Accueil / LGBTQ+ / คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง / บทที่ 3 แมวหยิ่งเปลี่ยนไป

Partager

บทที่ 3 แมวหยิ่งเปลี่ยนไป

last update Date de publication: 2025-04-25 20:17:29

คำถามของวารีทำให้เกิดความเงียบงันชั่วขณะ มุกดายืนนิ่ง มือที่ยื่นถุงผ้าให้อีกฝ่ายยังคงค้างไว้แบบนั้น วารีไม่คิดจะรับมันไว้ กลับมองเธอด้วยสายตาที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้มากมาย

         “ตอบมาสิว่าจำได้รึเปล่า เรื่องเก่า ๆ ของเราน่ะ หรือว่าไปอยู่กรุงเทพนานจนสมองกลับ ความจำเสื่อมหมดแล้ว หื้ม”

         มุกดาถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยแบบนั้น เธอกวาดสายตามองรอบตัวเห็นโต๊ะวางของตัวหนึ่งวางอยู่ใกล้ ๆ จึงเดินไปยังมุมนั้นแล้ววางถุงผ้าลงบนโต๊ะ

         “ถ้าพี่คิดว่ามุกสมองกลับหรือความจำเสื่อม พี่ก็ไม่ต้องมาถามหาเรื่องเก่า ๆ หรือขุดคุ้ยอะไรอีก อย่าลืมกินข้าวนะคะเดี๋ยวจะปวดท้องเอา มุกกลับแล้วค่ะ”

         มุกดาวางถุงผ้าลงบนโต๊ะตัวนั้นแล้วเตรียมจะหันหลังกลับ แต่ไม่ทันจะได้เดินออกไปไกล วารีก็ก้าวมาประชิดตัวแล้วคว้าข้อมือเธอไว้

         “เอาถุงผ้านี่กลับไปด้วย พี่ไม่กินอาหารฝีมือเธอ”

         มุกดาหันกลับมามองต้นเสียงเมื่อได้ยินแบบนั้น เป็นเรื่องยากมากกับการพยายามทำใจเย็นกับคนอย่างวารี แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องทำ เพราะหากเธอเป็นน้ำมันไปด้วย และอีกคนที่มีกองเพลิงเดือดดาลในใจอยู่แล้ว การระเบิดอารมณ์ใส่กันคงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก

         “โอเคค่ะ ถ้าพี่ไม่กินงั้นมุกเอากลับ เดี๋ยวเอาไปให้คนงานในฟาร์มก็ได้ ไหน ๆ ก็ตั้งใจทำมาแล้ว”

         “เหอะ คนอย่างมุกน่ะเหรอจะตั้งใจทำอะไร โดยเฉพาะกับเรื่องของพี่ ไม่มีทางหรอก มุกเกลียดพี่จะตาย”

         “เลิกได้เลิกนะ นิสัยชอบประชดเนี่ย จะกินไม่กิน พูดมา มุกไม่มีเวลามาเถียงด้วยนะ เดี๋ยวจะกลับไปช่วยแม่แววที่ร้านอาหารอีก”

         วารีเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอวูบไหวพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติ

         ทั้งที่เคยคิดว่าเรื่องราวระหว่างกันมันปิดฉากลงไปแล้ว แต่ทำไมเมื่อมุกดามายืนอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกทั้งหมดมันเหมือนจะหวนกลับมาอีก

         เธอไม่ได้ต้องการแบบนี้ ไม่ได้ต้องการรื้อฟื้นหรือสานต่ออะไรแม้แต่น้อย

         วารียกข้อมือซ้ายดูนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงครึ่งแล้ว ช่วงบ่ายร้านอาหารมักจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน และมักจะลากยาวไปจนหกโมงเย็นถึงช่วงค่ำ

         “แล้วกินข้าวรึยัง”

         “ถามใครคะ ถามมุกเหรอ” มุกดาหันนิ้วชี้เข้าหาตัวเอง ตาโตราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

         “ตรงนี้มีแค่เราสองคน พี่คงถามหมาแถวนี้มั้ง”

         “พี่วา!”

         “ว่าไง กินข้าวรึยัง”

         “ยังค่ะ เดี๋ยวกลับไปกินที่ร้าน”

         “งั้นก็กินด้วยกัน กลับไปก็ไม่ได้กินหรอก ที่ร้านน่ะลูกค้าเยอะตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงค่ำโน่นแหละ”

         “แน่ใจเหรอคะที่จะกินข้าวด้วยกัน มุกไม่อยากทำให้พี่กินข้าวแบบไม่มีความสุขหรอกนะ”

         “อย่าพูดมาก นั่งลงกินข้าวด้วยกัน พี่เองก็มีงานต้องไปทำเหมือนกัน”

         วารีเปิดถุงผ้าออกดูและหยิบกล่องพลาสติกสองใบออกมา กล่องหนึ่งเป็นกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีสองช่องด้านในที่ใส่ข้าวสวยโปะด้วยไข่เจียว และอีกช่องเป็นเนื้อแตงโมสีสวยพร้อมทาน ส่วนอีกกล่องเป็นกล่องกลมใบเล็กใส่แกงไตปลา

         สายตาของวารีที่มองกล่องข้าวที่มุกดาเตรียมมาให้เต็มไปด้วยความดีใจ แม้ว่าคำพูดของเธอจะบ่งบอกว่าไม่อยากรับมื้อเที่ยงจากอีกฝ่าย ทว่าสายตาที่มองดูอาหารตรงหน้ากลับเต็มไปด้วยความดีใจเหลือเกิน

         เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่า วารีชอบหรือไม่ชอบอะไร นอกจากแม่แล้ว คนเดียวที่เคยรู้ใจเธอที่สุดก็คือมุกดา

         มื้ออาหารมื้อแรกของทั้งคู่หลังจากไม่เจอกันนานนับสิบปี เริ่มต้นขึ้นที่โรงเรือนในฟาร์มแห่งนี้

         มุกดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กินข้าวเงียบ ๆ ทว่าคนตรงหน้ากลับสังเกตท่าทีของเธอตลอดเวลา

         “ลาออกทำไม”

         น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม ขณะเดียวกันวารีก็ตักชิ้นเนื้อปลาในแกงไตปลาใส่ลงในจานข้าวของมุกดา

การกระทำนั้นทำเอาอีกฝ่ายแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยทักท้วง เพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ แทนคำขอบคุณ

         “แม่ลีไม่สบาย ป่วยเป็นมะเร็ง ที่ผ่านมาลูกจันทร์เป็นคนดูแล แต่มุกไม่อยากรบกวนน้องแล้ว น้องกำลังจะไปเรียนต่อมหาลัย มุกเลยตัดสินใจลาออกแล้วกลับมาดูแลแม่แทน”

         น้ำเสียงของมุกดาขาดห้วงไปชั่วครู่ ความเศร้าในแววตาเธอฉายแววชัดจนวารีสังเกตมันได้ หน้าตาเหมือนแมวหยิ่งที่วารีเคยนิยามผู้หญิงคนนี้ไว้ดูจะเปลี่ยนไปแล้ว ความเงียบงันเกิดขึ้นชั่วขณะแล้วมุกดาก็เอ่ยขึ้นต่อ

         “การไปอยู่กรุงเทพ ได้เป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแบบที่ฝัน มันไม่ได้ทำให้มุกมีความสุขเหมือนที่คิดไว้ มุกก็ยังหาคำตอบเรื่องนี้ไม่ได้เหมือนกัน แต่ที่รู้แน่ ๆ คือ เวลามันไม่เคยย้อนกลับ มุกเลยอยากมาอยู่กับแม่”

         “แม่ลีป่วยตั้งแต่เมื่อไหร่ ลูกจันทร์ไม่เห็นบอกพี่ แม่พี่ก็ไปหาอยู่บ่อย ๆ ยังบอกอยู่เลยว่าแม่ลีสบายดี แค่ดูเหงา ๆ อาจเพราะมุกไม่อยู่”

         วารีเกิดความแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้รับรู้เรื่องนี้ ที่ผ่านมาถึงแม้เธอและมุกดาจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกัน แต่วารีก็โตพอที่จะแยกแยะเรื่องอื่นได้ กับคนในครอบครัวคนอื่นของมุกดาเธอก็ยังให้ความเคารพและช่วยเหลือเสมอเท่าที่จะช่วยได้

         อีกอย่างบ้านมุกดามีลูกจันทร์คอยดูแล ซึ่งเป็นเด็กกำพร้าที่แม่ลีเคยให้ความช่วยเหลือ และรับมาเลี้ยงตั้งแต่อายุสองขวบ ตอนนี้ลูกจันทร์โตเป็นสาวเต็มตัว แถมยังน่ารักสดใสสมวัย ทั้งคู่ค่อนข้างสนิทกัน แต่ลูกจันทร์ก็ไม่เคยบอกเธอเรื่องที่แม่ลีป่วย

         “ปีที่แล้วค่ะที่แม่ป่วย และมุกเป็นคนสั่งลูกจันทร์เองว่าห้ามบอกใคร มุกไม่อยากให้ใครมาสงสารหรือช่วยเหลืออะไร เราสามคนยังดูแลกันได้ แต่เอาจริง ๆ ถ้าไม่มีลูกจันทร์บ้านเราก็อาจจะแย่”

         วารีพยักหน้าเล็กน้อย เธอไม่ได้ตอบอะไร ทว่าในหัวกลับคิดอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด

         “แล้วนี่น้องจะไปเรียนต่อเมื่อไหร่ล่ะ ไม่น่าเชื่อนะ แป๊บเดียวลูกจันทร์จะเข้ามหาลัยแล้ว”

         “ค่ะ ลูกจันทร์โตเป็นสาวแล้ว น่ารักสมวัย น้องจะไปกรุงเทพเดือนหน้าค่ะ”

         วารีพยักหน้ารับรู้ ไม่ได้ถามอะไรกลับไปอีก มื้ออาหารของทั้งคู่ดำเนินไปเรื่อย ๆ เมนูอาหารของเที่ยงวันนี้แสนเรียบง่าย ทว่าบทสนทนาที่ได้พูดคุยกันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหนักหน่วงจนวารีทานข้าวได้ไม่มาก ทั้งที่เป็นเมนูโปรดของเธอ

         “ทำไมกินข้าวไม่หมดคะพี่วา นี่ขนาดกินสองคนแล้วนะ”

         มุกดาเอ่ยถามเมื่อเห็นวารีรวบช้อนส้อมไว้ข้างจานแล้วยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่ม

         “ก็ไม่อร่อย กินไม่ลง”

         “ถามจริง? แต่แม่แววบอกว่าอร่อยนะ แม่บอกฝีมือมุกยังเหมือนเดิมเลย”

         “เหรอ งั้นก็คงไม่เหมือนเดิมสำหรับพี่คนเดียว แต่เอาเถอะ ยังไงก็ขอบคุณที่เอามาให้ แต่วันหลังไม่ต้อง พี่จัดการตัวเองได้”

         มุกดาเห็นสายตาเฉยชาของอีกฝ่ายก็รีบเก็บกล่องข้าวใส่ถุงผ้าทันที

         “เก่งจริง ๆ เก่งเหลือเกิน ทำอะไรได้เอง อยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่คิดจะขอความช่วยเหลือจากใคร ใครยื่นอะไรให้ก็ไม่เอาไม่อยากรับไว้ พี่นี่ไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ”

         สิ่งที่มุกดาเอ่ยมาถูกต้องทุกอย่าง มันคือนิสัยที่แท้จริงของวารี และน้อยคนที่จะเข้าใจในสิ่งที่เธอเป็น เข้าใจความเข้มแข็งซึ่งเป็นเพียงเปลือกนอกที่เธอฉาบมันเอาไว้

         แต่ความรู้สึกลึก ๆ ภายในที่แท้จริง ใครเลยจะรู้ว่าวารีคนนี้กำลังรู้สึกอะไรบ้าง

         “พี่ก็เป็นของพี่แบบนี้มาตั้งนานแล้ว”

         “ค่ะ มุกรู้ว่าพี่เป็นแบบนี้มานานแล้ว งั้นพี่ก็ช่วยรู้เอาไว้ด้วยว่าหลังจากนี้ชีวิตพี่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

         วารีขมวดคิ้วเมื่อได้ยินแบบนั้น ไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยนัก

         “หมายความว่าไง”

         “แม่แววคงไม่ได้บอกพี่ใช่มั้ยคะว่าหน้าที่ของมุกไม่ได้มีแค่ช่วยงานที่ร้านอาหาร แต่แม่ให้มุกมาเป็นผู้จัดการให้พี่ด้วย”

         “ห้ะ!”

         “ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นค่ะ เรื่องจริงไม่จ้อจี้”

         “บ้า ผู้จัดการอะไร พี่ไม่ใช่ดารา ไม่เอา!”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง   ตอนพิเศษ (2) อยู่ดี ๆ ก็มีลูก

    หลังจากแต่งงานกันมาได้สองปี ตอนนี้ทั้งวารีและมุกดาก็มีความสุขดีตามประสาคู่ชีวิตทั่วไปที่ช่วยกันทำงานและดูแลกิจการ ส่วนเรื่องของการมีลูกนั้น ทั้งคู่ไม่ได้คิดเรื่องนี้ เพราะวารีเองก็อายุ39ปีแล้ว ส่วนมุกดาปีนี้ก็33 หากจะใช้วิธีทางการแพทย์เพื่อให้ได้มาซึ่งการมีลูกก็อาจจะเสี่ยงในหลาย ๆ อย่าง ทั้งคู่เลยไม่ได้คิดเรื่องนี้ แต่ใครจะคิดว่าจู่ ๆ ฟ้าจะส่งเด็กน้อยสองคนมาให้ วันนี้วารีและมุกดาพากันมาบริจาคของเล่นและสิ่งของต่าง ๆ ให้กับสถานสงเคราะห์บ้านเด็กกำพร้า ซึ่งทั้งคู่แวะมาที่นี่กันบ่อย บางครั้งก็แวะมาเล่านิทาน ร้องเพลง ทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก ๆ และทุกครั้งที่จะกลับ มักจะมีสายตาละห้อยของเด็ก ๆ มองพวกเธอเสมอทำให้มุกดาอดคิดถึงลูกจันทร์น้องสาวของเธอไม่ได้ หากวันนั้นแม่ของเธอไม่รับลูกจันทร์มาเลี้ยง ไม่รู้ว่าตอนนี้ชีวิตของน้องสาวตัวเองจะเป็นยังไงบ้าง หากมีโอกาส มุกดาก็อยากจะช่วยเหลือเด็กที่นี่ได้มากกว่านี้“ทำหน้าเศร้าอีกแล้วนะคะ”วารีเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เดินอยู่ข้างกันหม่นหมองลงทันทีในตอนที่กำลังจะกลับ“น้องสงสารเด็ก ๆ ที่นี่ค่ะ ใจนึงก็อยากช่วย อีกใจก็รู้ว่าเราคงไม่มีกำล

  • คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง   ตอนพิเศษ (1) ดูงานต่างประเทศ

    สนามบินต่างประเทศในเช้าตรู่เต็มไปด้วยเสียงจ้อกแจ้กจากนักท่องเที่ยว แต่วารีกลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด มือที่กุมมือมุกดาไว้แน่น ๆ คือคำยืนยันว่าการเดินทางไปดูงานต่างประเทศครั้งนี้ เธอไม่ได้เดินทางเพียงคนเดียวอีกต่อไป การเดินทางมาโตเกียวครั้งนี้ คนที่ดูจะตื่นเต้นกว่าคือมุกดา และเป็นฝ่ายจัดกระเป๋าเตรียมทุกอย่างให้วารีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้จะแต่งงานกันมานานแล้ว แต่เรื่องของความรักและการเอาใจใส่กันยังคงเป็นสิ่งที่ทั้งคู่เติมเต็มให้กันเสมอ“พี่วาคะ น้องได้ยินมาว่า ร้านเครื่องประดับในโตเกียวนี่ขึ้นชื่อเรื่องดีไซน์ที่เอามุกมาประยุกต์แบบโมเดิร์นเลยนะคะ” มุกดาหันมาพูดอย่างตื่นเต้น ขณะที่ทั้งคู่รอแท็กซี่ที่หน้าโรงแรมวารีพยักหน้า ดวงตาหวานฉ่ำมองคนข้างกาย “เดี๋ยวก็ได้เห็นค่ะ พี่เองก็อยากดูว่าเขาเอาแนวคิดธรรมชาติมาใส่ในเครื่องประดับยังไงบ้าง จะได้กลับไปพัฒนาไลน์ของเราเพิ่ม”ทริปนี้วารีตั้งใจพามุกดามาด้วย เพราะอยากให้เห็นกระบวนการด้านศิลป์และการตลาดจากทั่วโลก ไม่ใช่แค่เรื่องอนุรักษ์หรือการผลิตเพียงอย่างเดียว มุกดาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อย เพราะนี่คือครั้งแรกที่เธอได้มาดูนิทรรศการเครื่องประดับหอ

  • คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง   บทที่ 30 เจอเจ้าสาวได้ยังไง

    เสียงคลื่นซัดเบา ๆ อยู่ไม่ห่างจากเวทีไม้ไผ่ที่จัดวางกลางลานหญ้าของฟาร์มวารี เส้นไฟดวงเล็กวิบวับถูกขึงข้ามเหนือหัวผู้คน บรรยากาศค่ำคืนโรแมนติกอบอวลด้วยกลิ่นอาหารทะเลสด ๆ และเสียงหัวเราะของผู้ที่มาร่วมงานโต๊ะยาวที่จัดเรียงหน้าฟาร์มเต็มไปด้วยอาหารพื้นบ้านอย่างหอยทอด ข้าวเหนียวปิ้ง ปลาย่าง และของหวานแบบไทย ๆ ที่แม่ ๆ ป้า ๆ แถวนั้นตั้งใจทำมาจากบ้านตัวเอง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ‘วันสำคัญของสองสาวเจ้าของฟาร์ม’“บรรยากาศดีจนฉันอยากแต่งงานอีกรอบเลย” คิรินเอ่ยพลางยกแก้วน้ำมะพร้าวขึ้นจิบ หันไปมองวิวาห์ที่นั่งอยู่ข้างกันแล้วส่งยิ้มหวานวิวาห์หันไปทางเวทีกลาง พูดเสียงเบาเหมือนกำลังคิดตาม “วารีดูอ่อนโยนขึ้นเยอะเลยเนอะตอนอยู่กับมุก ไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้งคู่จะวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง”“นั่นสิ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กที่ชื่อมุกดา คนที่เคยทำให้เพื่อนเราร้องไห้จนแทบจะขาดใจตาย ทำให้คนที่เคยเหมือนหินก้อนเบ้อเริ่ม กลายเป็นขนมโมจิได้ เห็นหน้าวารีเมื่อกี้มั้ย เหมือนลูกแมวเลย” คิรินหัวเราะเบา ๆบนเวทีไม้ไผ่ มุกดาในชุดไทยผสมลูกไม้ประยุกต์สีครีมอ่อน ยืนจับมือกับวารีที่อยู่ข้างกัน ทั้งสองคนยิ้มเขินนิด ๆ ขณะท

  • คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง   บทที่ 29 แขกพิเศษ

    งานแต่งงานของวารีกับมุกดาในวันนี้ จะเรียกงานแต่งก็อาจจะไม่ถูกซะทีเดียว เพราะบรรยากาศมันเหมือนการรวมพลเลี้ยงคนในหมู่บ้านมากกว่า วารีไม่คิดเลยว่าแม่ของเธอจะเชิญคนทั้งหมู่บ้านขนาดนี้ บรรยากาศในวันนี้จึงเต็มไปด้วยเสียงเฮฮาและรอยยิ้ม ทำเอาเจ้าสาวทั้งสองคนมีรอยยิ้มสดใส หน้าตาเปล่งปลั่ง มีออร่าตลอดเวลาที่คอยต้อนรับแขกในงาน และความตั้งใจของทั้งวารีและมุกดา ที่อยากให้งานเป็นไปด้วยความเรียบง่าย พิธีวันนี้จึงไม่ได้เคร่งครัดมากนัก มีเพียงการผูกข้อไม้ข้อมือ สวมแหวน และงานเลี้ยงขอบคุณแขกที่มาร่วมงานก็เท่านั้น และสิ่งที่เซอร์ไพรซ์ในงานแต่งวันนี้คือการที่ลูกจันทร์พาใครบางคนมาร่วมงานแต่งของพี่สาวเธอด้วย นั่นก็คือคุณพาขวัญ บุคคลที่ย่างกรายเข้ามาในงานแล้วโดนจับจ้องด้วยสายตาทุกคู่ พาขวัญ อัครเมธากุล เจ้าของมูลนิธิพาขวัญ ผู้ทำประโยชน์ให้กับสังคมมากมาย อีกทั้งยังก่อตั้งมูลนิธิเพื่อให้เงินทุนการศึกษาแก่เด็กยากไร้และเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ ลูกสาวนักการเมืองตำแหน่งใหญ่ นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอ ว่ากันว่า เธอไม่ชอบงานสังคม เธอหาตัวจับยาก ไม่ค่อยมีใครได้เห็นเธอไปไหนมา

  • คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง   บทที่ 28 สร้อยมุกที่เสกได้

    วารีฟาร์มแห่งนี้ยังคงเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นเสมอมา นับตั้งแต่มุกดาเข้ามาที่นี่เจ้าของฟาร์มที่เคยเอาแต่ทำงาน ไม่ค่อยทักทายลูกน้อง ใบหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลาก็ดูจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก วันแต่งงานเข้ามาใกล้มากขึ้น ใกล้จนมันกำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว เสียงคลื่นซัดเบา ๆ เข้าฝั่งในยามค่ำคืน ท้องฟ้าริมทะเลมีเพียงแสงดาวกระพริบระยิบ ระเบียงบ้านไม้ที่ยื่นไปในทะเลของวารีเงียบสงบ ลมโชยอ่อน ๆ พัดผ่านม่านบางในห้องนอน ราวกับจะกระซิบเตือนให้หัวใจของคนทั้งสองจดจำช่วงเวลานี้ไว้ให้แม่นมุกดานั่งอยู่บนเตียงไม้สีอ่อน ห่มผ้าบาง ๆ รอบตัว ขาเปลือยเปล่าห้อยแกว่งเบา ๆ กับอากาศ ขณะที่แสงไฟจากโคมข้างเตียงให้แสงอบอุ่นพอดีเสียงประตูไม้เปิดออก วารีในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มเดินเข้ามาช้า ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาฉายแววอ่อนโยนกว่าทุกคืน“ยังไม่นอนเหรอคะ” คนที่เดินเข้ามาเอ่ยถามแล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างกัน“พรุ่งนี้ก็จะแต่งงานแล้ว ใครจะหลับลงกันล่ะ” มุกดาหันมายิ้มตาหยีวารีคลี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย เตรียมเอาของที่สองมือซ่อนไว้ด้านหลังออกมา“พี่มีอะไรจะให้ค่ะ”“หืม?” ม

  • คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง   บทที่ 27 ไม่หึงเมียจะหึงใคร

    นับตั้งแต่คุยเรื่องแต่งงาน และได้ข้อสรุปว่า ฤกษ์แต่งงานจะมีขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า ทางด้านมุกดาก็หันมาดูแลตัวเองมากกว่าเดิม เพราะอยากให้ภาพวันนั้นออกมาสวยงามที่สุด จริง ๆ มันเป็นเรื่องที่ควรทำ เพื่อให้ออร่าเจ้าสาวเปล่งประกาย แต่ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนไม่ชอบเอาซะเลยที่แฟนตัวเองหันมาดูแลตัวเองจนสวยวันสวยคืนมากขึ้น พักหลังมานี้วารีจึงตามติดมุกดามากกว่าเดิม ถ้าเมื่อก่อนแทบจะสิง ตอนนี้คงต้องเรียกว่า แทบจะกลืนกิน ถึงขนาดที่ว่า คนงานในฟาร์มยังไม่กล้ามองมุกดาตรง ๆ เพราะมักจะเจอกับสายตาดุ ๆ ของวารีอยู่เสมอ ส่วนมุกดานั้นไม่ได้ถือสาอะไรกับท่าทีของแฟนตัวเอง เธอมองว่าวารีเหมือนโกลเด้นตัวโตที่อยากให้เจ้าของสนใจก็เท่านั้นวันนี้แดดในช่วงบ่ายคล้อยกำลังอ่อนแรง เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งดังแผ่วเบาเหมือนเพลงกล่อม วารีเดินออกจากห้องประชุมในศูนย์การเรียนรู้ของฟาร์ม ด้วยสีหน้าตึงเครียดหลังการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรฯ เสร็จ เธอถอดเสื้อคลุมพาดไหล่ออก เหลือเพียงเสื้อยืดสีขาวตัวเรียบที่เปียกชื้นจากเหงื่อเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าจากการทำงานเริ่มแผ่ซึมผ่านท่าทางทุกอณูแต่ทันทีที่

  • คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง   บทที่ 25

    “มันจะเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ ทุกอย่างที่เป็นเรื่องของน้อง เป็นความสบายใจของน้อง เป็นความสุข และเป็นสิ่งที่จะทำให้น้องยิ้มได้ พี่จะทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้เลยนะ หลังจากนี้ไป ให้พี่ดูแลนะ ให้พี่ได้มีโอกาสแก้ไขเรื่องที่ผ่านมา ความเข้าใจผิดในทุกอย่าง เราสองคนมาปลูกต้นรักกันใหม่ มาสร้างครอบครัวของเราด้วยกันนะ”

  • คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง   บทที่ 22 บอกรักผ่านมื้อเช้า

    เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่ดังขึ้นในตอนตีห้า ทำเอาวารีรีบควานหาต้นตอของเสียงแล้วกดปิดมันอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าคนที่นอนอยู่ข้างกันจะตื่น หลังจากปิดเสียงรบกวนแล้ว เธอพลิกตัวหันมามองใบหน้าของมุกดาพร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าตลอดเวลา สายตาที่มีแต่ความคลั่งรักจ้องมองคนน้องแทบไม่กะพริบตา ยิ่

  • คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง   บทที่ 20 เลี้ยงส่งลูกจันทร์

    นับตั้งแต่ที่มุกดายอมเปิดใจให้วารีอีกครั้ง บรรยากาศในฟาร์มก็ดูจะเปลี่ยนไปมาก เหมือนว่าคนมีความรักจะทำให้สถานที่แห่งนี้มีสีสัน แม้แต่แม่แววเองก็สังเกตได้ แต่เลือกที่จะไม่ทักท้วงอะไร เพราะอยากให้บรรยากาศแบบนี้คงอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ การได้เห็นวารีและมุกดาส่งยิ้มให้กัน ส่งสายตาหวานฉ่ำมองกันอยู่บ่

  • คุณวารีไม่ชอบแมวหยิ่ง   บทที่ 18 แมวหึง

    มุกดาเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังสวมกอดเธอจากด้านหลัง ไม่ใช่ผีหรือสิ่งเร้นลับใด ๆ อย่างที่คิด แต่เป็นคนที่หายไปจากการติดต่อของเธอตั้งแต่ช่วงค่ำต่างหาก “ชู่ว์ อย่าเสียงดังค่ะ คนในบ้านนอนกันหมดแล้ว” วารียกนิ้วชี้แตะริมฝีปากของมุกดาเบา ๆ ตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันมากจนรับรู้ได

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status