Masukหนึ่งสัปดาห์ต่อมา
วันนี้ไอรดามีนัดกับเพื่อนรักอย่างณิชา เธอจึงรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปร้านอาหารที่เป็นร้านประจำของเธอ สองขาเรียวก้าวเข้ามายังห้องรับประธานอาหารที่ตอนนี้พ่อกับแม่ และก็คุณอากำลังทานข้าวกันอยู่
“ตื่นแล้วเหรอลูกไอ มาทานข้าวด้วยกันเร็วเข้า วันนี้แม่ทำเมนูโปรดลูกด้วยนะ” คุณหญิงพรพิมลเอ่ยขึ้นมา ทว่ากำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ไปตักข้าวให้ลูกสาวก็ต้องหยุดชะงักแล้วนั่งลงไปตามเดิม
“วันนี้ไอจะไปทานข้าวกับณิชาข้างนอกค่ะคุณแม่”
“อ้าว งั้นหรอกเหรอ”
“เอาไว้ตอนเย็นไอจะมาทานข้าวที่บ้านนะคะ”
“ได้จ๊ะ”
เมื่อคุยกับผู้เป็นแม่เสร็จแล้ว ไอรดาจึงรีบหันหน้ามามองอรดีพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา
“อาอร เรื่องงานแต่ง ไอว่าจะขอจัดการเองนะคะ”
ไพรวงษ์ที่ได้ยินลูกสาวบอกกล่าวถึงกลับละสายตาจากอาหารแล้วหันไปจ้องหน้าลูกสาวแทน ส่วนอรดีก็แสดงสีหน้างุนงง จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนหลานสาวตัวดีมันไม่มีท่าทีอยากจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ ทว่าจู่ๆพอมาวันนี้ดันอยากเป็นคนจัดการเอง
“แกเนี้ยนะยัยไอจะจัดงานแต่งเอง”
“ใช่ค่ะ อาอรมีปัญหาอะไรไหมคะ”
“ฉันไม่มีหรอก แต่กลัวแกจะทำงานพังเสียมากกว่า”
“ปล่อยให้ยัยไอจัดการไปเลยอรดี งานนี้ยัยไอไม่กล้าทำงานแต่งตัวเองพังแน่นอน”
“พี่ไพรจะแน่ใจได้ยังไง”
“แน่ใจสิ เชื่อพี่เถอะ ยัยไออยากแต่งใจจะขาดอยู่แล้ว”
ไพรวงษ์ทราบดีว่าลูกสาวคนเดียวของเขามีใจให้เวหา ถึงปากจะบอกว่าเป็นแค่คนรู้จักแต่การกระทำของไอรดาที่แสดงออกมานั้นมันไม่ใช่เลย ดูก็รู้ว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างสำหรับคู่นี้
“เอาเป็นว่าอาอรยกให้ไอจัดการแล้วนะคะ ถ้าไม่มีอะไรไอขอตัวก่อนค่ะ เดี๋ยวณิชาจะรอนาน”
“ขับรถดีๆนะลูกไอ”
“ค่ะ คุณแม่”
จากนั้นไอรดาจึงขับรถสปอร์ตคู่ใจของตัวเองออกจากบ้านมุ่งตรงไปยังท้องถนน เสียงเพลงดังกระหึ่มมาพร้อมกับเสียงร้องของไอรดาที่ขับร้องตามอย่างอารมณ์ดี มือเล็กจับพวงมาลัยพลางโยกตัวไปมาเต้นตามจังหวะ โชคดีที่วันนี้รถไม่ติดสักเท่าไรใช้เวลาเพียงไม่นานไอรดาก็มาถึงร้านอาหารแล้ว
“ไงแก รอฉันนานไหม”
ไอรดาเอ่ยถามเพื่อนสาวทันทีที่เธอเดินเข้ามาถึงโต๊ะอาหารที่ได้จองเอาไว้ล่วงหน้า เธอวางกระเป๋าสีดำราคาหลักแสนลงพร้อมกับทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้
“ฉันเพิ่งมาถึงเหมือนกัน ว่าแต่แกเถอะนัดฉันมามีธุระอะไรด่วนเหรอ”
เจ้าของใบหน้าสวยยกยิ้ม ก่อนที่เธอจะบอกข่าวดีให้เพื่อนสาวได้รับรู้และยินดีกับเธอ
“อีกสองอาทิตย์ ฉันจะแต่งงานแล้วนะ”
“ห๊ะ!? แกว่าอะไรนะ” ณิชาถึงขั้นอุทานด้วยน้ำเสียงตกใจ
“แกได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันกำลังจะแต่งงาน”
“แต่งกับใคร อย่าบอกนะว่าเป็นไอ้พี่เจย์”
“จะบ้าเหรอ ฉันจะไปแต่งงานกับมันทำไมล่ะ”
“ใครจะไปรู้ ก็ข่าวของแกออกจะดังซะขนาดนั้น”
“ตลกแหละ แกพูดแบบนี้ทำเหมือนไม่รู้จักนิสัยของฉันเลยอ่ะ” ไอรดาว่าด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
“ฉันล้อเล่น ว่าแต่เจ้าบ่าวของแกเป็นใครอ่ะ”
ไอรดายิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนที่เธอจะยื่นรูปถ่ายที่มาจากโทรศัพท์มือถือไปให้เพื่อนดูแทนคำตอบ ทันทีที่ณิชาจ้องมองรูปภาพนั้นใกล้ๆดวงตาทั้งสองก็เบิกกว้าง ตกใจเป็นรอบที่สอง
“พี่เวหา!”
“ใช่! ฉันกำลังจะแต่งงานกับพี่เวหา”
“เดี๋ยวนะ ขอฉันตั้งสติก่อน” ณิชาอยู่ในอาการมึนงง เธอยกมือขึ้นมากุมขมับราวกับปวดหัว เท่าที่ทราบมาตลอดคือทั้งสองคนจบกันไปนานแล้ว แถมเพื่อนสาวของเธอเองที่เป็นฝ่ายตัดจบความสัมพันธ์ไปแต่แล้วทำไมถึงวนกลับมาเจอกันได้
“แกไม่ต้องสงสัยหรอก เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังเอง”
“งั้นรีบเล่ามาเลย”
ไอรดารีบเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้ณิชาฟังจนหมด ตั้งแต่เรื่องที่แม่ของเวหาเป็นหนี้ เรื่องที่ถูกพ่อหาสามีมาล้างคาว จนมาถึงสัญญาในการแต่งงานของเวหาและไอรดาก็ด้วย
“สรุปทางพี่เวทำสัญญาแต่งงาน3ปี จากนั้นจะหย่ากับแกทันที งี้เหรอ”
“อือ”
“แล้วแกก็ยอม..?”
“ฉันมีทางเลือกที่ไหนล่ะ แกก็รู้ ดีแค่ไหนแล้วที่เขายังแต่งงานกับฉันอยู่ ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงปฏิเสธตั้งแต่เจอหน้าแล้ว”
“ก็ใช่ แกทำกับพี่เขาขนาดนั้นเขายังยอมที่จะแต่งงานกับแกเลย ถึงส่วนหนึ่งจะแต่งเพื่อชดใช้หนี้สินก็เถอะ”
“เฮ้ออออ.... คิดแล้วก็เหนื่อยหัวใจ”
ไอรดามีสีหน้าที่เหนื่อยล้าออกมา จนณิชารู้สึกเห็นใจเพื่อนรัก เอาจริงเธอรู้ดีว่าเวหาคือคนที่ไอรดารักมากและจนตอนนี้ก็ไม่เคยหยุดรักเวหาเลยสักวัน แต่จะให้ทำยังไงได้ก็เพื่อนตัวดีมันทำแสบกับเขาไว้เยอะเลย
“เอาน่าา อย่างน้อยๆแกก็ได้อยู่กับพี่เขาอีกครั้งนะยัยไอ” ณิชาเอื้อมมือไปแตะบ่าเพื่อนรักอย่างปลอบใจ
“ฉันมีอีกเรื่องที่ให้แกช่วย”
“ว่ามาเลย ฉันพร้อมซัพพอร์ตแกเสมอไอรดา”
“ชุดแต่งงานของฉันกับพี่เว ฉันอยากให้ร้านของแกเป็นคนออกแบบให้ รวมทั้งสถานที่จัดงานด้วย”
“ได้เลย ฉันจะทำงานแต่งของแกออกมาให้สวยที่สุด”
“ขอบใจแกมากนะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอไปหาพี่เวที่คลินิกก่อน”
“โอเคจ้ะ”
คลินิกธรรมรงนารักษ์
เจ้าของเรือนร่างสมส่วนสวมใส่กางเกงยีนส์รัดรูปสีน้ำเงินเข้มเสื้อเกาะอกสีขาวโชว์ไหปลาร้าสวยเดินก้าวเข้าไปในคลินิกของว่าที่สามีด้วยความมั่นใจ เสียงฝีเท้าที่มาจากรองเท้าส้นสูงหกนิ้ว ดังตึกๆ เรียกความสนใจกับทางพนักงานต้อนรับได้เป็นอย่างดี
“ไม่ทราบว่าคุณหมออยู่ไหมคะ”
ไอรดาเอ่ยถามหาว่าที่สามีจากพนักงานต้อนรับที่ยืนอยู่ตรงเคาท์เตอร์ ทุกคนต่างหันมามองเธอด้วยหางตาแล้วพาพากันก้มลงไปซุบซิบนินทาเธอเบาๆ
“ใช่สาวไฮโซที่แย่งสามีชาวบ้านป่ะ”
“อืมใช่ คนนี้แหละ”
“แล้วหล่อนมาทำอะไรที่นี่ หรือว่าจะมาอ่อยคุณหมอของพวกเรา”
“อย่านะ! คุณหมอของพวกเราไม่มีทางสนใจหล่อนหรอก”
ทว่าไอรดากลับทำเป็นไม่สนใจสายตาและคำนินทาของผู้หญิงพวกนั้นเลยสักนิด เธอยังคงยืนสวยๆเพื่อรอคำตอบอยู่
“คุณชื่ออะไรคะ แล้วได้มีนัดกับคุณหมอหรือเปล่า”
“ฉันชื่อไอรดาค่ะ ไม่ได้มีนัด”
“ถ้าไม่มีนัดฉันขอเชิญคุณกลับไปก่อนเถอะนะคะ พอดีคุณหมอสั่งเอาไว้ว่าห้ามให้ใครที่ไม่มีนัดเข้าไปพบเด็ดขาด”
“แม้กระทั่งว่าที่ภรรยาอย่างฉันน่ะเหรอคะ”
ไอรดาเอ่ยอย่างอารมณ์เสีย ทำเอาพนักงานที่ได้ฟังอึ้งตกใจไปตามๆกัน
“คุณเป็นว่าที่ภรรยาของคุณหมอเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“อ๋อ ปะ เปล่าค่ะ”
“ถ้าอย่างงั้นฉันขอเข้าไปพบคุณหมอได้หรือยังคะ พอดีฉันจะมาคุยธุระเรื่องงานแต่งน่ะค่ะ”
พนักงานสาวทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นสายตาแข็งกร้าวของไอรดาที่จ้องราวกับจะกินหัวเธอ จนเธอจำเป็นต้องผายมือเชิญให้ว่าที่ภรรยาของเจ้านายเข้าไปยังห้องทำงาน แต่ทันใดนั้น...
“ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าไม่มีนัด ฉันจะไม่พบใครทั้งนั้น!” เสียงเข้มตวาดลั่น
ไอรดารีบหมุนตัวหันกลับไปมองเจ้าของเสียงนั้นปรากฏร่างสูงโปร่งของเวหาเดินตรงเข้ามาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม เหล่าพนักงานและลูกค้าคนอื่นๆที่มารอใช้บริการต่างหันไปโฟกัสทั้งคู่เป็นตาเดียว
“พี่เวทำไมพูดแบบนั้นล่ะค่ะ ไอแค่จะมาคุยถึงเรื่องงานแต่งของเราเองค่ะ”
“เราไม่ได้สนิทกัน ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพี่”
“งั้นพี่เวจะให้ไอเรียกว่าอะไรดีคะ หรือจะให้ไอเรียกพี่ว่า คุณสามี” ไอรดาเน้นคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางจดจ้องมองหน้าคนตัวโตอย่างเอาเรื่อง
“คุณหมอ! เธอต้องเรียกฉันว่าคุณหมอ”
มือเล็กทำได้เพียงกำหมัดแน่น ให้ตายเถอะ! ไม่เคยคิดเลยว่าเวหาจะกล้าหักหน้าเธอต่อหน้าคนพวกนั้นที่เพิ่งนินทาเธอไปหยกๆ
“ค่ะ คุณหมอ! ว่าแต่เราจะคุยเรื่องแต่งงานกันได้หรือยังคะ”
เวหาจ้องมองหน้าไอรดาเขม็ง เขาไม่ชอบเลยที่ไอรดามาเที่ยวเปล่าประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเขา แถมยังแสดงตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเขาราวกับไม่มีผู้ชายคนอื่นให้เอาแล้ว เวหาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วดึงเข้ามาใกล้ๆก่อนที่เขาจะโน้มลงไปกระซิบเบาๆที่ข้างหูของเธออย่างเหลืออด
“ขอร้องอย่ามาแสดงตัวว่าเป็นภรรยาของฉันเพื่อลบล้างกับสิ่งเลวๆที่เธอได้ทำ มันทุเรศ!”
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนี้ไอรดามีนัดกับเพื่อนรักอย่างณิชา เธอจึงรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปร้านอาหารที่เป็นร้านประจำของเธอ สองขาเรียวก้าวเข้ามายังห้องรับประธานอาหารที่ตอนนี้พ่อกับแม่ และก็คุณอากำลังทานข้าวกันอยู่“ตื่นแล้วเหรอลูกไอ มาทานข้าวด้วยกันเร็วเข้า วันนี้แม่ทำเมนูโปรดลูกด้วยนะ” คุณหญิงพรพิมลเอ่ยขึ้นมา ทว่ากำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ไปตักข้าวให้ลูกสาวก็ต้องหยุดชะงักแล้วนั่งลงไปตามเดิม“วันนี้ไอจะไปทานข้าวกับณิชาข้างนอกค่ะคุณแม่” “อ้าว งั้นหรอกเหรอ” “เอาไว้ตอนเย็นไอจะมาทานข้าวที่บ้านนะคะ”“ได้จ๊ะ” เมื่อคุยกับผู้เป็นแม่เสร็จแล้ว ไอรดาจึงรีบหันหน้ามามองอรดีพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา “อาอร เรื่องงานแต่ง ไอว่าจะขอจัดการเองนะคะ”ไพรวงษ์ที่ได้ยินลูกสาวบอกกล่าวถึงกลับละสายตาจากอาหารแล้วหันไปจ้องหน้าลูกสาวแทน ส่วนอรดีก็แสดงสีหน้างุนงง จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนหลานสาวตัวดีมันไม่มีท่าทีอยากจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ ทว่าจู่ๆพอมาวันนี้ดันอยากเป็นคนจัดการเอง “แกเนี้ยนะยัยไอจะจัดงานแต่งเอง” “ใช่ค่ะ อาอรมีปัญหาอะไรไหมคะ” “ฉันไม่มีหรอก แต่กลัวแกจะทำงานพังเสียมากกว่า”“ปล่อยให้ยัยไอจัดการไปเลยอรดี ง
ปลายปากกาแท่งเล็กฝังหมึกลงไปในกระดาษสัญญาในเวลาต่อมา จากนั้นไอรดาจึงยื่นส่งกลับให้เจ้าของในทันที “เรียบร้อยค่ะ ไอ เอ้ย! ฉันลงลายเซ็นไว้ให้คุณหมอแล้ว” เวหาหลุบตามอง เมื่อเห็นลายเซ็นของว่าที่ภรรยาได้เซ็นตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนเขาจึงรีบเก็บมันใส่ไว้ในซองสีน้ำตาลตามเดิม“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณท่าน” “อืม รีบกลับไปดูแม่เถอะ ส่วนเรื่องจัดงานผมจะให้ทางแม่อรดีเป็นคนจัดการเอง คุณหมอมีหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวก็พอครับ” “ครับท่าน” เวหาลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะก้มโค้งให้ผู้ใหญ่ที่เคารพแล้วเดินจากไปโดยที่ไม่เอ่ยลาว่าที่ภรรยาสักคำเดียว ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้เมื่อทุกอย่างยังคงค้างคาในหัวใจมีเหรอไอรดาจะหยุด ไอรดาไม่อยากพลาดโอกาสอีกแล้ว เธอจึงหันมาบอกผู้เป็นพ่อให้รออยู่ตรงนี้เสียก่อน“พ่อคะ พ่อรอไออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวไอมา” “เดี๋ยวสิยัยไอ แกจะไปไหน” ไพรวงษ์เรียกลูกสาวตามหลัง ทว่าไอรดาไม่ได้สนใจ เธอรีบจ้ำเท้าเดินตามหลังเวหาไปจนถึงรถบีเอ็มสีดำที่จอดอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น “พี่เว!” เวหาที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เขาจึงรีบหมุนตัวหันหน้ากลับไปมองเจ้าข
เสียงเครื่องยนต์จากรถสปอร์ตหรูคันสีแดงแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในช่วงสี่ทุ่มกว่า ไอรดาลงมาจากรถแล้วมุ่งตรงเข้าไปข้างใน หากแต่เท้าทั้งสองที่กำลังก้าวขึ้นบันไดต้องชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงเข้มงวดของผู้เป็นพ่อที่เอ่ยจากทางด้านหลังทำเอาเธอตกอกตกใจไปหมด“ยัยไออย่าเพิ่งไป พ่อมีเรื่องต้องคุยด้วย” “คุณพ่อจะด่าอะไรไออีกล่ะคะ” เพราะถูกพ่อต่อว่า ไอรดาจึงมีความน้อยใจคนเบื้องหน้าเป็นอย่างมาก เธอกล่าวด้วยถ้อยคำประชดประชัน “แกไม่ต้องทำประชดพ่อหรอก รีบเดินตามพ่อไปในห้องทำงานก่อนแล้วเดี๋ยวพ่อจะบอก” เจ้าของร่างเล็กทำท่าทางไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ เธอนั่งรอบนเก้าอี้หนัง เพียงไม่นานไพรวงษ์ก็เดินตามเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประจำของตัวเอง บรรยากาศภายในห้องเริ่มปกคลุมด้วยความเงียบงัน คนเอาแต่ใจกอดอกพลางแสดงสีหน้าบูดบึ้งจนผู้เป็นพ่อทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา “คุณพ่อมีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ไอจะได้ขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน” “ฮึ! แกนี่มันจริงๆเลย ขนาดถูกคนทั้งประเทศรุมด่า แต่แกยังมีหน้านอนหลับได้ลง” “แล้วจะให้ไอทำยังไงล่ะคะ หรือจะให้ไอไล่ฟ้องคนทั้งประเทศเลยดีไหม
“จะเอายังไงดีคะพี่ไพร บริษัทของเราหุ้นตกแล้วนะพี่” “เป็นเพราะข่าวฉาวของยัยไอคนเดียวเลยจริงๆ เป็นไงล่ะคุณหญิง! ลูกสาวที่คุณตามใจได้ทำเรื่องงามหน้าไม่พอมันยังทำให้บริษัทของครอบครัวพังพินาศอีก” ไพรวงษ์หันไปต่อว่าภรรยาอย่างเหลืออด บริษัทที่สร้างมากับมือกำลังจะพังทลายลงเพราะลูกสาวคนเดียวของตัวเอง เรียนจบมาแทนที่จะมาช่วยบริหารงานที่บ้านแต่ไอรดากลับมัวแต่ไปใช้ชีวิตตามใจจนเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นมา “ฉันขอโทษค่ะคุณพี่ ฉันผิดเองที่สอนลูกไม่ดี”“เลิกโทษกันก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้เราควรหาวิธีแก้ปัญหากันก่อน” “จะแก้ปัญหาอะไรได้ ภาพมันออกสื่อไปแล้ว” ไพรวงษ์คิดไม่ตก คิ้วขมวดหน้าแสดงสีหน้าคร่ำเครียดอย่างเห็นได้ชัดข่าวของไอรดาเริ่มบานปลายมากขึ้นเป็นวงกว้าง ผู้คนต่างโพสต์ด่ากันสนุกปากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทในตอนนี้เริ่มแย่ลงเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำให้บริษัทและวงศ์ตระกูลถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดี อรดีเลื่อนดูข่าวในโทรศัพท์มือถือทางเพจต่างๆได้เอามาโพสต์กันเห็นคอมเมนต์ด่าเสียเทเสีย“พวกเพจนี้มันบ้าจริงๆดูสิคะ มันด่ายัยไอแรงมากเลยค่ะพี่ไพร มันหาว่ายัยไอเคยไปแย่งแฟนของเพื่อนสนิทอีกด้วย” “แล้วเราจะทำยังไงดีค่ะคุณพี่”“น
#ปัจจุบันมาแล้วจ้ากับข่าวฉาวที่ทุกคนรอคอย วงในเม้าท์มอยกันให้ทั่วว่าแม่สาวไฮโซลูกคุณหนูแห่งตระกูลดังแอบไปกินต้มแซ่บกับสามีชาวบ้าน โดยมือดีได้ปล่อยภาพหลุดที่ทั้งคู่เดินเข้าไปในโรงแรมหรูย่านทองหล่อด้วยกันเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งที่ตัวผู้ชายเมียเพิ่งคลอดลูกได้เพียงสี่เดือนเท่านั้น ส่วนสาวไฮโซคนนี้นางเป็นแฟนเก่าของผู้ชายแต่เลิกลากันไปนานแล้ว สงสัยทนความคันไม่ไหวเลยนัดเจอกันโดยไม่สนใจหน้าตาของวงศ์ตระกูลเลยจ้าเสียงของนักข่าวสาวจากรายการโทรทัศน์ช่องดังต่างพากันอ่านข่าวคนในวงการบันเทิงอย่างออกอรรถรส ขณะเดียวกัน ไอรดาผู้ที่ตกเป็นจำเลยของสังคมก็ได้เดินลงมาทานข้าวที่โต๊ะอาหารพอดี “ดูข่าวอะไรกันอยู่เหรอคะ” “แกไปทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้ล่ะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับสายตาที่มองเธออย่างผิดหวัง “ไอทำอะไรเหรอคะ คุณพ่อ” “เลิกทำเป็นใสซื่อได้แล้วยัยไอ เห็นไหมว่าพวกนักข่าวมันเล่าข่าวฉาวของแกกันสนุกปากเลย” ‘อรดี’ ที่มีศักดิ์เป็นอา กล่าวด้วยน้ำเสียงกระแหนะกระแหนยามเมื่อหลานสาวของตัวเองไปทำเรื่องงามหน้าเอาไว้ ทำให้วงศ์ตระกูลมีจุดด่างพร้อยเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่เป็นชิ้นดี“อะไรกัน
เมื่อหนึ่งปีก่อน ณ ร้านอาหารสุดหรูบนชั้นดาดฟ้าย่านสาทร เป็นช่วงเวลาค่ำคืนที่สุดแสนจะพิเศษของใครหลายๆคน ยามเมื่อทอดมองออกไปไกลๆจะเห็นแม่น้ำกว้างใหญ่ให้ความสวยงามสมกับเป็นแหล่งนิยมของกลุ่มไฮโซอยู่ในระดับรวยพันล้านได้มาดื่มด่ำกับบรรยากาศที่หาจากไหนไม่ได้ ภายในร้านถูกตกแต่งคล้ายสไตล์บาร์ มีบูธดีเจคอยเปิดเพลงป็อปให้ลูกค้าได้โยกย้ายส่ายสะโพกผ่อนคลายกันเบาๆถัดมาที่โต๊ะของคู่รักคู่หนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังนั่งรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางเสียงเพลงรักไพเราะที่กำลังบรรเลงอยู่ ยิ่งเพิ่มความโรแมนติกมากขึ้นไปอีกขั้นหญิงสาววัยยี่สิบสามปีอยู่ในชุดเดรสสีชมพู แต่งหน้าโทนอ่อน เบิกตาโตพร้อมกับเผยรอยยิ้มพิมพ์ใจราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า เมื่อได้มานั่งดินเนอร์กับคนรักในวันครบรอบของเรา"แปลกจังเลยนะคะ ไอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่เจย์ชอบมาร้านอาหารแนวนี้ด้วย""ความจริงพี่ก็ไม่ได้ชอบขนาดนั้นหรอกครับ แต่วันนี้มันเป็นวันครบรอบสองปีของเราน่ะ พี่ก็เลยอยากพาน้องไอมาดินเนอร์บ้างก็เท่านั้นเอง""นี่พี่เจย์จำวันครบรอบของเราได้ด้วยเหรอคะ น่ารักจังเลยค่ะ”หญิงสาวเธอมีชื่อว่า ไอรดา อมรไพศาลสกุล เธอเป็นลูกสาวคนเดียวขอ







