เข้าสู่ระบบ“คุณชายใหญ่สกุลฮัวผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมอเทวดาที่มี รูปร่างหน้าตางดงามราวเทพเซียนเก็บตัวคิดค้นตำรับยาอยู่ในเรือนชานเมือง จับตัวโจรสาวมอมแมมผู้หนึ่งที่แอบบุกเข้ามาในเรือนไว้ได้ เขาจึงใช้นางทดลองยาโดยที่เขาเผลอไผลจูบนางเข้า จากนั้น...เขาก็หาทาง จับนางมาวางไว้ในฝ่ามือ”
ดูเพิ่มเติม“ข้าอยากไปไหว้เจ้าเจ้าค่ะ ท่านแม่” หญิงสาวในชุดมือปราบหน้าตามอมแมมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแค้นเคือง
“จือจือ เจ้าแปลกคนซะเสียจริง ปกติเจ้าไม่เคยเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปาฏิหาริย์ เหตุใดวันนี้ถึงได้อ้าปากอยากไปไหว้เจ้า ”
สีหน้าของอู๋จือดูกระอักกระอ่วน เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้น นางไม่อาจจะเปิดปากบอกผู้ใดได้ มันเป็นเรื่องน่าละอาย น่าอับอายเสียเหลือเกิน แม้ว่านางจะไม่ใช่ผู้หญิงคร่ำครึที่คิดว่าการถูกแตะเนื้อต้องตัวจะต้องไปกระโดดน้ำตายเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แต่เรื่องที่นางเจอมัน...มันชวนให้หงุดหงิดอยู่แทบทั้งวัน
อู๋ฮูหยินหันไปมองดูลูกสาวที่ทำหน้าหงิกหน้างอก็ส่ายหน้า “เอาเถิดๆ ถ้าเจ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็ไปเสีย นี่ก็จวนจะค่ำแล้ว รีบไปรีบกลับเล่า ประเดี๋ยวประตูศาลเจ้าจะปิดเสียก่อน”
“เจ้าค่ะ”
อู๋จือที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านได้ไม่ถึงสองเค่อ จู่ๆ ก็บอกมารดาว่าตนเองอยากจะไปไหว้เจ้า
มารดากับน้องสาวที่กำลังเตรียมอาหารได้ยินเช่นนั้นก็ทักท้วงเพราะยามนี้ใกล้จะมืดค่ำ การออกไปข้างนอกไม่ค่อยเหมาะสมนัก แต่นางเป็นมือปราบน้องใหม่ วรยุทธ์ก็พอมี พลังกำลังก็ถือว่ามากพอๆ กับบุรุษ ที่ผ่านมานางไม่เคยถูกผู้ใดรังแก มารดาจึงได้พยักหน้าอนุญาต
พอพี่สาวก้าวเท้าผ่านธรณีประตูไป อู๋เสี่ยวถงรีบหันไปหามารดา
“ท่านแม่ ข้าดูท่าทางของพี่จือจือแล้ว เหมือนนางกำลังมีเรื่องกลุ้มใจอย่างมากเลยเจ้าค่ะ หลายวันมานี่ดูหน้าตาหมองคล้ำ”
“พี่เจ้าเป็นมาตั้งแต่เมื่อใด ” อู๋ฮูหยินสีหน้าตระหนก
“เป็นมาตั้งแต่นับเจ็ดวันแล้วเจ้าค่ะ”
มารดาถอนหายใจยาว “แม่ไม่อยากให้พี่สาวของเจ้าทำงานนี้เลยจริงๆ งานมือปราบเบี้ยหวัดน้อย ความเสี่ยงมาก แต่ละคดีก็ไม่ง่ายเลย แม้ว่าตอนนี้สตรีจะออกไปทำงานนอกบ้านได้ แต่อาชีพนี้ช่างมีแต่ปัญหา”
“ท่านแม่ห่วงพี่จือจือจะหาสามีไม่ได้เหรอเจ้าคะ ”
“ก็ใช่น่ะสิ ดูแต่ละวันพี่เจ้าเนื้อตัวมอมแมมกลับมา ดูได้ที่ไหน ตอนนี้อายุมากแล้ว แม่สื่อแต่ละคนพอได้ยินอาชีพของจือจือ ก็พากันส่ายหัว”
“มันช่วยไม่ได้นี่เจ้าคะ พี่จือจือไม่ชอบงานเย็บปัก ดีที่ยังพอทำอาหารได้ แต่ก็ยากจะกลืนลง ที่เก่งกาจก็มีแต่การใช้กำลังต่อยตีนี่ล่ะ”
อู๋ฮูหยินฟังบุตรีคนกลางของตนพูดแล้วก็ถอนหายใจออกมา “นี่หากแม่มีเงินส่งเสียให้พวกเจ้าร่ำเรียนหนังสือก็คงจะดี อย่างน้อยพี่สาวของเจ้าก็ยังพอจะถูกตาครอบครัวเหล่าบัณฑิตบ้าง”
อู๋เสี่ยวถงรีบกุมมือมารดา หากพูดเรื่องเงินขึ้นมาคราใด ท่านแม่ของนางจะต้องคิดมากและหวนรำลึกถึงการเจ็บป่วยครั้งนั้นของตนเองอยู่ร่ำไป
“ท่านแม่ ช่างเถิดเจ้าค่ะ ทุกวันนี้พวกเราก็มีความสุขกันดีแล้ว รอให้ข้าเก็บเงินอีกสักหน่อย ก็ไม่ต้องรบกวนท่านพี่ให้จ่ายค่าร่ำเรียนของเสี่ยวตี้ ท่านพี่จะได้เก็บเงินสำหรับแต่งงานเสียที”
อู๋ฮูหยินน้ำตาซึม หากนางไม่ป่วย ป่านนี้ลูกๆ ทั้งสามก็คงไม่ต้องลำบาก ตอนนี้นางหวังเพียงว่าอู๋จือลูกสาวคนโตจะพอหาสามีที่ช่วยดูแลนางได้
“ปีนี้อายุของพี่เจ้าก็สิบเก้าเข้าไปแล้ว หากแม่ยังมีเงินเก็บมากๆ อยู่ก็คงจะติดต่อแม่สื่อให้หาครอบครัวบุรุษดีๆ ให้ ถ้าเรามีสินเจ้าสาวมากพอ ก็คงจะมีครอบครัวบัณฑิตยอมรับได้บ้าง”
“ท่านแม่ อย่าพูดเลยเจ้าค่ะ เรื่องมันผ่านมานานแล้ว ตอนนี้ข้ากับท่านพี่ก็มีงานทำพอมีรายได้ ครอบครัวเราไม่ได้ลำบากอย่างแต่ก่อนแล้ว”
“อืม...” ผู้เป็นมารดาถอนหายใจออกมา
หลังจากที่บิดาของอู๋จือซึ่งเป็นอดีตมือปราบเสียชีวิตไป ได้ทิ้งเงินทองเอาไว้มากพอสมควร อู๋ฮูหยินจึงนำเงินพวกนั้นมาทำร้านขายอาหารเล็กๆ ในอำเภอ ด้วยฝีมือทำอาหารที่ดีเลิศ ทำให้นางหาเงินทองเอาไว้ได้จำนวนมาก
ทว่าสี่ปีก่อน นางเกิดล้มป่วยจนต้องนำเงินออกมารักษาจำนวนมาก หลังจากหายป่วยก็เหลือเงินพอให้เลี้ยงดูบุตรไม่มากนัก
ปีที่อู๋จืออายุสิบเจ็ด นางแอบหนีออกจากอำเภอเข้าเมืองหลวง แอบสอบมือปราบ พอนางสอบได้จึงกลับไปแจ้งมารดา ครอบครัวของอู๋จือจึงย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง เช่าเพิงเล็กขายอาหาร ผ่านไปหนึ่งปีก็พอมีเงินไปเช่าร้านขนาดหนึ่งคูหา
บุตรสาวคนที่สองคืออู๋เสี่ยวถงอายุได้สิบเจ็ดปีไปเป็นลูกจ้างที่ร้านขายสมุนไพรเล็กๆ ละแวกบ้าน ยังเหลือเพียงอู๋เหอตี้บุตรชายคนเล็กที่ยังร่ำเรียนอยู่ในสถาบันเค่อเฉิง ซึ่งเป็นแหล่งการศึกษาชื่อดังในเมืองหลวง
การสอบเข้าเค่อเฉิงเป็นการยากยิ่งนัก แต่อู๋เหอตี้ก็ไม่ทำให้คนในครอบครัวผิดหวัง เขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของครอบครัวที่ทุกคนวาดหวังให้ได้เป็นขุนนาง เงินรายได้ของพี่สาวทั้งสองใช้ส่งเสียน้องชายคนเล็ก
สตรีรูปร่างสันทัด หุ่นเพรียว ใบหน้าน่ารักในชุดมือปราบสีแดงเลือดหมู เดินก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในอารามใหญ่ นางคุกเข่าลงหน้าเทพยี่ว์หวงต้าตี้ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์
‘ท่านเทพผู้เป็นใหญ่ ได้โปรดดลบันดาลให้ข้าลืมเรื่องเลวร้ายพวกนั้นเสียทีเถิดเจ้าค่ะ ข้านอนไม่หลับมาหลายคืนแทบจะเป็นประสาทอยู่แล้ว’
อู๋จือนั่งพนมมือนั่งพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง ก็มีเสียงคนคุกเข่าลงที่เบาะด้านข้าง
“เจ้าคิดจะขอสิ่งใดหรือ ”
น้ำเสียงนั้นทำเอาอู๋จือพลันสะดุ้ง นางลืมตาแล้วหันขวับไปดูชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ดวงตาของนางเบิกขึ้นกว้างกว่าเดิม
“เป็นท่าน ท่านมาได้อย่างไร ”
คนผู้นั้นผิวพรรณขาวผุดผ่อง ใบหน้างดงามดุจเทพเซียน ดวงตาทอดมองมายังนางคล้ายจะยิ้มล้อเลียนอยู่ในที...อู๋จือผวา
ใบหน้านี้ตามมาหลอกหลอนนางถึงในวัดเชียวหรือ เห็นทีนางคงต้องนำเอาขี้เถ้าในกระถางธูปไปละลายน้ำมาล้างหน้าเสียกระมัง
“ข้ารึ ข้าอยากมาไหว้เจ้าก็เลยเข้ามาที่นี่ ทำไมเล่า อารามนี้เป็นของส่วนกลาง ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถมาไหว้ได้มิใช่หรือ ”
“หึ! คนบาปก็อยากจะได้บุญ” อู๋จือหงุดหงิดเป็นกำลัง นางอุตส่าห์ขอพรให้ไม่พบเจอคนผู้นี้ แต่ยังไม่ทันอธิษฐานจบ คนต้นเหตุก็ปรากฏ สวรรค์จงใจยัดเยียดความทุกข์โถมโหมซัดให้นางหรือ
‘ดวงข้านี่มัน ซวยซ้ำซวยซ้อนหรืออย่างไร มาเจอคนเลวเข้าจนได้’
บุรุษรูปงามในแพรพรรณราคาแพงลุกขึ้น แต่ยังไม่วายยิ้มหวานให้กับ อู๋จือมือปราบหญิงกำหมัดแน่น นึกถึงจูบแรกของตนที่ถูกคนผู้นี้ฉกฉวยไปในคืนนั้นแล้วก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมา
ฮัวหยาง คุณชายใหญ่แห่งสกุลฮัว ผู้มีรูปลักษณ์หล่อเหลาราวเทพเซียน แทบจะไม่ย่างเท้าออกจากเรือนชานเมือง แต่เพราะเจ็ดวันนี้เขาไม่อาจจะข่มตาหลับลงได้
ทุกคราที่หลับตาลง ใบหน้าของมือปราบหญิงหน้าตามอมแมมก็ปรากฏขึ้น ทำให้เขาต้องออกมาไหว้เทพขอพร เพื่อให้ตนเองสงบใจลง
...ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอตัวต้นเหตุมาไหว้พระที่เดียวกัน...
“ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว มือปราบอู๋ เจ้าไปส่งข้าหน่อยได้หรือไม่ ”
“เหตุใดข้าต้องไปส่งท่านด้วย ” หน้าตาของนางถมึงทึง
“เจ้าเป็นผู้รักษากฎหมายและดูแลความสงบของบ้านเมือง ข้าเป็นเพียงราษฎรผู้อ่อนแอ เจ้าไม่คิดจะช่วยเหลือข้าเลยหรือ ”
*************
“ท่านย่า นี่ท่านดีดลูกคิดรางแก้วเอาไว้หมดแล้วหรือขอรับ” “แน่นอนสิ ก็ข้าเป็นแม่ค้านี่” ฮัวหยางพยักหน้ารับ “ขอรับ ถ้าอย่างนั้น ทุกอย่างก็แล้วแต่ท่านย่าจะเห็นสมควร ขอแค่อย่าทำให้จือจือของข้าลำบากมากนักก็พอแล้วขอรับ” “แหม คำก็จือจือ สองคำก็จือจือ พอเจ้ามีภรรยาก็ลืมย่าไปเสียแล้ว” “ท่านย่าขอรับ ช่วงนี้ข้าขอกลับไปพักที่เรือนปรุงยานะขอรับ จะได้คิดค้นยาสูตรใหม่ออกมา ต่อไปข้าคงมีลูกหลายคน ต้องเตรียมเงินไว้เลี้ยงดูพวกเขาอีกไม่น้อย” คนเป็นย่าหัวเราะอย่างรู้ทัน “นี่ถ้าย่าไม่อนุญาต เจ้าก็คงจะขาดใจตายก่อนงานแต่งมาถึงกันพอดี” ฮัวหยางปิดเรือนปรุงยาเพื่อคิดค้นยาอย่างใหม่ ทว่าในตอนกลางดึกกลับมีบุรุษแต่งกายด้วยชุดดำปิดบังหน้าตาลอบเข้ามาในเรือนของเขา ท่านหมอหนุ่มที่สวมเพียงเสื้อคลุมไว้หลวมๆ นอนรออยู่บนเตียงใหญ่อันใหม่ใช้สองมือประสานอยู่หลังศีรษะ ยิ้มหวานรอให้เจ้าหัวขโมยเข้ามาใกล้ “คราวหน้าไม่ต้องแต่งตัวลึกลับอย่างนี้ก็ได้ ข้าเปลี่ยนคนรับใช้เฝ้าเรือนเป็นชุดใหม่ที่ไว้ใจได้แล้ว ไม่มีคนคายความลับเราสองคนแน่” คนในชุดดำในเ
ฮัวหยางแตะชีพจรของนางอยู่ครู่หนึ่ง “แข็งแรงมากทีเดียว ยาของข้าต้องได้ผลดีอยู่แล้ว” อู๋จือหัวเราะออกมา นึกถึงยาบำรุงร่างกายที่เขาหลอกให้นางกินเข้าไป “ต่อไป ท่านคงต้องปรุงยาคลอดง่ายให้ข้าแล้วล่ะ ข้าได้ยินมาว่าคนที่คลอดลูกจะเจ็บปวดแทบปางตาย บางคนเบ่งอยู่หลายวัน เด็กก็คงไม่ออกมา ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ข้าจะไม่ขาดใจตายไปหรอกหรือ ” ชายหนุ่มลูบหลังหญิงคนรัก “เจ้าสบายใจได้ ข้าจะปรุงยาให้เจ้ามีกำลังเบ่ง คลอดลูกคนนี้ออกมาอย่างไม่ทรมานเอง” อู๋จือยื่นหน้ามาจูบแก้มฮัวหยาง “ขอบคุณ คุณชายใหญ่” “เลิกเรียกแบบนี้ได้แล้ว ต่อไปเจ้าต้องเรียกว่าพี่หยาง เจ้าใจหรือไม่ ” สองหนุ่มสาวกอดจูบกันในรถม้าอย่างมีความสุข กระทั่งถึงสำนักมือปราบ บ่ายวันนั้นแม่สื่อก็รีบร้อนไปยังบ้านสกุลอู๋เพื่อทาบทามอู๋จือให้กับคุณชายใหญ่สกุลฮัว อู๋ฮูหยินรีบเอาใบเกิดมาส่งให้แม่สื่อ “บุตรสาวท่านช่างวาสนาดีนัก ได้แต่งเข้าเป็นสะใภ้ใหญ่สกุลฮัวเสียด้วย บุตรสาวเศรษฐีและขุนนางที่รู้ข่าว ป่านนี้คงพากันปาดน้ำตากันเป็นแถวๆ ข้าได้ยินว่าสามีของท่านคือสหายเก่าของนายท่านฮัวใช
พลัวะ! “โอ๊ย! มือปราบใจร้าย นี่เจ้าคิดจะฆ่าสามีหรือ ” “ท่านน่ะสิ หมอชั่ว หลอกให้ข้ากินยาพวกนั้น บอกว่าเป็นยาป้องกันการตั้งครรภ์ ที่ไหนได้กลายเป็นยาบำรุงร่างกายให้พร้อมตั้งครรภ์ ข้าหลงเชื่อท่านอยู่ตั้งนาน” ฮัวหยางรวบมืออู๋จือเอาไว้ “ก็ร่างกายเจ้าไม่สมบูรณ์ ยากจะมีบุตร หากข้าไม่ให้เจ้ากินยาบำรุงอย่างต่อเนื่องก็ตั้งครรภ์ยากน่ะสิ แล้วก็ลงแรงไปตั้งเยอะ จะปล่อยให้สูญเปล่าได้อย่างไร ” ใบหน้าของอู๋จือแดงก่ำเมื่อเขาพูดถึงเรื่องลงแรง “นี่หากข้าตั้งครรภ์แล้วไม่ได้แต่งงานจะไม่ขายหน้าแย่หรือ ” “ข้าไม่ยอมอยู่แล้ว เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ ” น้ำเสียงคนถามกระเส่า “อือ...” อู๋จือครางรับเมื่อฮัวหยางดูดใบหูของนาง “พอถึงบ้านเจ้า ให้ข้าพูดกับท่านน้าเองก็แล้วกัน” เขาพึมพำ รถม้าคันใหญ่จอดที่หน้าประตูบ้านครอบครัวอู๋ น้องชายคนเล็ก อู๋เหอตี้มองเห็นพี่สาวมาพร้อมกับคุณชายใหญ่ฮัวก็ยิ้มหน้าบานวิ่งเข้าไปเกาะแขนของฮัวหยาง อู๋จือถลึงตาใส่น้องชาย “คุณชายใหญ่ฮัว พี่จือจือ พวกท่านมากันเสียที” “เสี่ยวเหอตี้ เจ้าไปคุ้นเคยสนิทสนม
“ข้าไม่ยอมให้เหลนของข้าต้องไปใช่แซ่ผู้อื่นแน่นอน ในเมื่อบ้านสกุลอู๋ไม่ยินยอมให้อู๋จือแต่งเป็นอนุภรรยา เราจะทำเช่นไร ” “ท่านแม่ขอรับ นี่เป็นเล่ห์เหลี่ยมของหลานชายคนโตของท่าน เขาจงใจทำให้นางตั้งครรภ์เพราะคิดจะให้เรายอมรับ” ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วมองหน้าบุตรชาย “เจ้ารู้อยู่ก่อนแล้ว” “ขอรับ เดิมทีอู๋จือเป็นสตรีที่ร่างกายไม่เหมาะกับการมีบุตร แต่เสี่ยวหยางที่ชอบนางก็ได้ปรุงยาและหลอกให้นางทาน โดยหลอกนางว่าเป็นยาป้องกันการมีบุตร เขาตั้งใจให้นางตั้งครรภ์เพราะรู้ว่าท่านแม่อยากมีเหลนมาก” “เสี่ยวหยางร้ายจริง กล้ามาหลอกลวงข้า” “อันที่จริงก็ไม่ใช่หลอกหรอกขอรับ เขาชอบอู๋จือมาพักใหญ่แล้ว คดีของหายเขาก็รู้ว่าเป็นฝีมือของหลานสองคนแต่ก็เอาอู๋จือเข้ามาในคฤหาสน์อ้างว่าเพื่อให้สืบคดี และยังพานางไปเป็นองครักษ์อีก ข้าให้คนสืบดูจึงรู้ว่าเขาคิดไม่ซื่อกับนางตั้งแต่แรก สุดท้ายทั้งสองใจตรงกัน เสี่ยวหยางก็เลยรวบรัดเพื่อให้นางรีบตั้งครรภ์” ฮูหยินผู้เฒ่ายกยิ้มมุมปาก “เจ้าหลานตัวดี ข้าจะทำเช่นไรกับเรื่องนี้ดี ” “ท่านแม่ขอรับ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าย











