Masukบทที่ 4
อยู่กับท่านแม่เพราะตรงจริต
“แล้วท่านแม่จะขายถึงกี่โมงกี่ยามกัน นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วนะเจ้าคะ”
“ข้าอยากขายก็ขายไม่อยากขายก็ปิดร้าน ทำไม! เป็นห่วงท่านแม่คนงามของเจ้าจะถูกล่อลวงหรืออย่างไร”
เห็นหว่างคิ้วของบุตรสาวขมวดเข้าหากันหลังฟังคำว่า ‘ท่านแม่คนงาม’ นางก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายคิดสิ่งใดอยู่ ถลึงตาใส่อย่างดุร้าย
“ใครจะกล้าล่อลวงท่าน มีแต่ท่านแม่นั่นแหละ…”
หยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้น เท้าคางมองอีกฝ่ายที่กินไปบ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้นางฟังไปก็รู้สึกเพลินดีเหมือนกัน ครั้นเห็นอีกฝ่ายกินไม่หยุดสักที นางจึงนึกอยากลองลิ้มลองดูบ้าง
“ไหนเอามาชิมหน่อย”
เจ้าของถั่วเหยียดยิ้มใส่
“อย่าบอกว่ากล้ากินถั่วขี้มือของพ่อค้าแล้ว เขาอาจจะไปยิงกระต่ายมาแล้วลืมล้างมือก็ได้นะ ถั่วชิ้นนั้นที่เจ้าหยิบไปอาจจะเป็นถั่วคลุกจุดจุดจุดก็ได้”
ล่าเจียวยักไหล่ไม่ใส่ใจ “ถ้าคนอย่างล่าซูซูกินได้ ล่าเจียวก็ต้องกินได้อยู่แล้ว” รสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ ทำให้ล่าเจียวพยักหน้ารับอย่างถูกใจ “ไม่เลวเลยถั่วคลุกไข่ ไหนลองกินกับพริกดูสิ”
เอื้อมมือไปหยิบพริกสีแดงจัดขึ้นมากัดครึ่งเม็ด นางหลับตาปี๋ ความฉุนของมันขึ้นจมูกจนต้องอ้าปากออกน้อย ๆ เพื่อบรรเทาอาการ
“แสบสัน ทรมาน แต่ข้าชอบ!”
“เหอะ! ข้ามีสามีเป็นบ้าไม่พอ บุตรสาวยังเป็นบ้าอีก หวังว่าบุตรชายจะไม่ติดเชื้อบ้ามาเช่นกัน”
สีหน้าของล่าซูซูบูดบึ้งเมื่อกล่าวถึงบิดาของบุตรชายหญิงทั้งสอง แต่แววตากลับไม่ได้ปรากฏความเกลียดชังแต่อย่างใด
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ล่าเจียวก็อดที่จะถามมารดาไม่ได้
“ท่านแม่ เมื่อไรครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันสักที”
ครอบครัวของล่าเจียว ถ้านับแค่พ่อ แม่ ตัวนางและน้องชาย ก็ถือว่าค่อนข้างอบอุ่นเลยทีเดียว ทุกคนรักใคร่กลมเกลียวกันดี อุดมการณ์ที่มีก็สูงเสียดฟ้าเช่นกัน
“รอให้พ่อเจ้าลดอุดมการณ์ลงสักครึ่งหนึ่งก่อนเถิด แล้วข้าจะลดตาม”
คนเราเมื่อมีอุดมการณ์เดียวกันย่อมสามารถพากันเดินให้ถึงปลายทางได้ไม่ยาก แต่ถ้าอุดมการณ์ต่างกันแล้วไซร้ อย่างไรก็ต้องมีวันให้ต้องปล่อยมือกัน
บิดาของนางเป็นข้าราชการตัวเล็ก ๆ ครอบครัวฐานะค่อนข้างดี อาศัยอยู่ที่แคว้นอันหนิง มารดาเป็นจอมยุทธ์สาวเลื่องชื่อผู้ลึกลับ โปรดปรานการเดินทางไปทั่วแผ่นดินใหญ่ ไม่ชอบตั้งถิ่นฐานใดนานเกินหนึ่งปี ความทรงจำที่เหลืออยู่ของล่าเจียวตัวจริงทำให้ล่าเจียวคนใหม่รู้ว่านางเลือกอยู่กับมารดาด้วยความเต็มใจ ชื่นชอบที่จะเดินทางไปทั่วหล้าไม่ต่างกัน
แน่นอนว่าล่าเจียวคนใหม่ก็ชอบ การเที่ยวรอบโลกเป็นสิ่งที่นางไม่กล้าคิดกล้าฝันมาก่อนเลย พอได้มาอยู่ในภพนี้ เจอมารดาที่มีเป้าหมายเดียวกัน ใจมันก็พองโตยินดีรับชีวิตใหม่ เก็บชีวิตเก่าเอาไว้ในความทรงจำ เก็บภาพมารดาบิดาภพก่อนไว้ในหัวใจ เพราะต่อให้คิดถึงมากเท่าไร ก็กลับไปที่เดิมไม่ได้แล้ว
“เฮ้อ~” ล่าเจียวถอนหายใจให้กับเรื่องที่ควบคุมไม่ได้แล้วกลับมาสนใจชีวิตในปัจจุบัน “ป่านนี้เจ้าน้องชายจะสูงกว่าข้าหรือยังนะ”
น้องชายของล่าเจียวอายุ 15 หนาว เขาเลือกอยู่กับบิดา ที่เลือกไม่ใช่เพราะเต็มใจเลือก แต่เป็นจำต้องเลือก
เพราะเขาเป็นทายาทผู้สืบทอดตระกูลคนที่สองรองจากท่านพ่อ ท่านปู่กับท่านย่าจึงหวงแหนเขาเป็นพิเศษ ไม่ยอมให้น้องชายของนางเดินทางมากับท่านแม่ด้วย ครอบครัวจึงแยกกันอยู่ แต่ไม่ได้ตัดขาดกันอย่างสิ้นเชิง ยังคงเขียนจดหมายถึงกันอยู่เสมอ ล่าสุดที่เจอกันก็เมื่อหกเดือนที่แล้ว
“ถามเช่นนี้ เจ้าไม่อยากอยู่กับข้าแล้วหรือ”
“ไม่มีทาง หากกลับจวนท่านพ่อมีหวังได้โดนท่านย่าท่านหญิงจับปอกเปลือกล้างตั้งแต่กระโหลกศีรษะยันง่ามนิ้วเท้า!”
แน่นอนว่าล่าเจียวไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ล้างร่างกายภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงกริยามารยาทต่าง ๆ ที่คุณหนูในห้องหอจำต้องมี
ต้องสามารถดีดพิน คัดอักษร แต่งกลอนได้ การทานอาหารได้ยินเสียงซูดซาดออกมาเช่นนี้ อย่าหวังว่านางจะได้แสดงมันออกมาต่อหน้าท่านย่าเลย
แค่นึกถึงท่านย่าจอมโหดกับท่านปู่จอมเป๊ะ ล่าเจียวก็รู้สึกขนลุกไปทั้งร่าง อยู่กับท่านแม่ที่ปากร้ายแต่ใจดีย่อมตรงจริตนางที่สุด
บทที่ 130 ส้มส้มโต้วฟุพาภรรยากลับจวนตระกูลไช่ทำการอาบน้ำผลัดเปลี่ยนชุดให้นางโดยไม่เรียกใช้สาวใช้ การกระทำนี้ทำเอาล่าเจียวมีความรู้สึกว่าเขากำลัง ‘ทำดีหวังผล’“พูดมาเถิดเจ้าค่ะฟูจวิน เอาใจข้าเช่นนี้กำลังห(จบวังผลอยู่ใช่หรือไม่”มือที่กำลังนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้นางอยู่ชะงัก ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มสมใจที่ต่อให้ล่าเจียวไม่หันไปมองก็รู้ว่าเขาทำสีหน้าเช่นไรอยู่“ต่อให้วันนี้จะได้รับชัยชนะมา แต่ตามเนื้อตามตัวเจ้ามีรอยฟกช้ำแถมมาด้วย ฟูจวินเห็นแล้วปวดใจยิ่ง”คนที่สนับสนุนให้นางเดินทางสายจอมยุทธ์นักประลองมีเพียงล่าซูซูเท่านั้น วันนี้มารดาของนางไม่ได้มาชมการประลองด้วยเพราะฮุ้ยจื้อมีสอบหน้าพระที่นั่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ล่าเจียวประลองยุทธ์ ต่อให้บิดามารดาไม่มาให้กำลังใจนางก็พอเข้าใจได้“กำลังจะขอให้ข้าเลิกการประลองยุทธ์ใช่หรือไม่เจ้าคะ”ล่าเจียวเข้าสู่สายจอมยุทธ์มาได้สองปีแล้ว ประลอง 12 ครั้งชนะรวด ใช้ทั้งอาวุธธรรมดาไปจนถึงท่าไม้ตาย‘ไม้ตาย’ ที่ว่าเป็นการแช่แข็งตัวคู่ต่อสู้ให้ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ นานทีนางจะแสดงวิชานี้ต่อหน้าผู้คน ถือว่าเป็นจุดขายที่ทำให้คนตีตั๋วเข้าชมเต็มทุกรอบ สร้างรายได้ให
บทที่ 129เมื่อห้าปีผ่านไปทุกคนมีสิ่งที่ต้องการทำในอนาคต ฮุ้ยจื้อเตรียมตัวสอบขุนนางในปีนี้ โต้วฟุเตรียมตัวขึ้นรับตำแหน่งผู้นำตระกูลไช่แทนไช่หลุนซึ่งจะต้องรับตำแหน่งผู้นำเมืองตงไฮ้ต่อจากบิดา ส่วนล่าเจียวนั้น...“และผู้ชนะในวันนี้ก็คือเถี่ยล่าเจียวเจียว~”“เฮ!”เป็นจอมยุทธ์สาวผู้เลื่องชื่อ!เมื่อประกาศชัยชนะ เสียงผู้คนโดยรอบก็เฮสนั่นด้วยสมใจเป็นอย่างยิ่ง นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักเถี่ยล่าเจียวเจียว จอมยุทธ์สาวที่สามารถแช่แข็งคู่ต่อสู้ได้ด้วยการซัดลมปราณใส่“เฮ ท่านแมะ…” คำว่า ‘แม่’ หายไปในทันทีเมื่อถูกมือใหญ่ของผู้เป็นบิดาปิดปากเอาไว้ใบหน้างดงามกระซิบลงข้างหูเล็กของบุตรชายที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายเขาถึงเจ็ดส่วน“ถังถั่ง อยู่ตรงนี้เรียกแม่ไม่ได้นะ”เด็กน้อยวัยสี่หนาวเชื่อฟังบิดายิ่งแล้ว ยกมือเล็กปิดปากตนเองไว้ พยักหน้าเชื่อฟังบิดาแต่โดยดี“ขอรับ ถังถั่งจะไม่เรียกว่ามะ…จอมยุทธ์เจียวเจียวเก่งที่สุดเลย”โต้วฟุเอ็นดูลูกน้อย หอมแก้มซาลาเปาฟอดใหญ่ แววตาที่มองร่างเล็กจ้อยมีแต่ความรักใคร่ฉายอยู่ในนั้น“เก่งมาก ให้กำลังใจเจียวเจียวอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวเจียวเจียวก็ขึ้นมาแล้ว เมื่อนั้นถังถังจะเรียกเสียง
บทที่ 128คุณสามีคุณภรรยาเช้านี้เป็นเช้าแรกที่ล่าเจียวรู้สึกไม่อยากตื่นขึ้นมานั่ง ไม่อยากเดิน ไม่อยากขยับร่างกายเยอะ ด้วยเมื่อคืนเพิ่งผ่านประสบการณ์สุดวาบหวามกับสามีเขาไปหาเวลาศึกษาท่วงท่ามาจากไหน เหตุใดจึงเก่งกาจเพียงนี้“ตื่นแล้วหรือ…ฟอด~”ถามภรรยาด้วยเสียงนุ่มนวลก่อนที่จะก้มลงหอมแก้มนางฟอดใหญ่ แขนแกร่งสอดเข้ากับเอวเล็กดึงนางเข้ามาใกล้มากขึ้น แนบกายเปลือยเปล่าเข้ากับร่างบาง ก่อนที่จะจุมพิตบนเปลือกตากลมโต“เหนื่อยเจ้าค่ะ”ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังร่างกายท่อนบนของเขา หากไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน นางก็คงไม่ทราบว่าภายใต้อาภรณ์เนื้อดีนั้นมีมัดกล้ามแข็งแกร่งซ่อนอยู่ที่สำคัญคือเขายังโตได้อีก ไม่อยากจะคิดสภาพตัวเองเมื่อถึงยามนั้น ยามค่ำคืนที่เขา…“หน้าแดงเชียว คิดอะไรทะลึ่งอยู่ใช่หรือไม่”โดนเขาจับได้ไม่พอยังโดนอีกฝ่ายพลิกตัวให้ขึ้นมานอนบนร่าง ล่าเจียวหลุดเสียงกรี๊ดออกมาแผ่วเบา แต่หลังจากนั้นเสียงก็เงียบหายไปเมื่อโดนริมฝีปากของสามีกลืนกินเสียงไปทั้งหมดแล้วเช้าวันนี้คู่ข้าวใหม่ปลามันก็ทำกิจกรรมบนเตียงกันต่อโดยไม่สนใจเลยว่าหน้าเรือนหอนั้นกำลังมีบ่าวรับใช้ถืออ่างน้ำรออยู่ ติงตงที่มาหาเจ้านายแต่เ
บทที่ 127วิวาห์สายฟ้าไม่ฟาด“หนึ่ง....คำนับฟ้าดิน สอง....คำนับบิดามารดา สาม....คำนับกันและกัน ส่งตัวเข้าห้องหอ!”เพียงจบประโยคนี้เท่านั้นล่าเจียวก็มีชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ร่างเล็กในชุดเจ้าสาวถูกพาตัวมาในห้องหอรอเจ้าบ้านร่ำสุรากับแขกเหรื่อ ปรกตินางไม่สวมเครื่องประดับหนักศีระอยู่แล้ว เมื่อสวมมงกุฏเจ้าสาวน้ำสามกิโลกรัมพลันมีความรู้สึกว่า…หัวจะแตกวันนี้ให้ได้เลยใช่ไหม หนักเว้ย!ป๋องแป๋ง ป๋องแป๋ง~“อันใดกัน บ่าวสาวยังไม่ทันได้เข้าห้องหอเลย มีคนมาก่อกวนแล้วเช่นนั้นหรือ”สาวใช้ตัวน้อยที่ถูกเลือกให้เป็นสาวใช้คนสนิทของฮูหยินน้อยคนใหม่เอ่ยขึ้นมาด้วยความฉงนการละเล่นอีกอย่างหนึ่งในพิธีแต่งงานคือการก่อกวนห้องหอของบ่าวสาว ทว่าตอนนี้เจ้าบ่าวยังไม่ได้เข้าห้องหอก็มีคนมาคอยแกล้งแล้ว หากสาวใช้นางนี้จะรู้สึกแปลกใจก็ไม่ผิดหรือเกอเกอสั่งให้คนมาแกล้งไปตามธรรมเนียมก่อน เข้าห้องหอจริง ๆ จะได้ไม่่โดนขัดจังหวะล่าเจียวเพิ่งมาตกผลึกได้ว่าสามีป้ายแดงของนางนั้นเจ้าเล่ห์ชอบวางแผนเป็นที่สุด เขาตบตาทุกคนไม่เว้นแม้แต่ท่านย่าของเขา การที่นางได้เข้าพิธีแต่งงานกับเขาในวันนี้แท้จริงแล้วคือความมุมานะของเขาทั้งส
บทที่ 126 สิ่งที่อยากจะทำเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วหลังจากที่ร่วมรับประทานอาหารกับแขกเหรื่อเสร็จ ญาติผู้ใหญ่ของโต้วฟุและล่าเจียวก็ทำการพูดคุยเรื่องพิธีสำคัญที่เชื่อมสองตระกูลเอาไว้ด้วยกัน ส่วนเจ้าของงานทั้งสองคนนั้นได้เดินจับมือกันมานั่งเล่นที่เรือนไผ่ สถานที่โปรดของคนทั้งสอง“เกอเกอรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ กับการเป็นผู้ใหญ่สมบูรณ์แบบตามที่สังคมกำหนดเอาไว้”โต้วฟุยิ้ม เอ่ยตอบอย่างที่ใจรู้สึกมาตลอด“รู้สึกดีเป็นที่สุด เรื่องดีของการได้สวมกวานแล้วคือแต่งเจ้าเข้าจวนได้ ตรงข้ามกัน การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ทำให้รู้สึกว่าไหล่ทั้งสองข้างหนักมาก”ล่าเจียวพยักหน้าเข้าใจไม่แปลก กิจการร้านค้าเยอะขนาดนี้แต่ช่วยกันดูแลไม่กี่คนเท่านั้น หรือข้าจะต้องมีลูกให้เขาเยอะ ๆ แต่ว่าหากมีลูกเยอะแล้วจะแย่งสมบัติกันเองไหมนะท่าทางครุ่นคิดของล่าเจียวทำหว่างคิ้วทั้งสองมุ่นเข้าหากัน โต้วฟุจึงยื่นมือไปช่วยคลายปมตรงหว่างคิ้วให้“คิดอันใดอยู่ เหตุใดทำหน้าเครียดเชียว”“อ้อ แค่กำลังคิดเจ้าค่ะว่าจะมีบุตรให้ท่านกี่คนดี ต้องสอนลูกอย่างไรลูกถึงจะได้ไม่ทะเลาะกัน”นางก็วางแผนถึงอนาคตของเราหรือนี่“สองคนดีหรือไม่ ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง บ
บทที่ 125สวมกวานครั้งแรกสามเดือนผ่านไปพิธีการที่โต้วฟุเฝ้ารอมาตลอดสุดท้ายก็มาถึง โดยปรกติแล้วฝ่ายชายมักรอฝ่ายหญิงปักปิ่น มีเพียงล่าเจียวเท่านั้นที่รอฝ่ายชายเข้าพิธีสวมกวานในห้องโถงยามนี้มีญาติผู้ใหญ่ของโต้วฟุอยู่รายล้อม ล่าเจียวและครอบครัวตระกูลช่านได้รับเกียรติให้อยู่ในพิธีการนี้ด้วย ผู้ที่จะทำการสวมกวานให้แก่โต้วฟุคือเจ้าเมืองไช่ช่านจิ่งผู้เป็นบิดา“คุณชายเล็กมาถึงแล้ว”ทุกคนอยู่ในความสงบ สายตามองไปยังประตูรอรับการมาของเจ้าของงานในวันนี้ ฝ่าเท้าภายใต้รองเท้าปักเย็บเป็นลวดลายเต่าสัญลักษณ์ประจำตระกูลไช่ไม่นานร่างสูงในชุดสีดำปักดิ้นลายเมฆาก็ได้ก้าวเข้ามาในห้องโถงเต็มร่าง ดวงตาคู่งามกวาดสายตามองคนในห้องโถง“เจอแล้ว” ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่สตรีใบหน้าน่ารักในชุดสีชมพูอ่อนดูน่ารักสมวัยเมื่อเห็นชายหนุ่มมองมา ล่าเจียวก็ส่งยิ้มหวานให้เขา ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเจินที่เห็นเช่นนั้นก็กลอกตามองไปทางอื่นเพียงแค่นึกถึงถ้อยคำด่ากราดอย่างรุนแรงของพี่สาวเมื่อสองเดือนก่อน ใจก็ร้อนรุ่มดังถูกไฟสุม ยามนั้นนางมาหาพี่สาวที่จวนตระกูลไช่เพราะได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าประกาศว่าคุณชายเล็กมีคู่หมายอย่างเป็นทางการ







