปล่าเขาเลยมีความคิดที่จะส่งเธอให้เฮียเลอร์ เพราะเธอก็มีมุมที่น่ารักแบบนั้นใช่ไหม แต่ก็มีบางครั้งที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขาถึงอยากเก็บเธอไว้ใกล้ตัว ทั้งที่ก็รู้ว่าการทำแบบนั้นมันจะเกิดปัญหา แต่บ้าฉิบหายที่อยากจะลอง“ได้นะ ถ้าเธอเป็นเด็กดี เชื่อฟังพี่ พี่ใจดีกับเธอ อยู่กับเธอแบบสันติแน่นอน” “เป็นเด็กดีอยู่แล้ว”“ก็ให้มันดีตลอดไป”“แล้วถ้าดีตลอด พี่ก็จะใจดีด้วยตลอดเลยใช่ไหม” “แน่นอน เด็กดีต้องได้รางวัล แล้วอยากได้รางวัลไหม” ไบรอันใช้นิ้วเขี่ยแก้มใส ท่าทางออดอ้อน เอาอกเอาใจเก่งยิ่งกระตุ้นให้ใจดวงน้อยมันเต้นแรง “อยากได้~”“ท้าทายพี่แล้วนะ พี่ไม่อยอกนะ พี่จะเอาจริงๆ” คนฟัง
ไอ้ที่บอกว่าอาบน้ำด้วยกันแล้วเผลอคิดว่าทุกอย่างมันจะจบแค่นั้น ไม่มีอยู่จริง ทันทีที่ทั้งคู่กลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรู ไบรอันจู่โจมคนตัวเล็กทันที ถ้าเธอจะแสดงออกว่าแคร์เขาขนาดนี้มันก็ไม่มีอะไรให้ต้องเก็บมาคิดมากแล้ว ที่เฮียๆ เคยพูดว่าใบหม่อนไม่เหมือนใคร เพราะเธอไม่ได้ชอบ หรือสนใจเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่น แต่ดูจากทรงและสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว เหมือนว่าทุกอย่างมันจะไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกต่อไปทำดีด้วยหน่อยใจก็เหลวไม่เป็นท่า เอาเข้าจริงเขาเจอแบบเธอมาเยอะมาก มันก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเขาจะควบคุมทุกอย่างเอาไว้ยังไง “พะ..พี่ไบรท์~” แก้มเนียนทั้งสองข้างถูกฝ่ามือหนาประคองเอาไว้ นิ้วยาวเหยียดลูบไล้กลีบปากสวยในตอนแรกก่อนจะผละออก ตามด้วยริมฝีปากร้อนที่ประกบลงมาทาบทับอย่างรวดเร็วหัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ ริมฝีปากร้อนที่บดขยี้กลีบปากนุ่มสลับกับการสอดปลายลิ้นเข้าในโพรงปาก ตวัดปลายลิ้นเกี่ยวพันกันและกันจนมวลสมองมันขาวโพลน ไหนจะกลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากกายของผู้ชายคนแรก ความหวั่นไหวมันยิ่งก่อตัวมากขึ้นทวีคูณรสสัมผัสและรอยจูบที่ดูดดื่มขึ้นทุกวินาทีส่งผลให้ใบหม่อนหลงใหลถึงขั้นเกาะเกี่ยวบ่าแกร่งเอาไว้แน่น ไบรอันขยับร
“ถ้าจะสิงร่างกันขนาดนั้นนะ ยืมห้องกูไหม” ไคเลอร์เอ่ยถาม ปรายตามองหน้าหล่อๆ ของไบรอันก่อนจะมองเลยไปยังด้านหลังที่ต้องพูดแบบนั้นเพราะผู้หญิงที่ไบรอันพามาด้วยเอาแต่แอบอยู่ด้านหลังของมันหลังจากที่เธอยกมือไหว้เขา “แวะมาคุยงานแป๊บเดียวเฮีย”“จะคุยก็ไปนั่งดีๆ บอกเมียมึงด้วย”“เมียที่ไหนวะเฮีย เลอะเทอะ!” ตอบกลับพร้อมกับชักสีหน้าใส่ มีอย่างที่ไหนมาพูดจาพล่อยๆ เดี๋ยวก็กลายเป็นการให้ความหวังเด็กมันอีกคนอย่างไอ้ไบรท์ชอบทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นซะที่ไหนกันล่ะ ถ้ารู้สึกเกลียดก็คือเกลียดเลย แต่ถ้าไม่เกลียด ก็ไม่เคยทำร้ายใครเช่นกัน ปากร้ายแหละ แต่รู้ว่าควรดีกับใคร! “ไปนั่งรอที่โซฟาก่อน พี่คุยงานกับเฮียเลอร์แป๊บ” หันไปบอกคนที่อยู่ทางด้านหลัง อาจจะเป็นเพราะว่าตัวเขาบดบังตัวเธอซะมิด เฮียเลอร์เลยอาจจะไม่เห็นว่าใบหม่อนกลัวเฮียมันมากแค่ไหน“ขะ..ขอกลับไปรอที่รถได้ไหมคะ”“ไม่ได้ บอกให้รอตรงนี้ก็คือรอ” พูดเสียงดุขึ้นมาจนคนที่ตั้งท่าจะต่อต้านทำคอตก จากนั้นก็ยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี ใบหม่อนเดินไปหย่อนตัวที่โซฟา เพราะไม่กล้าสบตากับเจ้าของห้อง ก็เลยเลือกที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเพราะเลี่ยงการสบตาแทน“
แก้มแดงนี่แปลว่าอะไร หวั่นไหวหรือว่ามีใจ? ไบรอันครุ่นคิดพลางกระตุกยิ้ม หึ! นี่เป็นเพียงความคิดในหัวก็เท่านั้น ไม่พูด ไม่ถาม หากเธอที่ได้อยู่ใกล้เขาแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย นั่นต่างหากล่ะที่เรียกว่าแปลกของจริงไบรอันทิ้งสายตามองถนนเบื้องหน้า บนใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้มเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงความพอใจและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก“เราไม่ได้จะกลับกันเลยเหรอคะ” คนที่ตั้งใจเบี่ยงเบนเรื่องที่กำลังคุยกันหันมองทิวทัศน์ด้านซ้ายมือ เพราะนี่มันเป็นคนละเส้นทางกับที่ต้องกลับคอนโด“มีธุระที่ต้องไปทำนิดหน่อย”“อ๋อ โอเคค่ะ”“จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าไปทำธุระที่ไหน”“ก็มันเป็นธุระของพี่หรือเปล่าคะ พี่จะพาไปไหนหรือทำอะไรมันก็ต้องได้อยู่แล้ว หรือยังไงเอ่ย” ในตอนที่ไบรอันหันมามองสบตา ถึงได้เริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ลางสังหรณ์กำลังบอกเธอว่ามันต้องมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอนอย่าบอกนะว่าต้องเจอกันอีกแล้ว เจอกันกับเขาคนนั้นที่เธอยังกลัวจนจำฝังใจ! “ลืมบอกน่ะว่าธุระที่ต้องไปทำ คือการไปคุยกับเฮียเลอร์”“เฮียเลอร์..อีกแล้วเหรอ”“ทำไมต้องกลัวเฮียมันขนาดนั้น จริงๆ เฮียมันไม่ได้ร้ายกาจอะไรหรอก”“เกือบจะจับหม่อนโยนลงทะเลไปเป
“พ่อ..แม่” เสียงสดใสทักทายคนในบ้านทันทีที่ก้าวเข้ามาในเขตรั้วของบ้านหลังใหญ่ซึ่งใบหม่อนมองว่ามันเป็นความประทับใจเล็กๆ ของคนที่หาให้พ่อแม่อยู่ได้แม้เบื้องหลังมันจะไม่สวยหรูเท่าไหร่ แต่เธอก็มองว่ามันเป็นงานที่สุจริต ไม่มีอะไรให้ต้องอาย“หม่อน..มาได้ไงลูก” พ่อขี้เมาที่รักลูกสาวที่สุดฉีกยิ้มกว้าง จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซเข้ามาหา ถึงตัวปุ๊บ กลิ่นเหล้าหึ่งปั๊บเลยเช่นกัน“หู้ยพ่อ! สุราเมระยะ เบาได้เบานะคะ”“ใช่แบบนั้นที่ไหนกันล่ะ สุราเมระยะ จิบๆ เป็นระยะต่างหากล่ะ” ความช่างตอบกลับส่งผลให้ใบหม่อนยิ้มกว้าง จากนั้นก็รีบสอดแขนขาวๆ เข้าไปกอดกายหนา ต่อให้กลิ่นเหล้าบนตัวพ่อจะรุนแรงแค่ไหน พ่อก็คือพ่ออยู่ดี“คิดถึงจังเลยค่ะ หนูคิดถึงพ่อน้า”“ดูสิแม่ ลูกสาวเรานี่นะ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงก็ยังอ้อนพ่อให้พ่อโอ๋อยู่เลย”“หูยพ่ออ่ะ หนูกอดเพราะคิดถึงนะ ไม่ได้ร้องไห้ให้โอ๋เลย”“ฮ่าๆ” พ่อเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น แม่ที่นั่งมองอยู่ก็อมยิ้มไปตามๆ กัน“วันนี้ว่างเหรอลูก ทำไมกลับบ้านได้ล่ะ”“ว่างค่ะแม่ วันนี้หนูจะมากินข้าวที่บ้าน คิดถึงขนมจีนน้ำยาฝีมือแม่อ่ะ ใส่ผักเยอะๆ น้ำยาข้นๆ หนูซื้อตีนไก่มาด้วยน้า~ น้ำยาขนมจีนต้
“…เธอ” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากปากของคนที่อยู่ภายในห้องเดียวกันส่งผลให้ใบหน้าสะสวยหันไปมองอัตโนมัติ ตากลมเบิกโพลงเมื่อเห็นว่าคนที่เธอช่วยเหลือฟื้นตัวขึ้นแล้ว ไม่ลังเลที่จะผละออกจากจอไอแพดตรงเข้าไปหาเขาทันที “คุณเป็นไงบ้างคะ” คนถูกถามตวัดสายตาขึ้นมองเล็กน้อยก่อนตอบออกไป“ดีขึ้นแล้ว แผลฉัน…”“ใส่ย
“…ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยค่ะ” คนที่เพิ่งวางแกงจืดวุ้นเส้นลงบนโต๊ะอาหารเอ่ยปากขอบคุณคนตัวโตที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว“เรื่อง?”“เรื่องที่พี่ช่วยใจดีกับหม่อนและครอบครัวไงคะ เมื่อก่อนนะคะ ถ้าฝนตกฟ้าร้องแบบนี้ เคยอยู่กันอย่างสงบสุขซะที่ไหน ไปทางไหนฝนก็รั่วแหละ” “ขนาดมุมไหนก็รั่วยับเยิบข
@หลายวันต่อมา ใบหม่อนพยายามปรับตัวทุกอย่าง เพื่อให้อยู่ที่นี่ได้โดยไม่มีปัญหา ไบรอันย้ำว่าเธอต้องสวย ต้องมีเสน่ห์ ต้องดูดีทุกเวลา คนที่ไม่ถึงกับละเลยตัวเอง แต่เวลาปกติก็ไม่ได้แต่งอะไรมากนักเลยย้อนกลับมาเปลี่ยนตัวเองใหม่ ดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ตอนนี้เวลาที่มองหน้าตัวเองผ่านกระจกใส มีแว๊บหน
ปังๆ ปังๆ “สัดเอ๊ย!” เสียงสบถหยาบดังขึ้นเมื่อกระสุนจากฝ่ายตรงข้ามลอยละลิ่วมากระแทกท่อนแขนแกร่งของคนที่กำลังเตรียมจะสู้กลับ ลูกกระสุนปืนฝากฝังเข้าบริเวณต้นแขนอย่างจังจนร่างสูงเสียหลัก ดวงตาคมกริบตวัดมองพร้อมกับชักสีหน้าออกมาอย่างไม่สบอารมณ์“เฮียไบรท์โดนยิง!” “เฮียหนีไปก่อนครับ หนีไป!” โอม มือขว







