LOGINผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง โทรศัพท์มือถือของอาภาก็มีสายเข้า ปลายสายแนะนำตัวว่าเป็นทนายความของภัทรดนัยและลินท์ศศิกานต์ ต้องการขอนัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับเธอในสัปดาห์หน้า
“ช่วงนี้ดิฉันไม่ค่อยว่าง มีเวลาจำกัดเสียด้วยสิ” อาภาลากเสียงกวนประสาทเล็กน้อย
“มะรืนนี้ต้องไปนราธิวาสสองคืน เสร็จแล้วจะบินกลับกรุงเทพฯ ต่อเครื่องไปเชียงใหม่ทันที คงไม่ได้ออกจากสนามบิน ก่อนจะขึ้นไปแม่ฮ่องสอนต่ออีกสามสี่วัน คุณสะดวกเจอที่ไหนล่ะคะ หรือจะสะดวกที่นครพนมดี พอดีเดินสายทำบุญล้างซวยน่ะค่ะ อ้อ...เกือบลืมแน่ะ พรุ่งนี้บ่ายฉันพอจะว่างเข้ากรุงเทพฯ สามสี่ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นก็คงต้องรออีกยาวนาน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่”
“งั้นผมขอปรึกษาลูกความก่อนก็แล้วกันครับ” ปลายสายอึกอัก ก่อนจะขอวางสายไป
“น้ำเสียงยังกวนตี- น้อยไปหน่อย แต่ก็... ถือว่าใช้ได้”
เสียงกระซิบนี้มาจากเขตต์นที ซึ่งนั่งลุ้นและคอยกำกับบทอยู่ข้างๆ เธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
พอวางสาย อาภาก็หันไปมองหน้าเขาด้วยความสงสัยระคนหมั่นไส้
“นี่... พรุ่งนี้เลยเนี่ยนะ ไม่เร็วไปหน่อยเหรอ”
“ไม่หรอก ตอนนี้เรากำลังได้เปรียบ ต้องรีบชิงปิดเกมให้ไว”
เขตต์นทีตอบหน้าตาย
“คุณปิดร้านได้เลย แล้วไปนั่งลิสต์มาว่ามีอะไรบ้างที่คุณอยากได้คืนจากพวกมัน หรืออยากให้ชดใช้อะไรบ้าง พรุ่งนี้เช้าเราจะออกจากที่นี่กันแต่เช้า ไปคุยกับทนายของผมก่อน”
“ทนายของคุณ?” อาภาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน นายติมีทนายส่วนตัวกับเขาด้วย จริงดิ่?
เขตต์นทีเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเผลอพูดอะไรออกไป จึงรีบอ้อมแอ้มแก้ตัว
“เอ่อ... ทนายของเจ้านายเก่าผมน่ะ เอาล่ะ จบเรื่องนี้สักทีผมจะได้ไปนอนต่อ”
“เดี๋ยวสิ” อาภาขัดขึ้นเหมือนยังมีเรื่องคาใจ
“คุณไปทำอีท่าไหนให้พวกนั้นยอมซะราบคาบขนาดนี้ได้เนี่ย”
“ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ที่รู้มาคือเพื่อนๆ พรรคพวกผมเป็นคนจัดการให้ จะคุยอีท่าไหนผมก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่ได้สนใจด้วย พอใจยัง?”
พูดจบ เขตต์นทีก็ไม่รอให้อาภาได้ซักไซ้ต่อ ชายหนุ่มลุกขึ้นคว้าแก้วอเมริกาโน่เย็นที่เขาชงเอง เดินข้ามถนนกลับบ้านเช่าไปทันที
รุ่งเช้าของวันใหม่…
อาภาเดินถือซองเอกสารก้าวออกมาจากบ้าน โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าเขตต์นทีมารอดักรออยู่ก่อนแล้ว
“อย่าบอกนะว่าคุณเปลี่ยนใจจะยอมไปกับฉันน่ะ” อาภาเอ่ยทักด้วยความประหลาดใจ
“อือ… แต่ไปส่งแค่ออฟฟิศทนายพอนะ” เขายังคงเป็นนายติคนเดิมที่ตอบสั้นห้วนและตีหน้านิ่งเสมอ
เมื่อคืนเขายังบอกเองว่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะให้อาภาหิ้วซองเอกสารไปเผชิญหน้ากับสำนักงานทนายความตามลำพัง แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตร และเธอก็ดีใจเหลือเกินที่ไม่ต้องไปคนเดียว
แม้ภายนอกเขาจะดูเรียบเฉย แต่อาภากลับรู้สึกลิงโลดอยู่ในใจลึกๆ ที่มีเขามานั่งข้างๆ ให้อุ่นใจ ในการเดินทางกลับกรุงเทพฯ ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาเร็วขนาดนี้ แถมยังกลับมาพร้อมกับความหวังเต็มเปี่ยม
ระหว่างที่ขับรถมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ อาภาเหลือบมองคนข้างกายเป็นระยะ เขากำลังนั่งหลับตาพริ้มอย่างอ่อนเพลีย
‘นายคงเหนื่อยมากสินะ ทั้งๆที่ว่านี่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองแท้ๆ’
สำนักงานทนายความแห่งนั้นตั้งอยู่ในอาคารสูงหกชั้น ที่หน้าตาดู ‘ล้ำสมัย’ มาก หากวันนี้คือช่วงยุค 80 ต้นๆ บนถนนสายหนึ่งที่เคยเฟื่องฟูในยุคนั้น ถึงแม้ในยามนี้ความสำคัญของมันจะลดน้อยถอยลงไปมากแล้วก็ตาม อาภาสังเกตว่าทนายความท่านนี้น่าจะมีอายุเกินหกสิบ นายตินอบน้อมต่ออีกฝ่ายถึงขั้นยกมือไหว้พร้อมเรียก ‘คุณลุง’ อย่างเคารพ ทว่าสิ่งแปลกประหลาดคือท่าทีของผู้ใหญ่ กลับดูเกรงใจและยำเกรงเขาอยู่กลายๆ คล้ายความสัมพันธ์ระหว่างลูกน้องกับเจ้านายอย่างไรอย่างนั้น ทั้งคู่ทักทายกันเพียงไม่กี่คำ ก็ปล่อยให้อาภากางเอกสารเพื่อเริ่มเล่าเรื่องราวอย่างรายละเอียดอีกครั้งกันสองต่อสองภายในห้องรับรอง “หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ” อาภาบอกชายสูงวัยเมื่อเล่ารายละเอียดจบ และให้ทนายอาวุโสดูเอกสารทุกฉบับแล้ว “ครับ ออกจากออฟฟิศแล้วเลี้ยวขวา สุดทางเดินเลยครับ” หลังจัดการธุระเสร็จ อาภาเดินกลับออกมาแล้วต้องชะงัก สายตาปะทะเข้ากับแผ่นหลังของนายติที่ยืนอยู่ตรงหน้าลิฟต์ เขาไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่กำลังสนทนากับชายฉกรรจ์ชุดดำสองนาย บุคลิกน่าเกรงขามราวกับการ์ดคุมหน้าผับยามค่ำคืน อาภารีบถอยก้าว
ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง โทรศัพท์มือถือของอาภาก็มีสายเข้า ปลายสายแนะนำตัวว่าเป็นทนายความของภัทรดนัยและลินท์ศศิกานต์ ต้องการขอนัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับเธอในสัปดาห์หน้า “ช่วงนี้ดิฉันไม่ค่อยว่าง มีเวลาจำกัดเสียด้วยสิ” อาภาลากเสียงกวนประสาทเล็กน้อย “มะรืนนี้ต้องไปนราธิวาสสองคืน เสร็จแล้วจะบินกลับกรุงเทพฯ ต่อเครื่องไปเชียงใหม่ทันที คงไม่ได้ออกจากสนามบิน ก่อนจะขึ้นไปแม่ฮ่องสอนต่ออีกสามสี่วัน คุณสะดวกเจอที่ไหนล่ะคะ หรือจะสะดวกที่นครพนมดี พอดีเดินสายทำบุญล้างซวยน่ะค่ะ อ้อ...เกือบลืมแน่ะ พรุ่งนี้บ่ายฉันพอจะว่างเข้ากรุงเทพฯ สามสี่ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นก็คงต้องรออีกยาวนาน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่” “งั้นผมขอปรึกษาลูกความก่อนก็แล้วกันครับ” ปลายสายอึกอัก ก่อนจะขอวางสายไป “น้ำเสียงยังกวนตี- น้อยไปหน่อย แต่ก็... ถือว่าใช้ได้” เสียงกระซิบนี้มาจากเขตต์นที ซึ่งนั่งลุ้นและคอยกำกับบทอยู่ข้างๆ เธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ พอวางสาย อาภาก็หันไปมองหน้าเขาด้วยความสงสัยระคนหมั่นไส้ “นี่... พรุ่งนี้เลยเนี่ยนะ ไม่เร็วไปหน่อยเหรอ” “ไม่หรอก ตอนนี้เรากำลังได้เปรียบ ต้อ
ภาพนายติผู้ชายทรงเถื่อน ลุคนิ่งๆ แต่ดึงดูดสายตาอย่างน่าประหลาด กำลังเอาอกเอาใจสาวใหญ่ในสถานที่อโคจร ลอยเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ หล่อนอดขำให้ความเรื่อยเปื่อยของตัวเองไม่ได้ ‘ทำไมต้องไปฟุ้งซ่านเรื่องของนายนั่นด้วย เขาจะไปทำงานบริการมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันสักหน่อย แค่กลัวว่าจะไปจัดการไอ้อีสองตัวนั่นจนตายแล้ว พลอยทำให้ฉันต้องติดร่างแหติดคุกไปด้วยนี่สิ! โอ๊ยไหวมั๊ยนี่’ อาภาถอนหายใจออกมาแรงๆ พยายามข่มตาลง พลิกหันหลังให้หน้าต่างที่ยังไร้ซึ่งแสงไฟจากบ้านฝั่งตรงข้าม จนกระทั่งความอ่อนล้าจากการแบกรับปัญหามาทั้งวัน ค่อยๆ ดึงหล่อนให้จมดิ่งลงสู่ความหลับใหลไปในที่สุด... เช้าวันใหม่ อาภาตื่นนอนตอนหกโมงเช้าตามปกติ หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ หล่อนก็เตรียมจะออกไปหาอะไรกินในตลาด แต่ในหัวยังคงสลัดความสงสัยเรื่องนายติไม่พ้น อยากรู้เหลือเกินว่าเขากลับมาหรือยัง อาภาเลยทำทีเป็นเดินถือสายยาง ตรงไปแถวแนวกระถางต้นไม้ทำเนียนๆ เหมือนออกมารดน้ำต้นไม้ยามเช้า เพื่อให้มองเห็นหน้าบ้านเช่า สายตากลับแอบมองไปที่ประตู ก่อนจะพบว่ากุญแจยังคงคล้องล็อกอยู่จากด้านนอก ‘ยังไม่กลับมาอ
'นายสันติ' กลายเป็นผู้สร้างเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์ให้อาภาครั้งแล้วครั้งเล่าในวันนี้ หนึ่งเขาเปิดปากพูดกับหล่อนยาวนานที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา... การที่เขาโพล่งเรื่องกฎหมายธุรกิจออกมาได้อย่างฉลุยอีกหนึ่ง และเรื่องสุดท้ายที่ทำให้อาภาอึ้งที่สุด ก็คือคำอ้างว่าเคยเป็นหนุ่มบาร์โฮสต์มาก่อน ไม่ใช่ว่าเขาหล่อไม่พอจะทำอาชีพนั้น... เอาเข้าจริง ถ้าจับนายนี่ไปตัดผมโกนหนวดโกนเครา เซ็ตทรงดีๆ เขาจัดว่าเป็นผู้ชายที่ 'หล่อ' มากคนหนึ่งเลยทีเดียว แถมอาภาเองก็พอจะรู้ว่าความชอบของลูกค้ารับบริการประเภทนี้มีหลากหลาย ลูกน้องของหล่อนเคยรับบรีฟจากสาวใหญ่ระดับมหาเศรษฐินีว่าต้องการหนุ่มๆ สไตล์ดิบเถื่อน แนวจิ๊กโก๋ แก๊งสเตอร์มาช่วยเอนเตอร์เทนในงานวันเกิดที่ทุ่มงบพอๆกับงานเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ เพียงแต่เป็นไพรเวทปาร์ตี้ โดยลูกค้ารายนั้นปฏิเสธหนุ่มๆ แนวไอดอล หล่อใส หรือหนุ่มตี๋แนวพระเอกซีรีย์ส์อย่างสิ้นเชิง... เพียงแต่คนหน้าตึง พูดน้อย และดูไม่น่าจะไปเอาอกเอาใจใครเป็นอย่างนายติเนี่ยนะ? อาภามองตามร่างสูงของเขตต์นทีที่เดินข้ามถนนกลับไปยังบ้านพักท่ามกลางไอแดดร้อนจัดยามบ่าย ปล่อยให้หล่อนเฝ้
แววตาคมกริบเมื่อครู่พลันเหวอไปวูบหนึ่ง เขาหลบสายตาหล่อนทันที ก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตาหยิบประแจขึ้นมาถือไว้ ทำทีเป็นง่วนกับการขันน็อตซิงค์ล้างจานต่อแก้เก้อ แต่ในใจมันกลับวุ่นวาย! เขตต์นทีหยุดมือจากงานที่ทำอยู่ เขาค่อยๆ หมุนตัวกลับมาราบเรียบ แววตาเลิกลั่กเหวอแบบเมื่อครู่ลง สายตาคมกริบและจริงจังถูกส่งกลับมาที่อาภาอีกครั้ง "ผมถามคุณสองข้อ" น้ำเสียงของเขาต่ำและหนักแน่นจนบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที อาภานิ่งไป หล่อนตั้งใจฟัง "ข้อแรก... ตอนนี้คุณมีทนายความฝีมือดีที่ไว้ใจได้หรือยัง?" เขายกนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว "และข้อสอง... คุณอยากให้เรื่องนี้มันจบลงบนศาล ให้กฎหมายลากพวกมันมาลงโทษตามขั้นตอน หรืออยากจบ นอกศาล แบบเร็วตัดฉับ เอาสิ่งที่ควรเป็นของคุณคืนมาให้ได้มากที่สุด?" คำถามสองข้อของเขาเรียบง่าย แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้อาภารู้สึกเหมือนมีแสงสว่างเล็กๆ จุดขึ้นในความมืดมนที่หล่อนแบกรับมา “ฉันยังไม่มีทนายหรอก จะรอดูว่าสุดท้ายพวกนั้นจะเอายังไง จะเล่นฉันถึงไหน อีกอย่างช่วงนี้ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะเริ่มขยับอะไรจริงๆ ว่ากันตรงๆแบบไม่แ
อาภานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามเขา แววตาสับสนและเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด หล่อนประสานมือไว้บนตัก แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ตุ๊กตาตัวนี้มันเคยวางอยู่ในห้องทำงานฉัน เป็นของต้นแบบที่สั่งทำเพื่อเสนอลูกค้า” อาภาหยุดไป ก่อนจะเริ่มเล่า “บริษัทที่ฉันเคยทำ... มีผู้ถือหุ้นสามคน คือฉัน แฟนเก่า แล้วก็เพื่อนสนิทอีกคน เราช่วยกันเปิดขึ้นมาตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลย" อาภาหยุดพักหายใจครู่หนึ่ง "ฉันเป็นคนออกหน้าหาลูกค้า รับผิดชอบงานทั้งหมด และชื่อฉันก็เป็นคนเซ็นค้ำประกันเอกสารการเงินทุกอย่างในบริษัท" เขตต์นทีหยุดมือที่กำลังหยิบอุปกรณ์ เขามองหน้าหล่อน ตั้งใจฟัง "แต่พอทุกอย่างเริ่มไปได้ดี สองคนนั้นกลับแอบไปจดทะเบียนเปิดบริษัทใหม่กันเองสองคน แล้วเริ่มแอบเอาพนักงานเก่งๆ ย้ายเครื่องมือ ย้ายของ ย้ายเงินจากบริษัทเดิมไปไว้ที่นั่น... หนักที่สุดคือ พวกเขาไล่โทรหาลูกค้ารายใหญ่ๆ ของฉัน หลอกทุกคนว่าบริษัทเรากำลังปรับโครงสร้างและเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ ให้ย้ายไปทำสัญญากับบริษัทใหม่ของพวกเขาแทน" “ให้เดานะ สองคนนั่นก็แอบกิ๊กกันด้วยดิ่” เขตต์นทีถามโพล่งออกมา







