LOGIN“จะเอายังไงดีคะพี่ไพร บริษัทของเราหุ้นตกแล้วนะพี่”
“เป็นเพราะข่าวฉาวของยัยไอคนเดียวเลยจริงๆ เป็นไงล่ะคุณหญิง! ลูกสาวที่คุณตามใจได้ทำเรื่องงามหน้าไม่พอมันยังทำให้บริษัทของครอบครัวพังพินาศอีก” ไพรวงษ์หันไปต่อว่าภรรยาอย่างเหลืออด
บริษัทที่สร้างมากับมือกำลังจะพังทลายลงเพราะลูกสาวคนเดียวของตัวเอง เรียนจบมาแทนที่จะมาช่วยบริหารงานที่บ้านแต่ไอรดากลับมัวแต่ไปใช้ชีวิตตามใจจนเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นมา
“ฉันขอโทษค่ะคุณพี่ ฉันผิดเองที่สอนลูกไม่ดี”
“เลิกโทษกันก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้เราควรหาวิธีแก้ปัญหากันก่อน”
“จะแก้ปัญหาอะไรได้ ภาพมันออกสื่อไปแล้ว” ไพรวงษ์คิดไม่ตก คิ้วขมวดหน้าแสดงสีหน้าคร่ำเครียดอย่างเห็นได้ชัด
ข่าวของไอรดาเริ่มบานปลายมากขึ้นเป็นวงกว้าง ผู้คนต่างโพสต์ด่ากันสนุกปากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทในตอนนี้เริ่มแย่ลงเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำให้บริษัทและวงศ์ตระกูลถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดี
อรดีเลื่อนดูข่าวในโทรศัพท์มือถือทางเพจต่างๆได้เอามาโพสต์กันเห็นคอมเมนต์ด่าเสียเทเสีย
“พวกเพจนี้มันบ้าจริงๆดูสิคะ มันด่ายัยไอแรงมากเลยค่ะพี่ไพร มันหาว่ายัยไอเคยไปแย่งแฟนของเพื่อนสนิทอีกด้วย”
“แล้วเราจะทำยังไงดีค่ะคุณพี่”
“นั่นน่ะสิ พี่คิดไม่ออกแล้วคุณหญิง”
อรดี ที่เห็นพี่ชายมีอาการเคร่งเครียดหนัก หนำซ้ำยังมีโรคประจำตัวอีกด้วย ถ้าหากกำเริบขึ้นมาคงถึงขั้นวิกฤตอย่างแน่นอน ด้วยความที่รักพี่ชาย พี่สะใภ้และก็หลานสาว เธอจึงครุ่นคิดหาวิธีจนกระทั่ง....
“อรคิดออกแล้วค่ะพี่ไพร ว่าเราจะแก้ปัญหานี้กันได้ยังไง”
“แกรีบบอกพี่มาเลย อรดี”
“เราต้องหาคนมาล้างคาวให้ยัยไอค่ะ”
“ข่าวยัยไอเป็นเมียน้อยดังซะขนาดนั้น จะมีผู้ชายที่ไหนมาแต่งงานด้วย”
“มีค่ะ”
“ใคร!? แล้วเราจะมั่นใจได้ยังไงว่ามันจะไม่มาปอกลอกเอาสมบัติของเราไป”
“พี่เชื่อใจอรได้เลยค่ะ รับรองได้ว่าผู้ชายที่อรหามาให้เป็นคนดีแน่นอน”
“ถ้าแกพูดมาขนาดนั้น ก็รีบจัดการซะ!”
หลังจากที่อรดีปรึกษาหารื้อกับทางครอบครัวเสร็จถึงแผนการหาคนมาล้างคาวให้กับหลานสาวตัวเอง อรดีจึงรีบนัดแนะกับทางเพื่อนรุ่นพี่ในกลุ่มมูลนิธิให้ออกมาเจอกันที่ร้านอาหารประจำของพวกเธอ
“ไงแม่อร นัดฉันออกมามีธุระอะไร” คุณนายพิศมัยเอ่ยถามเพื่อนรุ่นน้องด้วยความสงสัย
“ที่ดิฉันนัดคุณพี่มา ดิฉันต้องการให้คุณพี่จ่ายหนี้ของดิฉันที่ยืมไปทั้งหมดค่ะ”
“อะไรกันแม่อร พี่บอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าช่วงนี้พี่ไม่มี”
อรดีทราบดีอยู่แล้วว่าคุณนายพิศมัยไม่มีเงินมาคืนเธอหรอก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะสิ่งที่เธอต้องการคือจะเอาเรื่องหนี้สิบล้านบาทมาเป็นข้อเสนอให้กับทางคุณนายพิศมัยต่างหาก
“ถ้าคุณพี่ไม่มีเงินมาคืนดิฉัน งั้นดิฉันมีข้อเสนอมาให้คุณพี่ค่ะ”
“ข้อเสนออะไร?”
“ดิฉันต้องการให้ลูกชายของคุณพี่มาแต่งงานกับหลานสาวของดิฉันเพื่อแลกกับเงินสิบล้านบาท ถ้าคุณพี่ยอมเงินที่ติดถือว่าหายกันค่ะ”
“หลานสาว..!? แม่หนูไอรดาใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
คุณนายพิศมัยครุ่นคิดอยู่นานพอสมควร จนอรดีเกรงว่าคุณนายพิศมัยจะไม่ยอม จึงได้ยื่นข้อเสนอไปอีกเพราะเธอรู้ว่าผู้อยู่เบื้องหน้ากำลังต้องการเงินเพื่อไปใช้หนี้การพนัน
“ว่าไงคะ ถ้าคุณพี่ยอม คุณพี่จะได้เงินไปใช้ฟรีๆอีกสิบล้านบาท”
“น้องอรพูดจริงเหรอจ๊ะ”
“ค่ะ อรจะไปคุยกับพี่ไพรวงษ์ให้”
“งั้นพี่ตกลงจ๊ะ”
“ดีค่ะ อรจะได้หาวันนัดให้ทางลูกชายของคุณพี่ไปเจอกับพี่ไพรวงษ์”
พลบค่ำ
บีเอ็มสีดำเงาวับได้ขับเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าบ้านในช่วงเวลาหกโมงเย็น เจ้าของร่างสูงก้าวขาลงจากรถก่อนจะมุ่งตรงเข้าไปในบ้าน
เนื่องจากวันนี้เป็นวันดี ทางคุณนายพิศมัยได้จัดเตรียมเมนูโปรดให้กับทางลูกชายเอาไว้บนโต๊ะอาหาร พร้อมกับนั่งรอด้วยสีหน้าระรื่น
“กลับมาแล้วเหรอเวหา”
“ครับคุณแม่”
“วันนี้แม่ทำของโปรดลูกด้วยนะ เรามาทานข้าวกันก่อนเถอะจ๊ะ”
เวหา ค่อยๆทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นคนรับใช้ในบ้านก็รีบตักข้าวสวยร้อนๆที่หุงเสร็จใหม่ไว้บนจานขนาดกลาง
ทว่าเวหากำลังจะตักข้าวเข้าปากก็ต้องชะงักลงเมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นมาด้วยประโยคที่คนฟังหมดอารมณ์ที่จะทานข้าวต่อ
“ตอนนี้แกคบใครอยู่หรือเปล่าเวหา”
“คุณแม่ถามทำไมเหรอครับ”
“ถ้าแกไม่ได้คบใคร แม่จะให้แกแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่หามาให้น่ะ”
“อะไรกันครับ ผมบอกคุณแม่แล้วไงว่าผมอยากอยู่เป็นโสดก่อน”
“แต่แกอายุ32ปีแล้วนะเวหา แม่อยากอุ้มหลานแล้ว”
“ผมยังไม่พร้อมอยากมีครอบครัวครับ ตอนนี้ที่คลินิกกำลังยุ่งอยู่ ผมอยากโฟกัสงานของผมก่อน” ทันตแพทย์หนุ่มอย่างเวหาถึงกับวางช้อนลงไปด้วยความไม่พอใจ
คุณนายพิศมัยใช้ไม้ตายหมัดมือชกลูกชายด้วยประโยคบังคับ เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าถ้าพูดออกไปแบบนี้ ยังไงเวหาก็ต้องยอมตนอย่างแน่นอน
“ไม่รู้ล่ะ แม่นัดกับทางฝ่ายผู้หญิงเอาไว้แล้วยังไงแกก็ต้องไปดูตัว”
“คุณแม่ทำแบบนี้ได้ยังไงครับ”
“แกนั่งทานไปคนเดียวเลย แม่ขอตัวขึ้นไปพักผ่อนก่อน” คุณนายพิศมัยรีบชิ่งหนีก่อนที่เวหาจะโวยวาย
เฮ้อออ เวหาทำได้เพียงถอนหายใจออกมาลากยาว ให้ตายเถอะ! ทำงานมาเหนื่อยๆแทนที่จะได้นั่งทานข้าวอย่างอร่อย แต่เขากลับต้องมารับรู้เรื่องบ้าบอจนทำให้กับข้าวจานโปรดดูไม่หน้าทานอีกต่อไป
วันถัดมา
ร้านอาหาร แถวทองหล่อ
คุณนายพิศมัยรีบเดินจูงมือลูกชายที่มีใบหน้าเรียบนิ่งเข้าไปยังร้านอาหารที่ทางอรดีได้นัดกันเอาไว้ พอมาถึงโต๊ะก็พบกับท่านไพรวงษ์และอรดีนั่งอยู่ก่อนหน้าแล้ว
“สวัสดีค่ะท่าน”
“สวัสดีครับคุณนายพิศมัย”
“นี่ลูกชายของดิฉัน ชื่อเวหา”
ไพรวงษ์ละสายตาจากคุณนายพิศมัยเลื่อนมามองว่าที่ลูกเขยแล้วนั้น เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหล่าท่าทางสุขุมนุ่มลึกถึงกับยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ
“สวัสดีครับ”
เวหายกมือขึ้นมาไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ตามมารยาท ก่อนที่ทั้งสองจะถูกเชิญให้นั่งลงเพื่อคุยถึงธุระที่ได้นัดมา
“เอาล่ะ ถึงเวลาที่ต้องพูดเรื่องงานแต่งกันแล้ว” อรดีไม่อยากให้เสียเวลามากไปกว่านี้ เธอจึงเปิดประเด็นขึ้นมาเสียก่อน
“ว่ามาเลยจ๊ะ ลูกชายของฉันพร้อมรับฟังแล้ว” คุณนายพิศมัยเป็นฝ่ายเอ่อออตามอรดีอย่างเห็นดีเห็นงาม
“ฉันต้องการให้เวหาแต่งงานกับลูกสาวของฉันให้เร็วที่สุด”
“ได้เลยค่ะท่าน ดิฉันพร้อมหาฤกษ์หายามแล้วค่ะ”
“นายยินดีที่จะแต่งงานกับลูกสาวของฉันใช่ไหมเวหา” ไพรวงษ์หันมาถามว่าที่ลูกเขยที่เอาแต่ทำหน้านิ่งเงียบ
เวหาที่เห็นว่าคำถามของท่านไพรวงษ์เปิดให้ เขาจึงรีบปฏิเสธไปในทันที
“ผมไม่ยินดีครับ”
คำพูดของเวหาทำเอาคุณนายพิศมัยหน้าเสีย จนต้องรีบปรามลูกชายตัวดีด้วยน้ำเสียงดุดัน
“เวหา! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ”
“อะไรกันคะคุณพี่ ไหนคุณพี่บอกว่าเวหายินดีที่จะแต่งงานกับหลานสาวดิฉันยังไงล่ะคะ”
“สรุปลูกชายของคุณนายพิศมัยไม่ได้อยากแต่งงานกับลูกสาวของผมเหรอครับ”
“ใช่ครับ ผมไม่อยากแต่งงาน”
“งั้นคุณพี่ก็จ่ายหนี้ที่ยืมดิฉันไปมาเลยค่ะ 10ล้านบาท”
“นี่มันอะไรกันครับ คุณแม่!”
เวหาหันไปถามผู้เป็นแม่ด้วยความสงสัย เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ตัวเองจะไปเป็นหนี้คนอื่นตั้งเป็นสิบล้านบาท
“เป็นหนี้ที่แม่ยืมมาทำคลินิกให้แกไงเวหา”
“ไหนคุณแม่บอกเป็นเงินเก็บของคุณพ่อยังไงล่ะครับ”
“พ่อแกน่ะเหรอจะมีเงินเก็บ ตั้งแต่ตายไปก็มีแต่หนี้สินที่ทิ้งไว้ให้ฉัน”
“ไม่รู้ล่ะ ถ้าลูกชายคุณพี่ไม่แต่งงานกับหลานสาวของอร งั้นคุณพี่ก็ต้องจ่ายหนี้มาเลย ไม่งั้นอรจะฟ้อง”
เวหาได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาจะเอาเงินจากไหนมาจ่ายหนี้ให้แม่ เมื่อทุกอย่างบีบบังคับทำให้เวหาต้องจนมุม เขาจำใจต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นเพื่อแลกกับหนี้สินสินะ
เจ้าของใบหน้าคมคายเม้มริมฝีปากแน่น ชั่งใจอยู่ครู่นึงก่อนจะตอบออกมาอย่างหนักใจ
“ตกลงครับ ผมจะแต่งงานกับลูกสาวของท่าน”
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนี้ไอรดามีนัดกับเพื่อนรักอย่างณิชา เธอจึงรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปร้านอาหารที่เป็นร้านประจำของเธอ สองขาเรียวก้าวเข้ามายังห้องรับประธานอาหารที่ตอนนี้พ่อกับแม่ และก็คุณอากำลังทานข้าวกันอยู่“ตื่นแล้วเหรอลูกไอ มาทานข้าวด้วยกันเร็วเข้า วันนี้แม่ทำเมนูโปรดลูกด้วยนะ” คุณหญิงพรพิมลเอ่ยขึ้นมา ทว่ากำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ไปตักข้าวให้ลูกสาวก็ต้องหยุดชะงักแล้วนั่งลงไปตามเดิม“วันนี้ไอจะไปทานข้าวกับณิชาข้างนอกค่ะคุณแม่” “อ้าว งั้นหรอกเหรอ” “เอาไว้ตอนเย็นไอจะมาทานข้าวที่บ้านนะคะ”“ได้จ๊ะ” เมื่อคุยกับผู้เป็นแม่เสร็จแล้ว ไอรดาจึงรีบหันหน้ามามองอรดีพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา “อาอร เรื่องงานแต่ง ไอว่าจะขอจัดการเองนะคะ”ไพรวงษ์ที่ได้ยินลูกสาวบอกกล่าวถึงกลับละสายตาจากอาหารแล้วหันไปจ้องหน้าลูกสาวแทน ส่วนอรดีก็แสดงสีหน้างุนงง จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนหลานสาวตัวดีมันไม่มีท่าทีอยากจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ ทว่าจู่ๆพอมาวันนี้ดันอยากเป็นคนจัดการเอง “แกเนี้ยนะยัยไอจะจัดงานแต่งเอง” “ใช่ค่ะ อาอรมีปัญหาอะไรไหมคะ” “ฉันไม่มีหรอก แต่กลัวแกจะทำงานพังเสียมากกว่า”“ปล่อยให้ยัยไอจัดการไปเลยอรดี ง
ปลายปากกาแท่งเล็กฝังหมึกลงไปในกระดาษสัญญาในเวลาต่อมา จากนั้นไอรดาจึงยื่นส่งกลับให้เจ้าของในทันที “เรียบร้อยค่ะ ไอ เอ้ย! ฉันลงลายเซ็นไว้ให้คุณหมอแล้ว” เวหาหลุบตามอง เมื่อเห็นลายเซ็นของว่าที่ภรรยาได้เซ็นตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนเขาจึงรีบเก็บมันใส่ไว้ในซองสีน้ำตาลตามเดิม“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณท่าน” “อืม รีบกลับไปดูแม่เถอะ ส่วนเรื่องจัดงานผมจะให้ทางแม่อรดีเป็นคนจัดการเอง คุณหมอมีหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวก็พอครับ” “ครับท่าน” เวหาลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะก้มโค้งให้ผู้ใหญ่ที่เคารพแล้วเดินจากไปโดยที่ไม่เอ่ยลาว่าที่ภรรยาสักคำเดียว ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้เมื่อทุกอย่างยังคงค้างคาในหัวใจมีเหรอไอรดาจะหยุด ไอรดาไม่อยากพลาดโอกาสอีกแล้ว เธอจึงหันมาบอกผู้เป็นพ่อให้รออยู่ตรงนี้เสียก่อน“พ่อคะ พ่อรอไออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวไอมา” “เดี๋ยวสิยัยไอ แกจะไปไหน” ไพรวงษ์เรียกลูกสาวตามหลัง ทว่าไอรดาไม่ได้สนใจ เธอรีบจ้ำเท้าเดินตามหลังเวหาไปจนถึงรถบีเอ็มสีดำที่จอดอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น “พี่เว!” เวหาที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เขาจึงรีบหมุนตัวหันหน้ากลับไปมองเจ้าข
เสียงเครื่องยนต์จากรถสปอร์ตหรูคันสีแดงแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในช่วงสี่ทุ่มกว่า ไอรดาลงมาจากรถแล้วมุ่งตรงเข้าไปข้างใน หากแต่เท้าทั้งสองที่กำลังก้าวขึ้นบันไดต้องชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงเข้มงวดของผู้เป็นพ่อที่เอ่ยจากทางด้านหลังทำเอาเธอตกอกตกใจไปหมด“ยัยไออย่าเพิ่งไป พ่อมีเรื่องต้องคุยด้วย” “คุณพ่อจะด่าอะไรไออีกล่ะคะ” เพราะถูกพ่อต่อว่า ไอรดาจึงมีความน้อยใจคนเบื้องหน้าเป็นอย่างมาก เธอกล่าวด้วยถ้อยคำประชดประชัน “แกไม่ต้องทำประชดพ่อหรอก รีบเดินตามพ่อไปในห้องทำงานก่อนแล้วเดี๋ยวพ่อจะบอก” เจ้าของร่างเล็กทำท่าทางไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ เธอนั่งรอบนเก้าอี้หนัง เพียงไม่นานไพรวงษ์ก็เดินตามเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประจำของตัวเอง บรรยากาศภายในห้องเริ่มปกคลุมด้วยความเงียบงัน คนเอาแต่ใจกอดอกพลางแสดงสีหน้าบูดบึ้งจนผู้เป็นพ่อทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา “คุณพ่อมีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ไอจะได้ขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน” “ฮึ! แกนี่มันจริงๆเลย ขนาดถูกคนทั้งประเทศรุมด่า แต่แกยังมีหน้านอนหลับได้ลง” “แล้วจะให้ไอทำยังไงล่ะคะ หรือจะให้ไอไล่ฟ้องคนทั้งประเทศเลยดีไหม
“จะเอายังไงดีคะพี่ไพร บริษัทของเราหุ้นตกแล้วนะพี่” “เป็นเพราะข่าวฉาวของยัยไอคนเดียวเลยจริงๆ เป็นไงล่ะคุณหญิง! ลูกสาวที่คุณตามใจได้ทำเรื่องงามหน้าไม่พอมันยังทำให้บริษัทของครอบครัวพังพินาศอีก” ไพรวงษ์หันไปต่อว่าภรรยาอย่างเหลืออด บริษัทที่สร้างมากับมือกำลังจะพังทลายลงเพราะลูกสาวคนเดียวของตัวเอง เรียนจบมาแทนที่จะมาช่วยบริหารงานที่บ้านแต่ไอรดากลับมัวแต่ไปใช้ชีวิตตามใจจนเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นมา “ฉันขอโทษค่ะคุณพี่ ฉันผิดเองที่สอนลูกไม่ดี”“เลิกโทษกันก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้เราควรหาวิธีแก้ปัญหากันก่อน” “จะแก้ปัญหาอะไรได้ ภาพมันออกสื่อไปแล้ว” ไพรวงษ์คิดไม่ตก คิ้วขมวดหน้าแสดงสีหน้าคร่ำเครียดอย่างเห็นได้ชัดข่าวของไอรดาเริ่มบานปลายมากขึ้นเป็นวงกว้าง ผู้คนต่างโพสต์ด่ากันสนุกปากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทในตอนนี้เริ่มแย่ลงเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำให้บริษัทและวงศ์ตระกูลถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดี อรดีเลื่อนดูข่าวในโทรศัพท์มือถือทางเพจต่างๆได้เอามาโพสต์กันเห็นคอมเมนต์ด่าเสียเทเสีย“พวกเพจนี้มันบ้าจริงๆดูสิคะ มันด่ายัยไอแรงมากเลยค่ะพี่ไพร มันหาว่ายัยไอเคยไปแย่งแฟนของเพื่อนสนิทอีกด้วย” “แล้วเราจะทำยังไงดีค่ะคุณพี่”“น
#ปัจจุบันมาแล้วจ้ากับข่าวฉาวที่ทุกคนรอคอย วงในเม้าท์มอยกันให้ทั่วว่าแม่สาวไฮโซลูกคุณหนูแห่งตระกูลดังแอบไปกินต้มแซ่บกับสามีชาวบ้าน โดยมือดีได้ปล่อยภาพหลุดที่ทั้งคู่เดินเข้าไปในโรงแรมหรูย่านทองหล่อด้วยกันเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งที่ตัวผู้ชายเมียเพิ่งคลอดลูกได้เพียงสี่เดือนเท่านั้น ส่วนสาวไฮโซคนนี้นางเป็นแฟนเก่าของผู้ชายแต่เลิกลากันไปนานแล้ว สงสัยทนความคันไม่ไหวเลยนัดเจอกันโดยไม่สนใจหน้าตาของวงศ์ตระกูลเลยจ้าเสียงของนักข่าวสาวจากรายการโทรทัศน์ช่องดังต่างพากันอ่านข่าวคนในวงการบันเทิงอย่างออกอรรถรส ขณะเดียวกัน ไอรดาผู้ที่ตกเป็นจำเลยของสังคมก็ได้เดินลงมาทานข้าวที่โต๊ะอาหารพอดี “ดูข่าวอะไรกันอยู่เหรอคะ” “แกไปทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้ล่ะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับสายตาที่มองเธออย่างผิดหวัง “ไอทำอะไรเหรอคะ คุณพ่อ” “เลิกทำเป็นใสซื่อได้แล้วยัยไอ เห็นไหมว่าพวกนักข่าวมันเล่าข่าวฉาวของแกกันสนุกปากเลย” ‘อรดี’ ที่มีศักดิ์เป็นอา กล่าวด้วยน้ำเสียงกระแหนะกระแหนยามเมื่อหลานสาวของตัวเองไปทำเรื่องงามหน้าเอาไว้ ทำให้วงศ์ตระกูลมีจุดด่างพร้อยเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่เป็นชิ้นดี“อะไรกัน
เมื่อหนึ่งปีก่อน ณ ร้านอาหารสุดหรูบนชั้นดาดฟ้าย่านสาทร เป็นช่วงเวลาค่ำคืนที่สุดแสนจะพิเศษของใครหลายๆคน ยามเมื่อทอดมองออกไปไกลๆจะเห็นแม่น้ำกว้างใหญ่ให้ความสวยงามสมกับเป็นแหล่งนิยมของกลุ่มไฮโซอยู่ในระดับรวยพันล้านได้มาดื่มด่ำกับบรรยากาศที่หาจากไหนไม่ได้ ภายในร้านถูกตกแต่งคล้ายสไตล์บาร์ มีบูธดีเจคอยเปิดเพลงป็อปให้ลูกค้าได้โยกย้ายส่ายสะโพกผ่อนคลายกันเบาๆถัดมาที่โต๊ะของคู่รักคู่หนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังนั่งรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางเสียงเพลงรักไพเราะที่กำลังบรรเลงอยู่ ยิ่งเพิ่มความโรแมนติกมากขึ้นไปอีกขั้นหญิงสาววัยยี่สิบสามปีอยู่ในชุดเดรสสีชมพู แต่งหน้าโทนอ่อน เบิกตาโตพร้อมกับเผยรอยยิ้มพิมพ์ใจราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า เมื่อได้มานั่งดินเนอร์กับคนรักในวันครบรอบของเรา"แปลกจังเลยนะคะ ไอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่เจย์ชอบมาร้านอาหารแนวนี้ด้วย""ความจริงพี่ก็ไม่ได้ชอบขนาดนั้นหรอกครับ แต่วันนี้มันเป็นวันครบรอบสองปีของเราน่ะ พี่ก็เลยอยากพาน้องไอมาดินเนอร์บ้างก็เท่านั้นเอง""นี่พี่เจย์จำวันครบรอบของเราได้ด้วยเหรอคะ น่ารักจังเลยค่ะ”หญิงสาวเธอมีชื่อว่า ไอรดา อมรไพศาลสกุล เธอเป็นลูกสาวคนเดียวขอ







