Masuk
บรรยากาศภายในโรงพยาบาลเอกชนระดับห้าดาวแห่งนี้เงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านอันเป็นเอกลักษณ์ แสงไฟ Warm White ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หากแต่ร่างสูงโปร่งของ ภาคินัย กลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ควรจะเป็น
ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตขาวพับแขนเสื้อขึ้นอย่างลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนกำยำและนาฬิกาเรือนแพง เขาก้าวเดินด้วยท่วงท่ามั่นใจ แต่ในอกกลับสั่นระรัวด้วยความกังวล... ไม่ใช่เพราะเรื่องอาการป่วยที่แสร้ง แต่เป็นเรื่องกลัวเข็มที่เขาสยดสยองมาตั้งแต่จำความได้
ภาคินัยยื่นบัตรประชาชนและบัตรประกันด้วยนิ้วมือเรียวยาว ประชาสัมพันธ์สาวในชุดสีครีมเงยหน้าขึ้นสบตา และวินาทีนั้นเธอก็เผลอชะงักไปกับใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเข้มพาดเฉียงรับกับนัยน์ตาคมที่ดูหยาดเยิ้มราวกับมีพิษไข้แทรกอยู่ในกาย
“คุณภาคินัย วันนี้เป็นอะไรมาคะ”
“ผมรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ครับ ทานยาแล้วก็ไม่ทุเลาเลย” เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นฟังดูอ่อนแรงเล็กน้อยแต่กลับมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ
หลังจากผ่านขั้นตอนวัดความดันและส่วนสูงที่ทำให้เขาได้โชว์รูปร่างกำยำสมส่วน
“รบกวนเชิญคุณภาคินัยไปที่ห้องเจาะเลือดนะคะ” เสียงหวานใสของผู้ช่วยพยาบาลสาวทำเอาชายหนุ่มที่นั่งปั้นหน้านิ่งขรึมถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
“ถึงกับต้องเจาะเลือดเลยเหรอครับ!!” ภาคินัยอุทานเสียงหลง นัยน์ตาคมกริบที่เคยดูดุดันและทรงอำนาจเบิกกว้างขึ้นอย่างลืมตัว ความมาดขรึมดั่งพญาราชสีห์เมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
เขาจินตนาการไปถึงปลายเข็มโลหะแหลมคมที่จะทิ่มทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปหาเส้นเลือด เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขารู้สึกเสียวปลาบไปถึงสันหลัง
“ต้องเจาะเลือดหาเชื้อไข้เลือดออก รวมไปถึงไข้หวัดใหญ่และก็โควิดด้วยค่ะ... เชิญทางนี้ค่ะ คุณภาคินัย”
ผู้ช่วยสาวร่างระหงขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเธอโชยมาแตะจมูก แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้ภาคินัยคลายความตระหนกได้ เขารู้สึกว่าฝ่ามือเริ่มมีเหงื่อซึม
“แต่ว่าผม...ผมเป็นโรคกลัวเข็ม ไม่เจาะได้มั้ยครับ” น้ำเสียงที่เคยทุ้มต่ำทรงพลังสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด สายตาอ้อนวอนอย่างที่เขาไม่เคยใช้กับใครถูกส่งไปให้คนตรงหน้า
“ไม่ได้ค่ะ ไม่เจาะเลือดเราก็ตรวจโรคให้คุณไม่ได้...”
“แต่รับรองค่ะ ฉันจะพาคุณไปเจาะกับพยาบาลที่มือเบาที่สุดของโรงพยาบาลเลย”
“มีด้วยเหรอครับ...มือเบา ผมเห็นเจาะทีไรก็เจ็บทุกที” ภาคินัยถามเสียงแผ่ว สายตาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่คลี่ยิ้มบางอย่างเผลอไผล ความกลัวในใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาด
“มีสิคะ รับรอง...คุณแทบไม่รู้สึกเลย” นัยน์ตาหวานซึ้งคู่นั้นดูเหมือนจะร่ายมนต์สะกดให้เขาตกอยู่ในภวังค์ ความอุ่นซ่านแล่นพล่านไปทั่วกายเมื่อเธอกระซิบประโยคทิ้งท้ายที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นโครมครามยิ่งกว่าเดิม
ชายหนุ่มเดินตามหลังผู้ช่วยพยาบาลสาวไปราวกับนักโทษที่กำลังถูกลากเข้าสู่แดนประหาร หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศดูจะยิ่งทวีความหนาวเหน็บเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องเจาะเลือด
“รบกวนพี่เจนเจาะเลือดให้คนไข้หน่อยนะคะ” พยาบาลผู้ช่วยวางเอกสารลงตรงหน้าพยาบาลสาวอีกคนที่นั่งรออยู่ด้านในเพื่อซักประวัติ
เมื่อพยาบาลผู้ช่วยเบี่ยงตัวออก ภาคินัยที่กำลังจะอ้าปากประท้วงเรื่องการเจาะเลือดอีกครั้ง แต่กลับต้องชะงักไปราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เมื่อเขาได้สบตากับพยาบาลสาวสวยตรงหน้า
ชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาที่ตัดเย็บเข้ารูป เผยให้เห็นส่วนเว้าโค้งของร่างกายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบร้อยอย่างน่ามอง ใบหน้านวลเนียนประดับด้วยดวงตากลมโตเป็นประกายซื่อบริสุทธิ์ ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อนั้นช่างดูเย้ายวนใจจนคนมองเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ความกลัวเข็มเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรุ่มร้อนบางอย่างที่แล่นพล่านไปทั่วกาย ภาคินัยมองจ้องพยาบาลสาวไม่วางตา ลืมไปเสียสนิทว่าตนเองกำลังแกล้งป่วยและกำลังจะต้องเผชิญกับสิ่งที่กลัวที่สุด
“เชิญนั่งค่ะคุณภาคินัย... ไม่ต้องกลัวนะคะ ดิฉันมือเบาที่สุดแล้ว” เสียงหวานใสที่เอ่ยเรียกชื่อเขา พร้อมกับรอยยิ้มละมุนที่ส่งมาให้ ทำเอาวิศวกรหนุ่มถึงกับใจสั่นสะท้าน... ถ้าต้องเจ็บเพราะเข็มของพยาบาลคนนี้ ต่อให้ต้องเจาะกี่ครั้งเขาก็ยอม
สุรีย์พรเร่งเครื่องยนต์ออกสู่ถนนใหญ่ได้ไม่ไกล ทันใดนั้นรถก็เริ่มออกอาการ เครื่องยนต์สะอึกรุนแรงจนร่างของทั้งคู่โยกคลอน ก่อนที่มันจะกระตุกเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับวูบลงกลางถนนที่เริ่มเปลี่ยว“รถเป็นอะไรน่ะพร!” เจนจิราอุทานพลางมองซ้ายขวาด้วยความกังวล“ไม่รู้สิเจน อยู่ๆ ก็ดับไปเฉยๆ เลย” สุรีย์พรพยายามสตาร์ทซ้ำแต่เครื่องยนต์กลับนิ่งสนิท ทั้งสองจำใจลงจากรถมาช่วยกันเข็นรถเข้าข้างทางอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพราวตามใบหน้าสวย เจนจิราพยายามมองหาแท็กซี่แต่กลับไร้วี่แวว“พร ไหนลองสตาร์ทอีกทีสิ...” เจนจิราชะโงกหน้าเข้าไปดูที่แผงหน้าปัด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเข็มวัดน้ำมันตกลงไปจมมิดขีดล่างสุด “นี่ยัยพร! แกขับรถจนน้ำมันหมดไม่รู้ตัวเลยเหรอเนี่ย ดูสิ!”“อ่าว! เฮ้ย! เป็นไปได้ไง ก็ฉันเพิ่งเติมเต็มถังเมื่อวานนี้เองนะ!” สุรีย์พรเถียงกลับอย่างงุนงง ด้วยความรีบเร่งทำให้เจนจิรามองข้ามความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นกับรถของเธอเมื่อวานซืนไปอย่างน่าเสียดายจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจนจิราก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเอกณัฐที่โทรเข้ามาด้วยจังหวะที่แม่นยำราวจับวาง“สวัสดีค่ะคุณเอก มีอะไรหรือเปล่าคะ”“อ๋อ พอดีทางอู
ตอนที่ 38 แผนรัก แผนร้าย...หลังเสร็จสิ้นพายุสวาทที่เร่าร้อนท่ามกลางสายน้ำและบนเตียงที่ยับย่น ความเงียบสงบในยามสายกลับเต็มไปด้วยพันธนาการลับที่แน่นหนา เมธินีขยับกายเข้าไปซุกซบอกแกร่งที่ยังชื้นเหงื่อ พลางเอ่ยเสียงอ้อนแกมขู่ที่ทำให้ภาคินัยต้องใจหายวาบ“คราวนี้พี่ภาคย์ก็เป็นผัวเมย์เต็มตัวแล้วนะคะ ห้ามทิ้งเมย์นะ ไม่อย่างนั้นเมย์ไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“แต่เมย์อย่าเพิ่งไปบอกอะไรเจนนะ พี่ขอร้อง” ภาคินัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงโรยแรง จุมพิตลงบนหน้าผากมนของหญิงสาวอย่างจำยอม เพื่อรักษาความลับที่อาจทำลายชีวิตครอบครัวของเขา“ถ้าพี่ภาคย์ไม่ดื้อกับเมย์ รับรองเมย์ไม่บอกใครหรอกค่ะ” หล่อนยิ้มพึงใจ ซุกกายเข้าหาความอบอุ่นที่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของร่วมอย่างสมบูรณ์ ระหว่างที่ภาคินัยออกไปคุมงานที่ไซต์งานก่อสร้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมธินีที่นั่งรออยู่ในรถหรูแอบต่อสายหาเอกณัฐทันทีเพื่อรายงานความคืบหน้า“แผนของฉันสำเร็จแล้วนะ... ตอนนี้พี่ภาคย์ดิ้นไม่หลุดแล้ว”“หึๆ..ร้ายไม่เบานี่” เอกณัฐหัวเราะในลำคอ “รวบหัวรวบหางได้อยู่หมัดเลยล่ะ”“ว่าแต่คุณเถอะ รวบหัวรวบหางยัยพยาบาลนั่นได้เหรอยัง” เมธินีย้อนถามด้วยความริษยาที่ยังคุกร
ภาคินัยพยายามรวบรวมสติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดค่อยๆ ถอนตัวตนออกอย่างเบามือ แล้วเริ่มเล้าโลมเธอใหม่อย่างใจเย็นเพื่อลดความทรมานจากฤทธิ์ยาที่ยังพลุ่งพล่าน เขาเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ที่ซอกขาเนียนละเอียดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับบทเพลงรักจังหวะต่อไปที่กำลังจะทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้งภาคินัยที่ตกอยู่ในบ่วงกามและความมึนเมาของฤทธิ์ยา บรรเลงเพลงรักอย่างดุดันดั่งเสือหนุ่มที่หิวโหย จมูกโด่งคมสันฝังลึกเข้ากับจุดกึ่งกลางความสาว ก่อนจะปาดเลียเกสรดอกไม้งามด้วยลิ้นที่ร้อนผ่าวและแข็งกร้าว บิดเกลียวชอนไชจนเมธินีสะท้านไปทั้งร่าง“อื้อ พี่ภาคย์ขา เมย์เสียวว!! อื้อ เบา ๆ นะคะ อู๊ยย!! พี่ภาคย์ขา อย่าดูดแรงนักสิคะ เมย์จะขาดใจอยู่แล้ว”เสียงหวานหวีดร้องระงมติดๆ กัน ร่างกายอ้อนแอ้นหอบกระตุกเฮือกใหญ่เมื่อถูกเขานำพาไปถึงแตะขอบสวรรค์อย่างรุนแรง ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด มือน้อยสั่นเทาขยุ่มลงบนเส้นผมหนาของชายหนุ่มขณะที่เขาดูดกลืนน้ำหวานแห่งความใคร่จนหยดสุดท้าย ก่อนที่ลิ้นสากจะปาดเลียไล้ขึ้นมาตามหน้าท้องแบนราบที่แขม่วรับสัมผัสชวนสยิว จนมาหยุดอยู่ที่ยอดปทุมถันอวบอิ่มที่เขาใช้ความแกร่งขึงบดเบียดนว
เมธินีผละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วครู่เพื่อบอกความในใจที่เก็บกดมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสมหวัง ในที่สุดผู้ชายที่เธอเคยได้แต่เฝ้ามอง วันนี้เขากำลังสยบอยู่ใต้ร่างของเธอด้วยความโหยหาหญิงสาวไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า หล่อนแอ่นกายรับสัมผัสรุกรานจากมือหนาที่เริ่มบีบเค้นทรวงอกอย่างแรงตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ภาคินัยซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นและลาดไหล่ขาวเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่รดรินผิวทำเอาเมธินีสั่นสะท้าน หล่อนหลับตาลงรับรสสวาทที่อาบไปด้วยเล่ห์กล โดยหารู้ไม่ว่าทุกสัมผัสที่แสนวาบหวามนี้เมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอีกครั้ง แรงอารมณ์มหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ร่างบางจนเมธินีแทบจะสำลักความเสียวซ่าน ภาคินัยในยามนี้ไม่ใช่ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนคนเดิม แต่เขากลายเป็นเสือผู้หิวโหย ร่างสูงใหญ่พลิกกายขึ้นทาบทับเรือนร่างขาวโพลนที่นอนทอดกายยั่วยวนอยู่เบื้องล่าง แสงไฟสลัวขับเน้นส่วนโค้งเว้าของหญิงสาวให้ดูเย้ายวนใจจนเขาลืมสิ้นซึ่งมโนธรรม“เมย์จ๋า...” เสียงแหบพร่าครางเรียกขณะใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้เข้าหาซอกคอขาวกรุ่น ขบเม้มทิ้งรอยรักสีกุหลาบไว้ทั่วเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“เมย์จ๋า!!!.
หล่อนรีบโทรสั่งพนักงานให้ส่งเบียร์เย็นจัดและน้ำแข็งขึ้นมาบนห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อของมาถึง มือบางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นขณะรินเครื่องดื่มสีเหลืองทองลงในแก้วสองใบ ใบหนึ่งสำหรับเธอ... และอีกใบสำหรับเขาเมธินีหยิบซองยาเม็ดเล็กๆ ออกมาบดละลายลงในแก้วของภาคินัยอย่างเบามือ มันคือยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงที่จะทำให้สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มพังทลายลงในชั่วพริบตา“อะไรมันจะง่ายดายขนาดนี้...” หล่อนพึมพำพลางเขย่าแก้วเบียร์เบาๆ ให้ยาสลายตัว“ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ห้องเต็ม... ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องเหนื่อยหาข้ออ้างมากกว่านี้”ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก ภาคินัยเดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดหยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอกหนาและลำคอแกร่ง ดูเย้ายวนจนเมธินีต้องลอบกลืนน้ำลาย หล่อนรีบปั้นหน้านิ่งแล้วส่งแก้วเบียร์ให้เขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ“ดื่มสักนิดนะคะพี่ภาคย์ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะได้หลับสบาย... เมย์ขอโทษจริงๆ นะคะที่ทำให้พี่ลำบากใจขนาดนี้”ภาคินัยรับแก้วมาด้วยความเผลอเรอ เขาเพียงแค่อยากจะดับความกระหายและหวังว่าแอลกอฮอล์จะช่วยให้เขาหลับลงได้ในค่ำคืนที่แสนวุ่นวายนี้ โดยหารู้ไม่ว่า... เพียงแค่จิบแรกที่ผ่านลำคอเข้าไป
หลังจากเจนจิราเดินเข้าตึกไป เอกณัฐก็หมุนตัวเดินกลับไปยังมุมมืดของลานจอดรถด้วยท่วงท่าของผู้ชนะ รอยยิ้มที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรี้ยมชวนขนลุก เขาหยุดยืนข้างรถยุโรปคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ก่อนจะมีชายชุดดำเดินออกมารายงานตัว“รูปทั้งหมด... ส่งเข้าไลน์ให้ฉันเลยนะ” เอกณัฐเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำสั่งอันเด็ดขาด“ครับนาย” ชายคนดังกล่าวตอบรับเขาคือลูกน้องที่เอกณัฐจ้างมาจี้เจนจิราในคืนนั้น และตอนนี้ก็ทำหน้าที่คอยให้สะกดรอยตามพยาบาลสาวมาโดยตลอด ทุกความเคลื่อนไหว ทุกย่างก้าวของเจนจิราถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่การ์ดอย่างละเอียด เอกณัฐเปิดดูรูปในโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เป็นประกาย ภาพจังหวะที่เขาแสร้งประคองแผ่นหลังของเจนจิรา ภาพการพูดคุยที่ดูใกล้ชิดหน้าห้องพักผู้ป่วย เมื่อถูกถ่ายในมุมที่จงใจ มันกลับกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ “แกทำดีมาก...” เอกณัฐพึมพำ “วันนี้แหละไอ้ภาคินัย มึงได้อกแตกตายแน่ ๆ ”“แล้วเรื่องรถล่ะครับนาย” ชายชุดดำถามต่อ“เดี๋ยวแกไปจัดการต่อสายน้ำมันรถของคุณเจนให้เป็นปกติซะ เติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วขับไปจอดซ่อนไว้ที่คอนโดฉันก่อน... ระหว่างนี้ฉันจะโก







