Masuk“นาราขอตัวก่อนนะคะพี่หมอ นาราออกมาซื้อของให้แม่ค่ะ ต้องรีบกลับ”
“อ้อ...ครับ”
นาราก้าวเดินฉับๆ ผ่านหน้าอดีตแฟนหนุ่มกับชายหนุ่มอีกคนที่หน้าตาไม่เลวนัก แค่เดินห่างจากพวกเขาก็รู้สึกว่าถูกสายตาหลายคู่จับจ้องมองตามมา จึงแสร้งหยิบของตรงหน้าไปมั่วๆ ใส่ลงในตะกร้าสักสามสี่ชิ้น จากนั้นก็รีบตรงดิ่งไปที่แคชเชียร์
“คิดเงินด้วยค่ะ”
“ได้ค่ะคุณลูกค้า” พนักงานสาวยิ้มให้ แล้วเหลือบไปมองผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้รับคำสั่งให้เชียร์ขาย “รับขนมปังทานเพิ่มไหมคะ มาใหม่ ไส้เยอะ อร่อยมากค่ะคุณลูกค้า”
นาราเหลือบมองสาวพนักงานขายที่ยิ้มแย้มแจ่มใสดี แต่เวลานี้ เธอไม่มีอารมณ์จะรับขนมปังอะไรทั้งนั้น อยากรีบจ่ายเงินแล้วออกไปให้พ้นจากสถานการณ์อึดอัดเช่นนี้
“ไม่ค่ะ ขอบคุณ”
พนักงานสาวหัวใจรักบริการหรือถูกป้อนให้พูดเสนอสินค้าออกใหม่ที่วางอยู่หน้าเชลฟ์กับลูกค้าทุกคนก็รีบแนะนำผลิตภัณฑ์ออกใหม่เพิ่มเติมอีก
“มีเยลลี่เกาหลีมาใหม่ค่ะกำลังฮิต คุณลูกค้ารับด้วยไหมคะ”
“รับก็ได้ค่ะ พอแล้วนะคะ ไม่ต้องนำเสนออะไรอีก วันนี้ยังไม่มีอารมณ์กินขนม อยากกินคนมากกว่า” นาราตัดความรำคาญเพราะอยากรีบๆ ออกจากร้าน ส่วนคนที่เธอว่าไม่ได้หมายถึงสาวแคชเชียร์
ทว่า น้ำเสียงแข็งขัดกับใบหน้าหวานล้ำทำเอาสาวพนักงานยิ้มแห้งๆ คิดว่าตนเองนำเสนอสินค้ามากเกินไป รีบก้มหน้าก้มตาคิดเงินอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นารารีบเปิดกระเป๋าหยิบถุงผ้าสีขาวที่พับไว้ออกมาคลี่เตรียมจะหยิบของที่พนักงานคิดเงินเสร็จแล้วใส่ลงไป
พนักงานสาวรีบแจ้งราคา “ทั้งหมดสองร้อยเจ็ดสิบสองบาทค่ะ คุณลูกค้า”
นารารีบล้วงมือไปในกระเป๋าสะพายที่แนบลำตัวแล้วควานหากระเป๋าสตางค์ แต่ไม่เจอ พอก้มลงไปมองก็พบว่า...
‘ตายแล้ว ลืมหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา’
ให้ตายเถอะ คราวนี้ คนยิ้มแห้งๆ จึงเป็นเธอ ไม่ใช่พนักงานสาวตรงหน้า คิ้วเรียวสวยยู่เข้าหากัน ก่อนถอนหายใจออกมาแรงๆ เพราะตอนนี้
‘ใจที่ว่าพัง ยังไม่เจ็บเท่าลืมเอากระเป๋าสตางค์มา’
“คือว่าพี่ลืมเอากระเป๋าสตางค์มาค่ะ รับโอนไหม”
“ถ้าอย่างนั้น คุณลูกค้าต้องโอนเงินเข้าแอปทรูมันนี่วอลเล็ตเพื่อชำระค่าสินค้าค่ะ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า กำลังจะทำตามคำแนะนำของพนักงานสาว คือเติมเงินเข้าทรูมันนี่วอลเล็ต ทว่าเมื่อคืน ความเมาเป็นเหตุทำให้เธอลืมชาร์จแบตฯ โทรศัพท์ แสงสว่างที่หน้าจอดับวูบลงทันตาเห็น
“แบตฯ หมดพอดี มันซวยอะไรแบบนี้วะ”
“เท่าไหร่”
เสียงที่ดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้นาราหันไปมองด้วยอาการงงๆ ปนตกใจและไม่ค่อยไว้ใจนัก เมื่อเห็นธนบัตรสีเทาลอยผ่านหน้าเธอไป
“นี่ครับ” คนจ่ายเงินแทนหญิงสาวไม่รอคำตอบจากพนักงาน คิดว่าสินค้าไม่เกินมูลค่าธนบัตรที่เขายื่นให้ เมื่อครู่ เขาได้ยินทั้งหมดว่าหญิงสาวลืมเอากระเป๋าสตางค์มา
ไม่คาดคิดว่าจะมีคนมาจ่ายเงินแทนให้ นารากลอกตาขึ้น ใบหน้าสวยหวานหันกลับไปมองเขา แวบแรกเธอเห็นดวงตาทอประกายยั่วเย้าของคนคิ้วเข้มที่โน้มหน้าหล่อเข้ามาใกล้
“คุณคงไม่ว่า ถ้าผมช่วยจ่ายแทนให้”
“เอ่อ ไม่ว่า แต่นาราเกรงใจค่ะ”
“ถ้าคุณไม่สบายใจก็เอาเฟซ เอาไลน์ผมไปขอเลขบัญชี แล้วโอนเงินคืนให้ทีหลังก็ได้”
เวลานี้ นาราไม่มีเงินติดตัวสักบาท แล้วเงินที่เขาช่วยออกให้ก่อนก็ไม่ได้มากมายอะไร เธอไม่ใช่คนเรื่องเยอะ จึงพยักหน้ารับ แล้วกล่าวขอบคุณที่ชายหนุ่มช่วยเหลือจ่ายค่าสินค้าให้ก่อน
“ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวนาราขอแอดไลน์ ทักไปขอเลขที่บัญชี แล้วจะโอนเงินคืนให้”
ชาร์ลส์ลอบยิ้ม “ครับ”
เขาโน้มตัวลงมาจนได้กลิ่นกายหอมสะอาด หอมยิ่งกว่าตอนที่พี่หมอเคยมอบดอกไม้วาเลนไทน์ให้เธอเมื่อปีที่แล้วและพยายามจะขอหอมแก้ม แต่เธอรู้สึกทั้งเขินทั้งจั๊กจี้ อีกทั้งเกสรของดอกไม้ยังทำให้เผลอจามใส่หน้าเขา จนพี่หมอรีบถอยร่นออกห่างจากเธอไปสามก้าว แม้ว่านาราจะยกมือปิดปากทันก็ตาม
ทุกอิริยาบถของนารากับชาวต่างชาติมาดนักธุรกิจบุคลิกดีเยี่ยมตกอยู่ภายใต้สายตาคมเข้มของหมอหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี ที่เริ่มสับสนในอารมณ์ของตนเองอย่างบอกไม่ถูก จนต้องสูดหายใจลึกๆ เหลือบตามองอดีตแฟนสาวที่กำลังหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าเพื่อแลกไลน์กับอดีตบอสหนุ่ม ในบริษัทที่เคยฝึกงานด้วย
“คุณหมอหึงเธอเหรอครับ”
ประโยคที่ดังขึ้นมาจับน้ำเสียงได้ว่ากำลังประชด เอกรัตน์หันกลับไปมองคนที่มาด้วยกันแล้วไม่ได้ตอบอะไร พอเหลือบสายตากลับไปที่หน้าแคชเชียร์อีกครั้งก็ไม่เห็นใครอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์อีก
นาราเดินมาที่รถคันเล็กซึ่งจอดอยู่ที่หน้าร้าน ด้านขวาของเธอมีซูเปอร์สปอร์ตคาร์แบบเปิดประทุนสีน้ำเงินเงาวับ หญิงสาวได้แต่มองตาปริบๆ พอรถของเธอมาจอดเทียบกับรถคันนี้ ทำเอารถคันน้อยของตัวเองเหมือนรถของเล่นเด็กไปเลย สนนราคาลัมโบร์กินี ฮูราแคน อีโว เรียวีลไดรฟ์ สไปเดอร์ ที่เขาขับอยู่ ประมาณยี่สิบล้านต้นๆ เท่านั้นเอง
ส่วนเจ้าของที่ขับมันผ่านหน้าเธอไปก็คือคนที่ให้เฟซและไลน์เธอไปหมาดๆ กระจกรถยนต์ไฟฟ้าถูกลดลง แล้วคนหล่อ เท่ สมกับรถก็ส่งยิ้มให้เธอ
“แล้วเจอกัน”
“ค่ะ”
นารายิ้มให้เขาแบบงงๆ พอรถเขาผ่านไปแล้ว สายตาที่มองท้ายรถหรูไปก็กลั้นขำแทบไม่อยู่ เมื่อด้านหลังของรถราคายี่สิบกว่าล้านบาท มีร่องรอยข่วนของแมวเต็มไปหมด เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวแสบของเขายังฝากรอยเท้าที่เหมือนมันจะไปเหยียบกระป๋องสีก่อนที่จะมาปีนรถของเขา แล้วแมวที่ทำแบบนั้นกับรถเขาได้จะเป็นของใครล่ะ ก็คงจะเป็นแมวของเขาเอง
“เลี้ยงแมวยังไง” ถ้าเธอเจอเขาอีกครั้งก็อยากจะถามดู แต่ว่า... “จะไปเจอกันตอนไหนอีก โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้น”
ชาร์ลส์ยกมือลูบหน้าล้างอาการชาๆ ออก ถึงจะเป็นการบอกรักในสถานที่แปลกๆ แต่ก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตขึ้นมาจนคับอกกว้างๆ ที่พร้อมให้เธอนอนซบ พร้อมจะปกป้องดูแลภรรยาคนเดียวของเขาตลอดไปเขาไม่เคยคิดจะสร้างครอบครัวมาก่อน จนกระทั่งวันนั้นที่เห็นเด็กสาวคนหนึ่งอุ้มแมวที่ถูกรถชน แววตาที่เธอมองอย่างเป็นห่วงเป็นใยมัน ราวกับกระจกที่สะท้อนให้ชาร์ลส์เห็นบางอย่างในผู้หญิงคนนี้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง นาราของเขา สวย น่ารัก จิตใจดี ที่สำคัญคือ หลงรักเธอไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกที หญิงสาวก็เดินเข้ามาอยู่ในหัวใจของเขาไปแล้ว และมันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป ตราบใดที่หัวใจของเขายังเต้นอยู่1 ปีผ่านไป ท้องฟ้าสดใสยามเช้าตัดสลับกับเมฆหมอกสีขาวสะอาดตา ปรากฏภาพของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวราวกับนางฟ้า เสื้อผ้าที่ใส่กัขับผิวขาวนวลเนียนอมชมพูให้ดูโดดเด่นอยู่ในทุ่งดอกเวอร์บีน่าสีม่วงอ่อน ที่แข่งกันออกดอกเรียงรายเป็นแถวยาวและลดหลั่นตามขั้นบันได&
นาราพยักหน้า “อืม แต่ไม่เคยคีบได้สักที เสียเงินฟรีตลอด แล้วคุณล่ะคะ เคยคีบตุ๊กตาไหม”เขาลอบถอนหายใจแรง ยิ้มเอ็นดูภรรยาสาว “ผมไม่เคยเล่นอะไรแบบนั้น” ของเล่นของชาร์ลส์คือตัวเลขหุ้นบนกระดาน ไม่รู้ว่าจะต้องการตุ๊กตาพวกนั้นไปทำไม เขาไม่ใช่ผู้หญิงสักนิด“นั่นสิคะ คนอย่างคุณ ไม่เล่นตุ๊กตาแบบนี้หรอก แล้วตุ๊กตายางล่ะคะ เคยซื้อมาเล่นบ้างไหม...”คนฟังถึงกับหันกลับมามองหน้า “หลอกถามอะไรผมที่รัก ตุ๊กตายางแบบนั้น ผมก็ไม่รู้จะสั่งมาให้รกห้องทำไม ผมชอบแบบดิ้นได้ เหมือนนารามากกว่า ”นาราเริ่มรู้สึกว่าเหมือนถูกของหล่นทับใส่หัว อยู่ดีๆ เธอไม่น่าไปถามอะไรที่เหมือนจะหาเรื่องใส่ตัวเลยชาร์ลส์ล้วงโทรศัพท์ สั่งการบางอย่างกับเควิน จากนั้นก็ตัดสายไป แล้วหันมาส่งยิ้มให้ภรรยาสาวที่สายตาเหมือนมีคำถาม“มีเรื่องด่วนเหรอคะ เห็นโทร.หาคุณเควินตอนนี้”“ด่วน แต่ไม่ใช่เรื่องงานที่บริษัท เป็นงานส่วนตัวที่ผมให้หมอนั่นทำ” มองหน้าเธอแล้วยิ้มๆ“ยิ้มแบบนี้มีอะไรห
“นาราอยากไปซื้อของต่อไหม เห็นบอกว่าอยากได้ปลอกคอแมวไปให้เจ้าสองตัวแสบนั่น แต่ยังไม่ได้เลย” ชาร์สลส์ถาม เพราะเกรงว่าภรรยาสาวจะไม่ได้สิ่งที่ต้องการมาซื้อ แต่ที่จริง เขาก็อยากพาเธอมาชอปปิง อยากเปย์ให้เธอบ่อยๆ เพราะในห้องแต่งตัวของนารา ยังมีพื้นที่เหลือมากพอแม้ว่านาราจะเป็นคนรักสวยรักงาม แต่เอาเข้าจริงๆ เธอแทบไม่เคยออดอ้อนขอให้ซื้อข้าวของแบรนด์เนมพวกนั้นเลยสักครั้ง แล้วยังบ่นว่าแพงเกินไป เธอไม่ได้ใช้กระเป๋าพร้อมกันครั้งละเป็นสิบใบอย่างที่เขาให้คนส่งมาให้ ภรรยาสาวใช้ทีละใบ เบื่อแล้วค่อยเปลี่ยน มีแต่เขาที่ยัดเยียด หากภรรยาทำทีไม่สนใจเพราะติดเรื่องราคาแพง เขาก็ก็จะตัดสินใจแทนด้วยการซื้อให้เธอเอง แต่พอเห็นนาราหยุดหน้าร้านหนังสือ ชาร์ลส์ก็เลิกคิ้วหันมองเจ้าตัวทันทีใบหน้าสวยอ่อนโยน หันกลับมามองสามี “นาราอยากได้หนังสือค่ะ เดี๋ยวเราไปร้านหนังสือสักครู่นะคะ”“ได้สิ” ชาร์ลส์บอกตอนที่นารากำลังจะเดินไปถึงร้านหนังสือเพื่อหาหนังสือประวัติศาสตร์ด้านโบราณคดีที่ชอบอ่านสักเล่มสองเล่ม หากแต่สายตามองไปเห็นว่า ตรงขวามือนั้นจัดโซนไว้เป็นที่ให
เจ้าแสบตัวกลมเหลือบตามองมนุษย์ทาสชาย แล้วทำเมินราวกับมันกำลังงอน น้อยอก น้อยใจ เหมือนรู้ว่าที่ว่างข้างๆ มนุษย์ทาสของมันมีเจ้าของแล้ว ต่อไป มันคงไม่ได้มีโอกาสขึ้นมานอนบ่อยนักชาร์ลส์หันไปยิ้มน้อยๆ ให้ภรรยา แล้วตรงเข้าไปช้อนอุ้มก้อนฟูสีเทาขึ้นมา “กลับห้องเราได้แล้ว ไป”นารามองภาพผู้ชายตัวโตอุ้มแมว มันทำให้ความดุดันของเขาลดทอนไปหลายส่วน แต่แล้วดูเหมือนว่าเจ้าออสการ์มันจะติดนิสัยถ้วยฟูแมวดื้อมา จึงกระโดดลงจากอ้อมแขนของเขาและกลับไปนอนเป็นก้อนกลมๆ ที่เดิมเป็นนาราที่แทรกขึ้น “ปล่อยให้ออสการ์นอนแทนที่นาราสักวันก็ได้ค่ะ”“เจ้านี่เป็นแมวขี้เซา นอนอยู่ในนี้ได้ทั้งวัน ถ้าให้เจ้าตัวกลมนี่ยึดที่นอน แล้วคืนนี้ คุณจะนอนตรงไหน”“ไม่ยากเลยค่ะ นาราก็นอนที่คุณ ส่วนคุณชาร์ลส์....” หญิงสาวชี้นิ้วไปที่พื้นว่างๆ ข้างเตียงหรูเขาก็รักแมวและเอ็นดูเจ้าก้อนกลมสีเทามาก แต่ที่รักมากกว่าแมวก็คือเมียสาว คืนนี้ ชาร์ลส์ไม่ยอมนอนข้างเตียงอย่างเด็ดขาด“ผมมีวิธีพาเจ้าตัวแสบกลับไปห้องแมว”“ทำยังไงคะ
นารามองเขาด้วยสายตาตั้งคำถาม ชาร์ลส์เห็นหัวหน้าแม่บ้านและสาวใช้อีกสองคนยืนมองอยู่แล้วลอบยิ้มให้กันก็ออกปากสั่งงาน“เอาของพวกนี้ไปเก็บที่ห้องแต่งตัวคุณผู้หญิง”เท่านั้น พวกเธอก็รู้แล้วว่าเจ้านายต้องการความเป็นส่วนตัว ทั้งสามจึงหอบข้าวของแบรนด์เนมอย่างระมัดระวังเดินหายเข้าไปในบ้านชาร์ลส์รั้งตัวนารามากอดแนบอก และเธอก็ยอมให้เขากอดแต่โดยดี “ชาร์ลส์คะ ของพวกนั้นราคามันแพงกว่าบ้านของนาราอีก...”“ของแค่นี้ ขนหน้าแข้งผมไม่ร่วงหรอก แต่ของทั้งหมด ผมไม่ได้ให้นาราฟรีๆ”นารามองเขาด้วยแววตาตั้งคำถามขึ้นมาใหม่ “อย่าบอกนะคะ ว่าจะลงบัญชีลูกหนี้อีก แค่นี้ ทั้งชาติ นาราก็หาเงินมาใช้หนี้คุณไม่หมดแล้วนะคะชาร์ลส์”“ใครว่าผมจะขูดเลือดเอากับเมีย ผมไม่ใจร้ายกับผู้หญิงที่ผมรักขนาดนั้นหรอก”นาราส่ายหน้าหวือ หูเธอก็ไม่ได้ฝาด เมื่อครู่ได้ยินเขาบอกไม่ได้ให้ฟรีๆ “ก็คุณบอกว่าไม่ได้ซื้อให้นาราฟรี นั่นก็หมายความว่า ถ้านาราไม่มีเงินก็ต้องเป็นหนี้คุณอีกสิคะ”ดวงตาปลาบคมส่อประกายวับวาวยามมองเม
นาราไม่ใช่คนที่หวาดหวั่นอะไรง่ายๆ เรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมชาติของคนรักกันและเธอก็เข้าใจดี เมื่อเขาจับมือเธอไปสัมผัสตัวตนของเขา เธอจึงโอนอ่อนทำตาม ทันทีที่มือเล็กมาครอบจับไว้ชาร์ลส์ก็ครางแผ่วเบาออกมาราวกับสุขสมและใบหน้าแววตาของเขาที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนทำให้นาราอยากทำให้เขาเสียการควบคุมบ้างเธอจับไว้แล้วก็ลูบขึ้นลงจนเขาครางผะแผ่ว แต่ก่อนที่เธอจะทำอะไรไปมากกว่านี้ ก็จับมือเธอไว้แล้วจูบเบาๆ“ช้าก่อนนะครับนารา เดี๋ยวผมจะเสร็จคามือนาราเสียก่อน”นาราหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึง เธอหลุบตาลงด้วยความอายและนั่นเปิดโอกาสให้คนหล่อยกยิ้ม“ถึงตาผมแล้วนะครับ”ชาร์ลส์ค่อยๆ พาตัวตนเข้าไปในร่างบอบบาง แต่แค่นั้นก็ทำให้นาราผวาเฮือก เมื่อรับรู้ได้ถึงสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ที่กำลังชำแรกผ่านเข้ามาในกายเธอใบหน้าหวานสวยบิดเบ้ แต่ชาร์ลส์ก็ก้มมาจูบปลอบอย่างเอาใจ เขาฟอนเฟ้นทรวงอกอวบทั้งสองแล้วงับปลายยอดจนมันเต่งตึงชูชัน เขาใช้นิ้วมือไล้วนจนนาราเสียดเสียว ทำให้ชาร์ลส์อาศัยจังหวะนี้พาตัวตนเข้าไปจนสุดอ๊ะนาราร้องคราง เมื่อรับรู้ว่าตัวตนใหญ







