LOGINเกือบ 20 นาทีต่อมา โซเฟียขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ของอาคารซึ่งโชนนัดไว้ เมื่อถึงแล้วก็เดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำ เธอมองซ้ายขวาดูคนโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบชะเง้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทว่าก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ ประตูห้องย่อยก็เปิดหมดทุกห้อง
“สุดท้ายก็ไม่รอสินะ เหอะ จะให้มาหาทำไมก็ไม่รู้ ดีนะเนี่ยไม่มีใครยืนฉี่อยู่ งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาได้นึกว่าโรคจิตแน่ ๆ” พูดพึมพำกับตนเองแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำหญิงต่อ “เฮ้อ” โซเฟียถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเข้ามาในห้องสุขาแล้ว เธอเพิ่งเห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ประตูปิดอยู่จึงปิดปากตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องที่ว่าง ทว่ากำลังจะปิดประตูก็ได้ยินเสียงคนในห้องนั้นเปิดประตู ก่อนจะมีคนหนึ่งมาดันประตูขณะที่เธอกำลังจะล็อก แล้วใครคนนั้นก็เข้ามาพลันรีบปิดปากคนกำลังจะส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำนิ้วให้เธอเงียบเสียง โซเฟียมองคนตรงหน้านิ่ง ดวงตาค่อย ๆ ลดขนาดลงจากการเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเมื่อครู่ หลังจากเห็นชัดแล้วว่าคนที่ปิดปากตนเองอยู่ตอนนี้คือใคร โชนยื่นมืออีกข้างไปล็อกประตู จากนั้นก็นำมือที่ปิดปากอีกคนอยู่ออก “นายมารออยู่ในห้องน้ำหญิงเหรอ” ตอนนี้พูดถามได้ เพราะยังไม่ได้ยินเสียงคนข้างนอกเข้ามาในห้องน้ำ “จะให้ฉันไปรอในห้องน้ำชายหรือไง เธอเป็นผู้หญิง ฉันไม่อยากให้เธอไปเข้าห้องน้ำที่เป็นเซฟโซนฉันเอง ฉันมาเซฟโซนเธอดีกว่า” “…” “แล้วทำไมเพิ่งมา บอกให้มาตั้งนานแล้ว ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่ชอบรอ” “แล้วใครใช้ให้รอล่ะ ให้มาหาทำไมก็ไม่บอก ฉันก็เลยไม่มาสิ ใครจะอยากมาเจอนายบ่อย ๆ” “…” “แต่ฉันก็กลัวนายจะรออยู่ดี สุดท้ายก็เลยยอมถ่อตัวเองมา แล้วเมื่อกี้ก็ลองไปแอบ ๆ ดูที่ห้องน้ำชาย ไม่เห็นมีใครอยู่ ฉันก็นึกว่านายไม่รอแล้ว” “แล้วทำไมไม่มาหาในห้องน้ำหญิงด้วย” “ก็ใครจะคิดว่าคนอย่างนายจะมาแอบรอในห้องน้ำหญิงล่ะ” “…” “ก็ไม่คิดว่าจะใส่ใจคนอื่นเป็นแบบนี้” “ก็คิดซะตอนนี้” “…” “ดูดิฉันรอเกือบครึ่งชั่วโมง ร้อนก็ร้อน เหงื่อออกเต็มไปหมด ไม่เคยยอมรอใครขนาดนี้เลยนะ” “แล้วฉันต้องรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของนายหรือไง” ถามพลางก้มหน้าเปิดกระเป๋าสะพายของตน หยิบทิชชูออกมาสามแผ่น “ก็.. ไม่ต้องหรอก เธอไม่ได้ขอให้ฉันรออย่างที่เธอพูดจริง ๆ ฉันรอของฉันเอง” หญิงสาวมองเขาพูดนิ่ง ทั้งสองประสานสายตากันอยู่อีกครู่หนึ่งแล้วโซเฟียก็เอ่ยต่อ “ทีหลังบอกให้ชัดด้วยว่ารอที่ไหน ถ้ารอในห้องน้ำแบบนี้อีกก็พูดมาเลยว่าห้องหญิงหรือชาย เคไหม” “อืม” เธออมยิ้มพลันยกมือที่จับทิชชูอยู่มาซับเช็ดใบหน้าให้เขาเบา ๆ โชนตกใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะทำพฤติกรรมอ่อนโยนกับตนแบบนี้ “ที่ตัวก็ทนให้มันเปียกไปนะ ฉันคงไม่ถอดเสื้อผ้านายเช็ดให้” “ขอบใจนะ” “ชิล ที่นายทนรอฉันแบบนี้น่าขอบใจกว่าอีก นี่ถ้าฉันไม่ปวดฉี่ นายคงต้องรอจนไม่รอเลยแน่ ๆ” “…” “แล้วนี่รู้ได้ไงว่าเป็นฉันที่เข้ามา” “ได้ยินเสียงถอนหายใจ” “ฮะ? แค่เสียงถอนหายใจก็จำได้เลยเหรอ” “จำได้จากเสียงลมหายใจของเธอที่ตอนนั้นเราอยู่ด้วยกันบนรถ เธอหายใจแรงให้ฉันได้ยินตลอด” “ไอ้บ้า ก็มันทั้งเสียวทั้งจุก ใครจะทนหายใจเบา ๆ ได้อยู่ล่ะ” พูดจบก็หันไปทิ้งทิชชูลงในถังขยะ “ก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่บอกเหตุผลไง” “..แล้วนี่ ตกลงเรียกฉันมาทำไม” “จะฉี่ไม่ใช่เหรอ ฉี่สิ” “จะบ้าเหรอ มีอะไรก็พูดมาเลยสิ ฉันค่อยฉี่ตอนนายออกไปแล้ว จะให้ฉันนั่งฉี่ให้นายดูหรือไง” “ใช่ ฉี่เลย เพราะยังไงฉันก็รอจะดูแลตรงนั้นให้เธอต่ออยู่แล้ว” “ฮะ?” “ทำไม เห็นกันมาหมดแล้ว จะกลัวอะไรอีก” “ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย ก็แค่ไม่เข้าใจ ตกลงนายจะทำอะไร ช่วยบอกให้ชัด ๆ ได้ไหม” “ฉันจะทายาให้ตรงนั้นของเธอ” “ฮะ? อ๊ะ! เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย มาถกกระโปรงฉันทำไม!” “ชู่! ฉันก็จะให้เธอฉี่ไง เลิกพูดมากสักทีได้ไหม เบาเสียงด้วย เดี๋ยวคนข้างนอกได้ยินก็มาดูกันหรอก” “ไม่มีใครได้ยินหรอก ชั้นนี้แทบไม่มีคน ห้องที่ใช้เรียนก็อยู่อีกฝั่งของตึก” “ยังจะพูดมากอีก” “จิ๊” “ฉี่ได้แล้ว ฉันไม่ดูหรอก เดี๋ยวหันหลังให้” “เอาจริงดิ แต่นายก็ได้ยินเสียงน้ำฉี่ฉันออกมาอยู่ดี น่าอายอะ” “เฮ้อ เสียงครางก็ได้ยินมาแล้ว แค่เสียงน้ำฉี่จะอายทำไม ฉันไม่ได้เพิ่งเคยเห็นคนฉี่ครั้งแรกในชีวิตนะ ฉันเองก็ฉี่มาทั้งชีวิตแล้วเหมือนกัน” “…” “ฉี่ไป ฉันรอ” … “เสร็จแล้ว” โซเฟียบอกหลังจากทำความสะอาดของลับของตน ลุกขึ้นนำกระโปรงที่ถกขึ้นอยู่ปล่อยลง แล้วกดชักโครกเรียบร้อย โชนพลิกตัวกลับมาจับฝาชักโครกปิดลง ก่อนจะพาให้ร่างบางนั่งลงไปบนฝาชักโครกนั้น แล้วจับขาเธอยกขึ้นข้างหนึ่งพลันทำให้แยกออกกว้าง “เอ๊ย..” โซเฟียร้องตกใจเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะรู้แล้วก่อนหน้านี้ ว่าเขาจะทำอะไร โชนถอดกางเกงชั้นในของหญิงสาวออก ตั้งใจดูเนื้อแคมสีแดงระเรื่ออย่างพิจารณาอาการของเธอ “แดงไม่แพ้วันนั้นเลย เธอได้ทายาบ้างหรือเปล่า” “เปล่า..” “แล้วทำไมไม่ทา” “ฉันไม่รู้ว่ามันทาได้..” “..ฉันว่าแล้ว นี่ฉันก็เลยซื้อยามาจะทาให้เธอ” “พูดงี้คือไง นายคิดว่าฉันเป็นคนซื่อบื้อ ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยหรือไง” “หรือไม่จริง?” “หน็อยย- โอ๊ย!” “อย่าขยับ มาโดนนิ้วฉันก็เจ็บสิ” “…” “นั่งดี ๆ แค่แยกขาไว้งี้ก็พอ เดี๋ยวฉันให้นิ้วฉันไปหาของเธอเอง” “..พูดบ้าอะไรของนาย” “หึ” “…” “เจ็บไหม” “นิดหน่อย มันเสียว ๆ แปลก ๆ” “จิตใจหมกมุ่นนะเธอน่ะ” “นี่! ไม่ได้หมายถึงเสียวแบบนั้นซะหน่อย” “ถ้าไม่ติดว่าเธอเจ็บอยู่ ฉันจับเ_ดตรงนี้ไปแล้ว เห็นของเธอขมิบแล้วมันน่ากระแทกใส่ให้หยุด” “ไอ้บ้า! ทะลึ่ง!” “ฮ่า ๆ ๆ” “คนลามก! มันขมิบเองเถอะ ฉันไม่ได้บังคับอะไรเลย” “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเธอตั้งใจขมิบเองซะหน่อย” “..ตั้งใจทายาไป พูดมากอยู่ได้” เขาหยักโค้งมุมปากบาง ๆ ไม่นานก็ทายาให้เธอเรียบร้อย จากนั้นก็เป่าปากให้ลมตีกระทบความอ่อนโยนของหญิงสาวไป โซเฟียก้มมองชายหนุ่มดูแลตัวเองแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งในใจ เธอมองเขาไม่ละสายตา จนเขาเงยหน้ามามองสบตากับเธอในที่สุด “เรียบร้อย เวลาเดินก็พยายามทนหน่อย เดินอย่างที่เธอเดินวันนี้ คนเห็นได้รู้หมดพอดีว่าเธอโดนมา” “ไม่มีใครรู้หรอกน่า สภาพฉันติ๋มแบบนี้ ไม่มีใครคิดหรอกว่าจะมีเรื่องเซ็กซ์” “…” “ยังไงก็ขอบใจนะ” “อย่าคิดว่าฉันพิศวาสเธอถึงได้ซื้อยามาทาให้แบบนี้นะ ฉันก็แค่อยากรับผิดชอบในสิ่งที่ฉันทำไป แล้วทำให้เธอเป็นแบบนี้” “แหม ใครจะไปคิด ถ้าคิดฉันก็คงจะอ้วกแล้ว น้ำหน้าอย่างนายน่ะเหรอจะมาพิศวาสฉัน ฟ้าได้ผ่าตายกันพอดี” “หึ” “แล้วจริง ๆ นายไม่ต้องรับผิดชอบก็ได้นะ มันเรื่องธรรมชาติ ของผู้หญิงโดนแท่งของผู้ชายยัดมาแล้วก็ชักเข้าชักออกหลายที ไม่แปลกหรอกที่จะบวมจะฉีกงี้ได้” “แต่มันเป็นเพราะของฉันใหญ่ เธอเลยเจ็บขนาดนี้ ผ่านมาวันหนึ่งแล้ว เธอก็ยังไม่ดีขึ้นเลย” “ถ้าของผู้เล็ก ฉันจะไม่เป็นงี้เหรอ” “ใช่สิ” “..ไม่เชื่อ ไว้ฉันไปหาลองพิสูจน์ดูเองดีกว่า” “..หานัดมั่วซั่ว ระวังเรื่องโรค” “แล้วจะให้ฉันทำกับนายคนเดียวหรือไง เราแค่วันไนต์กันนะ ไม่ใช่แฟน ไม่มีสิทธิ์หวงนะคะ” “ใครหวง” “หึ ..เออน่า นายไม่ต้องคิดมากเรื่องที่กีฉันบวมงี้หรอก เดี๋ยวต่อไปฉันทายาเอง ไม่นานก็หายแล้ว” “ดี อย่าลืมทาล่ะ เอายาฉันไปนี่แหละ” “ขอบใจ” “อืม” “แต่จะว่าไป.. จริง ๆ นายทำดีหวังผลใช่ไหมล่ะ หวังจะให้ฉันซาบซึ้งใจ แล้วก็ยอมให้นายได้เอาอีกรอบสมใจสินะ” “ไม่ได้คิดแบบนั้น” “หึ ไม่เชื่อหรอก คนอย่างนายเหรอจะมาทำดีกับฉันโดยไม่หวังอะไรตอบแทน เราไม่ได้ญาติดีกันสักหน่อย” “..แล้วแต่จะคิดละกัน ฉันถือว่าฉันได้รับผิดชอบแล้ว ไปนะ” “นี่ไง ก็แค่ทำให้ตัวเองสบายใจขึ้น ไม่ได้ทำเพื่อฉันจริง ๆ หรอก หึ ฉันเกือบจะหลงกลนายแล้วเชียว” ชายหนุ่มออกจากห้องไปแล้วก็ปิดประตูลงดังเดิม จากนั้นก็เดินไปจากห้องน้ำทันที “จะว่าไป.. มันก็ดีนะ” โซเฟียพูดกับตัวเอง ก่อนจะยกยิ้มออกมาบาง ๆ เธอหยิบถุงยาของเขาขึ้นมาดู แล้วใช้นิ้วดีดไปหนึ่งที “คนแข็งกระด้างอย่างนาย ใครจะคิดว่ามีมุมอ่อนโยนกับคนอื่นก็เป็น หึ” ช่วงเย็นวันเดียวกัน ณ ห้องประชุมเชียร์ มีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 นั่งเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ มองมาที่กลุ่มคนบนเวทีซึ่งกำลังยืนด้วยท่าทีเคร่งขรึมอยู่ ตอนนี้พี่ว้ากกำลังให้แต่ละแถวทำกิจกรรมละลายพฤติกรรม โดยการให้แต่ละคนในแถวเต้นตามจังหวะเพลง ซึ่งเป็นเพลงเร็วเหมือนกันทุกแถว ทว่าคนละเพลง “ต่อไปแถวที่ 9! แถวนี้เลขมงคล! เพราะฉะนั้น!! พวกผมจะให้เฮดว้ากเป็นคนเลือกเพลงเอง!” เฟรชชีในแถวดังกล่าวต่างหันมองหน้ากันด้วยความกังวล ในแถวนั้นมีโซเฟียอยู่ด้วย นั่นยิ่งทำให้เธอคิดสงสัยในตัวโชน ว่าเขาวางแผนจะแกล้งอะไรเธอหรือเปล่า “แถวที่ 9! ลุกขึ้น!!” โชนออกคำสั่ง รุ่นน้องในแถวนั้นจึงรีบทวนคำสั่งแล้วลุกขึ้นยืนทันที โชนรับไอแพดซึ่งเชื่อมบลูทูธกับลำโพงของห้องประชุมใหญ่นี้อยู่ต่อจากเปปเปอร์มา จากนั้นเขาก็เซิร์ชชื่อเพลงแล้วเปิดให้ดังขึ้น โดยไม่มีการให้จังหวะเตรียมตัวแก่รุ่นน้องก่อนเลยแม้แต่น้อย เมื่อเพลงขึ้น โซเฟียก็แอบยกยิ้มกริ่ม เพราะเพลงนี้เธอเคยออกลีลาในผับมาก่อน จึงไม่ต้องคิดอะไรมาก แล้วใส่ไลน์เต้นเดิมไปอย่างมั่นใจในทันที ทำมือที่เคยถือแก้วเหล้าเป็นกำมือธรรมดา แล้วโยกย้ายส่ายสะโพกเบา ๆ ไปตามจังหวะเพลง คุ้นชินในท่วงท่าประจำของตน โชนมองดูโซเฟียแล้วก็กระตุกคิ้วเบา ๆ ก่อนจะมัดปมเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้.. ในสายตาเขามีเพียงเธอคนเดียว เขาไม่อาจละสายตาจากเธอได้เลย.. โปรดติดตามตอนต่อไป..เพียงไม่นานโชนก็กดให้เพลงหยุดเล่น ก่อนจะบอกให้รุ่นน้องที่ยืนอยู่นั่งลงได้เมื่อโซเฟียนั่งแล้วก็คิดในใจ ว่ากิจกรรมนี้มันมีเพื่ออะไร แค่ให้เต้น ๆ แล้วก็นั่ง แบบนี้คนที่ไม่ชอบเต้น ขี้อาย ก็คงจะลำบากใจน่าดู มันเป็นกิจกรรมสำหรับคนกล้าแสดงออก ไม่เห็นจะช่วยให้ทุกคนละลายพฤติกรรมตรงไหน..แต่บางที ก็อาจจะทำให้บางคนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในระยะเวลาสั้น ๆ นี้ก็ได้ ใครจะไปรู้และอย่างน้อย แค่มีเสียงเพลงครึกครื้นดังในห้องใหญ่นี้ ก็ช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดไปได้มากแล้วหลังจากจบการเข้าประชุมเชียร์ในวันนี้ โซเฟียก็เดินช้า ๆ ด้วยความตึงขาออกมาจากห้องประชุมใหญ่“โอ๊ย.. ไอ้โชนบ้า สั่งให้ย่อยืดตั้ง 50 ที แค่นี้ขาฉันก็จะฉีกตายอยู่แล้ว” เธอบ่นอุบหลังจากดูแล้วไม่มีใครเดินอยู่รอบตัว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตามอาการ ก้าวเท้าต่อไปไม่นานก็เจอม้านั่งยาวตั้งอยู่ริมทางเดิน จึงเดินไปนั่งพักบนนั้น“ตาย ๆ ๆ หาลายเซ็นรุ่นพี่ 999 คนได้แล้วก็ต้องมาทนโดนลงโทษแบบนี้อีก แล้วต้องโดนแบบนี้ไปอีกเท่าไรก็ไม่รู้ ..อ้อ หนึ่งเทอม เฮ้ออ”นั่งทนเจ็บอยู่คนเดียวอย่างนั้น เพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงมือถือสั่นดังขึ้น เธอจึงล้วงหยิบจากกระเป๋า
เกือบ 20 นาทีต่อมา โซเฟียขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ของอาคารซึ่งโชนนัดไว้ เมื่อถึงแล้วก็เดินไปบริเวณหน้าห้องน้ำ เธอมองซ้ายขวาดูคนโดยรอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงรีบชะเง้อเข้าไปในห้องน้ำชาย ทว่าก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ ประตูห้องย่อยก็เปิดหมดทุกห้อง“สุดท้ายก็ไม่รอสินะ เหอะ จะให้มาหาทำไมก็ไม่รู้ ดีนะเนี่ยไม่มีใครยืนฉี่อยู่ งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาได้นึกว่าโรคจิตแน่ ๆ” พูดพึมพำกับตนเองแล้วก็หมุนตัวเดินไปทางห้องน้ำหญิงต่อ“เฮ้อ” โซเฟียถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเข้ามาในห้องสุขาแล้ว เธอเพิ่งเห็นว่ามีห้องหนึ่งที่ประตูปิดอยู่จึงปิดปากตัวเอง ก่อนจะเข้าไปยังห้องที่ว่าง ทว่ากำลังจะปิดประตูก็ได้ยินเสียงคนในห้องนั้นเปิดประตู ก่อนจะมีคนหนึ่งมาดันประตูขณะที่เธอกำลังจะล็อก แล้วใครคนนั้นก็เข้ามาพลันรีบปิดปากคนกำลังจะส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำนิ้วให้เธอเงียบเสียงโซเฟียมองคนตรงหน้านิ่ง ดวงตาค่อย ๆ ลดขนาดลงจากการเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจเมื่อครู่ หลังจากเห็นชัดแล้วว่าคนที่ปิดปากตนเองอยู่ตอนนี้คือใครโชนยื่นมืออีกข้างไปล็อกประตู จากนั้นก็นำมือที่ปิดปากอีกคนอยู่ออก“นายมารออยู่ในห้องน้ำหญิงเหรอ” ตอนนี้พูดถามได้ เพราะยั
“เธอติดกระดุมผิดรู” โชนบอกขณะนั่งดูอีกคนสวมเสื้อนักศึกษาทั้งที่ยังนั่งคร่อมอยู่บนตักตน“ฮะ?”เขาไม่ได้พูดอะไรต่อแล้วยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อให้เธอ เพื่อจะเรียงลำดับการติดใหม่“เฮ้ยทำอะไรของนายเนี่ย”“ก็จะติดกระดุมให้ใหม่ไง เมื่อกี้ถ้าเธอติดต่อนะ เม็ดสุดท้ายไม่มีรูให้เข้าแน่”“…”“โตขนาดนี้แล้วยังติดกระดุมผิดรังดุมอยู่อีก”“นี่ ทุกคนก็ติดผิดได้ไหม ไม่เกี่ยวว่าอายุเท่าไรเถอะ อีกอย่างในนี้ก็มืด รังดุมมันก็เหมือนกันหมด”“ติดกระดุมผิดแค่นี้ ยังจะพยายามพูดให้ตัวเองไม่ผิด”“อ้าว ทำไมพูดงี้อะ เดี๋ยวก็ขย่มให้โจ้ยหลุดซะเลยนี่”“ทำได้เหรอ แค่ตอนนี้ของเธอก็บวมฉีกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”“…”“ทำไมเงียบ ไม่สู้ต่อล่ะ”“ก็เจ็บจริง ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็พูดไปงั้นแหละ ตอนนี้เอาอะไรเข้ามาไม่ได้แล้ว พอเสร็จแล้วก็เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ เลย น่ารำคาญชะมัด”“…”คนหน้าบูดบึ้งยกมือจะติดกระดุมให้ตัวเอง แต่ชายหนุ่มจับมือเธอห้ามไว้ก่อน“เดี๋ยวฉันติดให้”“ฉันติดเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง”“อย่าดื้อ” โชนเอ่ยเสียงเข้มขึ้น เชิงดุ“…” เธอยอมเงียบเสียงแล้วหยุดการกระทำต่อต้านลง“ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอบ้าง ถึงมันจะเล็กน้อย แต่ฉ
โชนไล่ฉกชิมความหวานจากเรียวกลีบปากอวบอิ่มของอีกคนพลันส่งลิ้นเข้าไปในโพรงอ่อนนุ่มเพื่อตวัดเก็บกลืนสารคัดหลั่งที่ตนเพิ่งฉีดพ่นเข้าปากเธอไป หญิงสาวเกร็งตัว ไม่ได้ตอบสนองอะไรเขาไปสักทาง เพราะตกใจที่ชายหนุ่มจับมาจูบ และเจ็บตึงอยู่ที่ปากทางเธอทุบอกเขาเบา ๆ เพราะถอยหน้าออกไม่ได้ จากการที่ยังมีมือหนาจับรั้งไว้ตรงหลังคอ เมื่อเก็บความหวานจากโพรงปากเล็กจนพอใจแล้ว โชนจึงยอมปล่อยมือที่เป็นสิ่งกีดขวางความต้องการของคนบนร่างไว้“ทำอะไรของนายเนี่ยฮะ?! ฉันบอกไม่ให้จูบไง!”“ก็ไม่ได้จูบ แค่รับน้ำของฉันต่อจากปากเธอมาอย่างที่เธออยากทำไง”“ปากแตะปากขนาดนี้ ไหนจะลิ้นนายที่เข้าปากฉันมาอีก มันจะไม่เรียกว่าจูบได้ยังไง!”“หึ”“แล้วของนายเนี่ยเมื่อกี้มันเข้ารูฉันมาแล้ว ไม่รู้สึกหรือไงฮะถามจริง? หัวใหญ่มากจนฉันตึงไปหมด”“ก็รู้สึกอุ่น ๆ แล้วก็เหมือนมีอะไรตอด”“รู้แล้วทำไมยังไม่ทำอะไรอีก”“แล้วจะให้ทำอะไร ก็มันเข้าไปแล้ว ของเธอกับของฉันมันคงอยากทักทายกัน เลยเข้ากันได้ตรงล็อกพอดี”“นายนี่มัน”“..แล้วนี่รู้ไหมว่าฉันไม่ได้ใส่ถุงยาง”“รู้”“แล้วทำไมไม่ว่าอะไร”“ฉันฝังยาคุมแล้ว สดได้ เรื่องโรคก็คงไม่น่าเป็นห่วง เพราะนา
เม็ดเชอร์รีสีหวานอันแข็งขื่นกำลังถูกครอบงำโดยโพรงปากใหญ่ ให้ความรู้สึกกระสันเสียวเมื่อเจ้าของโพรงกว้างออกแรงดูดพลางใช้ลิ้นเลียตวัดสะกิดยอดถันให้สั่นระริกไม่หยุดโซเฟียกัดริมฝีปากล่างก้มหน้ามองการกระทำของอีกคนด้วยสายตาอ้อยอิ่ง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วจับรั้งศีรษะเขาให้เข้ามาแนบชิดหน้าอกของตนมากกว่าเดิม จนปลายจมูกสันโด่งจมลงไปในก้อนเนื้ออวบสีขาวเนียนเสียงสูดปากครางในลำคอดังขึ้นจากคนได้รับการปรนเปรอ ทำให้ผู้กำลังทำหน้าที่มอบความรัญจวนใจรู้สึกพึงใจที่ตนทำให้อีกฝ่ายเสียวซ่านได้ เสียงอันเซ็กซี่ของเธอ ส่งผลให้สิ่งแข็งขื่นของชายหนุ่มปวดหนึบมากกว่าเดิมเมื่อดูดเลียยอดถันจนพอใจแล้ว โชนก็ถอยหน้าออกแล้วเลื่อนกลับมากดจมูกลงที่ข้างคอระหง เธอเอียงศีรษะให้เขาได้ทำตามใจ มือก็จับขยำกลุ่มผมหนาของชายหนุ่มไปมาตามอารมณ์“นายไม่เคยทำกับใครมาก่อนจริงเหรอ” ถามด้วยเสียงกระเส่าโชนผละหน้าออกมาจากก้านคอของคนบนตัก มองสบตากับเธอก่อนจะเอ่ยตอบ“ปกติฉันทำแต่กับของเล่น ไม่เคยทำกับคนจริง ๆ”“…”“เธอกำลังจะเป็นคนแรกของฉัน”“..รู้สึกพิเศษ แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าคนพูดไม่ใช่นาย หึ่ย ขนลุก”“ปากดี”เธอทำปากมุบมิบล้อเลียนคำพูดขอ
ขณะที่กลุ่มของโชนยังนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม ต้าก็เดินผ่านมา โชนเงยหน้าขึ้นไปเห็นพอดีจึงเรียกเขาไว้“ไอ้ต้า”เจ้าของชื่อหันไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นโชนพยักหน้าลงครั้งหนึ่งเชิงเรียกให้เดินไปหา ต้าจึงทำตามที่เขาต้องการ“เมื่อวานมึงให้แป้งพูดแบบนั้นทำไม”“เปล่า ก็แกล้งเฉย ๆ”“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู”“เฮ้ย มึงอย่าจริงจังดิ” ต้าพูดยิ้ม ๆ กับโชน กลบเกลื่อนความเกรงกลัวเขาที่ตนเองกำลังมี“ไม่จริงจังเหี้ยไร มึงให้แป้งพูดแบบนั้นเสียงดัง คนที่เดินอยู่รอบ ๆ ได้ยินกันหมด กูไม่ได้อะไรหรอกนะ แต่แป้งเสียหาย”“..ขอโทษ”“ไปขอโทษแป้งด้วย ทำอะไรไม่รู้จักคิด เอาแต่สนุก คิดถึงคนอื่นบ้างดิว่าเขาจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง”“..แป้งไม่คิดอะไรหรอก ที่ให้พูดก็ไม่ได้พูดชื่อแป้งนี่”“มึงยังจะเถียงกูอีกเหรอ!” โชนลุกยืนพลันโน้มตัวลงไปจับคอเสื้อของต้าซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะเดียวกันกระชากขึ้น“เฮ้ย ๆ ๆ โชนมึงใจเย็น” กลุ่มเพื่อนช่วยกันห้ามทันควัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มือแกร่งยอมปล่อยออกจากคอเสื้อของอีกคนได้“กูขอโทษ.. ขอโทษจริง ๆ ทีหลังจะไม่ทำแล้ว”โชนยังคงจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง เพียงครู่เดียวก็ปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดันไปด้







