LOGIN“จริงด้วย มาดื่มกันดีกว่า”
มือปราบทั้งกลุ่มพลันเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะเห็นอู๋จือดูท่าจะไม่ชอบหน้าคุณชายใหญ่ฮัว พวกเขาทำงานด้วยกันย่อมเข้าข้างกันมากกว่าคนนอก
จางเจิ้งจีผู้เป็นเจ้าบ่าวแอบสังเกตมาหลายคราวว่าอู๋จือลูกน้องของตนดูเหมือนจะแค้นเคืองสหายหมอจึงได้ดึงมือของฮัวหยางไปหลบมุมสอบถาม
“เจ้าไปสร้างแค้นใดให้กับอู๋จือ ทุกคราวหากมีคนพูดถึงชื่อเจ้า สีหน้าของนางดูเหมือนอยากจะชักกระบี่ออกมาสับเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น”
ท่านหมอหนุ่มยกยิ้มมุมปากเอ่ยอย่างช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ “ข้าน่ะหรือ ก็ไม่ได้ทำให้นางบาดเจ็บหรือมีรอยแผลสักหน่อย ก็แค่....ก็แค่จับเขามาลองยา”
“ลองยา เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ”
“ก็นางอยากบุกรุกเรือนของข้าโดยพลการ ข้าก็สมควรจะลงโทษ แค่ให้กินยาเกิดผดผื่น จากนั้นก็ให้กินยาแก้ผดผื่น ทดลองยาครึ่งชั่วยามก็เสร็จแล้ว”
“นางบุกรุกเรือนเจ้าหรือ ”
“ก็ใช่น่ะสิ คืนนั้นที่เจ้ามาเรือนปรุงยาของข้า นางก็ตามเจ้ามาด้วย ข้าคิดว่านางคงจะสงสัยเพราะเห็นเจ้าทำตัวลับๆ ล่อๆ”
“อ้อ! คืนที่ข้าแอบนัดพบเสี่ยวหวั่นในเรือนของเจ้า”
“เจ้าพลอดรักกันเสร็จ ก็แยกย้ายกันกลับ แต่นางบุกเข้ามาเหมือนกับโจร ข้าก็เลยต้องจับตัวไว้ก่อน”
จางเจิ้งจีหรี่ตามองสหาย “เจ้าไม่ควรเลยจริงๆ นั่นลูกน้องของข้า คราวหน้าอย่าหาเรื่องนางอีกเล่า ระยะนี้มีคดีฆาตกรรม นางเป็นคนเอาจริงเอาจัง เห็นข้าทำตัวแปลกๆ ก็เลยตามเข้ามา”
“ข้าว่านางระแวงว่าเจ้าเป็นคนร้าย”
หัวหน้ามือปราบหน่วยที่สามหัวเราะพอใจ “เอาเถอะๆ อู๋จือก็เป็นอย่างนี้ล่ะ นางไม่ยอมละวางเบาะแสสักอย่าง เรื่องเล็กน้อยก็ไม่ยอมปล่อยผ่าน นางเป็นคนขยัน ทำงานดูแลครอบครัว เจ้าไม่รู้หรอกว่าครอบครัวของนางน่าสงสาร”
“ทำไมหรือ ” สายตาฮัวหยางดูอยากรู้
“อู๋จือเป็นเสาหลักของบ้าน นางมาเป็นมือปราบเพราะต้องการหาเงินไปช่วยมารดาส่งน้องชายเรียน เสี่ยวเหอตี้น้องชายคนเล็กของนางสอบเข้าเค่อเฉิงได้ มารดาของนางเปิดร้านขายอาหารเล็กๆ อยู่ละแวกคฤหาสน์ของเจ้านั่นล่ะ”
กลุ่มบุรุษมือปราบที่ยังโสดชี้ชวนกันดูหญิงสาวที่มาร่วมงานแต่งครั้งนี้กันอย่างสนุกสนาน พวกเขากันกระซิบกระซาบพูดถึงหญิงงามด้วยสายตาแพรวพราว บุตรสาวของมือปราบอาวุโสหลายคนก็มาร่วมในงานนี้ หัวหน้ามือปราบหน่วยที่เจ็ดพาน้องสาวคนสวยมาด้วย ทำเอามือปราบหนุ่มๆ ลุกฮือกันมองนางตาวาว
“เจ้าดูๆ แม่นางหว่าน สวยสง่าราวกับหงส์ขาว” เฉินหรงผุดขึ้นกับสหายอีกหลายคนจ้องมองไปทางโต๊ะด้านหน้า
อู๋จือยิ้มน้อยๆ “แม่นางหว่านสวยจริงๆ เสื้อผ้าของนางก็งดงาม คนก็มีกิริยามารยาทเรียบร้อย หัวหน้าหว่านเป็นถึงบุตรชายของขุนนางขั้นห้าคงไม่มองมือปราบอย่างพวกท่านไปเป็นน้องเขยหรอก”
“เออ จริงด้วย” บุรุษหลายคนส่งเสียงคล้ายถอนหายใจ
“ใครกันจะมีวาสนาได้เป็นสามีของแม่นางหว่าน ”
มือปราบผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น “หากเป็นคุณชายสกุลฮัวก็น่าจะเป็นไปได้”
อู๋จือหน้าเจื่อน นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาในยามยิ้มพราย แม้นางจะเกลียดเขาแต่ก็ไม่อาจสลัดบุรุษรูปงามที่โฉดชั่วคนนั้นออกไปจากความนึกคิดได้
เฉินหรงถอนหายใจ “เฮ้อ! ข้าเองก็เป็นแค่มือปราบตัวเล็กๆ คงไม่มีวาสนาเอื้อมถึงนาง”
“ข้าไม่อยากมอง มองแล้วก็เกิดความชอบ ตอนนี้ข้าเพิ่งมีเงินเก็บไม่มาก สินสอดหน่อยนิดคงต้องรอไปก่อน ข้าไม่รีบ” มือปราบฟูรีบออกตัว
“มือปราบเฉิน ท่านอยากแต่งงานแล้วหรือ ”
“อือ...ก็อยากสิ เจ้าดูคนอายุเท่าข้ามีผู้ใดบ้างยังโสด มือปราบรุ่นนี้ล้วนแต่งงานไปกันหมดแล้ว” เฉินหรงหน้าเริ่มตึงเพราะสุรา
“สินสอดของท่านก็พร้อมแล้วไม่ใช่หรือ ”
“พร้อมนะ แต่ถ้าจะสู่ขอแม่นางหว่านก็ถือว่าเกินตัว คงต้องเสาะหาสตรีที่เหมาะสมกับข้า”
อู๋จือได้ยินก็เกิดความกระตือรือร้น “มือปราบเฉิน ท่านไม่ลองใช้ความจริงใจเข้าสู้ล่ะ บางทีหัวหน้าหว่านอาจจะเห็นใจท่านก็ได้”
เฉินหรงโบกมือไปมา “ไม่มีทาง ข้าไม่อยากเป็นเขยแต่งเข้าบ้านขุนนางใหญ่ เจ้าอย่ามัวแต่สนใจเรื่องของข้า อู๋จือ เจ้าอายุสิบเก้าแล้ว ยังไม่มีบุรุษมาหมั้นหมาย ไปสำนักแม่สื่อหน่อยดีไหม ”
“ไม่เอา! ข้าไม่แต่งงานหรอก เสี่ยวเหอตี้ยังเรียนไม่จบเลย”
“กว่าน้องชายเจ้าจะเรียนจบเจ้าก็อายุมากเกินกว่าจะแต่งงานแล้ว อย่าเรื่องมากเลยน่า ข้ารู้นะว่ามือปราบหลายหน่วยมาเมียงมองเจ้า แต่เจ้าเอาแต่ทำหน้าบึ้ง พวกเขาก็เลยไม่กล้าเข้ามาคุย” เฉินหรงกระเซ้า
มือปราบทั้งโต๊ะหัวเราะพร้อมกัน ในหน่วยมือปราบของพวกเขาเคยมีคนคิดจะเกี้ยวพานนางอยู่เหมือนกันแต่เพราะนางตัดรอนทุกคนอย่างชัดเจน พวกเขาจึงต้องปล่อยผ่าน
“เจ้าชอบคนเยี่ยงไร เผื่อข้ารู้จักจะช่วยแนะนำให้เจ้า” เฉินหรงรีบเสนอตัว เขาเห็นว่าอู๋จือเป็นหญิงสาวที่ดีคนหนึ่ง สมควรแนะนำบุรุษดีๆ ให้นาง
มือปราบหญิงกระดกสุราไปอีกสองกรึ๊บ “ข้าน่ะหรือ ข้าชอบบุรุษสง่างาม มีความรู้ จิตใจดี มารยาทดี” เมื่อพูดแล้วเขาก็พลันนึกถึงฮัวหยางขึ้นมา อู๋จือรีบสลัดภาพคนผู้นั้นออก
มือปราบคนอื่นๆ ที่ร่วมดื่มหันมามองอู๋จือแล้วยิ้มกว้าง นางเป็นสตรีแข็งแรงปานแม่วัว แต่กลับชมชอบบุรุษอ้อนแอ้น
“ที่เจ้าไม่ชอบพวกเรา ที่แท้ก็ชอบพวกบัณฑิตผอมบางอ้อนแอ้นนี่เอง” สหายมือปราบอีกคนหันมายิ้ม เขาก็เคยเป็นหนึ่งในคนที่ชอบนาง
“พวกเราเอาใจช่วยเจ้านะ อู๋จือ” มือปราบฟูชูจอกเหล้าขึ้น
“ดีๆ เดี๋ยวพวกข้าจะช่วยเฟ้นหาบัณฑิตแถวบ้านข้ามาให้เจ้าเลือก มือปราบอู๋ คราวนี้จะได้แต่งงานเสียที ข้ารอดื่มเหล้ามงคลเจ้ามานานแล้ว” เฉินหรงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ
คุณชายใหญ่ฮัวมองไปทางกลุ่มมือปราบที่เริ่มเมาจนลิ้นพันกัน เมื่อเห็นเป้าหมายของตน เขาก็คอยจับมองเป็นระยะๆ รอจนคนผู้นั้นเดินซวนเซออกไปจากประตูบ้านสกุลจางเพียงลำพัง ฮัวหยางจึงหันไปขอตัวกลับ
“ข้าได้เวลากลับแล้ว ข้าดื่มสุราได้น้อย ไม่เหมาะจะนั่งอยู่ในงานเช่นนี้นาน เจ้าก็รู้อยู่”
จางเจิ้งจีหัวเราะ “ไม่ต้องอ้างหรอก เจ้าอยากกลับก็กลับเถอะ ข้าไม่รั้งไว้ คนอย่างเจ้า การได้เฝ้าเรือนปรุงยาคงเป็นความสุขยิ่งกว่าการพบปะผู้คน”
“ขอบใจสหายที่รู้ใจข้า ข้าขอให้เจ้ามีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองนะ มีความสุขกับชีวิตสมรสไปจนผมหงอกขาวนะ เจิ้งจี”
“เออๆ ขอบใจมากที่มางานแต่งของข้า”
ฮัวหยางทิ้งระยะให้อู๋จือออกไปจากประตูเรือนของจางเจิ้งจีสักพัก เขาก็ค่อยตามออกไป คุณชายใหญ่สกุลฮัวสั่งคนขับรถม้าให้ตามไปห่างๆ
“อย่าให้คนผิดสังเกตเล่า ตามห่างๆ ไป”
“ขอรับ”
ในฐานะคุณชายใหญ่สกุลฮัว เขามียอดฝีมือคอยติดตามในยามที่ออกจากเคหสถานอยู่เสมอ ชายหนุ่มเหลือบมององครักษ์ของตนที่กระโจนบนหลังคาทั้งสองฝั่งถนนแล้วค่อยมองไปที่ร่างหญิงสาวเบื้องหน้า
อู๋จือเมาซวนเซออกจากงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของหัวหน้าหน่วยมือปราบของตน แม้นางจะมองข้างหน้าชัดอยู่แต่ไม่อาจควบคุมร่างกายได้อย่างใจ
‘ปัดโธ่! อุตส่าห์รีบหนีออกมาแล้ว แต่ดันเมากว่าที่คิด’
ในขณะที่คิดว่าตนเองเดินตรงแต่กลับเซไปเบียดกำแพงบ้านผู้อื่นอยู่เรื่อยๆ พอเดินไปไม่ได้ อู๋จือก็ยกมือขึ้นผลักกำแพง ยันร่างของตนให้ผละออกมายืนโงนเงนอยู่ถนน ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ตามนางมา
“มือปราบเฉิน....ท่านตามข้ามา พวกเราต้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย”
นางคิดว่าเฉินหรงเดินตามหลังตนเองมาเพราะบ้านของพวกเขาอยู่ทางเดียวกันจึงได้ส่งเสียงบอก ครั้นเดินชนกำแพงเป็นครั้งที่สามจึงได้หันกลับไปหามือปราบรุ่นพี่
“ให้ข้าไปส่งเจ้ากลับบ้านดีหรือไม่ ” บุรุษข้างหลังส่งเสียงทุ้มชวนฟัง
อู๋จือหันกลับไปก็เห็นบุรุษร่างสูงตัวหนากว่าตนอยู่ยืนแทบจะชิด นางยืนโงนเงนเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นว่าเป็นฮัวหยางก็รีบยกมือผลักให้เขาถอยออกไป พร้อมกับยกนิ้วขึ้นชี้
“คุณชายใหญ่ฮัว แอบตามข้ามาหรือ ท่านเอามือปราบเฉินไปซ่อนไว้ที่ใด เอาเขาออกมาคืนข้าเดี๋ยวนี้ เขาเป็นสหายร่วมหน่วยของข้า ข้าจะไม่ให้เขาถูกคนถ่อยอย่างท่านรังแกเด็ดขาด ข้าต้องดูแลเขา”
ฮัวหยางยิ้มน้อยๆ “ข้าเห็นมือปราบเฉินนั่งรถม้ากลับบ้านไปแล้ว มีแค่เจ้านี่ล่ะที่ไม่น่าจะกลับถึง หากยังเดินชนกำแพงอยู่แบบนี้”
อู๋จือยืนแทบไม่อยู่ นางคิดจะชี้หน้าด่าคนตรงหน้าอีกสักหน่อยแต่ต้องหันไปใช้มือค้ำกำแพงรั้วข้างๆ เอาไว้แทน พอก้มหน้าลง นางก็รู้สึกเวียนหัว อยากจะอาเจียนออกมา
“ไม่ต้องมายุ่งกับข้า เจ้าหมอถ่อย! เป็นท่านที่ชิงจูบแรกของข้าไป แค้นนี้ข้าจะไม่มีวันลืมเลย สักวันต้องหาทางเอาคืนท่านให้ได้”
ฮัวหยางยิ้มกว้าง มองคนตรงหน้านิ่ง คืนนั้นนางก็เคยประกาศเช่นนี้มาแล้ว ดูท่า นางคงจะแค้นเขามากที่ชิงจูบแรกของนางไป สายตาของคุณชายใหญ่สกุลฮัวทอประกายวาววาม
“เจ้าเสียดายมากเลยหรือที่เป็นข้า ”
มือปราบหญิงกำหมัดชูขึ้นตรงหน้า “ก็เออสิ! ข้าอุตส่าห์จะมอบให้คนที่ข้ารัก คนที่จะเป็นสามีของข้า แต่ท่าน...ท่านมันเป็นคนเลวจอมฉวยโอกาส ข้าสมควรจะต่อยท่านให้หมอบหน้าคลุกดิน”
“ไม่เป็นไร ในเมื่อเจ้าอยากจะเอาคืน ข้าก็ยินดีจะคืนให้”
อู๋จือได้ยินเช่นนั้นก็เม้มปาก “ดี!”
“ท่านย่า นี่ท่านดีดลูกคิดรางแก้วเอาไว้หมดแล้วหรือขอรับ” “แน่นอนสิ ก็ข้าเป็นแม่ค้านี่” ฮัวหยางพยักหน้ารับ “ขอรับ ถ้าอย่างนั้น ทุกอย่างก็แล้วแต่ท่านย่าจะเห็นสมควร ขอแค่อย่าทำให้จือจือของข้าลำบากมากนักก็พอแล้วขอรับ” “แหม คำก็จือจือ สองคำก็จือจือ พอเจ้ามีภรรยาก็ลืมย่าไปเสียแล้ว” “ท่านย่าขอรับ ช่วงนี้ข้าขอกลับไปพักที่เรือนปรุงยานะขอรับ จะได้คิดค้นยาสูตรใหม่ออกมา ต่อไปข้าคงมีลูกหลายคน ต้องเตรียมเงินไว้เลี้ยงดูพวกเขาอีกไม่น้อย” คนเป็นย่าหัวเราะอย่างรู้ทัน “นี่ถ้าย่าไม่อนุญาต เจ้าก็คงจะขาดใจตายก่อนงานแต่งมาถึงกันพอดี” ฮัวหยางปิดเรือนปรุงยาเพื่อคิดค้นยาอย่างใหม่ ทว่าในตอนกลางดึกกลับมีบุรุษแต่งกายด้วยชุดดำปิดบังหน้าตาลอบเข้ามาในเรือนของเขา ท่านหมอหนุ่มที่สวมเพียงเสื้อคลุมไว้หลวมๆ นอนรออยู่บนเตียงใหญ่อันใหม่ใช้สองมือประสานอยู่หลังศีรษะ ยิ้มหวานรอให้เจ้าหัวขโมยเข้ามาใกล้ “คราวหน้าไม่ต้องแต่งตัวลึกลับอย่างนี้ก็ได้ ข้าเปลี่ยนคนรับใช้เฝ้าเรือนเป็นชุดใหม่ที่ไว้ใจได้แล้ว ไม่มีคนคายความลับเราสองคนแน่” คนในชุดดำในเ
ฮัวหยางแตะชีพจรของนางอยู่ครู่หนึ่ง “แข็งแรงมากทีเดียว ยาของข้าต้องได้ผลดีอยู่แล้ว” อู๋จือหัวเราะออกมา นึกถึงยาบำรุงร่างกายที่เขาหลอกให้นางกินเข้าไป “ต่อไป ท่านคงต้องปรุงยาคลอดง่ายให้ข้าแล้วล่ะ ข้าได้ยินมาว่าคนที่คลอดลูกจะเจ็บปวดแทบปางตาย บางคนเบ่งอยู่หลายวัน เด็กก็คงไม่ออกมา ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ข้าจะไม่ขาดใจตายไปหรอกหรือ ” ชายหนุ่มลูบหลังหญิงคนรัก “เจ้าสบายใจได้ ข้าจะปรุงยาให้เจ้ามีกำลังเบ่ง คลอดลูกคนนี้ออกมาอย่างไม่ทรมานเอง” อู๋จือยื่นหน้ามาจูบแก้มฮัวหยาง “ขอบคุณ คุณชายใหญ่” “เลิกเรียกแบบนี้ได้แล้ว ต่อไปเจ้าต้องเรียกว่าพี่หยาง เจ้าใจหรือไม่ ” สองหนุ่มสาวกอดจูบกันในรถม้าอย่างมีความสุข กระทั่งถึงสำนักมือปราบ บ่ายวันนั้นแม่สื่อก็รีบร้อนไปยังบ้านสกุลอู๋เพื่อทาบทามอู๋จือให้กับคุณชายใหญ่สกุลฮัว อู๋ฮูหยินรีบเอาใบเกิดมาส่งให้แม่สื่อ “บุตรสาวท่านช่างวาสนาดีนัก ได้แต่งเข้าเป็นสะใภ้ใหญ่สกุลฮัวเสียด้วย บุตรสาวเศรษฐีและขุนนางที่รู้ข่าว ป่านนี้คงพากันปาดน้ำตากันเป็นแถวๆ ข้าได้ยินว่าสามีของท่านคือสหายเก่าของนายท่านฮัวใช
พลัวะ! “โอ๊ย! มือปราบใจร้าย นี่เจ้าคิดจะฆ่าสามีหรือ ” “ท่านน่ะสิ หมอชั่ว หลอกให้ข้ากินยาพวกนั้น บอกว่าเป็นยาป้องกันการตั้งครรภ์ ที่ไหนได้กลายเป็นยาบำรุงร่างกายให้พร้อมตั้งครรภ์ ข้าหลงเชื่อท่านอยู่ตั้งนาน” ฮัวหยางรวบมืออู๋จือเอาไว้ “ก็ร่างกายเจ้าไม่สมบูรณ์ ยากจะมีบุตร หากข้าไม่ให้เจ้ากินยาบำรุงอย่างต่อเนื่องก็ตั้งครรภ์ยากน่ะสิ แล้วก็ลงแรงไปตั้งเยอะ จะปล่อยให้สูญเปล่าได้อย่างไร ” ใบหน้าของอู๋จือแดงก่ำเมื่อเขาพูดถึงเรื่องลงแรง “นี่หากข้าตั้งครรภ์แล้วไม่ได้แต่งงานจะไม่ขายหน้าแย่หรือ ” “ข้าไม่ยอมอยู่แล้ว เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ ” น้ำเสียงคนถามกระเส่า “อือ...” อู๋จือครางรับเมื่อฮัวหยางดูดใบหูของนาง “พอถึงบ้านเจ้า ให้ข้าพูดกับท่านน้าเองก็แล้วกัน” เขาพึมพำ รถม้าคันใหญ่จอดที่หน้าประตูบ้านครอบครัวอู๋ น้องชายคนเล็ก อู๋เหอตี้มองเห็นพี่สาวมาพร้อมกับคุณชายใหญ่ฮัวก็ยิ้มหน้าบานวิ่งเข้าไปเกาะแขนของฮัวหยาง อู๋จือถลึงตาใส่น้องชาย “คุณชายใหญ่ฮัว พี่จือจือ พวกท่านมากันเสียที” “เสี่ยวเหอตี้ เจ้าไปคุ้นเคยสนิทสนม
“ข้าไม่ยอมให้เหลนของข้าต้องไปใช่แซ่ผู้อื่นแน่นอน ในเมื่อบ้านสกุลอู๋ไม่ยินยอมให้อู๋จือแต่งเป็นอนุภรรยา เราจะทำเช่นไร ” “ท่านแม่ขอรับ นี่เป็นเล่ห์เหลี่ยมของหลานชายคนโตของท่าน เขาจงใจทำให้นางตั้งครรภ์เพราะคิดจะให้เรายอมรับ” ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วมองหน้าบุตรชาย “เจ้ารู้อยู่ก่อนแล้ว” “ขอรับ เดิมทีอู๋จือเป็นสตรีที่ร่างกายไม่เหมาะกับการมีบุตร แต่เสี่ยวหยางที่ชอบนางก็ได้ปรุงยาและหลอกให้นางทาน โดยหลอกนางว่าเป็นยาป้องกันการมีบุตร เขาตั้งใจให้นางตั้งครรภ์เพราะรู้ว่าท่านแม่อยากมีเหลนมาก” “เสี่ยวหยางร้ายจริง กล้ามาหลอกลวงข้า” “อันที่จริงก็ไม่ใช่หลอกหรอกขอรับ เขาชอบอู๋จือมาพักใหญ่แล้ว คดีของหายเขาก็รู้ว่าเป็นฝีมือของหลานสองคนแต่ก็เอาอู๋จือเข้ามาในคฤหาสน์อ้างว่าเพื่อให้สืบคดี และยังพานางไปเป็นองครักษ์อีก ข้าให้คนสืบดูจึงรู้ว่าเขาคิดไม่ซื่อกับนางตั้งแต่แรก สุดท้ายทั้งสองใจตรงกัน เสี่ยวหยางก็เลยรวบรัดเพื่อให้นางรีบตั้งครรภ์” ฮูหยินผู้เฒ่ายกยิ้มมุมปาก “เจ้าหลานตัวดี ข้าจะทำเช่นไรกับเรื่องนี้ดี ” “ท่านแม่ขอรับ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าย
ฮัวหยางกลับถึงคฤหาสน์ก็กลัดกลุ้มจนนอนไม่หลับ เมื่อวานท่าทีของท่านย่าก็เหมือนจะให้อู๋จือเป็นเพียงอนุภรรยาของเขา ชายหนุ่มต้องลุกขึ้นมานั่งจิบสุราพลางคิดหาวิธีจะเกลี้ยกล่อมฮูหยินผู้เฒ่า พ่อบ้านใหญ่เห็นแสงไฟในเรือนนอนของฮัวหยางยังไม่ดับก็เรียกบ่าวรับใช้มาถาม พอได้ยินว่าคุณชายมีเรื่องไม่สบายใจก็รีบไปรายงานให้คหบดีฮัวทราบ “เห็นว่าเสี่ยวหยางเพิ่งกลับมาจากบ้านอู๋จือ ทางโน้นคงจะตัดไมตรีมาแล้ว คอยดูก็แล้วกันว่าลูกจอมวางแผนของข้าจะทำเช่นไร ” เช้าวันรุ่งขึ้น ฮัวหยางตรงไปบ้านสกุลอู๋อีกครั้ง อู๋ฮูหยินเห็นเขาเข้าก็นึกประหลาดใจ “คุณชายใหญ่ฮัว เมื่อคืนข้ายังพูดไม่ชัดเจนพออีกหรือ ” “ชัดเจนมากขอรับ แต่ข้าคงจะยอมรับไม่ได้ ข้าขอพบจือจือสักหน่อยเถิด” “ท่านเรียกลูกสาวข้าสนิทสนมเกินไปแล้ว ทำเช่นนี้ คนที่ไม่รู้จะคิดว่าท่านกับนางมีใจต่อกันนะ” “อันที่จริงก็มีนี่ขอรับ ข้าว่าท่านเองก็คงดูออก” “คุณชายใหญ่ฮัว ท่านคิดจะทำลายชื่อเสียงลูกสาวข้าหรือ ” “ข้าชอบนาง ปรารถนาจะแต่งงานกับนาง ไหนเลยจะยอมให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ตอนนี้ที่บ้า
“ท่านถอดชิ้นไหนก็ต้องจูบตรงนั้นด้วยนะเจ้าคะ” ชายหนุ่มตาลุกวาว “ได้ ข้าคงได้จูบเจ้าทั้งตัวแน่วันนี้”“ต่อไป ข้าไม่ยอมให้ท่านไปอาบน้ำกับสตรีอื่น ท่านจำคำพูดของข้าเอาไว้ด้วยนะเจ้าคะ”“ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ต้องให้ข้าเป็นคนแรกและคนสุดท้ายของเจ้าด้วย” ฮัวหยางพึมพำ อยู่ที่ท้องน้อยของนาง เมื่อกางเกงขายาวของมือปราบหญิง หล่นไปกองอยู่ที่พื้นฮัวหยางประคองนางลงในอ่างอาบน้ำ กลิ่นหอมอบอวลของน้ำอบและกลิ่นของกำยานทำให้สองหนุ่มสาวอยู่ในภวังค์อันหวานละมุน พออาบน้ำเสร็จ ชายหนุ่มร่างกายถูกเตรียมพร้อมก็กระซิบกระเส่า“พอแล้วล่ะ เราไปที่เตียงกันเถอะ” น้ำเสียงของฮัวหยางร้อนรน“ฮัวหยาง ข้าอยากจะลงโทษท่านที่กล้าพูดคุยกับคุณหนูเสิ่นต่อหน้าข้า อุ้มข้าไปที คนอย่างท่านต้องถูกทารุณเสียบ้าง”ท่านหมอหนุ่มรีบลุกจากอ่างน้ำไปดึงเอาผ้ามาซับตัวแล้วดึงเสื้อคลุมมาสวม เมื่ออู๋จือลุกขึ้นยืนกระมิดกระเมี้ยน เขาก็เอาผ้าผืนใหญ่มาพันตัวนางแล้วอุ้มไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่มีมุ้งโปร่งบางสีขาวคลุมอยู่มือปราบหญิงถูกจับคว่ำหน้า ใบหูบางถูกคนข้างหลังใช้ลิ้นลากไล้ไปเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าผืนนั้นลงทีละนิด แผ่นหลังของคนผอมบางถูกริมฝีปากและฝ่ามือของฮ







