LOGINณ ร้านอาหาร
"ฉันฝากของไปให้พี่ทิวหน่อยนะ" ณัชชายื่นถุงที่ด้านในมีทั้งของเล่นและเสื้อผ้าให้กับแทน เพราะเธอตั้งใจซื้อไปฝากลูกชายของเขา
"คุณณัชชาซื้อมาให้ผมทำไมครับ"
"ก็บอกอยู่ว่าฉันไม่ได้ให้นาย ฉันให้พี่ทิว"
"แต่ผมคงรับไว้ไม่ได้หรอกครับ"
"ฉันอุตส่าห์ซื้อมาฝากเลยนะ นายจะปฏิเสธน้ำใจของฉันแบบนี้เลยหรอ ฉันตั้งใจซื้อมาให้ถ้านายไม่รับมันก็น่าน้อยใจนะ"
"...."
"รับไปเถอะฉันซื้อมาฝากพี่ทิว จะได้มีของเล่นเหมือนกับเพื่อนๆ เสื้อผ้าที่ซื้อมาให้ก็เอาไว้ใส่ไปไหนมาไหนไง"
"งั้นก็ขอบคุณนะครับ"
"อื้ม ไม่เป็นอะไร ถ้าอยากได้อะไรก็บอกฉันได้เลยนะ"
"...." แทนยิ้มเจื่อนๆ เพราะเขาไม่ค่อยยิ้มให้กับใครสักเท่าไร ส่วนใหญ่ทำเป็นแต่หน้านิ่งๆ มากกว่า
"วันนี้ฉันสวยไหม?" หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมกับสางผมยาวๆ ของเธอแก้เขิน พอรู้ว่าแทนชอบผู้หญิงแนวไหนเธอก็ลองแต่งตัวแนวนั้นมา
"ก็..สวยครับ"
"แล้ว..."
"ผมยังมีงานต้องทำขอตัวก่อนนะครับ"
"อ่าว ดะ เดี๋ยวก่อนสิแทน ว๊าย!!"
ตุบ!!
"คุณณัชชา!"
"อะ โอ๊ย เจ็บข้อเท้าจัง"
"อยู่นิ่งๆ นะครับสงสัยข้อเท้าจะพลิก ใส่รองเท้าส้นสูงจะวิ่งทำไมล่ะครับ"
"ก็นายเดินหนีฉันนี่"
"ผมแค่จะไปทำงานต่อครับ"
"ฉันคงเดินไม่ไหวอ่ะอุ้มหน่อยสิ"
"เฮ้อ...อยู่นิ่งๆ นะครับอย่าดิ้นเดี๋ยวหล่น"
"อื้ม..."
ณัชชาถูกแทนอุ้มพากลับไปที่ห้องทำงานของเขาเพราะเธอเดินกลับเองไม่ได้
"ข้อเท้าน่าจะพลิกนะครับ ยังไงคุณณัชชาลองโทรให้คนรู้จักหรือไม่ก็เพื่อนพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลดูนะครับ ตรวจดูสักหน่อยจะได้รู้ว่าเป็นอะไรหนักหรือเปล่า"
"นายจะไม่มีน้ำใจพาฉันไปส่งโรงพยาบาลเลยหรอ?"
"แต่ผมยังทำงานอยู่ ถึงผมจะพาคุณไปส่งผมก็อยู่กับคุณไม่ได้นานอยู่ดีผมต้องกลับบ้าน พี่ทิวรออยู่"
"ฉันอนุญาตให้นายลางานได้โดยที่ฉันจะไม่หักเงินเดือนนาย แลกกับที่นายพาฉันไปส่งโรงพยาบาล"
"...."
"มันไม่นานขนาดนั้นหรอก แป๊บเดียวเองนะแทน"
"...."
"ฉันเป็นเจ้าของนะอย่าลืมสิ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับรถของคุณอยู่ไหน"
"จอดอยู่ที่ลานจอดรถด้านหลัง คันสีดำ เป็นรถสปอร์ตนายขับเป็นหรือเปล่า"
"เป็นครับ สมัยก่อนผมเคยขับรถให้นักธุรกิจอยู่คนนึง" ชายหนุ่มพูดน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะอุ้มหญิงสาวขึ้นแล้วพาเธอไปที่รถ
"นายตัวใหญ่นะ อุ้มฉันได้สบายเลย"
"เป็นเพราะคุณตัวเล็กเองหรือเปล่าครับ"
"สงสัยคงเป็นแบบนั้น ก็ฉันเป็นผู้หญิงนี่นา จะตัวเล็กก็ไม่แปลก"
"...."
"ว่าแต่ทำไมนายไม่ลองไปแคสบทแสดงละครล่ะ"
"ไม่ครับ"
ขณะที่แทนกำลังขับรถพาณัชชาไปหาหมอที่โรงพยาบาลเธอก็พยายามชวนเขาคุย เพราะอยากทำความรู้จักกับแทนให้มากกว่านี้ แต่ยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังนั่งคุยคนเดียวเพราะแทนไม่มีการตอบสนองอะไรเลยนอกจากการขับรถไปนิ่งๆ ของเขา
"อะ โอ๊ย!"
"เป็นอะไรครับ"
"ฉันขยับข้อเท้าน่ะก็เลยเจ็บ"
"บางทีการที่คุณนั่งเงียบๆ ไปไม่ต้องพูดก็อาจทำให้คุณเจ็บน้อยลงก็ได้นะครับ"
"อะไรนะ มันเกี่ยวกันด้วยหรอ?"
"...."
"นี่ฉันพูดมากจนนายรำคาญเลยอย่างนั้นหรอ"
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ผมแค่อยากอยู่เงียบๆ"
"นายคงเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงรักสันโดษสินะ"
"...."
"ขอโทษด้วยแล้วกันถ้าพูดมากจนนายรำคาญ"
"ไม่เป็นอะไรหรอกครับผมไม่ได้คิดมากอะไร"
และหลังจากนั้นณัชชาก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย จนกระทั่งแทนพาเธอมาถึงยังโรงพยาบาล
"ข้อเท้าไม่ได้เป็นอะไรมากนะครับ แค่อักเสบเพราะกระแทกกับพื้นอย่างแรง ยังไงช่วงนี้ก็ระวังหน่อยนะครับ ใส่รองเท้าผ้าใบไปก่อนก็ดี"
"ค่ะคุณหมอ"
หลังจากตรวจเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วแทนก็เดินไปรับยาให้กับณัชชา ก่อนที่จะพาเธอกลับไปที่รถ
"แล้วคุณจะกลับยังไงครับ"
"ไม่รู้สิสงสัยคงต้องเรียกแท็กซี่ให้มารับล่ะมั้ง"
"...."
"ข้อเท้าฉันเจ็บอยู่แบบนี้ ฉันคงจะขับรถกลับไปเองไม่ได้หรอก"
"เดี๋ยวผมขับรถไปส่งครับ..."
"ห๊ะ?! นะ นายจะไปส่งฉัน?"
"ครับ"
"แต่เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงเอง นายต้องรีบกลับไม่ใช่หรอ"
"ไม่เป็นอะไรครับ คุณเป็นผู้หญิงจะเรียกรถแท็กซี่กลับกลางดึกแบบนี้มันอันตราย ถึงผมจะดูไม่น่าไว้ใจก็เถอะ แต่คุณเชื่อได้ว่าผมไม่ทำเรื่องแบบนั้นแน่นอน"
"ขอบใจนะ"
เวลาผ่านไป
แทนขับรถไปส่งณัชชาที่บ้านของเธอซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่สำหรับเขามากๆ หลังจากที่ส่งณัชชาถึงบ้านโดยปลอดภัยแล้ว เขาก็นั่งรถแท็กซี่กลับเพราะต้องกลับไปเอารถแล้วก็ไปรับลูกชายที่ฝากเลี้ยงเอาไว้
ครืด ครืด ครืด
"สวัสดีครับ"
( ถึงบ้านหรือยัง )
"ถึงสักพักแล้วครับ"
( ขับรถเร็วเหมือนกันนะ )
"คุณณัชชามีอะไรหรือเปล่าครับทำไมถึงยังไม่นอนอีก"
( ฉันแค่โทรมาถามน่ะว่านายถึงบ้านแล้วหรือยัง ฉันเป็นห่วง )
"ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วงแต่ผมไม่เป็นอะไร"
( ขอบใจนะที่พาฉันไปส่งโรงพยาบาล แล้วยังพาฉันมาส่งที่บ้านอีก )
"ไม่เป็นอะไรครับคือซะว่าผมไถ่โทษที่เดินหนีคุณแล้วทำให้คุณล้ม"
( อ๋อ )
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้นะครับ"
( เดี๋ยวก่อนสิ คือว่า...คุณหมอบอกให้ฉันใส่รองเท้าผ้าใบ )
"ครับ ข้อเท้าของคุณยังไม่หายดีใส่รองเท้าผ้าใบไปก่อนจะดีกว่าครับ"
( ฉันรู้แล้วฉันแค่จะบอกว่า ฉันจะเปลี่ยนมาใส่รองเท้าผ้าใบน่ะ แต่ก่อนฉันคิดว่ารองเท้าส้นสูงมันสวยแต่มันไม่ได้ใส่สบาย )
"....."
( ฉันเคยคิดว่าการที่ฉันมีคู่ครองที่มีฐานะเท่าเทียมกันมันจะดี มันจะทำให้ฉันดูดี แต่มันไม่ได้ทำให้ฉันสบายใจได้เลย กลับกันมีแต่จะทำให้ฉันหนักใจมากกว่าเดิมอีก )
"คุณพูดอะไรครับ"
( ฉันก็แค่จะเปลี่ยนตัวเอง ฉันอยากอยู่กับอะไรที่มันทำให้ฉันสบายใจไม่ต้องหนักใจ อยู่กับคนที่ทำให้ฉันมีความสุข )
"คุณคงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นใช่ไหมครับ"
( ใช่ฉันหมายความว่าอย่างนั้น ฉันชอบนายนะแทน )
"...."
( มันอาจจะเร็วไปเพราะเราเพิ่งรู้จักกัน ฉันไม่ได้อยากได้คำตอบอะไรจากนาย ฉันแค่ต้องการจะบอกกับนายแค่นั้น )
"ครับ"
( แล้วนายล่ะรู้สึกยังไงกับฉัน )
"ผม...ยังไม่คิดเรื่องพวกนี้ครับ"
( นั่นสินะ นายน่ะมันเป็นพวกคนเย็นชา คงไม่สนใจหรือเปิดใจให้ใครง่ายๆ หรอกสินะ )
"คุณกินยาแล้วก็นอนได้แล้วนะครับ มันดึกแล้วนอนพักผ่อนให้เยอะๆ"
( ก็ได้ พี่ทิวหลับไปแล้วหรอ )
"ครับ"
( งั้นบอกฝันดีนายแทนก็แล้วกัน ฝันดีนะ )
"เช่นกันนะครับ"
หลายเดือนถัดมา...ตอนนี้ฉันคลอดลูกเรียบร้อยแล้วล่ะได้ลูกแฝดชายหญิง คนพี่เป็นผู้ชายให้ชื่อว่าสายฟ้า ส่วนคนน้องเป็นผู้หญิงให้ชื่อว่าต้นข้าวสองชื่อนี้แทนเป็นคนตั้งขึ้นมาเอง ฉันเองก็ไม่ได้ขัดอะไรเพราะเห็นว่านี่ก็เพราะดีเหมือนกัน ก่อนหน้านั้นฉันไม่ได้คิดเลยว่าจะตั้งชื่อลูกว่าอะไร ระหว่างที่กำลังท้องฉันมัวแต่ระวังจนไม่ได้คิดเรื่องอย่างอื่นเลย คุณหมอบอกว่าท้องแฝดยิ่งท้องโตก็จะยิ่งอันตรายจึงต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ จนกระทั่งคลอดเด็กน้อยทั้งสองคนคลอดออกมาปลอดภัยแข็งแรงสมบูรณ์ดี ในวันคลอดและรู้ว่าลูกทั้งสองคนของฉันแข็งแรงสมบูรณ์ดีมันเป็นวันที่ฉันรู้สึกโล่งและสบายใจมากที่สุดเลยที่ผ่านมาฉันไม่เคยรู้เลยว่าจิตวิญญาณของคนเป็นแม่มันเป็นยังไง พอได้มีลูกได้สัมผัสคำว่าแม่จริงๆ แล้วฉันถึงได้เข้าใจว่าลูกคือคนที่สำคัญมากที่สุดในชีวิต ยอมเสียสละได้ทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้ปลอดภัย ฉันไม่ได้สนใจสรีระร่างกายของตัวเองเลยหลังจากที่ได้ตั้งท้อง สิ่งเดียวที่ฉันยอมได้ก็คือลูก"แอ้~""อึกแอ้~"ทันทีที่คนนึงร้องออกมาอีกคนนึงก็จะร้องตามขึ้นมาทันที ตามประสาเด็กแฝดที่ต้องเลี้ยงอยู่ใกล้กัน แทนรีบวิ่งมาเพราะเขากำลังจัดการเ
สามเดือนต่อมา"พ่อแทน ป้าณัชชา ทิวกลับมาแล้วครับ" เสียงตะโกนของเด็กหนุ่มดังเข้ามาก่อนที่ตัวจะก้าวเข้ามาในบ้านซะอีก"มากันแล้วหรอ""สวัสดีครับพ่อแทนคิดถึงจัง""มาให้พ่อกอดหน่อยมา""ครับอือ...คิดถึงจังเลยครับ""พ่อก็คิดถึงเหมือนกัน แล้วไปอยู่ที่โน่นเป็นยังไงบ้างสบายดีไหม""ก็สบายดีครับ ช่วงหิมะตกจะอากาศหนาวมากๆ เลยครับ""มาให้ป้ากอดหน่อยสิ""ครับป้า""คิดถึงป้าหรือเปล่า""คิดถึงมากเลยครับ ป้าณัชชาสบายดีนะครับ""สบายดี เราล่ะหืม...พ่อคินดูแลดีหรือเปล่าเนี่ย ดูจะผอมลงนะ""เปล่านะครับ พ่อคินดูแลทิวเป็นอย่างดีเลย แต่พอได้เข้าเรียนก็ได้ทำกิจกรรมหลายอย่างครับ เหมือนได้ออกกำลังกายไปในตัวก็เลยเป็นแบบนี้ครับ""เข้าบ้านกันก่อนเร็ว""ครับพ่อแทน"ทิวประคองณัชชาที่ท้องเริ่มโตเข้าไปในบ้าน ส่วนแทนก็เดินตามหลังมาพร้อมกับอคิน พร้อมกับพูดคุยสารทุกข์สุขดิบกันตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน ถึงแม้จะโทรหากันแทบทุกวันแต่มันก็ไม่เหมือนกับการได้คุยต่อหน้าแบบนี้"ท้องของป้าใหญ่ขึ้นมากเลยนะครับ ใหญ่กว่าตอนที่คุยในโทรศัพท์อีก""เหรอครับ ก็เป็นลูกแฝดนี่ไม่น่าแปลกหรอกมั้ง""อยากรู้จังว่าน้องแฝดของทิวจะหน้าตาเหมือนใคร"
สามเดือนถัดมา"อึก.." ณัชชารีบเอามือปิดปากของตัวเองเพราะจู่ๆ ก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาขณะที่กำลังยืนเตรียมอาหารเย็นให้กับแทนอยู่วันนี้เธอกลับเร็วกว่าปกติ เพราะตั้งใจจะมาทำอาหารเย็นรอแทนและวันนี้ก็มีเรื่องที่สำคัญจะบอกกับเขาด้วย"อืม ให้ตายสิ เพิ่งจะรู้นะว่าอาการแพ้ท้องมันเป็นแบบนี้" เธอยืนบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรีบยกอาหารไปจัดเตรียมไว้ที่โต๊ะกินข้าวในบ้าน ไม่นานรถของแทนก็เสียงดังแล่นเข้ามาถึงในตัวบ้านพอดีตามเวลาที่เขาจะต้องกลับเป๊ะๆหมับ~"อือ...""กลับมาไม่บอกก่อนเลยนะครับเนี่ย ผมนึกว่าคุณยังประชุมอยู่ซะอีกก็เลยไม่ได้แวะไปหากะว่าจะกลับมาเตรียมอาหารรอ""ถ้าฉันบอกมันก็ไม่เซอร์ไพรส์นะสิ""ถ้างั้นเรื่องประชุมก็...""ฉันโกหกนายเองแหละ จะได้เซอร์ไพรส์ไง""แล้วนี่ทำอะไรครับเนี่ย ตั้งใจกลับมาทำอาหารโดยเฉพาะเลยหรอ""ใช่ ฉันอยากทำอะไรเพื่อนายบ้างไม่ใช่ให้นายต้องทำให้ฉันอย่างเดียว""น่าอร่อยจังเลยครับ""ไปล้างมือสิ จะได้มานั่งกินข้าวด้วยกัน""ครับ"เพราะทิวไปเรียนต่อต่างประเทศอยู่กับพ่ออีกคนจึงทำให้บ้านหลังนี้เหลือเพียงแทนและณัชชาสองคนเท่านั้น พอทั้งสองออกไปทำงานกันบ้านหลังนี้ก็เลยเงียบมากๆ"ร้
เวลาผ่านล่วงเลยไปจนกระทั่งทิวได้เข้าเรียนมัธยมปลาย ตอนนี้ทิวเองก็โตขึ้นมาก ก่อนหน้านั้นแกมาขออนุญาตกับผมเรื่องไปเรียนต่อที่ต่างประเทศกับพ่อของแกนั่นก็คือคุณอคิน ผมเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะนั่นเป็นอนาคตของแก ทิวเป็นเด็กดีตั้งใจเรียน และแกก็ทำหน้าที่ของแกดีมาโดยตลอดตอนนี้แกก็โตพอที่จะดูแลรับผิดชอบชีวิตของตัวเองได้มากแล้ว การไปเรียนต่อต่างประเทศแบบนั้นผมจึงไม่ค่อยเป็นห่วงสักเท่าไร ที่สำคัญคุณอคินเองก็ตามไปดูแลด้วยเพราะเห็นว่าจะต้องไปทำงานที่นั่น มันยิ่งทำให้ผมหายห่วงไปได้เยอะเลยสนามบิน..."เดินทางปลอดภัยกันนะทั้งสองคน ถึงแล้วอย่าลืมโทรมาบอกพ่อด้วยนะทิว""ครับพ่อแทน อยู่ที่นี่ก็ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ ดูแลป้าณัชชาด้วย""โอเคจะดูแลเป็นอย่างดีเลย""ฉันไปก่อนนะแทนณัชชา""เดินทางปลอดภัยนะอคิน ดูแลทิวด้วยล่ะ แทนยกหน้าที่นี้ให้เป็นหน้าที่ของนายแล้วนะ""ฉันจะทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุดเลยนายไม่ต้องเป็นห่วงนะแทน""ครับ ดูแลตัวเองกันดีๆ นะครับ""ถึงแล้วอย่าลืมคลอมาบอกป้าด้วยนะป้าเป็นห่วง""ครับป้าณัชชา ดูแลตัวเองด้วยนะครับ อย่าลืมมีน้องให้ทิวนะครับ""หื้ม...เป็นเด็กเป็นเล็กพูดอะไรของเราเนี่ยใครสอนพูดก
เวลาผ่านไปหมับ!"อะไรเนี่ยแทนตกใจหมดเลย""ทำอะไรอยู่ครับเนี่ย กำลังคิดอะไรอยู่ครับถึงตกใจได้""ก็นายเล่นแบบนี้ใครจะไม่ตกใจล่ะ""โอ๋เอ๋ หายตกใจนะครับคนเก่ง""มาหวานแปลกๆ นะ นายมีอะไรหรือเปล่าแทน""จำได้หรือเปล่าครับว่าผมเคยบอกอะไรกับคุณ""เรื่องอะไรล่ะนายบอกกับฉันหลายเรื่องมากๆ เลยนะแทน""แต่งงานกับผมนะครับ""...."คุณณัชชาเธอหันกลับมามองหน้าของผม ดวงตาของเธอกำลังสั่นระริกก่อนจะมีน้ำตาเอ่อคลอออกมา แล้วเธอก็โผเข้ากอดผมแน่น"อะไรกันครับ ทำไมต้องร้องไห้ด้วย ผมพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า""ฮึก ฉันร้องไห้เพราะฉันดีใจต่างหากล่ะไอ้เด็กบ้า""แต่งงานกับผมนะครับคุณณัชชา ขอให้ผมได้ดูแลคุณต่อจากนี้และตลอดไปเลยนะครับ""ฮึกตกลง ฉันตกลงไม่ปฏิเสธเลย ไอ้เด็กบ้ามีเรื่องมาให้เซอร์ไพรส์ได้ตลอดเลยนะ""ตอนนี้ผมพร้อมแล้ว ขอโทษนะครับที่ผมไม่มีอะไรพร้อมเลย""แค่นายไม่ทิ้งฉันแค่นายซื่อสัตย์กับฉัน ไม่ทำกับฉันเหมือนกับคนอื่นที่ผ่านๆ มาแค่นี้ฉันก็ดีใจมากแล้ว""ผมจะคอยอยู่เคียงข้างคุณตลอดไปเลย"เพราะก่อนหน้านั้นผมยังไม่พร้อมที่จะจัดงานแต่ง ว่าด้วยเรื่องเงินทองของผมมันยังไม่ค่อยคล่องสักเท่าไหร่ และเรื่องแต่งงานผมก็อยากให
สามวัดถัดมา"ไม่เป็นอะไรนะอคิน" ณัชชาลูบหัวไหล่ปลอบใจเพื่อนสนิท หลังจากที่อคินเพิ่งจะสูญเสียผู้เป็นแม่ไป ก่อนหน้านั้นเขาเองก็เพิ่งจะสูญเสียพ่อไปตามด้วยแม่ก็มาล้มป่วยจึงทำให้ลูกชายคนเดียวอย่างเขาต้องคอยดูแล และมันก็ยากที่จะให้ทำใจได้ง่ายๆ กับการที่จะต้องสูญเสียคนในครอบครัวไปในระยะเวลาใกล้ๆ กันแบบนี้"ทำใจเถอะนะครับเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิดในชีวิตของคนเราอยู่แล้ว ผมเองก็เคยสูญเสียพ่อแม่สูญเสียพี่สาวผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดีครับ มันอาจจะยากในช่วงแรกๆ กว่าเราจะทำใจได้ แต่เชื่อเถอะครับว่าเราจะกลับมาเข้มแข็งได้อย่างแน่นอน ขอแค่คุณเข้มแข็งและก้าวผ่านตรงจุดนี้ไปให้ได้" แทนเองก็ช่วยปลอบใจไม่ต่างกัน เพราะรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันยากที่จะทำใจได้ในทันที เขาเองก็เคยยืนอยู่ในจุดนี้มาก่อนเหมือนกันจึงเข้าใจดีว่าความรู้สึกมันเป็นยังไงที่จะต้องสูญเสียคนในครอบครัวไป แล้วเหลือตัวเองอยู่คนเดียวแบบนี้"ช่วยบอกฉันหน่อยสิว่านายทำยังไงนายถึงผ่านเรื่องร้ายๆ พวกนั้นมาได้ ฉันยังไม่เคยเผชิญกับเรื่องพวกนี้ มันเหมือนเป็นเวรกรรมที่ฉันเคยทำกับสายธารเอาไว้ ฉันกลับมาเพื่อตั้งใจจะมาขอโทษสายธารที่ทิ้งไป แ







