แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: หรงหรงจื่ออี
เสิ่นชิงซูได้ซื้อห้องในโครงการ ‘ดอลฟินวิลล์’ ที่อยู่ติดกับสตูดิโอไว้ห้องหนึ่งตั้งแต่เมื่อต้นปี

ขนาดหนึ่งร้อยสี่สิบตารางเมตร มีสามห้อง เธอกับแม่คนละห้อง ส่วนห้องเล็กอีกห้องนั้น เธอเปลี่ยนมันเป็นห้องทำงาน

ห้องตกแต่งพร้อมอยู่ ส่วนของเฟอร์นิเจอร์ เธอได้จ้างบริษัทตกแต่งให้มาออกแบบจัดวางใหม่ ซึ่งตกแต่งเสร็จไปตั้งแต่สามเดือนที่แล้ว ฉะนั้นแค่ถือกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลย

เสิ่นชิงซูเอากระเป๋าไปไว้ที่บ้านใหม่ จากนั้นค่อยไปที่สตูดิโอ

เธอทำงานอยู่ในห้องบูรณะถึงรุ่งสาง อดนอนจนถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้วถึงลากร่างอันอ่อนล้ากลับไปยังห้องพักผ่อน

ล้างหน้าล้างตาแล้วนอนลงบนเตียง พอหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทรา

เพียงแต่คืนนี้เธอนอนหลับได้ไม่สนิทนัก ฝันเห็นเรื่องราวมากมาย ครั้นตื่นขึ้นมากลับจำอะไรไม่ได้

เสิ่นชิงซูนวดคลึงศีรษะที่ปวดตึงเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำ

ขณะออกมา มือถือบนชั้นวางข้างหัวเตียงกำลังสั่นอยู่

เป็นฟู่ซือเหยียนที่โทรเข้ามา

เสิ่นชิงซูไม่ได้รับสาย

เธอพอจะเดาได้ว่าเป็นเพราะฟู่ซืออวี่

ในเมื่อตัดสินใจจะหย่าแล้ว งั้นก็ตัดให้มันขาดสะบั้นไปเลย

อย่างไรฟู่ซืออวี่ก็เป็นลูกของโจวอวี๋ชู เสิ่นชิงซูจึงรู้สึกว่าหลังจากได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันไปสักระยะ ฟู่ซืออวี่ก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปพึ่งพาโจวอวี๋ชูเอง

เสิ่นชิงซูเปลี่ยนชุดเสร็จก็หยิบมือถือใส่ลงในกระเป๋า แล้วมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล

……

แผนกสูตินรีเวชในโรงพยาบาล ภายในห้องตรวจส่วนตัวของเฉียวซิงเจีย

“ดูจากวันที่ประจำเดือนหมดไปล่าสุดกับผลตรวจอัลตราซาวนด์ ก็ถือได้ว่าเธอท้องมาห้าสัปดาห์กับอีกสี่วันแล้ว”

เฉียวซิงเจียยื่นรายงานผลการตรวจให้เสิ่นชิงซู

เสิ่นชิงซูรับมา มองภาพขาวดำในรายงานผลการตรวจ หัวใจพลันบีบรัดอย่างอดไม่ได้

“อีกอย่าง นี้…” เฉียวซิงเจียชี้ไปที่ถุงการตั้งครรภ์เล็ก ๆ ในภาพนั้น “ดูเหมือนว่าจะเป็นลูกแฝดด้วย”

เสิ่นชิงซูครั้นได้ยินก็อึ้งงัน

เธอเงยหน้ามองเฉียวซิงเจีย “เธอแน่ใจเหรอ?”

“ตอนนี้เพิ่งจะห้าสัปดาห์กว่า ก็เลยเห็นแค่ว่าเป็นถุงสองใบเท่านั้น”

เฉียวซิงเจียพูดให้ความรู้เพิ่มเติม “ถ้าจนประมาณสัปดาห์ที่เจ็ดแล้วตรวจพบว่าถุงการตั้งครรภ์ทั้งสองมีการเต้นของหัวใจ งั้นก็จะยืนยันว่าเป็นฝาแฝด แถมของเธอเป็นแบบถุงตั้งครรภ์คู่ โดยทั่วไปมักจะเป็นฝาแฝดจากไข่คนละใบกัน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นแฝดชายหญิงก็ได้นะ!”

เสิ่นชิงซูบีบรายงานผลการตรวจไว้ ริมฝีปากซีดเซียวเม้มแล้วเม้มอีก นานแล้วก็ยังไม่อาจเปล่งคำใดออกมาได้

ในใจเฉียวซิงเจียรู้ดีว่าเสิ่นชิงซูใจอ่อนแล้ว

อย่างไรนั่นก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ซ้ำยังมีโอกาสเป็นฝาแฝดด้วย เป็นใครก็ทำใจได้ยากกันทั้งนั้น

อีกอย่าง นี่เป็นลูกของเสิ่นชิงซูกับฟู่ซือเหยียน

ความรู้สึกที่เสิ่นชิงซูมีต่อฟู่ซือเหยียน เฉียวซิงเจียก็รู้อย่างชัดเจน

เฉียวซิงเจียถึงขั้นรู้สึกว่าบนโลกใบนี้คงหาคนที่เหมือนเสิ่นชิงซูไม่ได้อีกแล้ว ห้าปีเต็ม ๆ เธอรักผู้ชายที่ไม่รู้จะขอหย่าวันไหนด้วยความเต็มใจในรูปแบบของการตอบแทนบุญคุณ

ในการแต่งงานครั้งนี้ เสิ่นชิงซูรักเขาจนตัวเองไร้ค่าทั้งที่มีสติ

แต่เกรงว่าฟู่ซือเหยียนคง...ไม่เคยอินกับบทเลยตั้งแต่ต้นจนจบ

“ฉันขอลองคิดดูก่อนนะ”

ผ่านไปครู่ใหญ่ เสิ่นชิงซูช้อนตามองเฉียวซิงเจีย “ไว้ฉันตัดสินใจได้แล้วจะบอกเธออีกที”

ดวงตางดงามของเธอแดงระเรื่อ น้ำตาคลอเบ้า ภายในแววตาเต็มไปด้วยความสับสน

เฉียวซิงเจียเห็นก็พาลปวดใจตาม “ตัดสินใจให้ได้ภายในสิบสองสัปดาห์ก็โอเคแล้ว”

“ได้” เสิ่นชิงซูเก็บใบรายงานใส่กระเป๋า “อย่าบอกเรื่องที่ฉันท้องกับใครทั้งนั้นนะ”

“ฉันรู้”

เฉียวซิงเจียยังต้องทำงานต่อ เสิ่นชิงซูจึงไม่ทำให้เธอเสียการเสียงาน

พอออกมาจากแผนกสูตินรีเวช เสิ่นชิงซูขึ้นลิฟต์ลงมาชั้นล่าง

เมื่อมาถึงชั้นหนึ่ง เสิ่นชิงซูออกมาจากลิฟต์ ครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็นฟู่ซือเหยียนที่อุ้มฟู่ซืออวี่อยู่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลจากด้านนอกพอดี

มีแผ่นแปะลดไข้แปะอยู่ที่หน้าผากของฟู่ซืออวี่

เสิ่นชิงซูตะลึงงัน

ฟู่ซืออวี่เห็นเธอ ดวงหน้าเล็กที่ดูป่วยหนักก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที “แม่!”

ฟู่ซือเหยียนหยุดฝีเท้าแล้วมองมา

“แม่!”

ฟู่ซืออวี่ตะโกนไปทางเสิ่นชิงซู

ฟู่ซือเหยียนเดินมายังเบื้องหน้าของเสิ่นชิงซูโดยอุ้มฟู่ซืออวี่อยู่

เสิ่นชิงซูรักและห่วงใยฟู่ซืออวี่จากใจจริง เธอลูบใบหน้าของฟู่ซืออวี่เล็กน้อย อุณหภูมิไม่ต่ำเลย

เธอถาม “ทำไมจู่ ๆ ถึงเป็นไข้ได้ล่ะคะ?”

ฟู่ซือเหยียนตอบเสียงเรียบ “เมื่อคืนกินไอศกรีมมา”

ได้ฟังดังนั้น ฟู่ซืออวี่จึงแคะเล็บอย่างรู้สึกผิด

ความจริงเป็นเพราะว่าแม่เพิ่งซื้อไอศกรีมให้เขาครั้งแรก เขาไม่อยากให้สิ้นเปลือง จึงกินจนหมดทั้งกล่อง

แต่ฟู่ซืออวี่ไม่กล้าพูดความจริง ถ้าให้เสิ่นชิงซูรู้ว่าเขากินไอศกรีมไปทั้งกล่องละก็ เธอต้องโทษแม่แน่นอน!

แม่ทั้งรักและอ่อนโยนกับเขาขนาดนั้น เขาจะยอมให้แม่ถูกเสิ่นชิงซูตำหนิได้ยังไง!

ฟู่ซืออวี่กลัวว่าเสิ่นชิงซูจะถามซักไซ้ต่อ จึงยื่นมือออกไป “แม่ อุ้มผมหน่อยได้ไหม?”

เสิ่นชิงซูทำท่าจะยกมือขึ้นด้วยจิตใต้สำนึก แต่นึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังท้อง ท่วงท่าจึงชะงักไป

เธอลูบศีรษะของฟู่ซืออวี่เบา ๆ “แม่ไม่ค่อยสบาย ให้พ่ออุ้มลูกไปเถอะ”

พอฟู่ซืออวี่ได้ยินก็ทำปากจู๋ไม่พอใจ

นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นชิงซูปฏิเสธที่จะอุ้มเขา

ถึงจะเป็นเพราะกำลังป่วยอยู่ก็เถอะ แต่ฟู่ซืออวี่จำได้ว่าก่อนหน้านี้ต่อให้ไม่สบาย เสิ่นชิงซูก็ยังอุ้มเขาอยู่ดี

หรือว่าเสิ่นชิงซูจะโกรธแล้ว?

ฟู่ซืออวี่คอยสังเกตเสิ่นชิงซูอย่างระมัดระวัง

ครั้นเห็นว่าเธอสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไรจริง ๆ พลันนั้นในใจฟู่ซืออวี่ก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย

“แม่ แม่โกรธผมแล้วใช่ไหมครับ?” ฟู่ซืออวี่มองเสิ่นชิงซูด้วยท่าทางน่าสงสาร “ผมผิดไปแล้ว ผมไม่ควรแอบแม่ไปกินไอศกรีมเลย วันหลังผมจะไม่กินไอศกรีมอีกแล้วครับ”

เสิ่นชิงซูไม่เคยให้ฟู่ซืออวี่กินไอศกรีมเลยจริง ๆ นั่นก็เพราะว่าฟู่ซืออวี่ป่วยเป็นโรคหอบหืดแต่กำเนิด บวกกับการทำงานของม้ามและกระเพาะแย่มากตั้งแต่เด็ก แพทย์แผนจีนจึงบอกว่าห้ามกินของหวานกับอาหารที่มีฤทธิ์เย็นเด็ดขาด

เธอกำลังคิดว่าจะอธิบายให้ฟู่ซืออวี่ฟัง ฟู่ซือเหยียนก็ชิงกล่าวขึ้นมาก่อนว่า “แม่เขาไม่โกรธลูกหรอก”

น้ำเสียงของเขามั่นอกมั่นใจ ไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าเสิ่นชิงซูจะทักท้วง

เสิ่นชิงซูแพจนตาสั่นไหวเบา ๆ เม้มริมฝีปากเงียบ ๆ

ฟู่ซืออวี่มองเสิ่นชิงซู “แม่ครับ แม่ไม่ได้โกรธจริง ๆ เหรอครับ?”

เสิ่นชิงซูส่งยิ้มบาง ๆ ให้ฟู่ซืออวี่ “แม่ไม่โกรธอยู่แล้วละจ้ะ”

“ถ้างั้นวันนี้แม่อยู่กับผมได้ไหมครับ?” ฟู่ซืออวี่ดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งกว่าเดิม “ผมรู้สึกไม่สบาย ผมอยากกินโจ๊กฝีมือแม่ครับ”

เสิ่นชิงซูลังเลชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้า “ได้”

……

ฟู่ซืออวี่หาหมอมาแล้ว เขาคออักเสบ หมอจึงให้ยามาจำนวนหนึ่ง พร้อมกับแนะนำว่าให้กินอาหารรสอ่อน พอกลับบ้านไปแล้วก็ดื่มน้ำและพักผ่อนให้มาก ๆ

กลับมาถึงยังคฤหาสน์หนานซี ฟู่ซือเหยียนอุ้มฟู่ซืออวี่ขึ้นไปพักชั้นบน

เสิ่นชิงซูไปต้มโจ๊กในห้องครัว

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เสิ่นชิงซูยกโจ๊กที่ต้มเสร็จแล้วขึ้นมาชั้นบน

ประตูห้องนอนเด็กปิดไม่สนิท เสียงของฟู่ซืออวี่จึงดังลอดออกมา...

“แม่ครับ แม่อย่าห่วงไปเลยนะ หมอบอกว่าผมแค่กินยานิดหน่อยก็หายแล้ว…ไม่ใช่ความผิดของแม่นะครับ ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ซื้อไอศกรีมให้ผม ผมก็คงไม่รู้เลยว่าที่จริงไอศกรีมรสชาติดีขนาดนี้…แล้วก็คุกกี้ มันฝรั่งทอดกรอบกับอมยิ้มพวกนั้นก็อร่อยมากเหมือนกัน! ผมไม่เคยกินขนมมากมายแบบนี้มาก่อนเลยนะครับ!”

ท่วงท่าในการเปิดประตูของเสิ่นชิงซูชะงักค้าง

เสียงของฟู่ซืออวี่ยังคงดังต่อเนื่อง

“แม่ชิงซูไม่โกรธหรอกครับ พอรู้ว่าผมไม่สบาย เธอก็มีแต่จะเป็นห่วงผมเท่านั้น ตอนนี้เธอก็กำลังต้มโจ๊กให้ผมอยู่ข้างล่างด้วยนะครับ! แม่ครับ แม่ร่างกายไม่แข็งแรง สองสามวันนี้ผมไม่ไปหาแม่แล้วนะ เพราะผมกลัวว่าผมจะแพร่เชื้อหวัดให้แม่…แม่ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะครับ แม่ชิงซูจะดูแลผมอย่างดีแน่นอน!”

เสิ่นชิงซูยืนอยู่นอกประตู มือที่ยกถาดอาหารอยู่รวบเข้าหากันเล็กน้อย

นึกไม่ถึงว่าโจวอวี๋ชูจะให้ฟู่ซืออวี่กินอาหารขยะมากมายขนาดนั้น!

ที่ทำให้เธอคาดไม่ถึงยิ่งกว่าคือ ในเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วัน ความสัมพันธ์ระหว่างฟู่ซืออวี่กับโจวอวี๋ชูก็ดีได้ถึงขั้นนี้แล้ว...

เสิ่นชิงซูรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์จะไปถือสา แต่เมื่อเห็นเด็กที่ตัวเองทุ่มเทแรงกายแรงใจเลี้ยงดูมาจนโตเอาแต่เรียกโจวอวี๋ชูว่า ‘แม่’ ไม่ขาดปาก เธอก็ไม่วายรู้สึกชอกช้ำขึ้นมาในใจ

เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ ต่อให้เธอจะปฏิบัติกับอีกฝ่ายด้วยความจริงใจเพียงใด ก็สู้ความใกล้ชิดทางสายเลือดไม่ได้อยู่ดี

เธอน่ะ เป็นแค่คนนอกมาตั้งแต่แรกและจะเป็นตลอดไป

……

ฟู่ซืออวี่คุยโทรศัพท์กับโจวอวี๋ชูเสร็จแล้ว จึงจะนึกถึงเสิ่นชิงซูขึ้นมาได้

เขาตะโดนเรียก ‘แม่’ อยู่ในห้อง แต่นานมากแล้วเสิ่นชิงซูก็ไม่ขานรับสักที

ฟู่ซืออวี่จึงเดินลงไปตามหาที่ห้องครัวชั้นล่างเอง

แต่ไม่มีคนอยู่ในครัว

ฟู่ซืออวี่ออกมาจากห้องครัว เห็นโจ๊กถ้วยหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะอาหาร
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 803

    เสิ่นชิงซูเม้มริมฝีปากฟู่ซือเหยียนเห็นเธอไม่โต้แย้ง ก็รู้ว่าตัวเองพูดถูกแล้วเขาจูบแก้มเธอเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า“สถานะท่านเจ็ดซับซ้อนและพิเศษมาก ก่อนที่ปฏิบัติการสีเทาจะจบลง จะเปิดเผยง่าย ๆ ไม่ได้”เสิ่นชิงซูลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “งั้นเงินที่คุณเอามาลงทุนพวกนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ถูกกฎหมายด้วยเหรอคะ?”“วางใจเถอะ ถ้าผิดกฎหมาย ผมจะให้คุณได้ยังไง? ตามข่าวลือเลย ช่วงแรกเริ่มจากตลาดมืดในประเทศเอจริง ๆ ก็คือค้าอาวุธนั่นแหละ เพราะตอนนั้นปฏิบัติการสีเทาดำเนินการยากลำบากมาก จำเป็นต้องใช้ช่องทางความร่วมมือพิเศษ อย่างเช่นทหารรับจ้างแบบซ่งหลานอินที่มีจุดยืนทางการเมืองไม่ชัดเจน หวังแต่เงิน สถานะ ‘ท่านเจ็ด’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อติดต่อกับคนพวกนี้โดยเฉพาะ แน่นอนว่าต่อมาพอสถานการณ์เริ่มนิ่ง เงินทุนผ่านการหมุนเวียนหลายรอบ จนกลายเป็นเงินถูกกฎหมายแล้วถึงเริ่มนำมาลงทุนในแวดวงธุรกิจภายในประเทศ เพราะงั้นถูกกฎหมายทั้งหมด”เสิ่นชิงซูฟังแล้วยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดีนั่นเป็นโลกที่เธอจินตนาการไม่ออกเลยสักนิดจะบอกว่าเธอเปรียบเสมือนผ้าขาวสำหรับฟู่ซือเหยียนก็ไม่เกินจริงเลย“อาซู จริง ๆ แล้วตอนแรกที่ผมลงสน

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 802

    เสิ่นชิงซูชะงัก หันไปมองเขาชายหนุ่มปัดเส้นผมข้างแก้มเธอออก ก้มหน้าจูบมุมปากเธอเบา ๆ“คุณรับปากผมก่อน ว่าจะไม่โกรธ ตกลงไหม?”เสิ่นชิงซูเลิกคิ้ว “งั้นก็ต้องดูว่าคุณทำเรื่องอะไร ถ้าคุณทำเรื่องผิดต่อฉัน แล้วยังจะให้ฉันไม่โกรธ คุณว่ามันยุติธรรมเหรอคะ?”“ไม่ใช่ความหมายนั้น ผมหมายถึง...” ฟู่ซือเหยียนเม้มปาก ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงพูดต่อว่า “ก็คือเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวนิดหน่อย”พอได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเรื่องที่เขาจะพูดก็คือเรื่องนั้นแต่เธอรู้สึกว่าฟู่ซือเหยียนปิดบังเธอมานานขนาดนี้ ในใจก็ยังขุ่นเคืองอยู่บ้าง เลยคิดจะถือโอกาสแกล้งเขาเล่น“ทรัพย์สินส่วนตัว? มีอะไรเหรอคะ? ขอแค่คุณไม่ได้มาบอกฉันว่าคุณซุกซ่อนลูกนอกสมรสไว้ข้างนอกก็พอ”ฟู่ซือเหยียนยิ่งร้อนรน “อาซู ผมเคยแตะต้องแค่คุณ ลูกของผมมีแค่เสี่ยวอันหนิงกับเนี่ยนอันเท่านั้น”เสิ่นชิงซูจงใจกลั่นแกล้ง “ชีหมิงเสวียนคลอดชีเยว่ออกมาได้ยังไงคุณลืมไปแล้วเหรอคะ?”ฟู่ซือเหยียน “...”ผู้ชายที่โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจและวงการกฎหมายได้อย่างรุ่งโรจน์ แต่ต่อหน้าคนรัก กลับอึดอัดทำตัวไม่ถูกอย่างที่สุดฟู่ซือเหยียนเดาใจเธอ

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 801

    ซือฟู่เหยียนขัดเธอไม่ได้ จึงเดินไปตรงหน้าเธอแล้วย่อตัวลงเสิ่นชิงซูมองเขาอย่างสงสัย “คุณทำอะไรคะ?”“ขี่หลังผมสิ”เสิ่นชิงซูมองฉือกั่วเอ๋อร์กับเจ้าของโฮมสเตย์แวบหนึ่ง รอบ ๆ ยังมีนักท่องเที่ยวประปราย...“ไม่เอาค่ะ ฉันโตป่านนี้แล้ว มันดูแปลก ๆ นะคะ”“คุณดูข้างหน้าสิ”เสิ่นชิงซูมองไปข้างหน้าคุณลุงคนหนึ่งกำลังแบกคุณป้าอยู่เสิ่นชิงซู “...”ฉือกั่วเอ๋อร์ช่วยเชียร์อยู่ข้าง ๆ “ประธานเสิ่นคะ คนที่มาที่นี่แล้วไม่สบายมีเยอะแยะไปค่ะ คุณฟู่ตัวสูงใหญ่แข็งแรง เขาแบกคุณก็สมควรแล้ว ดูคุณลุงคนนั้นยังแบกคุณป้าเลย จริง ๆ แล้วทุกคนเข้าใจได้ค่ะ สุขภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่น่าอายหรอกค่ะ”“นี่มัน... ฟู่ซือเหยียน!”เสิ่นชิงซูยังลังเลอยู่ ข้อมือก็ถูกฟู่ซือเหยียนกระตุก ตัวเธอก็ถลาไปเกาะอยู่บนหลังฟู่ซือเหยียนทันทีฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มประคองบั้นท้ายเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เธอขัดขืนแล้วลุกขึ้นยืนทันทีเสิ่นชิงซูทั้งร้อนรนทั้งเขินอาย ซุกหน้าต่ำลงตามสัญชาตญาณ กดเสียงต่ำบอกให้เขารีบปล่อยเธอลง“อาซู ใจเย็น ๆ หน่อย ยิ่งตื่นเต้นอาการแพ้ความสูงจะยิ่งกำเริบหนักนะ”เสิ่นชิงซู “...คุณปล่อยฉันลงฉันก็ไม่

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 800

    ประมาณสิบนาที ประตูห้องน้ำก็เปิดออกฟู่ซือเหยียนสวมชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาชายหนุ่มถือผ้าขนหนูเช็ดผมสั้นที่เปียกชื้นบนเตียง เสิ่นชิงซูพิงหัวเตียง ในมือถือบทละครอ่านอยู่ฟู่ซือเหยียนมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นเปิดไดร์เป่าผมเป่าผมในห้องนอนที่เงียบสงบมีเพียงเสียงไดร์เป่าผมทำงานผ่านไปครู่หนึ่ง ไดร์เป่าผมหยุดลง เสิ่นชิงซูวางบทละครลง แล้วนอนตะแคงข้างฟู่ซือเหยียนเก็บไดร์เป่าผมเข้าที่ ปิดไฟแล้วขึ้นเตียงชายหนุ่มโอบกอดเธอจากด้านหลังเสิ่นชิงซูรู้สึกเพียงความเย็นเยียบเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไมคุณอาบน้ำเย็นคะ?”“ดับร้อนน่ะ” ฟู่ซือเหยียนกอดเธอ ความรุ่มร้อนในร่างกายที่เพิ่งสงบลงพลันหวนกลับมาอีกครั้งในชั่วพริบตาแต่เขาไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่หลับตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ดึกมากแล้ว นอนเถอะ”จะตีสองแล้ว ดึกมากจริง ๆเสิ่นชิงซูขานรับ แล้วหลับตาลงแม้ฟู่ซือเหยียนจะมีถ้อยคำนับพันหมื่นอยากจะพูดกับเสิ่นชิงซู แต่พอนึกถึงว่าพรุ่งนี้ต้องปีนภูเขาหิมะ เขาเกรงว่าเสิ่นชิงซูจะนอนไม่พอจนส่งผลต่อสภาพร่างกาย จึงเลือกที่จะไม่พูดก่อน......ยามเช้า แสงแดดสดใสเสิ่นชิงซูที่กำลังหลับสนิทขมวดคิ้วเล็ก

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 799

    มิหนำซ้ำ ตอนนั้นเพราะยังมีเฉียวซิงเจียและเวินจิ่งซีคอยอยู่เป็นเพื่อน นอกจากต้องคอยดูแลฟู่ซืออวี่ที่เปลืองแรงไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็ถือซะว่ามาเที่ยวพักผ่อนเสิ่นชิงซูพิมพ์ข้อความตอบกลับ [มันผ่านไปหมดแล้วค่ะ]ภายในวิลล่าหลีเจียง ฟู่ซือเหยียนจ้องมองข้อความนี้ คิ้วขมวดมุ่นเด็กสองคนกำลังเล่นเป็นเพื่อนเสี่ยวเนี่ยนเนี่ยนอยู่ข้าง ๆภายในบ้านตลบอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆทว่าจิตใจของฟู่ซือเหยียนกลับร้อนรุ่มกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูกเขาลุกขึ้นยืน กดโทรศัพท์หาเส้าชิง “ยื่นเรื่องขอเส้นทางบินเดี๋ยวนี้ ผมจะไปเมืองอวิ๋น”......เสิ่นชิงซูและฉือกั่วเอ๋อร์ทานข้าวเสร็จ เดินเล่นละแวกนั้นสักพัก ก็กลับมาที่โฮมสเตย์พรุ่งนี้ต้องขึ้นภูเขาหิมะ เจ้าของโฮมสเตย์เตือนพวกเธอว่านักท่องเที่ยวต่างถิ่นบางคนขึ้นภูเขาหิมะแล้วจะเกิดอาการแพ้ความสูง จึงให้พวกเธอรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เก็บแรงไว้ให้เต็มที่ พรุ่งนี้ขึ้นเขาจะได้ไม่เกิดอาการแพ้ความสูงได้ง่าย ๆทั้งสองคนจึงรีบแยกย้ายกันกลับห้องเสิ่นชิงซูกลับมาถึงห้อง หยิบมือถือขึ้นมาดูฟู่ซือเหยียนไม่ได้ตอบข้อความกลับมาอีกเธอวางโทรศัพท์ลง หยิบชุดนอนเดินเข้าไปในห

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 798

    “ฉันเหรอคะ...” ชีหมิงเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ก็คงเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ แหละค่ะ ไม่ได้มีแผนอะไรเป็นพิเศษ”“ไปพักผ่อนหย่อนใจมันก็ดีค่ะ แต่คุณจะร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอกตลอดไปไม่ได้ ถึงชีเยว่จะกลับตระกูลหานไปแล้ว แต่คุณก็ยังเป็นแม่ของเขา คุณตัดใจไม่สนใจแกเลยได้จริง ๆ เหรอคะ?”“ฉันกับคุณไม่เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่ชีเยว่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เวลาที่ฉันเลี้ยงแกมากับมือมีน้อยมาก จริง ๆ แล้วฉันกับเขาไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งอะไรกัน ยิ่งบวกกับความสัมพันธ์ของฉันกับหานหมิงอวี่ที่เข้าขั้นน้ำกับไฟด้วยแล้ว คนเป็นแม่อย่างฉันทำตัวไร้ตัวตนหน่อยจะดีกว่าค่ะ”ชีหมิงเสวียนพูดออกมาอย่างปลอดโปร่งแต่เสิ่นชิงซูฟังแล้วกลับรู้สึกเศร้าใจ“ชีหมิงเสวียน ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปจริง ๆ อยากจะวางทุกอย่างลงชั่วคราวแล้วออกไปพักผ่อนหย่อนใจ ฉันสนับสนุนคุณนะคะ ชีเยว่เป็นเด็กรู้ความ ฉันเชื่อว่าถ้าคุณคุยกับเขาดี ๆ เขาต้องเข้าใจคุณแน่ แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณจะใช้วิธีตัดรอนแบบนี้มาจัดการความสัมพันธ์ของพวกคุณสามคน ถึงคุณกับหานหมิงอวี่จะไร้วาสนาต่อกัน แต่คุณกับชีเยว่ยังไงก็เป็นแม่ลูกกัน คุณไม่จำเป็นต้องตัดขาดการติ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status