LOGINปลายปากกาแท่งเล็กฝังหมึกลงไปในกระดาษสัญญาในเวลาต่อมา จากนั้นไอรดาจึงยื่นส่งกลับให้เจ้าของในทันที
“เรียบร้อยค่ะ ไอ เอ้ย! ฉันลงลายเซ็นไว้ให้คุณหมอแล้ว”
เวหาหลุบตามอง เมื่อเห็นลายเซ็นของว่าที่ภรรยาได้เซ็นตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนเขาจึงรีบเก็บมันใส่ไว้ในซองสีน้ำตาลตามเดิม
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณท่าน”
“อืม รีบกลับไปดูแม่เถอะ ส่วนเรื่องจัดงานผมจะให้ทางแม่อรดีเป็นคนจัดการเอง คุณหมอมีหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวก็พอครับ”
“ครับท่าน”
เวหาลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะก้มโค้งให้ผู้ใหญ่ที่เคารพแล้วเดินจากไปโดยที่ไม่เอ่ยลาว่าที่ภรรยาสักคำเดียว ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้
เมื่อทุกอย่างยังคงค้างคาในหัวใจมีเหรอไอรดาจะหยุด ไอรดาไม่อยากพลาดโอกาสอีกแล้ว เธอจึงหันมาบอกผู้เป็นพ่อให้รออยู่ตรงนี้เสียก่อน
“พ่อคะ พ่อรอไออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวไอมา”
“เดี๋ยวสิยัยไอ แกจะไปไหน”
ไพรวงษ์เรียกลูกสาวตามหลัง ทว่าไอรดาไม่ได้สนใจ เธอรีบจ้ำเท้าเดินตามหลังเวหาไปจนถึงรถบีเอ็มสีดำที่จอดอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น
“พี่เว!”
เวหาที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เขาจึงรีบหมุนตัวหันหน้ากลับไปมองเจ้าของเสียงนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งตามสไตล์
“ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรกับผมอีกเหรอครับ..?”
คนตัวเล็กค่อยๆก้าวเท้าเข้ามายืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับทอดมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่โหยหา หนึ่งปีที่ผ่านมาไอรดารู้สึกผิดมากๆ ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากขอโอกาสจากเวหาอีกสักครั้ง
“พี่เวหายไปไหนมา รู้ไหมว่าไอคิดถึงพี่เวมากเลย”
“คิดถึงฉัน..?”
“ใช่ค่ะ ไอคิดถึงพี่เว”
เจ้าของใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มมุมปากราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่หญิงสาวบอก ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่เขายังรักไอรดาอยู่เขาคงดีใจมาก แต่ทว่าในตอนนี้เวหาไม่หลงเหลือความรู้สึกดีๆให้ผู้หญิงอย่างไอรดาอีกแล้ว
“เธอทำแบบนี้ทำไมไอรดา”
“ไอทำอะไรคะ”
“ก็มาบอกคิดถึงฉัน ทั้งที่เธอก็เพิ่งจะไปมั่วกับผัวชาวบ้านมา ฉันถามเธอจริงๆเถอะต่อมร่านของเธอมันคุมไม่อยู่แล้วหรือไงกัน ถึงได้ไปเอากับคนนั้นที คนนี้ที จนต้องลำบากพ่อของเธอวิ่งเต้นหาสามีมาแต่งงานกับลูกสาวเพราะล้างคาวให้”
“พี่พูดแรงไปแล้วนะ ไอไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนพูดซะหน่อย”
“ฮึ! แล้วภาพที่โอบเอวสามีชาวบ้านเข้าไปในโรงแรมคือ..?”
ไอรดาพูดไม่ออก ไม่คิดเลยว่าเวหาจะพูดจาเหยียดหยามจนทำให้เธอจุกอกอยู่ไม่น้อย นัยน์ตาสวยสั่นระริกจ้องว่าที่สามีอย่างไม่ละสายตา จนกระทั่งเวหาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“เงียบ! ก็แสดงว่ามันคือเรื่องจริงสินะ”
ไอรดารู้ดีว่าต่อให้เธอจะอธิบายอะไรไปเวหาก็ไม่เชื่อใจเธออีกแล้ว เธอได้แต่ด่าทอตัวเองอยู่ในใจ ให้กับความไม่หนักแน่นของตัวเอง ก็สมควรแล้วที่พี่เขาจะเกลียดเธอไอรดา!
“ไอรู้ว่าไอผิด แต่พี่ช่วยพูดดีๆกับไอได้ไหมคะ”
“เธอจะให้ฉันพูดดีๆกับคนที่เคยทำร้ายฉันเนี้ยนะ เธอบ้าหรือเปล่าไอรดา แค่ฉันลดตัวมาแต่งงานกับเธอมันก็เสียเวลามากพอแล้ว”
“ทำไมคะ การที่พี่ต้องมาแต่งงานกับไอมันทำให้พี่อึดอัดใจมากใช่ไหม”
เวหาทำสีหน้าสะอิดสะเอี้ยน นัยน์ตาดุดันไล่มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าสื่อให้เห็นถึงความขยะแขยงไอรดาผ่านแววตาคู่นั้น จนไอรดาเม้มริมฝีปากเน้นพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา
“รู้เอาไว้ด้วยว่าการแต่งงานกับเธอไม่ใช่แค่ทำให้ฉันอึดอัดอย่างเดียว แต่มันทำให้ฉันเกลียดผู้หญิงส่ำส่อนอย่างเธอมาก”
ไอรดากำหมัดแน่นให้กับคำพูดใจร้ายของเวหา จนเธอพรั่งปากพูดเรื่องในอดีตออกมาอย่างประชดประชัน
“พี่ลืมไปหรือเปล่า ว่าผู้หญิงคนที่พี่บอกว่าส่ำส่อนก็เคยเป็นของพี่มาก่อน แล้วคืนนั้นพี่ยังบอกกับไออยู่เลยว่าพี่มีความสุขมากที่ได้นอนกับไอ!”
คนเบื้องหน้าสะอึกอยู่ครู่นึง หากแต่เขาต้องแกล้งทำเป็นไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะในตอนนี้ไอรดาคือคนที่เขาเกลียด
“ใช่! ตอนนั้นฉันมีความสุขมาก แต่ขอร้องล่ะ เธออย่ารื้อฟื้นมันอีกเลย เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว” จบประโยคใจร้าย เวหาจึงรีบเปิดประตูแล้วขับออกไปในทันที ทิ้งให้ไอรดายืนเจ็บใจอยู่ตามลำพัง
“คอยดูเถอะ ไอจะทำให้พี่กลับมารักไอให้ได้!” ไอรดาเอ่ยวาจาอย่างหนักแน่น
ด้านท่านไพรวงษ์ที่ยืนมองลูกสาวตนอยู่ไกลๆ เมื่อเห็นว่าว่าที่ลูกเขยขับรถออกไปแล้วจึงได้เดินเข้ามาหาลูกสาวพร้อมกับเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม
“ลูกกับคุณหมอรู้จักกันมาก่อนใช่ไหม”
“ค่ะ” ไอรดาไม่อยากปิดบังจึงยอมรับตรงๆ
“รู้จักกันประมาณไหน”
“พี่เวหาเป็นรุ่นพี่ที่ไอรู้จักผ่านเพื่อนอีกทีน่ะค่ะ คุณพ่ออย่าไปใส่ใจเลย”
ชายชราพยักหน้าลง ผู้เป็นพ่อย่อมรู้ดีว่าลูกสาวที่เลี้ยงมากับมือเป็นอย่างไร สิ่งที่ไอรดาพูดออกมาดูเหมือนจะมีความจริงแค่เสี้ยวเดียวเสียด้วยซ้ำ
“ดูเหมือนลูกจะแคร์คุณหมอมากเลยนะ”
“เราไม่เข้าใจกันนิดหน่อยค่ะคุณพ่อ แต่ไม่เป็นไร เอาไว้แต่งงานกันเรียบร้อยเมื่อไหร่ไอจะหาทางปรับความเข้าใจกับคุณหมอเขาเอง”
“อืม ดีแล้วลูก งั้นเรากลับกันดีกว่า ป่านนี้แม่กับอาเราคงรอฟังข่าวดีจนใจจะขาดแล้ว”
“ค่ะคุณพ่อ”
คลินิกธรรมรงนารักษ์
เจ้าของคลินิกมาดสุขุมก้าวเข้ามายังคลินิกขนาดใหญ่ย่านลาดพร้าวด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เหล่าพนักงานต้อนรับต่างพากันยกมือไหวสวัสดีกันยกใหญ่
“สวัสดีค่ะคุณหมอ / สวัสดีครับคุณหมอ”
เวหาพยักหน้ารับอย่างมีมารยาทพร้อมกับยิ้มบางๆให้กับพนักงานของตนเอง ก่อนจะมุ่งตรงไปยังห้องทำงานของตัวเอง ทว่าพอมาถึงก็เจอเพื่อนรักอย่าง ‘มาวิน’ นั่งรออยู่ก่อนหน้านี้
“ไงมึง ป่านนี้เพิ่งจะเข้าคลินิกหายไปไหนมาว่ะ”
“กูไปทำธุระมา แล้วมึงล่ะ? มาหากูถึงที่นี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” เสียงทุ้มต่ำตอบขณะที่ทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้หนังสีดำตัวโปรด
“ไม่มีอะไรหรอก กูแค่พายัยมีนามาขุดหินปูนน่ะ”
“อ๋อเหรอ”
“ว่าแต่มึงไปทำธุระอะไรมาว่ะ เล่าให้กูฟังหน่อยดิ” มาวินแสดงถึงความอยากรู้อยากเห็นจนออกนอกหน้า
“มึงแม่ง! ขี้เสือกฉิบหาย”
“เล่ามา!”
เวหาหนักใจมากที่ต้องเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนรักฟัง แต่สุดท้ายก็ยอมพูด เพราะเขาเองก็อยากหาที่ระบายความอัดอั้นตันใจนี้มากเหมือนกัน
“แม่กูเป็นหนี้ว่ะ แล้วเจ้าหนี้จะให้กูแต่งงานกับลูกสาวของเขาเพื่อชดใช้”
“เชี่ย! จริงดิ กูนึกว่ามีแต่ในละคร”
“เออ”
“แล้วมึงไม่มีเงินใช้หนี้เหรอวะ แม่มึงยืมเขามาเท่าไหร่ เอาของกูไปก่อนก็ได้”
“สิบล้านบาท”
“ห้ะ! เชี่ยย แม่มึงยืมมาทำอะไรขนาดนั้น”
“แม่บอกยืมมาเปิดคลีนิกให้กู”
“แล้วมึงจะทำไง”
“ทำไงได้นอกจากต้องแต่งงานตามที่แม่กูขอร้อง” เวหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา อาการของเวหาบ่งบอกว่าไม่อยากแต่งงานจนเพื่อนอย่างมาวินรู้สึกเห็นอกเห็นใจขึ้นมา
“แล้วมึงเจอกับลูกสาวเจ้าหนี้มึงหรือยัง”
“เจอแล้ว”
“ถ้าให้กูเดา คงขี้เหร่แน่ๆเลยใช่ป่ะ ไม่งั้นคงไม่บังคับให้มึงแต่งงานหรอก”
“สวยหรือขี้เหร่ไม่รู้ กูรู้แค่ว่าคนนี้มึงรู้จัก”
“กูรู้จักด้วยเหรอ ใครว่ะ”
“ไอรดา”
มาวินถึงกับอ้างปากค้างเมื่อได้รู้ว่าผู้หญิงที่เพื่อนรักจะต้องแต่งงานด้วยคือ ไอรดา คนที่เพื่อนของเขาเคยรักมากและเฮิร์ทหนัก กว่ามันจะผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายนั้นไปได้ มันเกือบตายมาแล้ว
“เชี่ย! แม่งโลกกลมฉิบ!”
“เออดิ กูอุตส่าห์ทำใจได้เป็นปี แต่แม่งเสือกมาเจอกันอีก แถมยังมาในรูปแบบเมียกูด้วย” เวหาเอ่ยกับเพื่อนอย่างหัวเสีย ทว่ามาวินกับยิ้มกริ่มเบาๆก่อนจะแซวเพื่อนรักไป
“สงสัยเป็นเนื้อคู่ว่ะ”
“เนื้อคู่เหี้ยไร เนื้องอกกูชัดๆ คอยดูเถอะกูจะเอาคืนทบต้นทบดอกเลย”
ในทีแรกเวหาเหมือนจะไม่อยากแต่ง แต่พอรู้หนทางที่จะเอาคืนไอรดา ทว่าเขากลับอยากให้งานแต่งงานเกิดขึ้นเร็วๆเสียแล้วสิ
ร่างอันบอบบางของไอรดาถูกว่าที่สามีอย่างเวหาครอบครองไปเสียแล้ว จมูกโด่งจมหายไปในซอกคอระหง มือหนาทั้งสองนวดคลึงสองเต้าอวบผ่านกระจกบานใหญ่ ไอรดาเกิดความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นแววตาดุดันราวกับเสือผู้หิวโซของเวหา เขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนครั้งนั้นเลย ทำให้เธอสัมผัสได้ว่าเวหาที่เธอรู้จักได้เปลี่ยนไปแล้ว"พี่เวหยุด!""หยุดทำไม เธอเองไม่ใช่เหรอที่ต้องการให้ฉันแบบนี้""มันไม่ใช่ซักหน่อย" สาวเจ้าโต้ตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ก่อนจะหยุดประโยคเอาไว้เพียงแค่นั้น ที่เธอทำไปก็เพราะอยากลองใจเฉยๆ ว่าเขายังรู้สึกกับเธอเหมือนเดิมอยู่ไหม ใครจะไปรู้ว่าจะมาตกม้าตายเสียเองคิดแล้วก็ไม่น่าเอาตัวเองไปเล่นกับไฟเลยเหอะ"เธออยู่นิ่งๆ เถอะไอรดา ฉันจะทำให้เธอมีความสุขเอง""พะ....พี่จะทำอะไร"พรึ่บ! เวหาอุ้มไอรดาขึ้นมาในท่าเจ้าสาวแล้วตรงไปยังโซฟานุ่มตัวเล็กที่อยู่ในห้องลองชุด เขาทิ้งสาวเจ้าให้นอนลงไปอย่างสุดแรงจนหญิงสาวร้องโอดครวญ"โอ้ย ไอ้พี่บ้า! ฉันเจ็บนะ""เจ็บแค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ ต่อไปเธอจะรู้สึกเสียวจนใจแทบขาดเลยล่ะ" เวหาไม่พูดเปล่า เขานั่งย่อลงไปแล้วจับสองขาถ่างออกกว้างดึงอันเดอร์แวร์สีดำตัวจิ๋วมาไว้ตรงขอบร่อง สายตาเ
“พี่เวปล่อยไอเดี๋ยวนี้นะ ไอเจ็บ!” เสียงเล็กร้องประท้วงเมื่อเธอโดนว่าที่สามีจับข้อมือจนแน่นแล้วลากเธอเข้ามาในห้องทำงาน เวหาปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ ก่อนที่เขาจะเดินวนกลับไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง “เธอมีธุระอะไรกับฉันก็รีบพูดมา” “วันนี้พี่ว่างหรือเปล่า ไอจะพาพี่ไปลองชุดแต่งงานที่ร้านพรีเวดดิ้งด้วยกัน” “ฉันบอกเธอแล้วไงว่าให้เรียกคุณหมอ” “นั่นแหละค่ะ คุณหมอว่างหรือเปล่า” “ฉันไม่ว่าง!” “แต่เมื่อกี้ไอถามพนักงาน เขาบอกคุณหมอว่างแล้วนะคะ” ไอรดารู้ว่าเวหาโกหก เธอจึงเอาพนักงานสาวมาอ้างเพื่อให้ใครบางคนจนมุมยอมไปกับเธอแต่โดยดี เวหามองคนที่เอาแต่ใจด้วยหางตา นิ้วเรียวเคาะโต๊ะพลางครุ่นคิดอยู่ในหัวว่าจะเอายังไงดี ถึงจะไม่อยากไปทำเรื่องบ้าๆนั้นแต่ทว่าสุดท้ายเวหาก็ต้องจำใจไป"เธอส่งโลเคชั่นมาให้ฉัน เราจะไปรถคนละคัน""แล้วจะทำให้มันยุ่งยากทำไมล่ะคะคุณหมอ ทำไมเราไม่ไปด้วยกันให้มันจบๆ อีกอย่างไม่เปลืองน้ำมันด้วย" เวหาลุกขึ้นยืนตัวตรงแล้วเดินตรงเข้ามาหาไอรดาที่ยืนอยู่ขอบโต๊ะทำงาน เข้าโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆจังหวะนั้นทำเอาคนตัวเล็กหัวใจเต้นตึกตักดวงตากลมจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาของว่าที่สามีที่ห่า
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนี้ไอรดามีนัดกับเพื่อนรักอย่างณิชา เธอจึงรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปร้านอาหารที่เป็นร้านประจำของเธอ สองขาเรียวก้าวเข้ามายังห้องรับประธานอาหารที่ตอนนี้พ่อกับแม่ และก็คุณอากำลังทานข้าวกันอยู่“ตื่นแล้วเหรอลูกไอ มาทานข้าวด้วยกันเร็วเข้า วันนี้แม่ทำเมนูโปรดลูกด้วยนะ” คุณหญิงพรพิมลเอ่ยขึ้นมา ทว่ากำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ไปตักข้าวให้ลูกสาวก็ต้องหยุดชะงักแล้วนั่งลงไปตามเดิม“วันนี้ไอจะไปทานข้าวกับณิชาข้างนอกค่ะคุณแม่” “อ้าว งั้นหรอกเหรอ” “เอาไว้ตอนเย็นไอจะมาทานข้าวที่บ้านนะคะ”“ได้จ๊ะ” เมื่อคุยกับผู้เป็นแม่เสร็จแล้ว ไอรดาจึงรีบหันหน้ามามองอรดีพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา “อาอร เรื่องงานแต่ง ไอว่าจะขอจัดการเองนะคะ”ไพรวงษ์ที่ได้ยินลูกสาวบอกกล่าวถึงกลับละสายตาจากอาหารแล้วหันไปจ้องหน้าลูกสาวแทน ส่วนอรดีก็แสดงสีหน้างุนงง จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนหลานสาวตัวดีมันไม่มีท่าทีอยากจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ ทว่าจู่ๆพอมาวันนี้ดันอยากเป็นคนจัดการเอง “แกเนี้ยนะยัยไอจะจัดงานแต่งเอง” “ใช่ค่ะ อาอรมีปัญหาอะไรไหมคะ” “ฉันไม่มีหรอก แต่กลัวแกจะทำงานพังเสียมากกว่า”“ปล่อยให้ยัยไอจัดการไปเลยอรดี ง
ปลายปากกาแท่งเล็กฝังหมึกลงไปในกระดาษสัญญาในเวลาต่อมา จากนั้นไอรดาจึงยื่นส่งกลับให้เจ้าของในทันที “เรียบร้อยค่ะ ไอ เอ้ย! ฉันลงลายเซ็นไว้ให้คุณหมอแล้ว” เวหาหลุบตามอง เมื่อเห็นลายเซ็นของว่าที่ภรรยาได้เซ็นตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนเขาจึงรีบเก็บมันใส่ไว้ในซองสีน้ำตาลตามเดิม“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณท่าน” “อืม รีบกลับไปดูแม่เถอะ ส่วนเรื่องจัดงานผมจะให้ทางแม่อรดีเป็นคนจัดการเอง คุณหมอมีหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวก็พอครับ” “ครับท่าน” เวหาลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะก้มโค้งให้ผู้ใหญ่ที่เคารพแล้วเดินจากไปโดยที่ไม่เอ่ยลาว่าที่ภรรยาสักคำเดียว ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้เมื่อทุกอย่างยังคงค้างคาในหัวใจมีเหรอไอรดาจะหยุด ไอรดาไม่อยากพลาดโอกาสอีกแล้ว เธอจึงหันมาบอกผู้เป็นพ่อให้รออยู่ตรงนี้เสียก่อน“พ่อคะ พ่อรอไออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวไอมา” “เดี๋ยวสิยัยไอ แกจะไปไหน” ไพรวงษ์เรียกลูกสาวตามหลัง ทว่าไอรดาไม่ได้สนใจ เธอรีบจ้ำเท้าเดินตามหลังเวหาไปจนถึงรถบีเอ็มสีดำที่จอดอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น “พี่เว!” เวหาที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เขาจึงรีบหมุนตัวหันหน้ากลับไปมองเจ้าข
เสียงเครื่องยนต์จากรถสปอร์ตหรูคันสีแดงแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในช่วงสี่ทุ่มกว่า ไอรดาลงมาจากรถแล้วมุ่งตรงเข้าไปข้างใน หากแต่เท้าทั้งสองที่กำลังก้าวขึ้นบันไดต้องชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงเข้มงวดของผู้เป็นพ่อที่เอ่ยจากทางด้านหลังทำเอาเธอตกอกตกใจไปหมด“ยัยไออย่าเพิ่งไป พ่อมีเรื่องต้องคุยด้วย” “คุณพ่อจะด่าอะไรไออีกล่ะคะ” เพราะถูกพ่อต่อว่า ไอรดาจึงมีความน้อยใจคนเบื้องหน้าเป็นอย่างมาก เธอกล่าวด้วยถ้อยคำประชดประชัน “แกไม่ต้องทำประชดพ่อหรอก รีบเดินตามพ่อไปในห้องทำงานก่อนแล้วเดี๋ยวพ่อจะบอก” เจ้าของร่างเล็กทำท่าทางไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ เธอนั่งรอบนเก้าอี้หนัง เพียงไม่นานไพรวงษ์ก็เดินตามเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประจำของตัวเอง บรรยากาศภายในห้องเริ่มปกคลุมด้วยความเงียบงัน คนเอาแต่ใจกอดอกพลางแสดงสีหน้าบูดบึ้งจนผู้เป็นพ่อทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา “คุณพ่อมีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ไอจะได้ขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน” “ฮึ! แกนี่มันจริงๆเลย ขนาดถูกคนทั้งประเทศรุมด่า แต่แกยังมีหน้านอนหลับได้ลง” “แล้วจะให้ไอทำยังไงล่ะคะ หรือจะให้ไอไล่ฟ้องคนทั้งประเทศเลยดีไหม
“จะเอายังไงดีคะพี่ไพร บริษัทของเราหุ้นตกแล้วนะพี่” “เป็นเพราะข่าวฉาวของยัยไอคนเดียวเลยจริงๆ เป็นไงล่ะคุณหญิง! ลูกสาวที่คุณตามใจได้ทำเรื่องงามหน้าไม่พอมันยังทำให้บริษัทของครอบครัวพังพินาศอีก” ไพรวงษ์หันไปต่อว่าภรรยาอย่างเหลืออด บริษัทที่สร้างมากับมือกำลังจะพังทลายลงเพราะลูกสาวคนเดียวของตัวเอง เรียนจบมาแทนที่จะมาช่วยบริหารงานที่บ้านแต่ไอรดากลับมัวแต่ไปใช้ชีวิตตามใจจนเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นมา “ฉันขอโทษค่ะคุณพี่ ฉันผิดเองที่สอนลูกไม่ดี”“เลิกโทษกันก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้เราควรหาวิธีแก้ปัญหากันก่อน” “จะแก้ปัญหาอะไรได้ ภาพมันออกสื่อไปแล้ว” ไพรวงษ์คิดไม่ตก คิ้วขมวดหน้าแสดงสีหน้าคร่ำเครียดอย่างเห็นได้ชัดข่าวของไอรดาเริ่มบานปลายมากขึ้นเป็นวงกว้าง ผู้คนต่างโพสต์ด่ากันสนุกปากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทในตอนนี้เริ่มแย่ลงเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำให้บริษัทและวงศ์ตระกูลถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดี อรดีเลื่อนดูข่าวในโทรศัพท์มือถือทางเพจต่างๆได้เอามาโพสต์กันเห็นคอมเมนต์ด่าเสียเทเสีย“พวกเพจนี้มันบ้าจริงๆดูสิคะ มันด่ายัยไอแรงมากเลยค่ะพี่ไพร มันหาว่ายัยไอเคยไปแย่งแฟนของเพื่อนสนิทอีกด้วย” “แล้วเราจะทำยังไงดีค่ะคุณพี่”“น







