LOGINเพียงไม่นานโชนก็กดให้เพลงหยุดเล่น ก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่นั่งลงได้
เมื่อโซเฟียนั่งแล้วก็คิดในใจ ว่ากิจกรรมนี้มันมีเพื่ออะไร แค่ให้เต้น ๆ แล้วก็นั่ง แบบนี้คนที่ไม่ชอบเต้น ขี้อาย ก็คงจะลำบากใจน่าดู มันเป็นกิจกรรมสำหรับคนกล้าแสดงออก ไม่เห็นจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรมตรงไหน ..แต่บางที ก็อาจจะทำให้บางคนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้ และอย่างน้อย แค่มีเสียงเพลงครึกครื้นดังในห้องใหญ่นี้ ก็ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดไปได้มากแล้ว หลังจากจบการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ โซเฟียก็เดินช้า ๆ ด้วยความตึงขาออกมาจากห้องประชุมใหญ่ “โอ๊ย.. ไอ้โชนบ้า สั่งให้ย่อยืดตั้ง 50 ที แค่นี้ขาฉันก็จะฉีกตายอยู่แล้ว” เธอบ่นอุบหลังจากดูแล้วไม่มีใครเดินอยู่รอบตัว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตามอาการ ก้าวเท้าต่อไปไม่นานก็เจอม้านั่งยาวตั้งอยู่ริมทางเดิน จึงเดินไปนั่งพักบนนั้น “ตาย ๆ ๆ หาลายเซ็นรุ่นพี่ 999 คนได้แล้วก็ต้องมาทนโดนลงโทษแบบนี้อีก แล้วต้องโดนแบบนี้ไปอีกเท่าไรก็ไม่รู้ ..อ้อ หนึ่งเทอม เฮ้ออ” นั่งทนเจ็บอยู่คนเดียวอย่างนั้น เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงมือถือสั่นดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบจากกระเป๋าออกมาดู “ไอ้หมาบ้า! เผด็จการ! ยังมีหน้าทักมาอีกเหรอ!” SHONE: อยู่ไหน Sophia: ไม่ต้องมายุ่ง! Sophia: ไปไกลๆเลย ชั้นไม่คุยกับนายแล้ว! SHONE: ชั้น? Sophia: ก็ชั้นไง! SHONE: โกรธเหรอ Sophia: ถามได้ Sophia: แบบนี้ชั้นชอบมั้ง Sophia: เจ็บขาไปหมดแล้วเนี่ย Sophia: จะเดินไม่ไหวอยู่ละ Sophia: โอ๊ยหงุดหงิด! SHONE: ฉันให้สิทธิพิเศษใครไม่ได้ รุ่นเธอมีคนทำผิดก็ต้องโดนลงโทษด้วยกันหมด ตามกฎที่เคยคุยกันไว้ SHONE: เข้าใจฉันหน่อยนะโซเฟีย Sophia: เออ ชั้นเข้าใจ Sophia: แล้วทักมาทำไม เอาจริงเห็นนายแล้วหงุดหงิดอะ Sophia: เบื่อ SHONE: อยู่ไหน Sophia: เอ๊ะ ไม่ได้อ่านรึไงที่ชั้นส่งไปน่ะห๊ะ SHONE: จะกลับเองรึไง ขาเจ็บแบบนั้น Sophia: ชั้นหาทางกลับได้ละกัน Sophia: เรียกคนที่บ้านมารับก็ได้ ชั้นรวย SHONE: รอนานนะ ฉันอยู่ที่เดียวกับเธอ ให้ฉันไปส่งไม่ง่ายกว่าเหรอ Sophia: เอ๊ะ ก็บอกว่าไม่อยากเจอหน้า Sophia: เป็นไรของนายห๊ะ อยากจะไปส่งชั้นทำไม Sophia: ประสาทกลับเหรอ โซเฟียเห็นคู่สนทนาเงียบไปก็คว่ำหน้าจอมือถือลงบนตักแล้วเป่าลมหายใจออกเบา ๆ “น่ารำคาญชะมัด ตอแยจริง ๆ ติดใจกีฉันมากหรือไง อิตาบ้า” พูดแล้วก็ดูต้นขาตนเองพร้อมกับขมวดคิ้วเข้ม ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ เธอไม่ชอบใจเลยแม้แต่น้อย เพียงครู่เดียวก็หยิบมือถือขึ้นมาจะกดต่อสายหาคนที่บ้าน ทว่าทำแค่ปลดล็อกหน้าจอเท่านั้น เธอก็ได้ยินเสียงแตรรถดังขึ้นไม่ไกล ปิ้น ปิ้น! หญิงสาวหันไปมองทางต้นเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นรถสปอร์ตคันหรูสีดำขลับก็หันมองดูรอบตัว แต่ก็ไม่เห็นว่ามีใครคนอื่น ปี้น! “อะไรของเขาเนี่ย มาบีบแตรอะไรตรงนี้ ทดสอบแตรหรือไง ..โอ๊ยจะบ้า” Rrr~ โซเฟียที่กำลังมัดปมคิ้วตัวเองหยิบมือถือที่สั่นแจ้งเตือนอีกครั้งขึ้นมาดู เป็นคนคนเดิมที่ส่งข้อความมาหาเธอ “ฮะ?” SHONE: มาขึ้นรถ SHONE: ถ้าเธอไม่ขึ้น ฉันจะบีบแตรอยู่ยังงี้แหละ Sophia: นี่! Sophia: นายจะบ้าเหรอห๊ะ ทำแบบนี้เพื่ออะไร SHONE: มาขึ้นรถเร็วๆ SHONE: นั่งอยู่งั้นยุงไม่กัดรึไง SHONE: ร้อนก็ร้อน SHONE: รถฉันแอร์เย็นนะ จะไม่มาขึ้นจริงเหรอ โซเฟียอ่านข้อความแล้วก็นั่งนิ่งอย่างชั่งใจ ทั้งที่ยังหน้าบูดบึ้งอยู่ ไม่นานก็ยอมลุกจากที่นั่ง เดินกระฟัดกระเฟียดมาขึ้นรถของชายหนุ่มในที่สุด “ลูกคุณหนูเอาแต่ใจจริง ๆ เลยนะเธอเนี่ย” “จะไปส่งฉันก็ไปส่ง หยุดพูดมาก” “ทีหลังปิดประตูให้มันเบา ๆ ฉันว่าแบบเธอพ่อแม่คงสั่งสอนแล้ว แต่เธอไม่ฟังเขาเอง” “อ๊าย! ไอ้บ้าโชน! นายว่าฉันเหรอ!” ชายหนุ่มไม่ตอบ ใบหน้ายังคงเรียบนิ่งอย่างปกติ จากนั้นเขาก็เริ่มออกรถขับต่อไป เมื่อโซเฟียทำอะไรไม่ได้จึงเลือกที่จะตีต้นแขนเขาแก้ขัดไปก่อน “อย่าตี” โชนบอกเสียงเรียบ สายตามองตรงไปที่ถนนด้านหน้าอย่างตั้งใจขับรถ “หึ่ย! ไอ้บ้า! ไอ้นิสัยไม่ดี!” ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนมือไปเปิดเพลงวิทยุให้ดังขึ้น หวังช่วยให้เธอได้ผ่อนคลายอารมณ์ร้อน ทั้ง ๆ ที่ปกติเขาไม่ใช่คนที่ชอบฟังเพลงเวลาขับรถสักเท่าไร.. เมื่อไปถึงหน้าคอนโดฯ หญิงสาวแล้ว ล้อรถทั้งสี่ก็หยุดหมุนลง โชนเห็นคนข้างกายนอนหลับคอพับหมดสภาพอยู่ก็ยกยิ้มมุมปากข้างหนึ่ง นึกหัวเราะอยู่ในใจ “ตื่นได้แล้วโซเฟีย ถึงคอนโดฯ เธอแล้ว” “…” “โซเฟีย” “..อือ” “ถึงแล้ว” “..ถึงแล้วเหรอ” พูดเสียงงัวเงียขณะยังคงหลับตาอยู่ ครู่เดียวก็ค่อย ๆ เปิดเปลือกตาแล้วหันไปมองคนข้างกาย เห็นเขามองตนเองอยู่ก็หันหน้าหนีไม่อยากสบตา ก่อนจะตั้งลำตัวนั่งให้หลังตรงขึ้นกว่าเดิมในเวลาต่อมา “ถ้างั้นฉันลงแล้วนะ ขอบใจนายมากที่มาส่ง” “เดินไปเองไหวไหม” “แค่นี้เอง ฉันเดินไหวอยู่แล้ว” “…” “ไปนะ” “เดี๋ยว” “อะไร” “หายโกรธฉันหรือยัง” “..หายแล้ว จริง ๆ ฉันก็ไม่สมควรโกรธหรอก นายก็แค่ทำตามหน้าที่ ไม่ได้ผิดอะไร” “…” “ฉันขอโทษนายนะที่เหวี่ยงวีนใส่นาย นี่สงสัยฉันคิดได้เพราะได้หลับตื่นหนึ่งแล้วอารมณ์ดีขึ้นมั้ง ฮ่า ๆ” “…” “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปจริง ๆ แล้วนะ” เห็นชายหนุ่มยังมองตนเองนิ่ง ไม่เอ่ยคำใดต่อ เธอจึงยื่นมือจะจับที่มือจับประตู ทว่าเขากลับขัดจังหวะขึ้นอีกครั้ง “พรุ่งนี้ให้ฉันมารับเธอได้ไหม” “ฮะ?” โชนไม่ทวนคำพูด ให้หญิงสาวคิดเอาเอง “จะบ้าเหรอ ไปส่งฉันเดี๋ยวคนที่มอก็เห็นกันหมดหรอก” “ก็อาจจะส่งเธอข้างหน้าทางเข้าคณะฯ แล้วฉันก็ขับเข้าไปจอดรถในคณะฯ ต่อ” “ไม่เอาอะ เสี่ยงโดนคนเห็นอยู่ดี ไม่อยากเป็นขี้ปากชาวบ้าน เดี๋ยวเขานึกกันว่าฉันมีซัมติงกับนาย ฉันได้เป็นบ้าตายพอดี” “มีซัมติงกับฉันแล้วมันทำไม” “เอ๊า ถามได้ ใครจะอยากโดนเข้าใจผิดว่าตัวเองคบกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้าล่ะ” “…” “เรื่องที่เราเอากันมันก็แค่การสนองความเงี่ยนที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่ถ้าจะให้เราคบกันหรือเป็นมากกว่าที่เป็นตอนนี้ ฉันพูดเลยว่าไม่มีทาง ฉันไม่ชอบนาย แล้วฉันก็ไม่อยากคบกับผู้ชายคนไหนด้วย อยากพักใจมารักตัวเองก่อน เป็นตัวแม่แบบโซะ ๆ อะ รู้จักมะ” “…” “ตกลงตามนี้ พรุ่งนี้นายไม่ต้องมารับฉัน แล้วทีหลังก็ไม่ต้องมาส่งแบบนี้แล้วด้วย เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เดี๋ยวจะรู้สึกพิเศษกันไปเปล่า ๆ” “…” “ไปนะ” “อืม เดินไปดี ๆ มีอะไรก็บอกฉันได้” “ค่า พี่หัวเสื้อขาวโดนครีมกันแดด” ปึ้ง! ยังไม่ทันได้คิดตีความคำพูดของเธอ เขาก็ต้องตกใจเสียงปิดประตูรถก่อน “บอกให้ปิดเบา ๆ มือคนหรืออะไร เล็กแบบนั้นแต่แรงดีชะมัด” “..เสื้อขาวโดนครีมกันแดด ..สีเหลืองน่ะเหรอ” “..ยัยตัวแสบ ช่างสรรหาคำมาเรียกจริง ๆ” วันต่อมา.. ในห้องประชุมเชียร์ รุ่นน้องปีหนึ่งทุกคนต่างต่อแถวออกมารับเสื้อเชียร์กันอย่างเป็นระเบียบ “ใครได้เสื้อแล้ว! กลับมานั่งที่ของตัวเองให้เรียบร้อย!!” “ผมขอแสดงความยินดีกับพวกคุณทุกคน! ที่ได้เข้าเชียร์อย่างเป็นทางการ! ขอให้พวกคุณ! ขอบคุณในความพยายาม! อดทนฝ่าฟันอุปสรรคที่มีตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาของตัวเอง! พวกคุณมายืนอยู่ที่นี่! ในวันนี้ได้! เพราะตัวพวกคุณเองทั้งนั้น!! ส่วนเสื้อเชียร์! ผมขอให้พวกคุณทุกคน! ใส่กันมาเข้าเชียร์ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป! ถ้ามีใครไม่ใส่มาแม้แต่คนเดียว! พวกคุณทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ!!” “…” “รับทราบ?!!” “รับทราบครับ/ค่ะ!!!” “จอม รหัส 019!!” นัทตะโกนเรียกขึ้น “…” “ขานรับดิ!!” “ค.. ครับ!” “ลุกขึ้นยืน!!” … “บอกชื่อพวกผมทั้ง 12 คน! เริ่ม!!” “เอ่อ.. พี่โชน พี่นัท พี่เจมส์ พี่เปปเปอร์ พี่ต้า พี่ปาร์ค พี่เกม พี่นักรบ เอ่อ.. พี่ภีม ..พี่ไทม์ เอ่อ พี่ไฟ.. พี่บีม..” “ดี! นั่งลงได้!!” “ขอบคุณครับ!” จอมยิ้มกว้างอย่างดีใจพลันยกมือไหว้ขอบคุณหนุ่มรุ่นพี่ ก่อนจะนั่งลงดังเดิม พี่ว้ากแต่ละคนสุ่มเรียกรุ่นน้องทีละคนไปเรื่อย ๆ จนถึงตานักรบ.. “โซเฟีย รหัส 220!” เจ้าของชื่อสะดุ้งขึ้น ก่อนหน้านี้เธอลืมสนิทว่าโชนเคยบอกว่าจะสุ่มถามชื่อพี่ว้าก เธอเลยไม่ได้จำชื่อแต่ละคนมา เพิ่งมาจำตามที่คนอื่นพูดในห้องนี้เมื่อกี้เอง ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้จำได้หมดหรือยัง.. “โซเฟีย รหัส 220!!” “คะ!” “ลุกขึ้น!” … “พี่โชน พี่เปปเปอร์ พี่ภีม” “เดี๋ยว!! ผมยังไม่ได้สั่ง!” “…” “ผมจะเปลี่ยนคำสั่ง โดยจะสุ่มชี้พี่ว้าก แล้วให้คุณพูดชื่อเขา” ‘ฉิบหายแล้ว!’ เสียงแรกที่ดังขึ้นในหัวของเธอ เธอจำชื่อได้ แต่บางชื่อก็ไม่รู้ว่าเจ้าของชื่อคือคนไหน ..ตาย ๆ ๆ “คนนี้!!” “พี่ภีมค่ะ!” “คนนี้!!” “พี่นัทค่ะ!” “พี่บีมค่ะ!” “พี่เจมส์ค่ะ!” “พี่ต้าค่ะ!” ทว่าพอนักรบชี้ไปที่ไทม์ เธอกลับตอบไม่ได้ในทันที “เอ่อ..” ทำไงดี มันติดอยู่ที่ปาก เธอจำไม่ได้ นึกไม่ออก ..แบบนี้จะซี้แหงแก๋ไหมเนี่ย ทุกสายตาต่างจ้องมองมาที่โซเฟีย ทั้งกดดันและให้กำลังใจ โซเฟียชำเลืองมองโดยรอบก็ไม่มีใครกระซิบบอกสักคน โอ๊ย.. ตัวแม่จะเครซี่!! เอาวะ.. เป็นไงเป็นกัน! “น้อง!!” เหล่าพี่ปี 2 ต่างวิ่งเข้ามาดูเธอกันทันที เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่คนเดียวในกลุ่มของปีหนึ่งตอนนี้ทิ้งตัวหมดสติลงกับพื้น โชนเบิกตาโตเล็กน้อย เกือบจะก้าวเท้าวิ่งลงเวทีไปหาหญิงสาวด้วยความตกใจ แต่ยังควบคุมตัวเอง ห้ามไว้ได้อยู่ “เอ๊า เป็นลมไปเฉย” นักรบพูดขึ้น โชนจึงหันไปมองเขา บอกทางสายตาว่าให้เขาหยุดพล่ามสักที มันน่ารำคาญ คนถูกมองเห็นแล้วจึงสงบเสงี่ยมลงอย่างเชื่อฟังเขาในทันที “คนต่อไป!!” ผู้เป็นเฮดว้ากสั่งขึ้นเพื่อให้ทุกคนเลิกสนใจหญิงสาวซึ่งเพิ่งแกล้งหมดสติไป ถึงอย่างนั้นก็เป็นเขาเองที่ยังคงคอยพะวงอยู่กับเธอไม่คลาย สรุปเธอแกล้ง หรือเป็นลมจริงกันแน่.. เขาอยากไปดูเธอใกล้ ๆ ให้รู้แล้วรู้รอดจริง ๆ โปรดติดตามตอนต่อไป..เพียงไม่นานโชนก็กดให้เพลงหยุดเล่น ก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่นั่งลงได้เมื่อโซเฟียนั่งแล้วก็คิดในใจ ว่ากิจกรรมนี้มันมีเพื่ออะไร แค่ให้เต้น ๆ แล้วก็นั่ง แบบนี้คนที่ไม่ชอบเต้น ขี้อาย ก็คงจะลำบากใจน่าดู มันเป็นกิจกรรมสำหรับคนกล้าแสดงออก ไม่เห็นจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรมตรงไหน..แต่บางที ก็อาจจะทำให้บางคนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้และอย่างน้อย แค่มีเสียงเพลงครึกครื้นดังในห้องใหญ่นี้ ก็ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดไปได้มากแล้วหลังจากจบการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ โซเฟียก็เดินช้า ๆ ด้วยความตึงขาออกมาจากห้องประชุมใหญ่“โอ๊ย.. ไอ้โชนบ้า สั่งให้ย่อยืดตั้ง 50 ที แค่นี้ขาฉันก็จะฉีกตายอยู่แล้ว” เธอบ่นอุบหลังจากดูแล้วไม่มีใครเดินอยู่รอบตัว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตามอาการ ก้าวเท้าต่อไปไม่นานก็เจอม้านั่งยาวตั้งอยู่ริมทางเดิน จึงเดินไปนั่งพักบนนั้น“ตาย ๆ ๆ หาลายเซ็นรุ่นพี่ 999 คนได้แล้วก็ต้องมาทนโดนลงโทษแบบนี้อีก แล้วต้องโดนแบบนี้ไปอีกเท่าไรก็ไม่รู้ ..อ้อ หนึ่งเทอม เฮ้ออ”นั่งทนเจ็บอยู่คนเดียวอย่างนั้น เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงมือถือสั่นดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบจากกระเป๋า
เกือบ 20 นาทีต่อมา โซเฟียขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ของอาคารซึ่งโชนนัดไว้ เมื่อถึงแล้วก็เดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำ เธอมองซ้ายขวาดูคนโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบชะเง้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทว่าก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ ประตูห้องย่อยก็เปิดหมดทุกห้อง“สุดท้ายก็ไม่รอสินะ เหอะ จะให้มาหาทำไมก็ไม่รู้ ดีนะเนี่ยไม่มีใครยืนฉี่อยู่ งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาได้นึกว่าโรคจิตแน่ ๆ” พูดพึมพำกับตนเองแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำหญิงต่อ“เฮ้อ” โซเฟียถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเข้ามาในห้องสุขาแล้ว เธอเพิ่งเห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ประตูปิดอยู่จึงปิดปากตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องที่ว่าง ทว่ากำลังจะปิดประตูก็ได้ยินเสียงคนในห้องนั้นเปิดประตู ก่อนจะมีคนหนึ่งมาดันประตูขณะที่เธอกำลังจะล็อก แล้วใครคนนั้นก็เข้ามาพลันรีบปิดปากคนกำลังจะส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำนิ้วให้เธอเงียบเสียงโซเฟียมองคนตรงหน้านิ่ง ดวงตาค่อย ๆ ลดขนาดลงจากการเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเมื่อครู่ หลังจากเห็นชัดแล้วว่าคนที่ปิดปากตนเองอยู่ตอนนี้คือใครโชนยื่นมืออีกข้างไปล็อกประตู จากนั้นก็นำมือที่ปิดปากอีกคนอยู่ออก“นายมารออยู่ในห้องน้ำหญิงเหรอ” ตอนนี้พูดถามได้ เพราะยั
“เธอติดกระดุมผิดรู” โชนบอกขณะนั่งดูอีกคนสวมเสื้อนักศึกษาทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตักตน“ฮะ?”เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เธอ เพื่อจะเรียงลำดับการติดใหม่“เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย”“ก็จะติดกระดุมให้ใหม่ไง เมื่อกี้ถ้าเธอติดต่อนะ เม็ดสุดท้ายไม่มีรูให้เข้าแน่”“…”“โตขนาดนี้แล้วยังติดกระดุมผิดรังดุมอยู่อีก”“นี่ ทุกคนก็ติดผิดได้ไหม ไม่เกี่ยวว่าอายุเท่าไรเถอะ อีกอย่างในนี้ก็มืด รังดุมมันก็เหมือนกันหมด”“ติดกระดุมผิดแค่นี้ ยังจะพยายามพูดให้ตัวเองไม่ผิด”“อ้าว ทำไมพูดงี้อะ เดี๋ยวก็ขย่มให้โจ้ยหลุดซะเลยนี่”“ทำได้เหรอ แค่ตอนนี้ของเธอก็บวมฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”“…”“ทำไมเงียบ ไม่สู้ต่อล่ะ”“ก็เจ็บจริง ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็พูดไปงั้นแหละ ตอนนี้เอาอะไรเข้ามาไม่ได้แล้ว พอเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ารำคาญชะมัด”“…”คนหน้าบูดบึ้งยกมือจะติดกระดุมให้ตัวเอง แต่ชายหนุ่มจับมือเธอห้ามไว้ก่อน“เดี๋ยวฉันติดให้”“ฉันติดเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง”“อย่าดื้อ” โชนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น เชิงดุ“…” เธอยอมเงียบเสียงแล้วหยุดการกระทำต่อต้านลง“ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อย แต่ฉ
โชนไล่ฉกชิมความหวานจากเรียวกลีบปากอวบอิ่มของอีกคนพลันส่งลิ้นเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มเพื่อตวัดเก็บกลืนสารคัดหลั่งที่ตนเพิ่งฉีดพ่นเข้าปากเธอไป หญิงสาวเกร็งตัว ไม่ได้ตอบสนองอะไรเขาไปสักทาง เพราะตกใจที่ชายหนุ่มจับมาจูบ และเจ็บตึงอยู่ที่ปากทางเธอทุบอกเขาเบา ๆ เพราะถอยหน้าออกไม่ได้ จากการที่ยังมีมือหนาจับรั้งไว้ตรงหลังคอ เมื่อเก็บความหวานจากโพรงปากเล็กจนพอใจแล้ว โชนจึงยอมปล่อยมือที่เป็นสิ่งกีดขวางความต้องการของคนบนร่างไว้“ทำอะไรของนายเนี่ยฮะ?! ฉันบอกไม่ให้จูบไง!”“ก็ไม่ได้จูบ แค่รับน้ำของฉันต่อจากปากเธอมาอย่างที่เธออยากทำไง”“ปากแตะปากขนาดนี้ ไหนจะลิ้นนายที่เข้าปากฉันมาอีก มันจะไม่เรียกว่าจูบได้ยังไง!”“หึ”“แล้วของนายเนี่ยเมื่อกี้มันเข้ารูฉันมาแล้ว ไม่รู้สึกหรือไงฮะถามจริง? หัวใหญ่มากจนฉันตึงไปหมด”“ก็รู้สึกอุ่น ๆ แล้วก็เหมือนมีอะไรตอด”“รู้แล้วทำไมยังไม่ทำอะไรอีก”“แล้วจะให้ทำอะไร ก็มันเข้าไปแล้ว ของเธอกับของฉันมันคงอยากทักทายกัน เลยเข้ากันได้ตรงล็อกพอดี”“นายนี่มัน”“..แล้วนี่รู้ไหมว่าฉันไม่ได้ใส่ถุงยาง”“รู้”“แล้วทำไมไม่ว่าอะไร”“ฉันฝังยาคุมแล้ว สดได้ เรื่องโรคก็คงไม่น่าเป็นห่วง เพราะนา
เม็ดเชอร์รีสีหวานอันแข็งขื่นกำลังถูกครอบงำโดยโพรงปากใหญ่ ให้ความรู้สึกกระสันเสียวเมื่อเจ้าของโพรงกว้างออกแรงดูดพลางใช้ลิ้นเลียตวัดสะกิดยอดถันให้สั่นระริกไม่หยุดโซเฟียกัดริมฝีปากล่างก้มหน้ามองการกระทำของอีกคนด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วจับรั้งศีรษะเขาให้เข้ามาแนบชิดหน้าอกของตนมากกว่าเดิม จนปลายจมูกสันโด่งจมลงไปในก้อนเนื้ออวบสีขาวเนียนเสียงสูดปากครางในลำคอดังขึ้นจากคนได้รับการปรนเปรอ ทำให้ผู้กำลังทำหน้าที่มอบความรัญจวนใจรู้สึกพึงใจที่ตนทำให้อีกฝ่ายเสียวซ่านได้ เสียงอันเซ็กซี่ของเธอ ส่งผลให้สิ่งแข็งขื่นของชายหนุ่มปวดหนึบมากกว่าเดิมเมื่อดูดเลียยอดถันจนพอใจแล้ว โชนก็ถอยหน้าออกแล้วเลื่อนกลับมากดจมูกลงที่ข้างคอระหง เธอเอียงศีรษะให้เขาได้ทำตามใจ มือก็จับขยำกลุ่มผมหนาของชายหนุ่มไปมาตามอารมณ์“นายไม่เคยทำกับใครมาก่อนจริงเหรอ” ถามด้วยเสียงกระเส่าโชนผละหน้าออกมาจากก้านคอของคนบนตัก มองสบตากับเธอก่อนจะเอ่ยตอบ“ปกติฉันทำแต่กับของเล่น ไม่เคยทำกับคนจริง ๆ”“…”“เธอกำลังจะเป็นคนแรกของฉัน”“..รู้สึกพิเศษ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าคนพูดไม่ใช่นาย หึ่ย ขนลุก”“ปากดี”เธอทำปากมุบมิบล้อเลียนคำพูดขอ
ขณะที่กลุ่มของโชนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ต้าก็เดินผ่านมา โชนเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีจึงเรียกเขาไว้“ไอ้ต้า”เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นโชนพยักหน้าลงครั้งหนึ่งเชิงเรียกให้เดินไปหา ต้าจึงทำตามที่เขาต้องการ“เมื่อวานมึงให้แป้งพูดแบบนั้นทำไม”“เปล่า ก็แกล้งเฉย ๆ”“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”“เฮ้ย มึงอย่าจริงจังดิ” ต้าพูดยิ้ม ๆ กับโชน กลบเกลื่อนความเกรงกลัวเขาที่ตนเองกำลังมี“ไม่จริงจังเหี้ยไร มึงให้แป้งพูดแบบนั้นเสียงดัง คนที่เดินอยู่รอบ ๆ ได้ยินกันหมด กูไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่แป้งเสียหาย”“..ขอโทษ”“ไปขอโทษแป้งด้วย ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่สนุก คิดถึงคนอื่นบ้างดิว่าเขาจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง”“..แป้งไม่คิดอะไรหรอก ที่ให้พูดก็ไม่ได้พูดชื่อแป้งนี่”“มึงยังจะเถียงกูอีกเหรอ!” โชนลุกยืนพลันโน้มตัวลงไปจับคอเสื้อของต้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะเดียวกันกระชากขึ้น“เฮ้ย ๆ ๆ โชนมึงใจเย็น” กลุ่มเพื่อนช่วยกันห้ามทันควัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มือแกร่งยอมปล่อยออกจากคอเสื้อของอีกคนได้“กูขอโทษ.. ขอโทษจริง ๆ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว”โชนยังคงจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดันไปด้







