Share

บทที่ 10

Penulis: หรงหรงจื่ออี
“แม่ครับ?”

ฟู่ซืออวี่วิ่งกลับมาตามหาที่ห้องรับแขกอย่างไม่ตายใจ

“แม่ครับ? แม่!”

หาจนทั่วแล้วก็ไม่เห็นเสิ่นชิงซู

ในที่สุดฟู่ซืออวี่ก็แน่ใจว่าเสิ่นชิงซูไปแล้ว!

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เสิ่นชิงซูทิ้งเขาไว้แล้วกลับไปโดยไม่บอกไม่กล่าว!

ฟู่ซืออวี่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทำลายของเล่นบนโซฟาที่เสิ่นชิงซูซื้อให้เธอจนพังเรียบ

ฟู่ซือเหยียนที่อยู่ในห้องทำงานได้ยินเสียงโครมครามก็เดินลงมาตรวจสอบดู

ฟู่ซืออวี่ทำห้องรับแขกจนยุ่งเหยิงไปหมด ข้อตกลงการหย่าฉบับนั้นอยู่กับของระเกะระกะ จึงถูกเขากวาดลงไปอยู่ใต้โซฟาด้วย

ฟู่ซือเหยียนขวมดคิ้ว ก่อนจะเดินไปกวาดตามองในครัวแวบหนึ่ง “แม่ของลูกล่ะ?”

“เธอไม่ใช่แม่ผมสักหน่อย!”

ฟู่ซืออวี่ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด “มีแม่ที่ไหนทิ้งลูกชายที่กำลังป่วยไว้แล้วกลับไปโดยไม่บอกไม่กล่าวกัน! ผมเกลียดเธอ! ผมไม่ต้องการแม่อย่างเธอแล้ว!”

ฟู่ซือเหยียนชะงักไปเล็กน้อย ประหลาดใจอยู่บ้าง “เธอไปแล้วเหรอ?”

“ใช่ครับ!” ฟู่ซืออวี่อาละวาดเสร็จ ความรู้สึกน้อยใจทะลักขึ้นมาในใจอย่างฉับพลัน จึงส่งเสียง ‘จ้า’ แล้วปล่อยโฮ

“แม่ใจร้าย! เธอไม่ต้องการผมแล้วใช่ไหมครับ? ทั้งที่ผมมีแม่ที่อ่อนโยนแถมโคตรสวย แต่ผมก็ยังไม่บอกว่าจะทิ้งเธอเลย แล้วเธอทำแบบนี้กับผมได้ยังไง…ฮือ ๆ! แม่ใจร้าย! นางมารร้าย!”

ฟู่ซือเหยียนเดินเข้ามา มือใหญ่ลูบศีรษะของฟู่ซืออวี่เบา ๆ “ถึงจะโกรธหรือน้อยใจยังไงก็ด่าแม่สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะ”

“ทำไมล่ะครับ…” ฟู่ซืออวี่กอดฟู่ซือเหยียน ร้องไห้จนร่างน้อย ๆ กระตุกสั่นเป็นพัก ๆ “เหมือนว่าแม่ไม่ได้รักผมมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว! พ่อครับ เป็นเพราะว่าผมมีแม่ใหม่ แม่ชิงซูก็เลยจะไปจากผมใช่ไหม?”

ฟู่ซือเหยียนอุ้มเขานั่งลงบนโซฟา ก่อนจะดึงทิชชูมาหลายแผ่นแล้วช่วยเช็ดน้ำตาให้เขา

“ช่วงนี้แม่ชิงซูของลูกก็แค่ยุ่งมาก ต่อให้ลูกจะยอมรับความเป็นแม่ลูกกับแม่เสี่ยวชู เธอก็จะยังรักลูกเหมือนเดิม”

ฟู่ซืออวี่สูดจมูกเล็กน้อย “จริงเหรอครับ?”

“พ่อไม่โกหกหรอก”

ฟู่ซืออวี่ได้ยินเขาพูดแบบนี้ ความกระวนกระวายและน้อยเนื้อต่ำใจก็สลายหายไปจากใจเยอะแล้ว

แต่เขายังอยากให้เสิ่นชิงซูดูแลเขาอยู่

เพราะเขาป่วยจึงไม่อยากอาหาร โจ๊กที่เสิ่นชิงซูต้มเองกับมือทั้งหอมและอร่อยมาก เขาอยากให้เสิ่นชิงซูต้มโจ๊กให้เขาทุกวัน

“พ่อครับ ผมก็ยังคิดถึงแม่ชิงซูมากอยู่ดี”

ฟู่ซือเหยียนครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนกล่าว “ถ้าลูกกินโจ๊กแต่โดยดีแล้ว พ่อก็จะพาลูกไปหาเธอ”

ฟู่ซืออวี่ดวงตาเป็นประกายเมื่อได้ยินแบบนั้น “ได้เลยครับ!”

……

หลังออกมาจากคฤหาสน์หนานซี เสิ่นชิงซูก็กลับไปที่สตูดิโอทันที

อีกสามวันก็จะถึงวันที่แม่ออกจากเรือนจำ

และอีกสิบกว่าวันก็จะสิ้นปีแล้ว

ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันก็ขนไปตั้งไว้ที่บ้านใหม่เรียบร้อยแล้ว เสิ่นชิงซูนัดบริษัททำความสะอาดบ้านให้ไปเก็บกวาดบ้านใหม่พรุ่งนี้

ที่สตูดิโอยังมีวัตถุโบราณอีกชิ้นที่ต้องส่งมอบในวันพรุ่งนี้

เดิมทีเสิ่นชิงซูวางแผนไว้ว่าหลังเสร็จงานนี้ก็จะหยุดปีใหม่ไปเลย และปีนี้เธอจะพาแม่ไปฉลองปีใหม่ที่ซานย่า

ทว่าตอนนี้เธอท้องแล้ว...

เสิ่นชิงซูลูบท้องของตัวเอง ความรู้สึกซับซ้อนมาก

เธอยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเก็บเด็กไว้ไหม

ถ้าฟู่ซือเหยียนรู้ว่าเธอท้อง เขาจะมีปฏิกิริยาแบบไหน?

เขาดีกับฟู่ซืออวี่ขนาดนั้น แล้วจะดีกับลูกของเธอเหมือนกันหรือเปล่า?

เสิ่นชิงซูยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างน่าขันเต็มทน

ที่ฟู่ซือเหยียนดีกับฟู่ซืออวี่ขนาดนั้น ก็เป็นเพราะโจวอวี๋ชู

เมื่อรักใครแล้วก็ต้องรักทุกอย่างที่เป็นของคนนั้นด้วย เหตุผลข้อนี้ใครบ้างจะไม่เข้าใจ?

เสิ่นชิงซูเอามือปิดหน้าอย่างเจ็บปวด

ตื่นสักทีเถอะ เลิกเพ้อฝันและหยุดทำให้ตัวเองอับอายได้แล้ว!

ก๊อก ๆ ...

ประตูห้องทำงานถูกเคาะให้ดังขึ้น

เสิ่นชิงซูเงยหน้าขึ้นมา จัดการกับอารมณ์ให้เรียบร้อย “เชิญเข้ามา”

ลู่เสี่ยวหานผลักประตูให้เปิดออก “พี่ชิงซู ซืออวี่มาค่ะ”

เสิ่นชิงซูขวมดคิ้ว “เขายังไม่สบายอยู่ ทำไมถึงมาได้ล่ะ?”

“ทนายฟู่มาส่งที่หน้าสตูดิโอ แล้วให้ฉันพาเข้ามาค่ะ”

เพิ่งจะสิ้นเสียงของลู่เสี่ยวหาน ฟู่ซืออวี่ที่สะพายกระเป๋าลายการ์ตูนของตัวเองไว้ด้านหลังก็เดินเข้ามาแล้ว

“แม่!”

เสิ่นชิงซูลุกขึ้นแล้วเดินมา ก่อนจะแตะที่หน้าผากเขาเบา ๆ “แล้วพ่อของลูกล่ะ?”

“พ่อมีงานก็เลยดูแลผมไม่ได้ครับ และผมเองก็คิดถึงแม่แล้วด้วย” ฟู่ซืออวี่แหงนหน้ามองเสิ่นชิงซูด้วยท่าทางน่าสงสาร

เสิ่นชิงซูโทรหาฟู่ซือเหยียน

เธออยากให้ฟู่ซือเหยียนมารับฟู่ซืออวี่ไป

แต่ฟู่ซือเหยียนไม่รับโทรศัพท์

เห็นได้ชัดว่าจงใจ!

เสิ่นชิงซูหงุดหงิดเป็นที่สุด สีหน้าเย็นเยียบในทันที

ฟู่ซืออวี่มองเธอ ดวงตาพลันแดงก่ำ ก่อนพูดเสียงสะอื้น “แม่ครับ แม่รังเกียจผมแล้วใช่ไหม? ถ้าแม่ไม่ชอบผมแล้ว งั้นผมไปดีกว่า…”

ระหว่างที่พูด น้ำตาก็ร่วงหล่นลงมา

เสิ่นชิงซูหัวใจอ่อนยวบ รีบเข้ามากอดเขาพลางพูดปลอบเสียงเบา “ไม่ได้ไม่ชอบลูกหรอก แต่สองวันนี้แม่จะยุ่งมาก ลูกยังป่วยอยู่ แม่เลยกลัวว่าจะดูแลลูกได้ไม่ดีน่ะ”

“ผมไม่มีไข้แล้วครับ”

ฟู่ซืออวี่จับมือของเสิ่นชิงซูมาวางทาบบนหน้าผากของตัวเอง “แม่ดูสิครับ ผมไม่มีไข้แล้วจริง ๆ ผมจะอยู่คนเดียวอย่างเชื่อฟังไม่รบกวนการทำงานของแม่แน่นอนครับ ขอร้องนะครับ แม่อย่าไล่ผมไปเลยนะ~”

ฟู่ซืออวี่ใช้ลูกอ้อนทีไร เสิ่นชิงซูก็เป็นต้องจนปัญญาทุกทีไป

เธอถอนหายใจหนึ่งที ก่อนจะลูบใบหน้าเล็กของเขาที่ยังมีไข้อ่อน ๆ เบา ๆ “ลูกกินโจ๊กที่แม่ต้มหรือยัง?”

“กินแล้วครับ!” ฟู่ซืออวี่พูดเหมือนเอาความดีความชอบ “ผมกินหมดไปถ้วยเบ้อเริ่มเลยนะครับ!”

“แล้วเอายามาด้วยหรือเปล่า?”

“เอามาครับ!” ฟู่ซืออวี่ตบกระเป๋าลายการ์ตูนของตัวเองเบา ๆ “แม่ครับ ของเล่นที่แม่ซื้อให้ผมกับหนังสืออ่านก่อนนอนผมก็เอามาด้วยแล้วนะ!”

เสิ่นชิงซูแตะที่ปลายจมูกเขา “มีครั้งไหนบ้างที่ลูกลืมหนังสืออ่านก่อนนอน! ลูกยังป่วยอยู่ ไปนอนพักบนเตียงนะ แม่ยังต้องทำงานอีก”

“ครับ!”

ฟู่ซืออวี่หอบกระเป๋าเดินต๊อกแต๊กเข้าห้องพักผ่อนไป

เสิ่นชิงซูมองท่าทางรู้ประสาและว่าง่ายของฟู่ซืออวี่ ในใจก็อดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้

ฟู่ซืออวี่ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง เป็นธรรมดาที่จะพึ่งพาพ่อแม่ ต่อให้ยอมรับความเป็นแม่ลูกกับโจวอวี๋ชูแล้ว แต่ในใจเขายังคงยอมรับแม่คนนี้อย่างเธออยู่ไม่ใช่เหรอ?

เธอไม่ควรเอาความโกรธไปลงที่เด็กคนหนึ่งเลยจริง ๆ

ครั้นนึกมาถึงตรงนี้ เสิ่นชิงซูเปิดแอปซื้อของ ก่อนจะจัดการสั่งซื้อหนังสือจำนวนหนึ่งกับของเล่นเสริมพัฒนาการเด็กที่ใส่ตะกร้าไว้ในช่วงก่อนหน้านี้ทั้งหมด

เธอคิดว่าปีนี้ฟู่ซืออวี่น่าจะอยู่ฉลองวันสิ้นปีกับฟู่ซือเหยียนและโจวอวี๋ชูที่ตระกูลฟู่ ของต่าง ๆ ที่ซื้อวันนี้ก็ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่จากเธอที่มอบให้กับฟู่ซืออวี่แล้วกัน

……

เสิ่นชิงซูทำโอทีจนถึงเวลาเที่ยงคืนกว่า

ขณะกลับมาที่ห้องพักผ่อน ฟู่ซืออวี่ก็หลับไปแล้ว

เธอมาที่ข้างเตียงหลังอาบน้ำเสร็จ เลิกผ้าห่มขึ้น ก็เห็นว่าฟู่ซืออวี่ถือสมาร์ตวอตช์เรือนหนึ่งอยู่ในมือ

เป็นรุ่นลิมิติดของแบรนด์หนึ่ง สมาร์ตวอตช์เรือนเดียวก็ราคาถึงห้าหลัก

น่าจะเป็นโจวอวี๋ชูที่ซื้อให้ฟู่ซืออวี่

ดูท่าแล้วโจวอวี๋ชูก็กำลังพยายามเป็นแม่ที่ดีคนหนึ่ง

นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับฟู่ซืออวี่

เสิ่นชิงซูบอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร ถ้าจะพูดว่าไม่สนใจเลยสักนิดก็เป็นไปไม่ได้ แต่เธอเข้าใจดีถึงผลลัพธ์ที่ว่าฟู่ซืออวี่กับโจวอวี๋ชูจะต้องใกล้ชิดสนิทสนมกันขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน

นี่เป็นเรื่องที่เธอไม่อาจขัดขวาง และไม่มีสิทธิ์ขัดขวางด้วย

สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือในตอนที่ฟู่ซืออวี่ต้องการเธอ เธอก็จะดีกับเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เสิ่นชิงซูวางสมาร์ตวอตช์ไว้บนตู้ข้างหัวเตียงฝั่งฟู่ซืออวี่ ก่อนจะปิดไฟเข้านอน

เวลาตีสอง เสิ่นชิงซูรู้สึกได้ว่าเด็กน้อยในอ้อมกอดตัวร้อนจี๋เหมือนลูกไฟ

เธอตื่นขึ้นด้วยความตกใจ เปิดไฟแล้วถึงค้นพบว่าดวงหน้าเล็กของฟู่ซืออวี่ร้อนผ่าวจนแดงแจ๋

พอวัดอุณหภูมิดู ก็มีไข้สูงถึงสามสิบเก้าจุดแปดองศาแล้ว!

เสิ่นชิงซูหายาลดไข้มาแล้วป้อนฟู่ซืออวี่ก่อนเป็นอันดับแรก

แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ไข้ของฟู่ซืออวี่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลด

เสิ่นชิงซูรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างไว อุ้มฟู่ซืออวี่ขึ้นแล้วรีบมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล

เธอโทรหาฟู่ซือเหยียนระหว่างทาง แต่ก็ไม่มีใครรับสายเลย

พอมาถึงโรงพยาบาลก็เข้าตรวจที่ห้องฉุกเฉิน ผลการตรวจออกมาว่าเป็นโรคหลอดลมอักเสบแบบเฉียบพลัน

จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือและรักษาตัว

หลังจากเสิ่นชิงซูทำเรื่องนอนโรงพยาบาลเสร็จ ก็โทรศัพท์หาฟู่ซือเหยียนต่อ

ในที่สุดครั้งนี้ก็โทรติดสักที เสียงอันอ่อนโยนของโจวอวี๋ชูดังมาจากปลายสาย “ขอโทษนะคะคุณเสิ่น ซือเหยียนอาบน้ำอยู่ คุณมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ?”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 803

    เสิ่นชิงซูเม้มริมฝีปากฟู่ซือเหยียนเห็นเธอไม่โต้แย้ง ก็รู้ว่าตัวเองพูดถูกแล้วเขาจูบแก้มเธอเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า“สถานะท่านเจ็ดซับซ้อนและพิเศษมาก ก่อนที่ปฏิบัติการสีเทาจะจบลง จะเปิดเผยง่าย ๆ ไม่ได้”เสิ่นชิงซูลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “งั้นเงินที่คุณเอามาลงทุนพวกนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ถูกกฎหมายด้วยเหรอคะ?”“วางใจเถอะ ถ้าผิดกฎหมาย ผมจะให้คุณได้ยังไง? ตามข่าวลือเลย ช่วงแรกเริ่มจากตลาดมืดในประเทศเอจริง ๆ ก็คือค้าอาวุธนั่นแหละ เพราะตอนนั้นปฏิบัติการสีเทาดำเนินการยากลำบากมาก จำเป็นต้องใช้ช่องทางความร่วมมือพิเศษ อย่างเช่นทหารรับจ้างแบบซ่งหลานอินที่มีจุดยืนทางการเมืองไม่ชัดเจน หวังแต่เงิน สถานะ ‘ท่านเจ็ด’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อติดต่อกับคนพวกนี้โดยเฉพาะ แน่นอนว่าต่อมาพอสถานการณ์เริ่มนิ่ง เงินทุนผ่านการหมุนเวียนหลายรอบ จนกลายเป็นเงินถูกกฎหมายแล้วถึงเริ่มนำมาลงทุนในแวดวงธุรกิจภายในประเทศ เพราะงั้นถูกกฎหมายทั้งหมด”เสิ่นชิงซูฟังแล้วยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดีนั่นเป็นโลกที่เธอจินตนาการไม่ออกเลยสักนิดจะบอกว่าเธอเปรียบเสมือนผ้าขาวสำหรับฟู่ซือเหยียนก็ไม่เกินจริงเลย“อาซู จริง ๆ แล้วตอนแรกที่ผมลงสน

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 802

    เสิ่นชิงซูชะงัก หันไปมองเขาชายหนุ่มปัดเส้นผมข้างแก้มเธอออก ก้มหน้าจูบมุมปากเธอเบา ๆ“คุณรับปากผมก่อน ว่าจะไม่โกรธ ตกลงไหม?”เสิ่นชิงซูเลิกคิ้ว “งั้นก็ต้องดูว่าคุณทำเรื่องอะไร ถ้าคุณทำเรื่องผิดต่อฉัน แล้วยังจะให้ฉันไม่โกรธ คุณว่ามันยุติธรรมเหรอคะ?”“ไม่ใช่ความหมายนั้น ผมหมายถึง...” ฟู่ซือเหยียนเม้มปาก ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงพูดต่อว่า “ก็คือเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวนิดหน่อย”พอได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเรื่องที่เขาจะพูดก็คือเรื่องนั้นแต่เธอรู้สึกว่าฟู่ซือเหยียนปิดบังเธอมานานขนาดนี้ ในใจก็ยังขุ่นเคืองอยู่บ้าง เลยคิดจะถือโอกาสแกล้งเขาเล่น“ทรัพย์สินส่วนตัว? มีอะไรเหรอคะ? ขอแค่คุณไม่ได้มาบอกฉันว่าคุณซุกซ่อนลูกนอกสมรสไว้ข้างนอกก็พอ”ฟู่ซือเหยียนยิ่งร้อนรน “อาซู ผมเคยแตะต้องแค่คุณ ลูกของผมมีแค่เสี่ยวอันหนิงกับเนี่ยนอันเท่านั้น”เสิ่นชิงซูจงใจกลั่นแกล้ง “ชีหมิงเสวียนคลอดชีเยว่ออกมาได้ยังไงคุณลืมไปแล้วเหรอคะ?”ฟู่ซือเหยียน “...”ผู้ชายที่โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจและวงการกฎหมายได้อย่างรุ่งโรจน์ แต่ต่อหน้าคนรัก กลับอึดอัดทำตัวไม่ถูกอย่างที่สุดฟู่ซือเหยียนเดาใจเธอ

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 801

    ซือฟู่เหยียนขัดเธอไม่ได้ จึงเดินไปตรงหน้าเธอแล้วย่อตัวลงเสิ่นชิงซูมองเขาอย่างสงสัย “คุณทำอะไรคะ?”“ขี่หลังผมสิ”เสิ่นชิงซูมองฉือกั่วเอ๋อร์กับเจ้าของโฮมสเตย์แวบหนึ่ง รอบ ๆ ยังมีนักท่องเที่ยวประปราย...“ไม่เอาค่ะ ฉันโตป่านนี้แล้ว มันดูแปลก ๆ นะคะ”“คุณดูข้างหน้าสิ”เสิ่นชิงซูมองไปข้างหน้าคุณลุงคนหนึ่งกำลังแบกคุณป้าอยู่เสิ่นชิงซู “...”ฉือกั่วเอ๋อร์ช่วยเชียร์อยู่ข้าง ๆ “ประธานเสิ่นคะ คนที่มาที่นี่แล้วไม่สบายมีเยอะแยะไปค่ะ คุณฟู่ตัวสูงใหญ่แข็งแรง เขาแบกคุณก็สมควรแล้ว ดูคุณลุงคนนั้นยังแบกคุณป้าเลย จริง ๆ แล้วทุกคนเข้าใจได้ค่ะ สุขภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่น่าอายหรอกค่ะ”“นี่มัน... ฟู่ซือเหยียน!”เสิ่นชิงซูยังลังเลอยู่ ข้อมือก็ถูกฟู่ซือเหยียนกระตุก ตัวเธอก็ถลาไปเกาะอยู่บนหลังฟู่ซือเหยียนทันทีฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มประคองบั้นท้ายเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เธอขัดขืนแล้วลุกขึ้นยืนทันทีเสิ่นชิงซูทั้งร้อนรนทั้งเขินอาย ซุกหน้าต่ำลงตามสัญชาตญาณ กดเสียงต่ำบอกให้เขารีบปล่อยเธอลง“อาซู ใจเย็น ๆ หน่อย ยิ่งตื่นเต้นอาการแพ้ความสูงจะยิ่งกำเริบหนักนะ”เสิ่นชิงซู “...คุณปล่อยฉันลงฉันก็ไม่

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 800

    ประมาณสิบนาที ประตูห้องน้ำก็เปิดออกฟู่ซือเหยียนสวมชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาชายหนุ่มถือผ้าขนหนูเช็ดผมสั้นที่เปียกชื้นบนเตียง เสิ่นชิงซูพิงหัวเตียง ในมือถือบทละครอ่านอยู่ฟู่ซือเหยียนมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นเปิดไดร์เป่าผมเป่าผมในห้องนอนที่เงียบสงบมีเพียงเสียงไดร์เป่าผมทำงานผ่านไปครู่หนึ่ง ไดร์เป่าผมหยุดลง เสิ่นชิงซูวางบทละครลง แล้วนอนตะแคงข้างฟู่ซือเหยียนเก็บไดร์เป่าผมเข้าที่ ปิดไฟแล้วขึ้นเตียงชายหนุ่มโอบกอดเธอจากด้านหลังเสิ่นชิงซูรู้สึกเพียงความเย็นเยียบเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไมคุณอาบน้ำเย็นคะ?”“ดับร้อนน่ะ” ฟู่ซือเหยียนกอดเธอ ความรุ่มร้อนในร่างกายที่เพิ่งสงบลงพลันหวนกลับมาอีกครั้งในชั่วพริบตาแต่เขาไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่หลับตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ดึกมากแล้ว นอนเถอะ”จะตีสองแล้ว ดึกมากจริง ๆเสิ่นชิงซูขานรับ แล้วหลับตาลงแม้ฟู่ซือเหยียนจะมีถ้อยคำนับพันหมื่นอยากจะพูดกับเสิ่นชิงซู แต่พอนึกถึงว่าพรุ่งนี้ต้องปีนภูเขาหิมะ เขาเกรงว่าเสิ่นชิงซูจะนอนไม่พอจนส่งผลต่อสภาพร่างกาย จึงเลือกที่จะไม่พูดก่อน......ยามเช้า แสงแดดสดใสเสิ่นชิงซูที่กำลังหลับสนิทขมวดคิ้วเล็ก

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 799

    มิหนำซ้ำ ตอนนั้นเพราะยังมีเฉียวซิงเจียและเวินจิ่งซีคอยอยู่เป็นเพื่อน นอกจากต้องคอยดูแลฟู่ซืออวี่ที่เปลืองแรงไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็ถือซะว่ามาเที่ยวพักผ่อนเสิ่นชิงซูพิมพ์ข้อความตอบกลับ [มันผ่านไปหมดแล้วค่ะ]ภายในวิลล่าหลีเจียง ฟู่ซือเหยียนจ้องมองข้อความนี้ คิ้วขมวดมุ่นเด็กสองคนกำลังเล่นเป็นเพื่อนเสี่ยวเนี่ยนเนี่ยนอยู่ข้าง ๆภายในบ้านตลบอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆทว่าจิตใจของฟู่ซือเหยียนกลับร้อนรุ่มกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูกเขาลุกขึ้นยืน กดโทรศัพท์หาเส้าชิง “ยื่นเรื่องขอเส้นทางบินเดี๋ยวนี้ ผมจะไปเมืองอวิ๋น”......เสิ่นชิงซูและฉือกั่วเอ๋อร์ทานข้าวเสร็จ เดินเล่นละแวกนั้นสักพัก ก็กลับมาที่โฮมสเตย์พรุ่งนี้ต้องขึ้นภูเขาหิมะ เจ้าของโฮมสเตย์เตือนพวกเธอว่านักท่องเที่ยวต่างถิ่นบางคนขึ้นภูเขาหิมะแล้วจะเกิดอาการแพ้ความสูง จึงให้พวกเธอรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เก็บแรงไว้ให้เต็มที่ พรุ่งนี้ขึ้นเขาจะได้ไม่เกิดอาการแพ้ความสูงได้ง่าย ๆทั้งสองคนจึงรีบแยกย้ายกันกลับห้องเสิ่นชิงซูกลับมาถึงห้อง หยิบมือถือขึ้นมาดูฟู่ซือเหยียนไม่ได้ตอบข้อความกลับมาอีกเธอวางโทรศัพท์ลง หยิบชุดนอนเดินเข้าไปในห

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 798

    “ฉันเหรอคะ...” ชีหมิงเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ก็คงเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ แหละค่ะ ไม่ได้มีแผนอะไรเป็นพิเศษ”“ไปพักผ่อนหย่อนใจมันก็ดีค่ะ แต่คุณจะร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอกตลอดไปไม่ได้ ถึงชีเยว่จะกลับตระกูลหานไปแล้ว แต่คุณก็ยังเป็นแม่ของเขา คุณตัดใจไม่สนใจแกเลยได้จริง ๆ เหรอคะ?”“ฉันกับคุณไม่เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่ชีเยว่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เวลาที่ฉันเลี้ยงแกมากับมือมีน้อยมาก จริง ๆ แล้วฉันกับเขาไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งอะไรกัน ยิ่งบวกกับความสัมพันธ์ของฉันกับหานหมิงอวี่ที่เข้าขั้นน้ำกับไฟด้วยแล้ว คนเป็นแม่อย่างฉันทำตัวไร้ตัวตนหน่อยจะดีกว่าค่ะ”ชีหมิงเสวียนพูดออกมาอย่างปลอดโปร่งแต่เสิ่นชิงซูฟังแล้วกลับรู้สึกเศร้าใจ“ชีหมิงเสวียน ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปจริง ๆ อยากจะวางทุกอย่างลงชั่วคราวแล้วออกไปพักผ่อนหย่อนใจ ฉันสนับสนุนคุณนะคะ ชีเยว่เป็นเด็กรู้ความ ฉันเชื่อว่าถ้าคุณคุยกับเขาดี ๆ เขาต้องเข้าใจคุณแน่ แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณจะใช้วิธีตัดรอนแบบนี้มาจัดการความสัมพันธ์ของพวกคุณสามคน ถึงคุณกับหานหมิงอวี่จะไร้วาสนาต่อกัน แต่คุณกับชีเยว่ยังไงก็เป็นแม่ลูกกัน คุณไม่จำเป็นต้องตัดขาดการติ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status