Se connecter#ปัจจุบัน
มาแล้วจ้ากับข่าวฉาวที่ทุกคนรอคอย วงในเม้าท์มอยกันให้ทั่วว่าแม่สาวไฮโซลูกคุณหนูแห่งตระกูลดังแอบไปกินต้มแซ่บกับสามีชาวบ้าน โดยมือดีได้ปล่อยภาพหลุดที่ทั้งคู่เดินเข้าไปในโรงแรมหรูย่านทองหล่อด้วยกันเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งที่ตัวผู้ชายเมียเพิ่งคลอดลูกได้เพียงสี่เดือนเท่านั้น ส่วนสาวไฮโซคนนี้นางเป็นแฟนเก่าของผู้ชายแต่เลิกลากันไปนานแล้ว สงสัยทนความคันไม่ไหวเลยนัดเจอกันโดยไม่สนใจหน้าตาของวงศ์ตระกูลเลยจ้า
เสียงของนักข่าวสาวจากรายการโทรทัศน์ช่องดังต่างพากันอ่านข่าวคนในวงการบันเทิงอย่างออกอรรถรส ขณะเดียวกัน ไอรดาผู้ที่ตกเป็นจำเลยของสังคมก็ได้เดินลงมาทานข้าวที่โต๊ะอาหารพอดี
“ดูข่าวอะไรกันอยู่เหรอคะ”
“แกไปทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้ล่ะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับสายตาที่มองเธออย่างผิดหวัง
“ไอทำอะไรเหรอคะ คุณพ่อ”
“เลิกทำเป็นใสซื่อได้แล้วยัยไอ เห็นไหมว่าพวกนักข่าวมันเล่าข่าวฉาวของแกกันสนุกปากเลย” ‘อรดี’ ที่มีศักดิ์เป็นอา กล่าวด้วยน้ำเสียงกระแหนะกระแหนยามเมื่อหลานสาวของตัวเองไปทำเรื่องงามหน้าเอาไว้ ทำให้วงศ์ตระกูลมีจุดด่างพร้อยเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่เป็นชิ้นดี
“อะไรกัน ไอยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”
“ถ้าไม่ได้ทำ แล้วภาพพวกนี้มันหลุดออกมาได้ยังไง”
ผู้เป็นพ่อวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอาหารด้วยความโมโห ไอรดามีสีหน้าที่งุนงงก่อนจะเอื้อมไปหยิบมือถือของพ่อขึ้นมาดู
“นี่มัน!”
ไอรดาถึงกับพูดไม่ออก เธอค้างประโยคเอาไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะพยายามอธิบายให้ทางครอบครัวได้เข้าใจ
“คุณพ่อคะ คุณพ่อกำลังเข้าใจไอผิดอยู่นะคะ ความจริงมันไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนพูดเลย”
“ฮึ! เข้าใจผิดอะไร พวกนักข่าวมันมีทั้งรูปภาพ ทั้งคลิปของแกที่โอบกอดไอ้เจย์เดินเข้าไปในโรงแรมแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว”
“ใช่ค่ะพี่ไพร ภาพยัยไอปรากฏออกสื่อซะขนาดนั้น ต่อให้แกจะพูดออกมายังไง ใครเค้าจะเชื่อ ตอนนี้ทุกคนหาว่าแกเป็นเมียน้อยแย่งผัวชาวบ้านกันหมดแล้ว” อรดีว่าเสริม
คุณหญิงพรพิมล ผู้เป็นแม่ได้แต่นิ่งเงียบพลางจ้องมองลูกสาวด้วยความเห็นใจ ถึงแม้อยากจะเข้าไปโอบกอดลูกสาวใจจะขาดแต่ก็ทำได้เพียงอดทนเอาไว้ เพราะที่ผ่านมาเป็นเธอเองที่เลี้ยงลูกตามใจจนไอรดามีนิสัยเอาแต่ใจ ดื้อรั้น ทำตัวสำมะเรเทเมาเสียผู้เสียคน ไม่สนใจการงานเลยสักนิด บัดนี้มันถึงคราวที่ต้องดัดนิสัยของไอรดาเสียที
“ไอไม่ได้แย่งสามีใครนะคะ อาอร!”
“หยุดหาข้อแก้ตัวได้แล้วยัยไอ ตัวเองทำผิดแท้ๆยังกล้ามาเถียงฉอดๆอีก”
“ไอไม่หยุดค่ะคุณพ่อ ก็ไอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ไอ้พี่เจย์ต่างหากที่ทำ”
“ไอ้เจย์มันทำอะไรแก แกจะบอกว่ามันขืนใจแก บังคับแกเข้าไปในโรงแรมงั้นเหรอ” ผู้เป็นพ่อเหลืออด ถามกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัด
จากภาพที่ออกมาก็เห็นกันอยู่ว่าไม่ได้มีการบังคับอะไรทั้งนั้น แถมลูกสาวตัวดียังยอมให้เขาโอบเอวเดินเข้าไปในโรงแรมอีกต่างหาก
“นี่ไม่มีใครเชื่อไอเลยเหรอคะ..?”
หลักฐานมันทนโท่ต่อให้ไอรดาจะพูดอะไรไป ทางครอบครัวก็ไม่มีใครเชื่อใจเธอแล้ว ทุกคนต่างแสดงสีหน้าผิดหวังราวกับเธอไปฆ่าใครตาย
“ที่ผ่านมาแกจะไปมั่วกับใครฉันไม่เคยว่าเลย แต่ไอ้เจย์! ทำไมแกถึงยอมกลับไป ทั้งที่รู้ว่ามันมีลูกมีเมียแล้ว แต่แกก็ยังถ่อไปหามันถึงที่ ยอมให้มันจูงแกเข้าไปในโรงแรม ฉันขอถามแกจริงๆเถอะ คำว่าศีลธรรมมันเคยอยู่ในหัวแกบ้างไหม ไอรดา!” ประโยคใจร้ายออกมาจากปากผู้เป็นพ่อ
ทำเอาคนที่ได้ฟังหน่วงหัวใจราวกับถูกรถสิบล้อชนจนร่างแตกละเอียด ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย เธอไม่เคยถูกพ่อด่าเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นพ่อโมโหอย่างดุเดือด
“ฮึก! คุณพ่อด่าไอเหรอคะ”
“ใช่! ต่อไปนี้แกห้ามไปหาไอ้เจย์เด็ดขาด ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะเฉดหัวแกออกจากบ้านทันที”
“คุณพ่อ!”
ไพรวงษ์ยอมเด็ดขาดกับลูกสาว ก่อนจะเดินออกไปจากห้องอาหารโดยมีภรรยาตามหลังติดๆ ข้าวเช้าที่แสนอร่อยในตอนนี้กลับไม่มีใครกินลงเลยสักคนเดียว
อรดีใช้สายตามองหลานสาวพลางส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา ก่อนจะติเตือนหลานสาวตัวดี
“ฉันขอเตือนแกนะไอรดา ถ้าแกยังใช้ชีวิตแบบนี้ระวังจะท้องไม่มีพ่อเข้าสักวัน!”
มือเล็กรีบปาดน้ำตาให้กับคำดูถูกของคนในครอบครัว ไอรดาตอนนี้เสียใจมากไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ไม่เคยดีในสายตาเลยสินะ เจ้าของใบหน้าสวยแค่นยิ้มทั้งน้ำตา ข้างในลึกๆเธอทั้งน้อยใจและก็ทุกข์ใจในคราเดียวกัน
“ฮึ! ก็ดี ในเมื่อทุกคนคิดว่าไอเลวมาก งั้นก็ปล่อยให้มันเป็นไปแบบนั้นน่ะดีแล้ว”
มือเล็กจับพวงมาลัยรถเอาไว้แน่น สายตาเพ่งมองไปยังท้องถนนอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย ไอรดาตัดสินใจขับรถออกมาจากบ้านเพื่อมาหาที่พักพิงใจยามที่เธอเกิดความรู้สึกอ่อนแอ ทว่าสุดท้ายก็ไม่มีใครทำให้เธอดีขึ้นเลยสักคนเดียว นอกเสียจากเขาคนนั้นที่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว...
รถสปอร์ตหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบข้างกับริมฟุตบาทในช่วงเวลาพลบค่ำ ไอรดามองออกไปจากนอกกระจกรถด้วยสายตาที่ว่างเปล่า จู่ๆเรื่องราวในอดีตก็ผุดเข้ามาให้เธอหน่วงหัวใจอีกครั้ง
“ที่นี่สวยจังเลยค่ะ พี่เว”
“พี่คิดไว้แล้วว่าน้องไอต้องชอบแน่ๆ ไม่เสียแรงที่พามา”
“ขอบคุณนะคะที่อยู่เป็นเพื่อนไอ”
“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่น้องไอเถอะมีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมถึงไปนั่งอยู่ป้ายรถเมล์คนเดียวได้ล่ะ”
ไอรดาก้มหน้าลง สาเหตุที่เธอไปนั่งคนเดียวก็เป็นเพราะว่าแฟนหนุ่มของเธอผิดนัด ด้วยความน้อยใจและไม่อยากให้เพื่อนรับรู้ เธอจึงเดินออกมานั่งเงียบๆคนเดียว ทว่าในระหว่างนั้นเวหาดันผ่านมาพอดีเลยบังเอิญได้เจอกัน เวหาจึงได้ชวนเธอออกมาขับรถเล่นแล้วพาเธอมาที่สะพานเพื่อดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน
“ว่าไงครับ ตกลงน้องไอมีเรื่องอะไรกันแน่”
“เปล่าหรอกค่ะ ไอแค่เครียดกับเรื่องเรียนนิดหน่อย”
“อ๋อ ก็ใกล้จะจบแล้วนี่เนอะ ไม่แปลกหรอกที่น้องไอจะมีความเครียด”
“ค่ะ ว่าแต่พี่เวมารับมิเกลเหรอคะ”
“ใช่ครับ พอดีคุณป้าวานให้พี่มารับน่ะ”
“ตายจริง ป่านนี้มิเกลคงรอแย่แล้วล่ะค่ะ งั้นเราแยกกันตรงนี้เลยดีไหมคะ”
ไอรดากลัวว่าเพื่อนสาวจะรอนานถึงได้เอ่ยออกไป อีกอย่างเธอไม่รู้ว่ามิเกลกับเวหากำลังคบหากันอยู่ไหม เธอจึงพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่สองต่อสองกับชายหนุ่ม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกับบุคคลภายนอก
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งที่ป้ายรถเมล์เหมือนเดิมครับ”
“ตกลงค่ะ”
จากนั้นเวหาจึงขับรถวนกลับไปส่งหญิงสาวไว้ที่เดิม ทั้งสองต่างหันมาสบตากันและกัน ก่อนที่เวหาจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อนที่ไอรดาจะลงไปจากรถ
“ถ้าน้องไอมีเรื่องไม่สบายใจ หรือมีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้เลยนะ พี่พร้อมช่วยน้องไอเสมอครับ”
คำพูดของเวหาที่พูดออกมานั้น มันทำให้ไอรดารู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยหากแต่เธอพยายามหักห้ามใจตัวเองอยู่พอสมควร ยอมรับตามตรงว่าตั้งแต่เราได้รู้จักกัน เวหาก็ดีกับเธอมาโดยตลอดแถมยังใส่ใจเธอมากกว่าแฟนหนุ่มของเธอเสียอีก เวลาที่ไอรดามีเรื่องทุกข์ใจอะไรก็มักจะเป็นเวหาที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอก่อนเสมอ
จนกระทั่งวันที่เธอรู้ว่าแฟนหนุ่มนอกใจ ก็ยังเป็นเวหาที่เข้ามาช่วยชีวิตของเธอเอาไว้จากการถูกรถชน และเหตุการณ์ในวันนั้นก็ทำให้เธอกับเวหามีความสัมพันธ์ที่เกินเลย แต่ทว่ามันก็กลายเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่มีทางหวนคืนกลับมาหากันได้อีกแล้ว
“ฮึก! ถ้าวันนั้นไอตัดสินใจรับรักพี่ พี่ก็คงไม่หายไปจากชีวิตของไอใช่ไหมคะ พี่เวหา”
ไอรดาเสียใจทุกครั้งที่นึกถึงเวหา กว่าเธอจะรู้ใจตัวเองว่ารักอีกฝ่ายมันก็สายไปเสียแล้ว...
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา....หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงเวลาที่แสนเลวร้ายไปได้ ทำให้สองสามีภรรยาตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า เวหาฉีกสัญญาแต่งงานสามปีทิ้งในทันทีและเขาก็ได้พาภรรยาคนสวยไปฝากครรภ์เรียบร้อย ไอรดาตั้งท้องได้20สัปดาห์แล้ว ทางรุ่นพี่ที่เป็นหมอบอกว่าเด็กในท้องแข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกประการ กระนั้นก็ยิ่งทำให้ว่าที่คุณพ่อมือใหม่อย่างเขาเห่อสุดๆไปเลย เวหาคอยประคบประหงมเอาใจภรรยาสุดฤทธิ์ ไม่ว่าเธออยากทานอะไร อยากทำอะไร เขาก็รีบคัดสรรจัดมาให้โดยไม่ขัดคำสั่งเลยแม้แต่น้อย วันนี้เป็นวันหยุดของเวหา ทางภรรยามีอาการเวียนศีรษะเขาจึงอยู่ดูเธอในห้องนอนไม่ไปไหน“เป็นไงบ้างครับ อาการเวียนหัวหายดีหรือยัง..?” เสียงนุ่มนวลเอ่ยถามพร้อมกับใช้หลังมืออังหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิในร่างกาย ไอรดาทำหน้าบูดบึ้งราวกับเจ้าแมวน้อยป่วยที่อ้อนเจ้าของ เธอจับมือของสามีมาทาบไว้แก้มนุ่มของตัวเอง ไม่รู้ทำไมพอท้องปุ๊บเธอก็อยากให้สามีอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา “หนูยังไม่หายดีเลยค่ะ เพราะงั้นพี่ต้องอยู่ใกล้หนูเอาไว้นะ” คำพูดอ้อนฉายแววตาเว้าวอน ทำเอาคนที่ได้ฟังหลุดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ให้ตายเถอะ! มีเมียเด็กมันเ
เวหาจูงมือภรรยาคนสวยเดินเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทุกคนต่างร้อนรนใจเมื่อได้รู้ข่าวของลูกสาวว่าถูกทางมิเกลจับตัวไป“เป็นยังไงบ้างลูก” คุณหญิงพรพิมลโผเข้าไปสวมกอดลูกสาวคนเดียวด้วยความโล่งใจ ตามด้วยท่านไพรวงษ์ที่เดินมาแตะบ่าไหล่ของลูกเขยคนโปรด “ไอปลอดภัยดีค่ะคุณแม่” “แกนี่นะ! มันน่าตีจริงๆ คราวหลังอย่าทำอะไรคนเดียวแบบนี้อีกนะยัยไอ” ท่านไพรวงษ์ปรามลูกสาวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง“ไอขอโทษค่ะคุณพ่อ ต่อไปนี้ไอคงไม่ได้ทำอะไรแบบนี้อีกแล้วล่ะค่ะ” “ตอนนี้ข่าวนังมิเกลถูกจับดังมาก พวกชาวเน็ตต่างพากันขอโทษแกใหญ่เลยที่เข้าใจผิดเรื่องข่าวฉาวกับไอ้จิรายุ” อรดีว่าเสริม“ในที่สุดก็ล้างมลทินได้สิที” ไอรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ มันคุ้มค่ามากที่เธอลงทุนในครั้งนี้“โชคดีนะที่หลานของฉันปลอดภัย” “อาอรคะ!!” คนตัวเล็กรีบปรามคุณอาสาวเรื่องที่เธอตั้งท้อง ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว“ไม่ต้องปิดบังพี่หรอกครับ พี่รู้ตั้งแต่วันที่เราไปฮันนีมูนกันแล้วว่าน้องไอท้องลูกของพี่” “รู้แล้วยังไง ไอยังไม่ได้คืนดีกับพี่ซักหน่อย” “งั้นเรามาคืนดีกันตอนนี้เลยได้ไหมครับ” “ไม่ได้ค่ะ” “ฮ่าๆ เอาล่ะๆ พ่อว่าไปทานข้าวกันก่อนดีกว่าไหมลูก เออว่
สามวันต่อมา...“นี่ยัยไอ แกจะทำแบบนี้จริงๆเหรอ” “ขอร้องนะณิชา แกอย่าห้ามฉันเลย ฉันคิดมาดีแล้ว” “อืม ฉันเข้าใจแกดี ถ้าอย่างงั้นฉันขอให้แกโชคดีนะ” ณิชาทำได้เพียงกล่าวคำอวยพรให้เพื่อนสาว ทว่าในใจเธอกลับเป็นห่วงไอรดามากที่ต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงเผื่อแผนการล่อนางนกต่อออกจากถ้ำ สามวันที่ผ่านมาไอรดาครุ่นคิดหาวิธีที่จะเอาคืนมิเกล ไอรดาต้องการให้นังงูพิษนั้นจมธรณีด้วยน้ำมือเธอก่อนที่มันจะเข้าไปในคุกไปตลอดกาล “ฉันรู้ว่ามันเป็นวิธีที่เสี่ยง แต่มันคุ้มแน่นอนณิชา” “แล้วแกจะไม่บอกพี่เวเค้าหน่อยเหรอ” “ไม่อ่ะ รายนั้นถ้าบอกไปเค้าก็มาขวางฉันสิ สู้จัดการด้วยตัวเองจะดีกว่า อีกอย่างมีแกช่วยด้วย ฉันไม่เป็นอะไรแน่นอน” “อืม เอาตามที่แกว่าเลย ฉันพร้อมลุยไปพร้อมกับแกอยู่แล้ว” สองเพื่อนรักกุมมือกันเพื่อให้กำลังใจ ก่อนที่จะพากันเดินแยกย้ายออกจากร้านอาหารเพื่อเริ่มแผนการลวงนางนกต่อให้มาติดกับดักที่วางเอาไว้สองขาเรียวยาวก้าวไปยังลาดจอดรถ มือเล็กล้วงหยิบรีโมทกุญแจรถ ทว่ากำลังจะเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถสปอร์ตหรู...พรึ่บ!! “อื้ออ~~!!” ไอรดาถูกมือปริศนาเอาผ้าปิดที่จมูกของเธออย่างไม่ทันตั้งตัว เธอพยายามดิ้นหนี
Calling my mom... "ว่าไงครับ คุณแม่” (คุณเวคะ คุณนายแย่แล้วค่ะ) “เกิดอะไรขึ้นครับ คุณแม่เป็นอะไร” ยังไม่ทันรู้เรื่องปลายสายก็ตัดสายไปเสียดื้อๆ เวหาพยายามติดต่อกลับไป แต่แล้วก็โทรไม่ติด “เกิดอะไรขึ้นไอ้เว ทำไมทำหน้าแบบนั้น” “คนที่บ้านน่ะสิ โทรมาบอกว่าแม่กูแย่แล้ว” “งั้นมึงรีบไปเถอะ เดี๋ยวกูอยู่เป็นพยานให้ตำรวจสอบปากคำเพิ่มเติมเอง” “กูฝากมึงด้วยนะมาวิน” เวหาแตะบ่าไหล่เพื่อนรักเบาๆ ก่อนจะตรงไปขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ปลายทางคือหมู่บ้านจัดสรรแถวสาทร ระหว่างขับรถเวหาเอาแต่เหม่อลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เอาแต่หัวหน้าพะวงหลัง สายตาจดจ้องมองไปยังท้องถนนเส้นหลัก จับพวงมาลัยรถเอาไว้แน่น“คุณแม่อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะครับ” เขาลั่นวาจาออกมาตลอดการเดินทาง ทั้งยังพยายามโทรติดต่อถามข่าวของผู้เป็นแม่ไม่ห่าง ก่อนจะส่งข้อความไปบอกข่าวให้ทางภรรยาได้รับรู้ด้วย ใช้เวลานานเกือบหนึ่งชั่วโมง รถบีเอ็มสีดำก็ได้ขับเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าบ้านหลักหนึ่ง เวหาไม่รอช้าเขาปลดเข็มขัดนีรภัยออกแล้วก้าวขาลงมาจากรถ มุ่งหน้าเข้าไปข้างในบ้านด้วยความร้อนรนใจ “คุณแม่เป็นยังไงบ้างครับ” พอมาถึงเวหาจึงรีบสอบถามอา
“กลับมาแล้วเหรอจ้ะ เป็นไงบ้างลูกแม่เที่ยวกันสนุกไหม” น้ำเสียงนุ่มนวลจากคุณหญิงพรพิมลเอ่ยถามลูกสาวกับลูกเขย “สนุกครับคุณแม่” สองสามีภรรยาเดินจูงมือกันเข้ามาในหฤหาสน์สุดหรู ที่ไอรดายอมให้สามีจับมือถือแขนเพราะเธอไม่อยากให้พ่อแม่คิดมาก เธอจึงแกล้งทำเป็นคืนดีกับสามีทั้งที่ความเป็นจริง เวหายังอยู่ในช่วงบททดสอบของเธออยู่“คุณพ่อกำลังนั่งทานของหวานอยู่พอดีเลย ลูกๆไปทานด้วยกันไหมจ้ะ”“ไม่ดีกว่าค่ะคุณแม่ ไอเพลีย อยากงีบสักพัก” “งั้นผมขอตัวพาน้องไอขึ้นไปพักบนห้องก่อนนะครับ” “ตามสบายจ้ะ” เวหาก้มหัวให้แม่ยาย ก่อนจะประคองภรรยาคนสวยเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนเพื่อพักผ่อน ทันทีที่ปิดประตูลง มือเล็กรีบผละสามีให้ถอยออกห่างอย่างรวดเร็ว“เลิกแสดงละครได้แล้ว ฉันอึดอัด” “อึดอัดอะไร เมื่อกี้พี่ยังเห็นเราเล่นตามน้ำอยู่เลย ดูมีความสุขดีออก”“เชอะ!” ไอรดาเบะปากคว่ำด้วยความหมั่นไส้เพราะเธอเถียงไม่ทัน เธอเดินมานั่งลงบนเตียงพลางสายตาก็ชำเหลืองดูผู้เป็นสามีที่ตอนนี้เหมือนจะสนในโทรศัพท์มือถือมากเป็นพิเศษ สงสัยนังงูพิษมันส่งข้อความมาหามั้งถึงได้รีบพิมพ์ตอบซะขนาดนั้น คนตัวเล็กมีอาการหึงหวงสามีอย่างไม่รู้ตัว ถึง
"คุณหมอโทรมาว่าอะไรบ้างคะคุณพี่” เสียงคุณหญิงพรพิมลเอ่ยถามผู้เป็นสามีหลังจากที่วางสายลูกเขยไปแล้ว“คุณหมอบอกว่ายัยไอมีท่าทีใจอ่อนให้แล้ว” “จริงเหรอคะ” “ใช่ แล้วคุณหมอก็รู้แล้วว่ายัยไอตั้งท้อง”“นับว่าเป็นข่าวดีในรอบหนึ่งปีเลยนะคะ อรว่าเราประกาศข่าวดีให้ทุกคนได้รู้กันดีไหมคะ”“อย่าเพิ่งเลยแม่อร รอให้ทางคุณหมอกับยัยไอมาประกาศเองดีกว่า” “จริง พี่เห็นด้วยกับคุณพี่นะแม่อร” “โอเคค่ะ งั้นอรจะรอให้ยัยไอบอกเองก็ได้ค่ะ” “เรื่องนี้เราต้องปิดบังเอาไว้ก่อนนะ ทางคุณหมอขอร้องเอาไว้ แม้แต่แม่คุณหมอก็อย่าเพิ่งรีบบอก”“ได้ค่ะ ช่วงนี้อรไม่ได้เจอแม่ของคุณหมอเลย”“แต่แปลกนะคะ ทำไมคุณหมอถึงไม่บอกเรื่องนี้กับคุณแม่” คุณหญิงพรพิมลเอ่ยด้วยความสงสัย กระนั้นก็ไม่มีใครให้คำตอบได้ ทุกคนต่างนั่งเงียบพร้อมกับแสดงสีหน้าหม่นแสงลงไปเล็กน้อย ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของทางครอบครัวคุณหมอ ส่วนทางนี้พร้อมซัพพอร์ตลูกเขยทุกอย่างบ้านธรรมรงนารักษ์...“อะไรนะคะ คุณป้าบอกว่าพี่เวไปฮันนีมูนกับนังไอรดาเหรอคะ..?” น้ำเสียงปรอทแตกของมิเกลเอ่ยถาม พร้อมกับแสดงสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก“ป้าพยายามห้ามตาเวแล้วนะจ๊ะ แต่ตาเวก็ยังยืนยันว
สองสามีภรรยานั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติกใต้แสงเทียนที่ริมหาดทราย โดยทางรีสอร์ตได้จัดเตรียมมื้อค่ำแสนพิเศษเอาไว้ตามความต้องการของลูกค้าอย่างเวหาสาวเจ้าในชุดเดรสสายเดี่ยวลูกไม้สีขาวบางนั่งมองใบหน้าของสามี ก่อนจะเอ่ยปากถามออกไป “เมื่อไหร่อาหารจะมาเสิร์ฟ ฉันหิวแล้ว” “น่าจะอีกสักพักเลย งั้นเดี๋
“พี่เวหาอยู่ไหน..?” มิเกลเอ่ยถามหาชายหนุ่มทันทีที่เธอมาถึงหน้าผับลานนา ก่อนหน้านี้เธอกำลังจะเตรียมตัวเข้านอน หากแต่ว่ารุ่นพี่ที่รู้จักอย่างจิรายุโทรมาบอกข่าวของเวหาเสียก่อน จากนั้นเธอจึงรีบแต่งตัวแล้วบึ่งรถออกมา “ใจร้อนไปไหน ไอ้เวมันยังไม่กลับหรอกหน่า” “พี่ก็รู้ฉันรักพี่เวหามาก พอรู้ว่าเขาเมาฉัน
“กลับมากันแล้วเหรอจ๊ะ” เสียงหวานละมุนจากคุณหญิงพรพิมลเอ่ยถามลูกสาวและลูกเขยเมื่อทั้งสองเดินตามกันเข้ามาในบ้าน “ค่ะคุณแม่”“แล้วนี่ทานอะไรมาหรือยังจ๊ะ” “เรียบร้อยแล้วครับคุณแม่ ก่อนกลับเราแวะไปกินชาบูกันมาครับ” “งั้นเหรอจ๊ะ งั้นลูกทั้งสองขึ้นไปพักผ่อนเถอะจ๊ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว”“ครับคุณแม่” “ไอขอต
รถบีเอ็มสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาจอดหน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เวหารีบดับเครื่องยนต์ในทันที ก่อนจะเดินลงจากรถวนไปเปิดประตูอีกฝั่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองภรรยาที่นั่งทำหน้าบึ้งตึงอยู่ในขณะนี้ เวหาได้แต่ถอนหายใจแรงด้วยความเบื่อหน่าย“ถึงแล้ว ลงมาจากรถ”“นี่พี่เวพาไอมาโรงแรมทำไมคะ..?” คนตัวเล็กถามด้วยความสงสัย “รี







