เข้าสู่ระบบ“…เธอ” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากปากของคนที่อยู่ภายในห้องเดียวกันส่งผลให้ใบหน้าสะสวยหันไปมองอัตโนมัติ ตากลมเบิกโพลงเมื่อเห็นว่าคนที่เธอช่วยเหลือฟื้นตัวขึ้นแล้ว ไม่ลังเลที่จะผละออกจากจอไอแพดตรงเข้าไปหาเขาทันที
“คุณเป็นไงบ้างคะ” คนถูกถามตวัดสายตาขึ้นมองเล็กน้อยก่อนตอบออกไป “ดีขึ้นแล้ว แผลฉัน…” “ใส่ยาฆ่าเชื้อครบตามที่แพทย์สั่งเลยค่ะ ไข้ก็ลดแล้ว คุณหิวไหม” “หิว…” “งั้นรอแป๊บนะคะ เดี๋ยวฉันไปหาข้าวมาให้” ใบหม่อนผละตัวออกจากคนตัวสูงอีกครั้ง เดินไปถือชามพร้อมโจ๊กที่ซื้อมาตอนเช้าแล้วกลับเข้ามาในห้องตามเดิม “มีใครกลับมาถามหาฉันอีกไหม” ถามพร้อมกับหยุดสายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มของคนที่กำลังเทโจ๊กจากถุง ใบหน้าเรียวสวย หยุดสายตาคนมองได้แม้เธอจะอยู่ในลุคที่โคตรจะธรรมดาแต่ไหนก็ตาม “ก็นอกเหนือจากวันนั้นที่มีคนมาตามหาคุณในห้องน้ำ ก็มีผู้ชายอีกสองคนมาตามหา ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นพวกเดียวกันหรือเปล่าเลยไม่ได้บอกใครว่าคุณอยู่ที่นี่” “ฉันรักษาตัวอยู่กี่วัน” “สามวัน” ไบรอันสบตากับคนตอบพลางมองออกไปรอบๆ ห้อง เป็นบ้านไม้ธรรมดาแค่ในห้องสะอาดหน่อย ตกแต่งดีตามประสาผู้หญิง มีเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ไม่มีห้องน้ำในตัว “เธออยากได้เท่าไหร่” “คะ?” “ที่ช่วยฉัน เธออยากได้เท่าไหร่” “ตื่นขึ้นมาคุณก็ใช้คำนี้เลยนะ พักผ่อนให้หายก่อนเถอะค่ะ ฉันไม่ได้ช่วยใครเพื่อหวังผลประโยชน์อะไรแบบนั้น” “…เธอชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร แล้วอยู่บ้านกับใครบ้าง” คนถูกถามถอนลมหายใจออกมาเบาๆ พลางเลื่อนชามโจ๊กไปวางข้างลำตัวของคนเจ็บ “ชื่อใบหม่อนค่ะ อายุยี่สิบหก ฉันรับงานรีวิวสินค้าระหว่างที่กำลังหางานประจำที่เหมาะกับตัวเองอยู่” “เธออยู่บ้านหลังนี้กับใคร” “พ่อแม่และน้องสาว” “แล้วผู้ชายคนนั้นที่ฉันเคยได้ยินเสียง?” “อ๋อ พี่หมอเคน เป็นรุ่นพี่ที่เคยเรียนด้วยกันน่ะ ฉันขอให้เขามาช่วยคุณ” “แค่พี่น้อง?” คนถูกถามพยักหน้ารับ รู้สึกเจ็บจี๊ดในใจเล็กน้อยเพราะความจริงความสัมพันธ์ของเธอและรุ่นพี่หนุ่มมันควรก้าวกระโดดมากกว่านี้ ตามประสาคนที่รู้สึกดีต่อกัน แต่ก็นั่นแหละ อย่างเธอมันไม่คู่ควร ในขณะที่ไบรอันกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เสียงโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน ส่งผลให้เจ้าของห้องดึงสายตากลับไปมอง “คุณทานข้าวเลย เดี๋ยวฉันกลับเอายาแก้ปวดมาให้ เดี๋ยวฉันมา” มาเฟียหนุ่มมองความเคลื่อนไหวของคนที่เปิดปากสั่ง มองตามหลังเธอที่เดินออกจากห้องไป “…แกค้างค่าเช่าฉันมาเดือนกว่า นี่ยังจะมีหน้ามาชี้หน้าด่าฉันอีกเหรอ” “ก็ฉันบอกแกอยู่เนี่ยว่าจะหาให้ แกจะเคี่ยวอะไรนักหนา แกบังคับฉันเกินไปแล้วนะ!” เสียงของแม่ที่ทะเลาะกับเจ้าของบ้านเช่าซึ่งเป็นภาพที่เห็นจนชินตาส่งผลให้ใบหม่อนถอนลมหายใจออกมาหนักๆ ฝ่ามือเล็กยกขึ้นกุมขมับ เหนื่อยจะพูดแล้วจริงๆ “ป้า หม่อนบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวหม่อนเคลียร์ให้” ใบหม่อนเข้าแทรกเพราะไม่อยากให้เรื่องราวมันบานปลายใหญ่โต “เมื่อไหร่ล่ะนังหม่อน บอกจะจ่ายก็จ่ายมาเลย” “นี่ป้า ป้าทำแบบนี้ เอาจริงๆ คือป้าอยากไล่พวกเราออกจากบ้านเพื่อปล่อยให้คนอื่นมาเช่าต่อ หวังกินเงินมัดจำแค่นั้นใช่ไหมล่ะ” ใบพลูเถียงกลับ ปากไม่แผ่ว ยิ่งร้ายมาก็จะร้ายกลับให้ดู “แหมอีนังใบพลู เก่งจริงมึงก็หาเงินมาจ่ายช่วยพี่มึงสิ ปล่อยให้นังหม่อนมันหาเงินงกๆ มึงน่ะมันเก่งแต่ปาก” “อย่ามาด่าลูกกูนะเว้ย” “พอแล้วได้ไหม หม่อนขอร้อง เลิกทะเลาะกันแบบนี้สักทีได้ไหม แม่… พอแล้ว” คนเป็นแม่หน้างอใส่เมื่อลูกสาวคนโตไม่ยอมเข้าข้าง “ถ้าแกอยากจบแกก็หาเงินมาจ่าย ถ้าหาไม่ได้ก็พาพ่อแม่พี่น้องแกออกจากบ้านฉันไป” “ไม่ไปโว้ย! ก็บอกว่าจะจ่าย รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็ต้องรอ!” เสียงของแม่ตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เป็นภาพเดิมๆ ที่เห็นจนชินตา เหนื่อยเกินกว่าจะพูด เบื่อจนไม่รู้จะพูดยังไง “นังหม่อน แกอ่ะก็มีผัวเป็นหมอไม่ใช่เหรอ ขอเงินมันสิ อ้อลืมไป บ้านนั้นเขาไม่ต้อนรับคนที่ฐานะต่ำต้อยกว่า วาสนาแกเลยไม่ถึงเขานี่หว่า” “อย่ามาว่าลูกกูนะเว้ย” ใบหม่อนคอตก ถอยกลับเมื่อรู้แล้วว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ก็คนมันลำบาก ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดิ้นรน แต่พยายามยังไงมันก็ไม่พอแค่นั้นเอง กลับเข้ามาในห้อง ร่างบางจำต้องชะงักเมื่อคนเจ็บที่เธอรักษามาหลายวันลุกจากเตียงแล้ว และกำลังมองผ่านหน้าต่างลงไปยังชั้นล่าง แปลว่าเขาเห็นทุกอย่างหมดแล้ว “บ้านฉันก็เป็นแบบนี้แหละ คุณอย่าสนใจเลยค่ะ คุณไม่ทานข้าวเหรอคะ” “ฉันจะกลับแล้ว ขอยืมโทรศัพท์หน่อย” “อ๋อ ได้ค่ะ” คนตัวเล็กเดินไปหยิบโทรศัพท์ก่อนจะยื่นมันให้เขา มาเฟียหนุ่มรับมาถือเอาไว้ก่อนจะมองสบตากันตรงๆ “เธอไปกับฉันไหม” “อะไรนะคะ?” “ลำบากไม่ใช่เหรอ กำลังหางานอยู่ไม่ใช่หรือไง” “คุณมีงานให้ฉันทำเหรอคะ?” คนถามทำตาโต ดูจากทรงเขาแล้ว รู้เลยว่าไม่ได้มีดีแค่หล่ออย่างเดียว เสื้อผ้าตัวที่เขาใส่มานั่นน่ะแบรนด์เนมทั้งนั้น “ใช่ ฉันมีงานให้เธอทำ คืนบ้านสัปปะรังเคให้มนุษย์ป้าไปซะ ฉันมีที่ให้ครอบครัวเธออยู่ ถ้าเธอรับงานของฉัน” “งานอะไรเหรอคะ” “มาเป็นผู้หญิงของฉันหนึ่งปี ฉันจะให้เธออยู่กับฉันในฐานะคู่หมั้น แล้วฉันจะตอบแทนเธอ” “คุณ… สมองของคุณ ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงมาใช่ไหม” คนตัวเล็กกว่ามากๆ เขย่งปลายเท้า ถือวิสาสะใช้หลังมืออังหน้าผากของคนหล่อจนมาเฟียหนุ่มนิ่วหน้า “ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา” “การที่เธอช่วยฉัน มันทำให้ฉันเห็นว่าเธอไม่กลัวตาย แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ รู้จักวิธีเอาตัวรอด ฉันต้องการคนแบบเธอมาอยู่ข้างๆ อย่างน้อยๆ เธอก็คงช่วยฉันในสถานการณ์ที่มันฉุกเฉิยได้ ฉันให้เธออยู่ในฐานะคู่หมั้นของฉัน หนึ่งปีที่อยู่กับฉัน ชีวิตของเธอและครอบครัวจะสุขสบาย” “คุณเป็นใครอ่ะ เราเจอกันในวันที่คุณโดนทำร้ายมา ถ้าฉันรับงานคุณ ไปเป็นคู่หมั้นคุณฉันจะโดนแบบคุณไหม ไม่ไหวนะ ตัวฉันก็เล็กแค่นี้ เอวบางนิดเดียว กระสุนทะลุตัวฉันแน่” ไบรอันกดปลายลิ้นเข้ากับมุมปาก ปรายตามองคนที่บอกว่าตัวเองตัวเล็กๆ เอวบางๆ ก่อนจะเค้นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ “งั้นเธอที่อายุแค่นี้ ตัวแค่นี้ เธอฝันจะทำงานและมีเงินเดือนเดือนละเท่าไหร่?” “ฉันเรียนเก่งนะ งานอะไรฉันก็ทำได้” “เท่าไหร่” พอเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าอยากได้ตัวเธอไปทำงานด้วยก็เริ่มมีความหวัง “คุณจะสู้ไหวเร้อ” ลองสบประมาทเขาเล่นๆ ไปก่อน ได้หรือไม่ได้ผลยังไงก็ค่อยว่ากัน “เท่าไหร่” “กันเองละกันนะ ฉันขอเดือนละห้าหมื่น คุณสู้ไหม?” ใบหม่อนมองริมฝีปากของเขาขณะลุ้นคำตอบ ฐานเงินเดือนเท่านี้มันก็เยอะแหละ แต่เขาจะเอาตัวเธอไปเป็นคู่หมั้นเลยนะ เธอต้องเจอกับอะไรบ้างก็ไม่รู้ ต้องวิ่งหนีกระสุนปืนกี่ครั้งก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าถ้าเขาสู้ไหวก็ค่อยว่ากัน อย่างน้อยๆ ก็ขอเรียกค่าฝึกฝนที่เคยวิ่งสี่คูณร้อยตอนสมัยเรียนประถมก่อนจะเปลี่ยนจากการวิ่งบนสนามมาวิ่งหนีกระสุนหน่อยละกัน “เงียบ คุณไม่ไหวใช่ไหมล่ะ แล้วก็พูดเหมือนใจป๋า” จะว่าหงอยเลยก็ใช่ ห้าหมื่นต่อเดือนเลยนะใครจะไม่อยากได้ “ฉันให้เธอเดือนละแสนห้า เก็บเสื้อผ้าไปกับฉันวันนี้เลย” “สะ แสนห้า! เอาใหม่ ไม่ใช่หมื่นห้านะ” “แสนห้า จะโอนล่วงหน้าให้หนึ่งเดือน เธอต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามใครรู้ว่าเธอน่ะตัวปลอม ไม่ใช่ผู้หญิงของฉันจริงๆ” “แน่นะ” “แน่ และเธอก็เอาให้แน่ ระหว่างเราแค่หนึ่งปี บางทีภารกิจอาจจบเร็วกว่านั้น แค่จำให้ขึ้นใจว่าเราเกี่ยวข้องกันยังไง อย่าล้ำเส้นก็พอ” **************** หนึ่งปีจ้า ไม่ใช่ตลอดชีวิตน้าาา~ จะมาเอะอะกอด เอะอะหอม ทำเป็นลืมว่าเคยพูดอะไรไว้นี่มันไม่ได้นะคะเฮียไบรท์ ทุกคนโปรดเป็นพยานค่ะ 😂😂“หม่อนไม่ได้รับสายนะ ตัดสายทิ้งไปแล้ว หม่อนไม่รู้ว่าหม่อนทำอะไรให้พี่ไบรท์รู้สึกไม่โอเค” ใบหม่อนเดินมาหยุดตรงหน้าคนที่วางหูจากใครก็ไม่รู้ที่เขาคุยแล้วทำหน้ามีความสุข จากนั้นเธอก็มองเขายืนดูดบุหรี่จนเขากลับเข้ามาในห้องถึงรีบเข้าไปอธิบาย ไม่รู้ว่าเขามีอิทธิพลต่อใจเธอแค่ไหน แต่เธอไม่ชอบความรู้สึกในตอนที่เขาหันหลังให้เธอเลย ในใจอยากจะเดินเข้าไปคุยตั้งแต่ตอนแรก แต่ก็กลัวว่ามันจะเป็นการรบกวนเลยทำได้เพียงอดทน ต่อให้ภายในใจมันจะรู้สึกกระวนกระวายแค่ไหนก็ตาม“ทำไมไม่รับสายล่ะ” ยิ่งได้ยินคำถาม สบตาคนที่เพิ่งจะออดอ้อนเธอมาหมาดๆ หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นแผ่วลงเขาทำเหมือนลืม ทำเหมือนไม่รู้สึก ทำเหมือนตอนนั้นเขาแค่อารมณ์ดีเลยพูดหยอดแต่เป็นเธอที่คิดไปเองทุกอย่างเลย“ถ้าไม่ชอบก็บอกกันดีๆ ได้ไหมคะ อย่าเป็นแบบนี้ได้ไหม” น้ำเสียงของคนบอกสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเขาไม่สบตาเธอนานๆ ทำเหมือนรำคาญทั้งที่ก่อนหน้านี้เรายังดีกันอยู่เลยมันก็ยิ่งทำให้เธอไม่สบายใจ เธอควรอธิบายแบบไหน บอกเขาว่าความรู้สึกของเธอมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้อยากเจอคนคนนั้น ไม่ได้อยากคุย ไม่ได้คาดหวัง เธอพร้อมที่จะบล็อกเขาคนนั้นหากมันทำใ
“ไม่คุยเรื่องนี้แล้วดีกว่า ไม่อยากเห็นเด็กน้อยทำหน้างอ” ใบหม่อนสบตากับเจ้าของคำพูด รอยยิ้มเล็กๆ แต้มขึ้นบนแก้มขาวเนียนอย่างไม่รู้ตัว“พี่ไบรท์บอกได้นะคะว่าอยากให้หม่อนทำอะไร แบบไหน”“ทำไมอ่ะ ถ้าพี่ให้ทำอะไรเธอก็จะตามใจพี่ จะทำให้พี่ทุกอย่างเลย?” คนถูกถามกดใบหน้ารับทันที “หม่อนไม่อยากให้เราทะเลาะกัน ไม่อยากให้เราไม่เข้าใจกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากอยู่ด้วยกันแบบสันติมากกว่า” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มบางๆ เพราะแบบนี้หรือเปล่าเขาเลยมีความคิดที่จะส่งเธอให้เฮียเลอร์ เพราะเธอก็มีมุมที่น่ารักแบบนั้นใช่ไหม แต่ก็มีบางครั้งที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขาถึงอยากเก็บเธอไว้ใกล้ตัว ทั้งที่ก็รู้ว่าการทำแบบนั้นมันจะเกิดปัญหา แต่บ้าฉิบหายที่อยากจะลอง“ได้นะ ถ้าเธอเป็นเด็กดี เชื่อฟังพี่ พี่ใจดีกับเธอ อยู่กับเธอแบบสันติแน่นอน” “เป็นเด็กดีอยู่แล้ว”“ก็ให้มันดีตลอดไป”“แล้วถ้าดีตลอด พี่ก็จะใจดีด้วยตลอดเลยใช่ไหม” “แน่นอน เด็กดีต้องได้รางวัล แล้วอยากได้รางวัลไหม” ไบรอันใช้นิ้วเขี่ยแก้มใส ท่าทางออดอ้อน เอาอกเอาใจเก่งยิ่งกระตุ้นให้ใจดวงน้อยมันเต้นแรง “อยากได้~”“ท้าทายพี่แล้วนะ พี่ไม่อยอกนะ พี่จะเอาจริงๆ” คนฟัง
ไอ้ที่บอกว่าอาบน้ำด้วยกันแล้วเผลอคิดว่าทุกอย่างมันจะจบแค่นั้น ไม่มีอยู่จริง ทันทีที่ทั้งคู่กลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรู ไบรอันจู่โจมคนตัวเล็กทันที ถ้าเธอจะแสดงออกว่าแคร์เขาขนาดนี้มันก็ไม่มีอะไรให้ต้องเก็บมาคิดมากแล้ว ที่เฮียๆ เคยพูดว่าใบหม่อนไม่เหมือนใคร เพราะเธอไม่ได้ชอบ หรือสนใจเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่น แต่ดูจากทรงและสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว เหมือนว่าทุกอย่างมันจะไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกต่อไปทำดีด้วยหน่อยใจก็เหลวไม่เป็นท่า เอาเข้าจริงเขาเจอแบบเธอมาเยอะมาก มันก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเขาจะควบคุมทุกอย่างเอาไว้ยังไง “พะ..พี่ไบรท์~” แก้มเนียนทั้งสองข้างถูกฝ่ามือหนาประคองเอาไว้ นิ้วยาวเหยียดลูบไล้กลีบปากสวยในตอนแรกก่อนจะผละออก ตามด้วยริมฝีปากร้อนที่ประกบลงมาทาบทับอย่างรวดเร็วหัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ ริมฝีปากร้อนที่บดขยี้กลีบปากนุ่มสลับกับการสอดปลายลิ้นเข้าในโพรงปาก ตวัดปลายลิ้นเกี่ยวพันกันและกันจนมวลสมองมันขาวโพลน ไหนจะกลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากกายของผู้ชายคนแรก ความหวั่นไหวมันยิ่งก่อตัวมากขึ้นทวีคูณรสสัมผัสและรอยจูบที่ดูดดื่มขึ้นทุกวินาทีส่งผลให้ใบหม่อนหลงใหลถึงขั้นเกาะเกี่ยวบ่าแกร่งเอาไว้แน่น ไบรอันขยับร
“ถ้าจะสิงร่างกันขนาดนั้นนะ ยืมห้องกูไหม” ไคเลอร์เอ่ยถาม ปรายตามองหน้าหล่อๆ ของไบรอันก่อนจะมองเลยไปยังด้านหลังที่ต้องพูดแบบนั้นเพราะผู้หญิงที่ไบรอันพามาด้วยเอาแต่แอบอยู่ด้านหลังของมันหลังจากที่เธอยกมือไหว้เขา “แวะมาคุยงานแป๊บเดียวเฮีย”“จะคุยก็ไปนั่งดีๆ บอกเมียมึงด้วย”“เมียที่ไหนวะเฮีย เลอะเทอะ!” ตอบกลับพร้อมกับชักสีหน้าใส่ มีอย่างที่ไหนมาพูดจาพล่อยๆ เดี๋ยวก็กลายเป็นการให้ความหวังเด็กมันอีกคนอย่างไอ้ไบรท์ชอบทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นซะที่ไหนกันล่ะ ถ้ารู้สึกเกลียดก็คือเกลียดเลย แต่ถ้าไม่เกลียด ก็ไม่เคยทำร้ายใครเช่นกัน ปากร้ายแหละ แต่รู้ว่าควรดีกับใคร! “ไปนั่งรอที่โซฟาก่อน พี่คุยงานกับเฮียเลอร์แป๊บ” หันไปบอกคนที่อยู่ทางด้านหลัง อาจจะเป็นเพราะว่าตัวเขาบดบังตัวเธอซะมิด เฮียเลอร์เลยอาจจะไม่เห็นว่าใบหม่อนกลัวเฮียมันมากแค่ไหน“ขะ..ขอกลับไปรอที่รถได้ไหมคะ”“ไม่ได้ บอกให้รอตรงนี้ก็คือรอ” พูดเสียงดุขึ้นมาจนคนที่ตั้งท่าจะต่อต้านทำคอตก จากนั้นก็ยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี ใบหม่อนเดินไปหย่อนตัวที่โซฟา เพราะไม่กล้าสบตากับเจ้าของห้อง ก็เลยเลือกที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นเพราะเลี่ยงการสบตาแทน“
แก้มแดงนี่แปลว่าอะไร หวั่นไหวหรือว่ามีใจ? ไบรอันครุ่นคิดพลางกระตุกยิ้ม หึ! นี่เป็นเพียงความคิดในหัวก็เท่านั้น ไม่พูด ไม่ถาม หากเธอที่ได้อยู่ใกล้เขาแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย นั่นต่างหากล่ะที่เรียกว่าแปลกของจริงไบรอันทิ้งสายตามองถนนเบื้องหน้า บนใบหน้าหล่อเหลายังคงมีรอยยิ้มเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงความพอใจและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก“เราไม่ได้จะกลับกันเลยเหรอคะ” คนที่ตั้งใจเบี่ยงเบนเรื่องที่กำลังคุยกันหันมองทิวทัศน์ด้านซ้ายมือ เพราะนี่มันเป็นคนละเส้นทางกับที่ต้องกลับคอนโด“มีธุระที่ต้องไปทำนิดหน่อย”“อ๋อ โอเคค่ะ”“จะไม่ถามหน่อยเหรอว่าไปทำธุระที่ไหน”“ก็มันเป็นธุระของพี่หรือเปล่าคะ พี่จะพาไปไหนหรือทำอะไรมันก็ต้องได้อยู่แล้ว หรือยังไงเอ่ย” ในตอนที่ไบรอันหันมามองสบตา ถึงได้เริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ลางสังหรณ์กำลังบอกเธอว่ามันต้องมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอนอย่าบอกนะว่าต้องเจอกันอีกแล้ว เจอกันกับเขาคนนั้นที่เธอยังกลัวจนจำฝังใจ! “ลืมบอกน่ะว่าธุระที่ต้องไปทำ คือการไปคุยกับเฮียเลอร์”“เฮียเลอร์..อีกแล้วเหรอ”“ทำไมต้องกลัวเฮียมันขนาดนั้น จริงๆ เฮียมันไม่ได้ร้ายกาจอะไรหรอก”“เกือบจะจับหม่อนโยนลงทะเลไปเป
“พ่อ..แม่” เสียงสดใสทักทายคนในบ้านทันทีที่ก้าวเข้ามาในเขตรั้วของบ้านหลังใหญ่ซึ่งใบหม่อนมองว่ามันเป็นความประทับใจเล็กๆ ของคนที่หาให้พ่อแม่อยู่ได้แม้เบื้องหลังมันจะไม่สวยหรูเท่าไหร่ แต่เธอก็มองว่ามันเป็นงานที่สุจริต ไม่มีอะไรให้ต้องอาย“หม่อน..มาได้ไงลูก” พ่อขี้เมาที่รักลูกสาวที่สุดฉีกยิ้มกว้าง จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซเข้ามาหา ถึงตัวปุ๊บ กลิ่นเหล้าหึ่งปั๊บเลยเช่นกัน“หู้ยพ่อ! สุราเมระยะ เบาได้เบานะคะ”“ใช่แบบนั้นที่ไหนกันล่ะ สุราเมระยะ จิบๆ เป็นระยะต่างหากล่ะ” ความช่างตอบกลับส่งผลให้ใบหม่อนยิ้มกว้าง จากนั้นก็รีบสอดแขนขาวๆ เข้าไปกอดกายหนา ต่อให้กลิ่นเหล้าบนตัวพ่อจะรุนแรงแค่ไหน พ่อก็คือพ่ออยู่ดี“คิดถึงจังเลยค่ะ หนูคิดถึงพ่อน้า”“ดูสิแม่ ลูกสาวเรานี่นะ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงก็ยังอ้อนพ่อให้พ่อโอ๋อยู่เลย”“หูยพ่ออ่ะ หนูกอดเพราะคิดถึงนะ ไม่ได้ร้องไห้ให้โอ๋เลย”“ฮ่าๆ” พ่อเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่น แม่ที่นั่งมองอยู่ก็อมยิ้มไปตามๆ กัน“วันนี้ว่างเหรอลูก ทำไมกลับบ้านได้ล่ะ”“ว่างค่ะแม่ วันนี้หนูจะมากินข้าวที่บ้าน คิดถึงขนมจีนน้ำยาฝีมือแม่อ่ะ ใส่ผักเยอะๆ น้ำยาข้นๆ หนูซื้อตีนไก่มาด้วยน้า~ น้ำยาขนมจีนต้
“…ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยค่ะ” คนที่เพิ่งวางแกงจืดวุ้นเส้นลงบนโต๊ะอาหารเอ่ยปากขอบคุณคนตัวโตที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว“เรื่อง?”“เรื่องที่พี่ช่วยใจดีกับหม่อนและครอบครัวไงคะ เมื่อก่อนนะคะ ถ้าฝนตกฟ้าร้องแบบนี้ เคยอยู่กันอย่างสงบสุขซะที่ไหน ไปทางไหนฝนก็รั่วแหละ” “ขนาดมุมไหนก็รั่วยับเยิบข
@หลายวันต่อมา ใบหม่อนพยายามปรับตัวทุกอย่าง เพื่อให้อยู่ที่นี่ได้โดยไม่มีปัญหา ไบรอันย้ำว่าเธอต้องสวย ต้องมีเสน่ห์ ต้องดูดีทุกเวลา คนที่ไม่ถึงกับละเลยตัวเอง แต่เวลาปกติก็ไม่ได้แต่งอะไรมากนักเลยย้อนกลับมาเปลี่ยนตัวเองใหม่ ดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ตอนนี้เวลาที่มองหน้าตัวเองผ่านกระจกใส มีแว๊บหน
“เป็นคนบอกเลิก แต่มานั่งคอตกซะเอง แบบนี้มันดูไม่ใช่เธอเลยนะ” “พี่ไบรท์…” ใบหม่อนเงยหน้ามองคนที่เดินออกมาจากห้องนอนแล้วพูดขึ้นลอยๆ แบบไม่มองหน้าเธอ เดินผ่านหน้าแล้วหย่อนสะโพกลงบนโซฟาตัวที่อยู่ตรงกันข้าม ขายาวตวัดขึ้นไขว้ห้าง ก่อนจะทิ้งสายตาไว้ที่ใบหน้าของเธอ“รู้ได้ไงคะว่าหม่อนบอกเลิก พี่แอบฟังงั
ครืด~ เสียงข้อความดังขึ้นทำลายความเงียบ ส่งผลให้เจ้าของเครื่องหันกลับไปมองทันที ไวเท่าความคิดไม่ลังเลเลยที่จะเปิดอ่านข้อความปริศนาที่ถูกส่งเข้ามา ความรู้สึกจุกหน่วงในอกกระแทกเข้าใส่อย่างจังเมื่อเห็นรูปภาพพร้อมข้อความระบุอยู่บนนั้น หน้าชาจนไม่รู้สึกอะไรเลยไปชั่วขณะ สุดท้ายวันนี้ก็มาถึงจริงๆ สักที







