LOGIN#ปัจจุบัน
มาแล้วจ้ากับข่าวฉาวที่ทุกคนรอคอย วงในเม้าท์มอยกันให้ทั่วว่าแม่สาวไฮโซลูกคุณหนูแห่งตระกูลดังแอบไปกินต้มแซ่บกับสามีชาวบ้าน โดยมือดีได้ปล่อยภาพหลุดที่ทั้งคู่เดินเข้าไปในโรงแรมหรูย่านทองหล่อด้วยกันเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งที่ตัวผู้ชายเมียเพิ่งคลอดลูกได้เพียงสี่เดือนเท่านั้น ส่วนสาวไฮโซคนนี้นางเป็นแฟนเก่าของผู้ชายแต่เลิกลากันไปนานแล้ว สงสัยทนความคันไม่ไหวเลยนัดเจอกันโดยไม่สนใจหน้าตาของวงศ์ตระกูลเลยจ้า
เสียงของนักข่าวสาวจากรายการโทรทัศน์ช่องดังต่างพากันอ่านข่าวคนในวงการบันเทิงอย่างออกอรรถรส ขณะเดียวกัน ไอรดาผู้ที่ตกเป็นจำเลยของสังคมก็ได้เดินลงมาทานข้าวที่โต๊ะอาหารพอดี
“ดูข่าวอะไรกันอยู่เหรอคะ”
“แกไปทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้ล่ะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับสายตาที่มองเธออย่างผิดหวัง
“ไอทำอะไรเหรอคะ คุณพ่อ”
“เลิกทำเป็นใสซื่อได้แล้วยัยไอ เห็นไหมว่าพวกนักข่าวมันเล่าข่าวฉาวของแกกันสนุกปากเลย” ‘อรดี’ ที่มีศักดิ์เป็นอา กล่าวด้วยน้ำเสียงกระแหนะกระแหนยามเมื่อหลานสาวของตัวเองไปทำเรื่องงามหน้าเอาไว้ ทำให้วงศ์ตระกูลมีจุดด่างพร้อยเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่เป็นชิ้นดี
“อะไรกัน ไอยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ”
“ถ้าไม่ได้ทำ แล้วภาพพวกนี้มันหลุดออกมาได้ยังไง”
ผู้เป็นพ่อวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอาหารด้วยความโมโห ไอรดามีสีหน้าที่งุนงงก่อนจะเอื้อมไปหยิบมือถือของพ่อขึ้นมาดู
“นี่มัน!”
ไอรดาถึงกับพูดไม่ออก เธอค้างประโยคเอาไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะพยายามอธิบายให้ทางครอบครัวได้เข้าใจ
“คุณพ่อคะ คุณพ่อกำลังเข้าใจไอผิดอยู่นะคะ ความจริงมันไม่ได้เป็นแบบที่ทุกคนพูดเลย”
“ฮึ! เข้าใจผิดอะไร พวกนักข่าวมันมีทั้งรูปภาพ ทั้งคลิปของแกที่โอบกอดไอ้เจย์เดินเข้าไปในโรงแรมแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว”
“ใช่ค่ะพี่ไพร ภาพยัยไอปรากฏออกสื่อซะขนาดนั้น ต่อให้แกจะพูดออกมายังไง ใครเค้าจะเชื่อ ตอนนี้ทุกคนหาว่าแกเป็นเมียน้อยแย่งผัวชาวบ้านกันหมดแล้ว” อรดีว่าเสริม
คุณหญิงพรพิมล ผู้เป็นแม่ได้แต่นิ่งเงียบพลางจ้องมองลูกสาวด้วยความเห็นใจ ถึงแม้อยากจะเข้าไปโอบกอดลูกสาวใจจะขาดแต่ก็ทำได้เพียงอดทนเอาไว้ เพราะที่ผ่านมาเป็นเธอเองที่เลี้ยงลูกตามใจจนไอรดามีนิสัยเอาแต่ใจ ดื้อรั้น ทำตัวสำมะเรเทเมาเสียผู้เสียคน ไม่สนใจการงานเลยสักนิด บัดนี้มันถึงคราวที่ต้องดัดนิสัยของไอรดาเสียที
“ไอไม่ได้แย่งสามีใครนะคะ อาอร!”
“หยุดหาข้อแก้ตัวได้แล้วยัยไอ ตัวเองทำผิดแท้ๆยังกล้ามาเถียงฉอดๆอีก”
“ไอไม่หยุดค่ะคุณพ่อ ก็ไอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ไอ้พี่เจย์ต่างหากที่ทำ”
“ไอ้เจย์มันทำอะไรแก แกจะบอกว่ามันขืนใจแก บังคับแกเข้าไปในโรงแรมงั้นเหรอ” ผู้เป็นพ่อเหลืออด ถามกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัด
จากภาพที่ออกมาก็เห็นกันอยู่ว่าไม่ได้มีการบังคับอะไรทั้งนั้น แถมลูกสาวตัวดียังยอมให้เขาโอบเอวเดินเข้าไปในโรงแรมอีกต่างหาก
“นี่ไม่มีใครเชื่อไอเลยเหรอคะ..?”
หลักฐานมันทนโท่ต่อให้ไอรดาจะพูดอะไรไป ทางครอบครัวก็ไม่มีใครเชื่อใจเธอแล้ว ทุกคนต่างแสดงสีหน้าผิดหวังราวกับเธอไปฆ่าใครตาย
“ที่ผ่านมาแกจะไปมั่วกับใครฉันไม่เคยว่าเลย แต่ไอ้เจย์! ทำไมแกถึงยอมกลับไป ทั้งที่รู้ว่ามันมีลูกมีเมียแล้ว แต่แกก็ยังถ่อไปหามันถึงที่ ยอมให้มันจูงแกเข้าไปในโรงแรม ฉันขอถามแกจริงๆเถอะ คำว่าศีลธรรมมันเคยอยู่ในหัวแกบ้างไหม ไอรดา!” ประโยคใจร้ายออกมาจากปากผู้เป็นพ่อ
ทำเอาคนที่ได้ฟังหน่วงหัวใจราวกับถูกรถสิบล้อชนจนร่างแตกละเอียด ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย เธอไม่เคยถูกพ่อด่าเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นพ่อโมโหอย่างดุเดือด
“ฮึก! คุณพ่อด่าไอเหรอคะ”
“ใช่! ต่อไปนี้แกห้ามไปหาไอ้เจย์เด็ดขาด ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะเฉดหัวแกออกจากบ้านทันที”
“คุณพ่อ!”
ไพรวงษ์ยอมเด็ดขาดกับลูกสาว ก่อนจะเดินออกไปจากห้องอาหารโดยมีภรรยาตามหลังติดๆ ข้าวเช้าที่แสนอร่อยในตอนนี้กลับไม่มีใครกินลงเลยสักคนเดียว
อรดีใช้สายตามองหลานสาวพลางส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา ก่อนจะติเตือนหลานสาวตัวดี
“ฉันขอเตือนแกนะไอรดา ถ้าแกยังใช้ชีวิตแบบนี้ระวังจะท้องไม่มีพ่อเข้าสักวัน!”
มือเล็กรีบปาดน้ำตาให้กับคำดูถูกของคนในครอบครัว ไอรดาตอนนี้เสียใจมากไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ไม่เคยดีในสายตาเลยสินะ เจ้าของใบหน้าสวยแค่นยิ้มทั้งน้ำตา ข้างในลึกๆเธอทั้งน้อยใจและก็ทุกข์ใจในคราเดียวกัน
“ฮึ! ก็ดี ในเมื่อทุกคนคิดว่าไอเลวมาก งั้นก็ปล่อยให้มันเป็นไปแบบนั้นน่ะดีแล้ว”
มือเล็กจับพวงมาลัยรถเอาไว้แน่น สายตาเพ่งมองไปยังท้องถนนอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย ไอรดาตัดสินใจขับรถออกมาจากบ้านเพื่อมาหาที่พักพิงใจยามที่เธอเกิดความรู้สึกอ่อนแอ ทว่าสุดท้ายก็ไม่มีใครทำให้เธอดีขึ้นเลยสักคนเดียว นอกเสียจากเขาคนนั้นที่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว...
รถสปอร์ตหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบข้างกับริมฟุตบาทในช่วงเวลาพลบค่ำ ไอรดามองออกไปจากนอกกระจกรถด้วยสายตาที่ว่างเปล่า จู่ๆเรื่องราวในอดีตก็ผุดเข้ามาให้เธอหน่วงหัวใจอีกครั้ง
“ที่นี่สวยจังเลยค่ะ พี่เว”
“พี่คิดไว้แล้วว่าน้องไอต้องชอบแน่ๆ ไม่เสียแรงที่พามา”
“ขอบคุณนะคะที่อยู่เป็นเพื่อนไอ”
“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่น้องไอเถอะมีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมถึงไปนั่งอยู่ป้ายรถเมล์คนเดียวได้ล่ะ”
ไอรดาก้มหน้าลง สาเหตุที่เธอไปนั่งคนเดียวก็เป็นเพราะว่าแฟนหนุ่มของเธอผิดนัด ด้วยความน้อยใจและไม่อยากให้เพื่อนรับรู้ เธอจึงเดินออกมานั่งเงียบๆคนเดียว ทว่าในระหว่างนั้นเวหาดันผ่านมาพอดีเลยบังเอิญได้เจอกัน เวหาจึงได้ชวนเธอออกมาขับรถเล่นแล้วพาเธอมาที่สะพานเพื่อดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน
“ว่าไงครับ ตกลงน้องไอมีเรื่องอะไรกันแน่”
“เปล่าหรอกค่ะ ไอแค่เครียดกับเรื่องเรียนนิดหน่อย”
“อ๋อ ก็ใกล้จะจบแล้วนี่เนอะ ไม่แปลกหรอกที่น้องไอจะมีความเครียด”
“ค่ะ ว่าแต่พี่เวมารับมิเกลเหรอคะ”
“ใช่ครับ พอดีคุณป้าวานให้พี่มารับน่ะ”
“ตายจริง ป่านนี้มิเกลคงรอแย่แล้วล่ะค่ะ งั้นเราแยกกันตรงนี้เลยดีไหมคะ”
ไอรดากลัวว่าเพื่อนสาวจะรอนานถึงได้เอ่ยออกไป อีกอย่างเธอไม่รู้ว่ามิเกลกับเวหากำลังคบหากันอยู่ไหม เธอจึงพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่สองต่อสองกับชายหนุ่ม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกับบุคคลภายนอก
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งที่ป้ายรถเมล์เหมือนเดิมครับ”
“ตกลงค่ะ”
จากนั้นเวหาจึงขับรถวนกลับไปส่งหญิงสาวไว้ที่เดิม ทั้งสองต่างหันมาสบตากันและกัน ก่อนที่เวหาจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อนที่ไอรดาจะลงไปจากรถ
“ถ้าน้องไอมีเรื่องไม่สบายใจ หรือมีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้เลยนะ พี่พร้อมช่วยน้องไอเสมอครับ”
คำพูดของเวหาที่พูดออกมานั้น มันทำให้ไอรดารู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยหากแต่เธอพยายามหักห้ามใจตัวเองอยู่พอสมควร ยอมรับตามตรงว่าตั้งแต่เราได้รู้จักกัน เวหาก็ดีกับเธอมาโดยตลอดแถมยังใส่ใจเธอมากกว่าแฟนหนุ่มของเธอเสียอีก เวลาที่ไอรดามีเรื่องทุกข์ใจอะไรก็มักจะเป็นเวหาที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอก่อนเสมอ
จนกระทั่งวันที่เธอรู้ว่าแฟนหนุ่มนอกใจ ก็ยังเป็นเวหาที่เข้ามาช่วยชีวิตของเธอเอาไว้จากการถูกรถชน และเหตุการณ์ในวันนั้นก็ทำให้เธอกับเวหามีความสัมพันธ์ที่เกินเลย แต่ทว่ามันก็กลายเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่มีทางหวนคืนกลับมาหากันได้อีกแล้ว
“ฮึก! ถ้าวันนั้นไอตัดสินใจรับรักพี่ พี่ก็คงไม่หายไปจากชีวิตของไอใช่ไหมคะ พี่เวหา”
ไอรดาเสียใจทุกครั้งที่นึกถึงเวหา กว่าเธอจะรู้ใจตัวเองว่ารักอีกฝ่ายมันก็สายไปเสียแล้ว...
ร่างอันบอบบางของไอรดาถูกว่าที่สามีอย่างเวหาครอบครองไปเสียแล้ว จมูกโด่งจมหายไปในซอกคอระหง มือหนาทั้งสองนวดคลึงสองเต้าอวบผ่านกระจกบานใหญ่ ไอรดาเกิดความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นแววตาดุดันราวกับเสือผู้หิวโซของเวหา เขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนครั้งนั้นเลย ทำให้เธอสัมผัสได้ว่าเวหาที่เธอรู้จักได้เปลี่ยนไปแล้ว"พี่เวหยุด!""หยุดทำไม เธอเองไม่ใช่เหรอที่ต้องการให้ฉันแบบนี้""มันไม่ใช่ซักหน่อย" สาวเจ้าโต้ตอบด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ก่อนจะหยุดประโยคเอาไว้เพียงแค่นั้น ที่เธอทำไปก็เพราะอยากลองใจเฉยๆ ว่าเขายังรู้สึกกับเธอเหมือนเดิมอยู่ไหม ใครจะไปรู้ว่าจะมาตกม้าตายเสียเองคิดแล้วก็ไม่น่าเอาตัวเองไปเล่นกับไฟเลยเหอะ"เธออยู่นิ่งๆ เถอะไอรดา ฉันจะทำให้เธอมีความสุขเอง""พะ....พี่จะทำอะไร"พรึ่บ! เวหาอุ้มไอรดาขึ้นมาในท่าเจ้าสาวแล้วตรงไปยังโซฟานุ่มตัวเล็กที่อยู่ในห้องลองชุด เขาทิ้งสาวเจ้าให้นอนลงไปอย่างสุดแรงจนหญิงสาวร้องโอดครวญ"โอ้ย ไอ้พี่บ้า! ฉันเจ็บนะ""เจ็บแค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ ต่อไปเธอจะรู้สึกเสียวจนใจแทบขาดเลยล่ะ" เวหาไม่พูดเปล่า เขานั่งย่อลงไปแล้วจับสองขาถ่างออกกว้างดึงอันเดอร์แวร์สีดำตัวจิ๋วมาไว้ตรงขอบร่อง สายตาเ
“พี่เวปล่อยไอเดี๋ยวนี้นะ ไอเจ็บ!” เสียงเล็กร้องประท้วงเมื่อเธอโดนว่าที่สามีจับข้อมือจนแน่นแล้วลากเธอเข้ามาในห้องทำงาน เวหาปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ ก่อนที่เขาจะเดินวนกลับไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง “เธอมีธุระอะไรกับฉันก็รีบพูดมา” “วันนี้พี่ว่างหรือเปล่า ไอจะพาพี่ไปลองชุดแต่งงานที่ร้านพรีเวดดิ้งด้วยกัน” “ฉันบอกเธอแล้วไงว่าให้เรียกคุณหมอ” “นั่นแหละค่ะ คุณหมอว่างหรือเปล่า” “ฉันไม่ว่าง!” “แต่เมื่อกี้ไอถามพนักงาน เขาบอกคุณหมอว่างแล้วนะคะ” ไอรดารู้ว่าเวหาโกหก เธอจึงเอาพนักงานสาวมาอ้างเพื่อให้ใครบางคนจนมุมยอมไปกับเธอแต่โดยดี เวหามองคนที่เอาแต่ใจด้วยหางตา นิ้วเรียวเคาะโต๊ะพลางครุ่นคิดอยู่ในหัวว่าจะเอายังไงดี ถึงจะไม่อยากไปทำเรื่องบ้าๆนั้นแต่ทว่าสุดท้ายเวหาก็ต้องจำใจไป"เธอส่งโลเคชั่นมาให้ฉัน เราจะไปรถคนละคัน""แล้วจะทำให้มันยุ่งยากทำไมล่ะคะคุณหมอ ทำไมเราไม่ไปด้วยกันให้มันจบๆ อีกอย่างไม่เปลืองน้ำมันด้วย" เวหาลุกขึ้นยืนตัวตรงแล้วเดินตรงเข้ามาหาไอรดาที่ยืนอยู่ขอบโต๊ะทำงาน เข้าโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆจังหวะนั้นทำเอาคนตัวเล็กหัวใจเต้นตึกตักดวงตากลมจ้องมองใบหน้าอันหล่อเหลาของว่าที่สามีที่ห่า
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนี้ไอรดามีนัดกับเพื่อนรักอย่างณิชา เธอจึงรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปร้านอาหารที่เป็นร้านประจำของเธอ สองขาเรียวก้าวเข้ามายังห้องรับประธานอาหารที่ตอนนี้พ่อกับแม่ และก็คุณอากำลังทานข้าวกันอยู่“ตื่นแล้วเหรอลูกไอ มาทานข้าวด้วยกันเร็วเข้า วันนี้แม่ทำเมนูโปรดลูกด้วยนะ” คุณหญิงพรพิมลเอ่ยขึ้นมา ทว่ากำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ไปตักข้าวให้ลูกสาวก็ต้องหยุดชะงักแล้วนั่งลงไปตามเดิม“วันนี้ไอจะไปทานข้าวกับณิชาข้างนอกค่ะคุณแม่” “อ้าว งั้นหรอกเหรอ” “เอาไว้ตอนเย็นไอจะมาทานข้าวที่บ้านนะคะ”“ได้จ๊ะ” เมื่อคุยกับผู้เป็นแม่เสร็จแล้ว ไอรดาจึงรีบหันหน้ามามองอรดีพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา “อาอร เรื่องงานแต่ง ไอว่าจะขอจัดการเองนะคะ”ไพรวงษ์ที่ได้ยินลูกสาวบอกกล่าวถึงกลับละสายตาจากอาหารแล้วหันไปจ้องหน้าลูกสาวแทน ส่วนอรดีก็แสดงสีหน้างุนงง จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนหลานสาวตัวดีมันไม่มีท่าทีอยากจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ ทว่าจู่ๆพอมาวันนี้ดันอยากเป็นคนจัดการเอง “แกเนี้ยนะยัยไอจะจัดงานแต่งเอง” “ใช่ค่ะ อาอรมีปัญหาอะไรไหมคะ” “ฉันไม่มีหรอก แต่กลัวแกจะทำงานพังเสียมากกว่า”“ปล่อยให้ยัยไอจัดการไปเลยอรดี ง
ปลายปากกาแท่งเล็กฝังหมึกลงไปในกระดาษสัญญาในเวลาต่อมา จากนั้นไอรดาจึงยื่นส่งกลับให้เจ้าของในทันที “เรียบร้อยค่ะ ไอ เอ้ย! ฉันลงลายเซ็นไว้ให้คุณหมอแล้ว” เวหาหลุบตามอง เมื่อเห็นลายเซ็นของว่าที่ภรรยาได้เซ็นตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนเขาจึงรีบเก็บมันใส่ไว้ในซองสีน้ำตาลตามเดิม“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณท่าน” “อืม รีบกลับไปดูแม่เถอะ ส่วนเรื่องจัดงานผมจะให้ทางแม่อรดีเป็นคนจัดการเอง คุณหมอมีหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวก็พอครับ” “ครับท่าน” เวหาลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะก้มโค้งให้ผู้ใหญ่ที่เคารพแล้วเดินจากไปโดยที่ไม่เอ่ยลาว่าที่ภรรยาสักคำเดียว ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้เมื่อทุกอย่างยังคงค้างคาในหัวใจมีเหรอไอรดาจะหยุด ไอรดาไม่อยากพลาดโอกาสอีกแล้ว เธอจึงหันมาบอกผู้เป็นพ่อให้รออยู่ตรงนี้เสียก่อน“พ่อคะ พ่อรอไออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวไอมา” “เดี๋ยวสิยัยไอ แกจะไปไหน” ไพรวงษ์เรียกลูกสาวตามหลัง ทว่าไอรดาไม่ได้สนใจ เธอรีบจ้ำเท้าเดินตามหลังเวหาไปจนถึงรถบีเอ็มสีดำที่จอดอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น “พี่เว!” เวหาที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เขาจึงรีบหมุนตัวหันหน้ากลับไปมองเจ้าข
เสียงเครื่องยนต์จากรถสปอร์ตหรูคันสีแดงแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในช่วงสี่ทุ่มกว่า ไอรดาลงมาจากรถแล้วมุ่งตรงเข้าไปข้างใน หากแต่เท้าทั้งสองที่กำลังก้าวขึ้นบันไดต้องชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงเข้มงวดของผู้เป็นพ่อที่เอ่ยจากทางด้านหลังทำเอาเธอตกอกตกใจไปหมด“ยัยไออย่าเพิ่งไป พ่อมีเรื่องต้องคุยด้วย” “คุณพ่อจะด่าอะไรไออีกล่ะคะ” เพราะถูกพ่อต่อว่า ไอรดาจึงมีความน้อยใจคนเบื้องหน้าเป็นอย่างมาก เธอกล่าวด้วยถ้อยคำประชดประชัน “แกไม่ต้องทำประชดพ่อหรอก รีบเดินตามพ่อไปในห้องทำงานก่อนแล้วเดี๋ยวพ่อจะบอก” เจ้าของร่างเล็กทำท่าทางไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ เธอนั่งรอบนเก้าอี้หนัง เพียงไม่นานไพรวงษ์ก็เดินตามเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประจำของตัวเอง บรรยากาศภายในห้องเริ่มปกคลุมด้วยความเงียบงัน คนเอาแต่ใจกอดอกพลางแสดงสีหน้าบูดบึ้งจนผู้เป็นพ่อทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา “คุณพ่อมีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ไอจะได้ขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน” “ฮึ! แกนี่มันจริงๆเลย ขนาดถูกคนทั้งประเทศรุมด่า แต่แกยังมีหน้านอนหลับได้ลง” “แล้วจะให้ไอทำยังไงล่ะคะ หรือจะให้ไอไล่ฟ้องคนทั้งประเทศเลยดีไหม
“จะเอายังไงดีคะพี่ไพร บริษัทของเราหุ้นตกแล้วนะพี่” “เป็นเพราะข่าวฉาวของยัยไอคนเดียวเลยจริงๆ เป็นไงล่ะคุณหญิง! ลูกสาวที่คุณตามใจได้ทำเรื่องงามหน้าไม่พอมันยังทำให้บริษัทของครอบครัวพังพินาศอีก” ไพรวงษ์หันไปต่อว่าภรรยาอย่างเหลืออด บริษัทที่สร้างมากับมือกำลังจะพังทลายลงเพราะลูกสาวคนเดียวของตัวเอง เรียนจบมาแทนที่จะมาช่วยบริหารงานที่บ้านแต่ไอรดากลับมัวแต่ไปใช้ชีวิตตามใจจนเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นมา “ฉันขอโทษค่ะคุณพี่ ฉันผิดเองที่สอนลูกไม่ดี”“เลิกโทษกันก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้เราควรหาวิธีแก้ปัญหากันก่อน” “จะแก้ปัญหาอะไรได้ ภาพมันออกสื่อไปแล้ว” ไพรวงษ์คิดไม่ตก คิ้วขมวดหน้าแสดงสีหน้าคร่ำเครียดอย่างเห็นได้ชัดข่าวของไอรดาเริ่มบานปลายมากขึ้นเป็นวงกว้าง ผู้คนต่างโพสต์ด่ากันสนุกปากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทในตอนนี้เริ่มแย่ลงเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำให้บริษัทและวงศ์ตระกูลถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดี อรดีเลื่อนดูข่าวในโทรศัพท์มือถือทางเพจต่างๆได้เอามาโพสต์กันเห็นคอมเมนต์ด่าเสียเทเสีย“พวกเพจนี้มันบ้าจริงๆดูสิคะ มันด่ายัยไอแรงมากเลยค่ะพี่ไพร มันหาว่ายัยไอเคยไปแย่งแฟนของเพื่อนสนิทอีกด้วย” “แล้วเราจะทำยังไงดีค่ะคุณพี่”“น







