Se connecterเสียงเครื่องยนต์จากรถสปอร์ตหรูคันสีแดงแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในช่วงสี่ทุ่มกว่า ไอรดาลงมาจากรถแล้วมุ่งตรงเข้าไปข้างใน หากแต่เท้าทั้งสองที่กำลังก้าวขึ้นบันไดต้องชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงเข้มงวดของผู้เป็นพ่อที่เอ่ยจากทางด้านหลังทำเอาเธอตกอกตกใจไปหมด
“ยัยไออย่าเพิ่งไป พ่อมีเรื่องต้องคุยด้วย”
“คุณพ่อจะด่าอะไรไออีกล่ะคะ” เพราะถูกพ่อต่อว่า ไอรดาจึงมีความน้อยใจคนเบื้องหน้าเป็นอย่างมาก เธอกล่าวด้วยถ้อยคำประชดประชัน
“แกไม่ต้องทำประชดพ่อหรอก รีบเดินตามพ่อไปในห้องทำงานก่อนแล้วเดี๋ยวพ่อจะบอก”
เจ้าของร่างเล็กทำท่าทางไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ เธอนั่งรอบนเก้าอี้หนัง เพียงไม่นานไพรวงษ์ก็เดินตามเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประจำของตัวเอง
บรรยากาศภายในห้องเริ่มปกคลุมด้วยความเงียบงัน คนเอาแต่ใจกอดอกพลางแสดงสีหน้าบูดบึ้งจนผู้เป็นพ่อทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา
“คุณพ่อมีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ไอจะได้ขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน”
“ฮึ! แกนี่มันจริงๆเลย ขนาดถูกคนทั้งประเทศรุมด่า แต่แกยังมีหน้านอนหลับได้ลง”
“แล้วจะให้ไอทำยังไงล่ะคะ หรือจะให้ไอไล่ฟ้องคนทั้งประเทศเลยดีไหม ถึงจะถูกใจคุณพ่อ”
“แกไม่ต้องทำอะไรหรอก เพราะฉันเตรียมหาคนมาล้างคาวให้แกได้แล้ว”
“คุณพ่อหมายความว่ายังไง..!?” ไอรดาเบิกตาโต ในสิ่งที่ผู้เป็นพ่อได้พูดออกมา
“ฉันหาคนที่จะมาแต่งงานกับแกได้แล้ว ต่อไปนี้แกจะได้ไม่ว่างไปยุ่งกับสามีของชาวบ้านอีก”
“ไม่นะคะ! ไอไม่แต่ง”
ไอรดาลุกขึ้นยืนตัวตรง ยืนกรานปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น หากแต่ผู้เป็นพ่อยังคงบังคับลูกสาวต่อไปอีก
“พรุ่งนี้ฉันจะพาแกไปดูตัวเพื่อหาฤกษ์แต่งงาน แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรทั้งนั้น”
“แต่ว่า...”
ไอรดายังไม่ทันพูดจบประโยค ไพรวงษ์ก็รีบแทรกขึ้นมาเสียก่อนจะเดินออกไป
“หุบปาก! ช่วยไม่ได้นะยัยไอ ทั้งหมดมันเป็นเพราะแกเอง หลังจากแต่งงานเสร็จพ่อจะให้แกไปบริหารโรงงานผลิตซะ”
เมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ไอรดาทำได้เพียงกำหมัดแน่น โมโหให้กับจิรายุ คนที่เป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
“เป็นเพราะแกคนเดียวเลย ไอ้พี่เจย์!”
วันถัดมา....
ภายในร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นห้องvipแบบส่วนตัว เจ้าของใบหน้าสวยเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา ตั้งแต่เธอออกมากับผู้เป็นพ่อ เธอก็แสดงสีหน้าบึ้งตึงรอว่าที่สามีเดินทางมาดูตัวตามที่ได้นัดหมาย
“นี่ยัยไอ ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย”
“เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ ไอไม่อยากแต่งงานกับคนที่คุณพ่อหามาให้จริงๆนะ”
“ไม่ได้ อีกไม่กี่นาทีว่าที่สามีของแกจะมาถึงแล้ว”
“แต่เราปฏิเสธเขาได้นี่คะ คุณพ่อ”
“แกไม่เห็นหรือไงว่าข่าวฉาวของแกมันทำให้บริษัทแย่มากแค่ไหน แกอย่าเห็นแกตัวไปหน่อยเลยยัยไอ สงสารพนักงานคนอื่นๆบ้าง ถ้าพวกเขาตกงานพวกเขาจะเอาอะไรกิน”
ไอรดาได้แต่ก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด หากแต่มันก็มีวิธีอื่นตั้งมากมาย ไม่เห็นจำเป็นต้องแต่งงานเพื่อกลบข่าวเลย อีกอย่างเธอไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิดเสียหน่อย ยังไงแล้วความจริงมันก็คือความจริง ผู้ชายอย่างจิรายุเธอไม่กลับไปคบให้เสียเวลาหรอก
เวลาผ่านล่วงเลยนานเกือบหนึ่งชั่วโมง ไอรดาเริ่มหมดความอดทนที่จะรออีกฝ่ายแล้ว เธอรีบลุกขึ้นยืนตัวตรงด้วยความหงุดหงิด
“ไอไม่รอแล้วค่ะคุณพ่อ ไอขอตัวกลับก่อนก็แล้วกันนะคะ”
“เดี๋ยวสิยัยไอ!”
มือเล็กเอื้อมไปหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมขึ้นมาได้ ทว่าไอรดากำลังเดินออกไปนั้นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่มีคนเปิดประตูเข้ามาพอดี ทำให้ทั้งสองประจันหน้ากันระยะประชิด
“พะ พี่เวหา!?”
เสียงเล็กเอ่ยเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงที่เคล้าน้ำตา บัดนี้หัวใจดวงน้อยๆกลับมาเต้นตึกตักอีกครั้งในรอบหนึ่งปี หากแต่เจ้าของชื่อนั้นกลับทำตัวเมินเฉยใส่คนเบื้องหน้าราวกับคนไม่รู้จักกัน
“สวัสดีครับท่าน ขอโทษที่ทำให้ท่านรอนานนะครับ พอดีแม่ของผมเกิดอุบัติเหตุเลยทำให้ผมมาช้า”
“ไม่เป็นไร ว่าแต่คุณนายพิศมัยเป็นยังไงบ้าง”
“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับท่าน”
“อืมดีๆ งั้นเรามาคุยเรื่องงานแต่งกันดีกว่านะ เสร็จแล้วคุณหมอจะได้รีบกลับไปดูแลคุณนายพิศมัยต่อ”
“ครับท่าน”
ไอรดายืนตัวแข็ง เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้ชายที่เธอจะต้องแต่งงานด้วยนั่นก็คือ‘เวหา’ คนที่หนึ่งปีก่อนเธอเคยทำเรื่องไม่ดีกับเขาเอาไว้
“จะยืนอีกนานไหมยัยไอ รีบกลับมานั่งที่ได้แล้ว”
“คะ ค่ะคุณพ่อ”
เจ้าของร่างเล็กเดินกลับมานั่งโต๊ะตามเดิม นัยน์ตาสวยเอาแต่จับจ้องมองชายหนุ่ม ทว่าเวหากลับไม่สนใจหรือสบตาเธอกลับเลยด้วยซ้ำ จนไอรดาเริ่มรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมานิดหน่อย
ชิ! ไม่อยากมองก็ไม่ต้องมอง เดี๋ยวไอมองพี่เองก็ได้
เวหาและไอรดาต่างเงียบ จนกระทั่งท่านไพรวงษ์ต้องเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมาเอง
“เอาล่ะ วันนั้นที่เราคุยกัน คุณหมอบอกว่ามีสัญญามาให้เราเซ็นก่อนที่จะแต่งงานกัน สัญญานั้นมันคืออะไรเหรอครับคุณหมอ” ชายชราวัยหกสิบเอ่ยถามด้วยความสงสัย
เวหารู้ตั้งแต่วันแรกแล้วว่าผู้หญิงที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยก็คือ‘ไอรดา’ ซึ่งในอดีตเขาเคยรักเธอมาก แต่สุดท้ายเขาก็เป็นแค่ตัวไร้ค่า ที่ผ่านมาเวหาพยายามหาเหตุผลว่าทำไมไอรดาถึงคบกับเขาไม่ได้ จนมาวันนี้เขาพอจะรู้แล้วว่าทำไม
ที่ไม่ยอมรับรักเขา ก็เพราะเธอกลับไปหาแฟนเก่าสินะ แล้วที่เธอต้องมาแต่งงานกับเขาก็เพราะจะหาคนมาล้างเรื่องคาวๆของตัวเอง โคตรน่าสมเพชสิ้นดี!
เวหาหยิบใบกระดาษที่เป็นสัญญายื่นส่งให้กับผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าหนี้ ท่านไพรวงษ์ก้มลงไปอ่านจึงเห็นว่าเนื้อหามีดังต่อไปนี้
ข้อที่1. ระยะเวลาในการแต่งงาน3ปีเท่านั้น พอถึงกำหนดคู่สามีภรรยาจะต้องหย่ากันทันที
ข้อที่2. สามีจะไม่มีสิทธิ์ในสมบัติหรือทรัพย์สินของภรรยาแม้แต่บาทเดียว ต่อให้จดทะเบียนสมรสกันแล้วก็ตาม
ข้อที่3. สามีภรรยาต้องแยกห้องนอนกัน
ข้อที่4. สามีภรรยาไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายเรื่องการงานหรือเรื่องส่วนตัว
ข้อที่5. ทุกอย่างมันคือการแต่งงานเพื่อใช้หนี้ พอหย่ากันเสร็จทุกอย่างจะถือว่าได้ชดใช้คืนเจ้าหนี้ไปหมดแล้ว ห้ามมีข้อเสนออะไรมายื่นเพื่อให้คู่สามีภรรยาอยู่ด้วยกันต่อ
เมื่อท่านไพรวงษ์ได้อ่านจบจึงได้รีบส่งต่อให้ลูกสาวได้อ่านเป็นคนต่อไป ไอรดาสังเกตสีหน้าของผู้เป็นพ่อด้วยความงุนงงก่อนจะหยิบใบสัญญาขึ้นมาอ่าน
ทุกข้อสัญญาที่เวหาทำขึ้นมาล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไอรดารับไม่ได้และสงสัยเป็นอย่างมาก
“อะไรกันคะที่บอกว่าแต่งงานเพื่อชดใช้หนี้” ไอรดาหันมาถามพ่อของตน
“แม่ของคุณหมอเป็นหนี้บ้านเราน่ะ พ่อเลยจำเป็นต้องให้คุณหมอมาแต่งงานกับลูก”
“แสดงว่าคุณหมอไม่ได้เต็มใจอย่างแต่งกับไอเหรอคะ”
ไอรดาหันไปถามว่าที่สามีที่ตอนนี้เอาแต่ทำหน้าเรียบเฉย นิ่งขรึม ไม่เหมือนพี่เวหาที่เธอเคยรู้จักมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
“ถ้าผมบอกคุณออกไปตรงๆว่าไม่อยากแต่ง ก็กลัวคุณจะเสียหน้า เอาเป็นว่าผมยอมแต่งเพราะต้องการใช้หนี้ให้แม่ของผมครับ ครบสามปีเมื่อไหร่เราจะหย่ากันทันที”
ไอรดาที่ได้ฟังหน่วงหัวใจขึ้นมา เมื่อก่อนเขาคนนั้นรักเธอมากกว่าสิ่งอื่นใด จนเธอเองคิดว่าเขาไม่มีทางหมดรักเธอได้แน่นอน แต่พอมาตอนนี้ความรักที่เขามีให้มันไม่มีเหลือแล้ว ดูจากแววตาที่เย็นชาไอรดาพอจะรับรู้มันได้
แต่ถ้าถามว่าเธอรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เต็มใจแล้วจะยกเลิกงานแต่งไหม ตอบได้เลยว่า ไม่มีทาง! แล้วข้อสัญญาที่3จะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะเธอยังทำทุกวิถีทางเพื่อให้เราได้นอนด้วยกัน
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณหมอไม่อยากแต่งงานก็ไม่เป็นไร แต่ไอจะแต่งค่ะ หวังว่าคุณหมอคงไม่ทิ้งงานแต่งของเราหรอกใช่ไหมคะ”
“ถึงผมจะไม่ได้เต็มใจ แต่ผมไม่มีวันทิ้งงานแต่งแน่นอนครับ คุณไอรดาวางใจได้”
ทั้งสองต่างมองกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ ด้านท่านไพรวงษ์ได้แต่สงสัยกับท่าทีของลูกสาวของตนเป็นอย่างมากที่ตอนแรกไม่อยากแต่งแต่พอเห็นหน้าเวหากลับอยากแต่งขึ้นมาเสียดื้อๆ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันนี้ไอรดามีนัดกับเพื่อนรักอย่างณิชา เธอจึงรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปร้านอาหารที่เป็นร้านประจำของเธอ สองขาเรียวก้าวเข้ามายังห้องรับประธานอาหารที่ตอนนี้พ่อกับแม่ และก็คุณอากำลังทานข้าวกันอยู่“ตื่นแล้วเหรอลูกไอ มาทานข้าวด้วยกันเร็วเข้า วันนี้แม่ทำเมนูโปรดลูกด้วยนะ” คุณหญิงพรพิมลเอ่ยขึ้นมา ทว่ากำลังจะลุกออกจากเก้าอี้ไปตักข้าวให้ลูกสาวก็ต้องหยุดชะงักแล้วนั่งลงไปตามเดิม“วันนี้ไอจะไปทานข้าวกับณิชาข้างนอกค่ะคุณแม่” “อ้าว งั้นหรอกเหรอ” “เอาไว้ตอนเย็นไอจะมาทานข้าวที่บ้านนะคะ”“ได้จ๊ะ” เมื่อคุยกับผู้เป็นแม่เสร็จแล้ว ไอรดาจึงรีบหันหน้ามามองอรดีพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา “อาอร เรื่องงานแต่ง ไอว่าจะขอจัดการเองนะคะ”ไพรวงษ์ที่ได้ยินลูกสาวบอกกล่าวถึงกลับละสายตาจากอาหารแล้วหันไปจ้องหน้าลูกสาวแทน ส่วนอรดีก็แสดงสีหน้างุนงง จำได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนหลานสาวตัวดีมันไม่มีท่าทีอยากจะแต่งงานเลยด้วยซ้ำ ทว่าจู่ๆพอมาวันนี้ดันอยากเป็นคนจัดการเอง “แกเนี้ยนะยัยไอจะจัดงานแต่งเอง” “ใช่ค่ะ อาอรมีปัญหาอะไรไหมคะ” “ฉันไม่มีหรอก แต่กลัวแกจะทำงานพังเสียมากกว่า”“ปล่อยให้ยัยไอจัดการไปเลยอรดี ง
ปลายปากกาแท่งเล็กฝังหมึกลงไปในกระดาษสัญญาในเวลาต่อมา จากนั้นไอรดาจึงยื่นส่งกลับให้เจ้าของในทันที “เรียบร้อยค่ะ ไอ เอ้ย! ฉันลงลายเซ็นไว้ให้คุณหมอแล้ว” เวหาหลุบตามอง เมื่อเห็นลายเซ็นของว่าที่ภรรยาได้เซ็นตามข้อตกลงอย่างครบถ้วนเขาจึงรีบเก็บมันใส่ไว้ในซองสีน้ำตาลตามเดิม“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณท่าน” “อืม รีบกลับไปดูแม่เถอะ ส่วนเรื่องจัดงานผมจะให้ทางแม่อรดีเป็นคนจัดการเอง คุณหมอมีหน้าที่เป็นเจ้าบ่าวก็พอครับ” “ครับท่าน” เวหาลุกออกจากเก้าอี้ ก่อนจะก้มโค้งให้ผู้ใหญ่ที่เคารพแล้วเดินจากไปโดยที่ไม่เอ่ยลาว่าที่ภรรยาสักคำเดียว ไอรดาน้ำตาคลอหน่วย ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้เมื่อทุกอย่างยังคงค้างคาในหัวใจมีเหรอไอรดาจะหยุด ไอรดาไม่อยากพลาดโอกาสอีกแล้ว เธอจึงหันมาบอกผู้เป็นพ่อให้รออยู่ตรงนี้เสียก่อน“พ่อคะ พ่อรอไออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวไอมา” “เดี๋ยวสิยัยไอ แกจะไปไหน” ไพรวงษ์เรียกลูกสาวตามหลัง ทว่าไอรดาไม่ได้สนใจ เธอรีบจ้ำเท้าเดินตามหลังเวหาไปจนถึงรถบีเอ็มสีดำที่จอดอยู่หน้าร้านอาหารญี่ปุ่น “พี่เว!” เวหาที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อ เขาจึงรีบหมุนตัวหันหน้ากลับไปมองเจ้าข
เสียงเครื่องยนต์จากรถสปอร์ตหรูคันสีแดงแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในช่วงสี่ทุ่มกว่า ไอรดาลงมาจากรถแล้วมุ่งตรงเข้าไปข้างใน หากแต่เท้าทั้งสองที่กำลังก้าวขึ้นบันไดต้องชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงเข้มงวดของผู้เป็นพ่อที่เอ่ยจากทางด้านหลังทำเอาเธอตกอกตกใจไปหมด“ยัยไออย่าเพิ่งไป พ่อมีเรื่องต้องคุยด้วย” “คุณพ่อจะด่าอะไรไออีกล่ะคะ” เพราะถูกพ่อต่อว่า ไอรดาจึงมีความน้อยใจคนเบื้องหน้าเป็นอย่างมาก เธอกล่าวด้วยถ้อยคำประชดประชัน “แกไม่ต้องทำประชดพ่อหรอก รีบเดินตามพ่อไปในห้องทำงานก่อนแล้วเดี๋ยวพ่อจะบอก” เจ้าของร่างเล็กทำท่าทางไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระทืบเท้าเข้าไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ เธอนั่งรอบนเก้าอี้หนัง เพียงไม่นานไพรวงษ์ก็เดินตามเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประจำของตัวเอง บรรยากาศภายในห้องเริ่มปกคลุมด้วยความเงียบงัน คนเอาแต่ใจกอดอกพลางแสดงสีหน้าบูดบึ้งจนผู้เป็นพ่อทำได้เพียงส่ายหน้าไปมา “คุณพ่อมีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะ ไอจะได้ขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน” “ฮึ! แกนี่มันจริงๆเลย ขนาดถูกคนทั้งประเทศรุมด่า แต่แกยังมีหน้านอนหลับได้ลง” “แล้วจะให้ไอทำยังไงล่ะคะ หรือจะให้ไอไล่ฟ้องคนทั้งประเทศเลยดีไหม
“จะเอายังไงดีคะพี่ไพร บริษัทของเราหุ้นตกแล้วนะพี่” “เป็นเพราะข่าวฉาวของยัยไอคนเดียวเลยจริงๆ เป็นไงล่ะคุณหญิง! ลูกสาวที่คุณตามใจได้ทำเรื่องงามหน้าไม่พอมันยังทำให้บริษัทของครอบครัวพังพินาศอีก” ไพรวงษ์หันไปต่อว่าภรรยาอย่างเหลืออด บริษัทที่สร้างมากับมือกำลังจะพังทลายลงเพราะลูกสาวคนเดียวของตัวเอง เรียนจบมาแทนที่จะมาช่วยบริหารงานที่บ้านแต่ไอรดากลับมัวแต่ไปใช้ชีวิตตามใจจนเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นมา “ฉันขอโทษค่ะคุณพี่ ฉันผิดเองที่สอนลูกไม่ดี”“เลิกโทษกันก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้เราควรหาวิธีแก้ปัญหากันก่อน” “จะแก้ปัญหาอะไรได้ ภาพมันออกสื่อไปแล้ว” ไพรวงษ์คิดไม่ตก คิ้วขมวดหน้าแสดงสีหน้าคร่ำเครียดอย่างเห็นได้ชัดข่าวของไอรดาเริ่มบานปลายมากขึ้นเป็นวงกว้าง ผู้คนต่างโพสต์ด่ากันสนุกปากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทในตอนนี้เริ่มแย่ลงเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำให้บริษัทและวงศ์ตระกูลถูกพูดถึงในทางที่ไม่ดี อรดีเลื่อนดูข่าวในโทรศัพท์มือถือทางเพจต่างๆได้เอามาโพสต์กันเห็นคอมเมนต์ด่าเสียเทเสีย“พวกเพจนี้มันบ้าจริงๆดูสิคะ มันด่ายัยไอแรงมากเลยค่ะพี่ไพร มันหาว่ายัยไอเคยไปแย่งแฟนของเพื่อนสนิทอีกด้วย” “แล้วเราจะทำยังไงดีค่ะคุณพี่”“น
#ปัจจุบันมาแล้วจ้ากับข่าวฉาวที่ทุกคนรอคอย วงในเม้าท์มอยกันให้ทั่วว่าแม่สาวไฮโซลูกคุณหนูแห่งตระกูลดังแอบไปกินต้มแซ่บกับสามีชาวบ้าน โดยมือดีได้ปล่อยภาพหลุดที่ทั้งคู่เดินเข้าไปในโรงแรมหรูย่านทองหล่อด้วยกันเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งที่ตัวผู้ชายเมียเพิ่งคลอดลูกได้เพียงสี่เดือนเท่านั้น ส่วนสาวไฮโซคนนี้นางเป็นแฟนเก่าของผู้ชายแต่เลิกลากันไปนานแล้ว สงสัยทนความคันไม่ไหวเลยนัดเจอกันโดยไม่สนใจหน้าตาของวงศ์ตระกูลเลยจ้าเสียงของนักข่าวสาวจากรายการโทรทัศน์ช่องดังต่างพากันอ่านข่าวคนในวงการบันเทิงอย่างออกอรรถรส ขณะเดียวกัน ไอรดาผู้ที่ตกเป็นจำเลยของสังคมก็ได้เดินลงมาทานข้าวที่โต๊ะอาหารพอดี “ดูข่าวอะไรกันอยู่เหรอคะ” “แกไปทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้ล่ะ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับสายตาที่มองเธออย่างผิดหวัง “ไอทำอะไรเหรอคะ คุณพ่อ” “เลิกทำเป็นใสซื่อได้แล้วยัยไอ เห็นไหมว่าพวกนักข่าวมันเล่าข่าวฉาวของแกกันสนุกปากเลย” ‘อรดี’ ที่มีศักดิ์เป็นอา กล่าวด้วยน้ำเสียงกระแหนะกระแหนยามเมื่อหลานสาวของตัวเองไปทำเรื่องงามหน้าเอาไว้ ทำให้วงศ์ตระกูลมีจุดด่างพร้อยเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่เป็นชิ้นดี“อะไรกัน
เมื่อหนึ่งปีก่อน ณ ร้านอาหารสุดหรูบนชั้นดาดฟ้าย่านสาทร เป็นช่วงเวลาค่ำคืนที่สุดแสนจะพิเศษของใครหลายๆคน ยามเมื่อทอดมองออกไปไกลๆจะเห็นแม่น้ำกว้างใหญ่ให้ความสวยงามสมกับเป็นแหล่งนิยมของกลุ่มไฮโซอยู่ในระดับรวยพันล้านได้มาดื่มด่ำกับบรรยากาศที่หาจากไหนไม่ได้ ภายในร้านถูกตกแต่งคล้ายสไตล์บาร์ มีบูธดีเจคอยเปิดเพลงป็อปให้ลูกค้าได้โยกย้ายส่ายสะโพกผ่อนคลายกันเบาๆถัดมาที่โต๊ะของคู่รักคู่หนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังนั่งรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางเสียงเพลงรักไพเราะที่กำลังบรรเลงอยู่ ยิ่งเพิ่มความโรแมนติกมากขึ้นไปอีกขั้นหญิงสาววัยยี่สิบสามปีอยู่ในชุดเดรสสีชมพู แต่งหน้าโทนอ่อน เบิกตาโตพร้อมกับเผยรอยยิ้มพิมพ์ใจราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า เมื่อได้มานั่งดินเนอร์กับคนรักในวันครบรอบของเรา"แปลกจังเลยนะคะ ไอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพี่เจย์ชอบมาร้านอาหารแนวนี้ด้วย""ความจริงพี่ก็ไม่ได้ชอบขนาดนั้นหรอกครับ แต่วันนี้มันเป็นวันครบรอบสองปีของเราน่ะ พี่ก็เลยอยากพาน้องไอมาดินเนอร์บ้างก็เท่านั้นเอง""นี่พี่เจย์จำวันครบรอบของเราได้ด้วยเหรอคะ น่ารักจังเลยค่ะ”หญิงสาวเธอมีชื่อว่า ไอรดา อมรไพศาลสกุล เธอเป็นลูกสาวคนเดียวขอ







