Beranda / รักโบราณ / คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล / ตอนที่ 1 ตามหาคนร้ายที่ช่วยกบฏ

Share

คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล
คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล
Penulis: กัญจารีย์

ตอนที่ 1 ตามหาคนร้ายที่ช่วยกบฏ

last update Tanggal publikasi: 2026-07-02 13:10:24

          ชายแดนตะวันออกแคว้นฉู่ เมืองหนานจิง

            เรือส่งสินค้าของสำนักคุ้มภัยเมฆาเหินจอดเทียบอยู่ท่าเรือเทียนจิน

“หัวหน้า พวกเราตรวจนับสินค้าเรียบร้อยแล้วขอรับ” ไป๋เทียนคั่วลูกน้องคนสนิทเอ่ยกับหัวหน้าขบวนคุ้มภัยเมื่อลำเลียงสินค้าลงบนเรือส่งสินค้าเสร็จสิ้นแล้ว

            “เช่นนั้นก็ออกเดินทางได้” หัวหน้าคุ้มภัยกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาฉายแววเย็นชาเป็นปกติ

            “ขอรับ”

            เจ้าของร่างค่อนข้างบอบบางของหัวหน้าคุ้มภัยกำลังจะเดินขึ้นไปบนเรือบรรทุกสินค้า กลับได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น “ช้าก่อน” หัวหน้าคุ้มภัยหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนผู้นั้น คิ้วเรียวงามขมวดเล็กน้อย ดวงตาหรี่มองบุรุษที่สวมเครื่องแบบของทางการตรงหน้า

คนผู้นั้นเอ่ยต่อ “ข้าคือเจ้าหน้าที่ของทางการ ขออนุญาตตรวจค้นเรือของเจ้าเพื่อหาตัวคนร้ายที่ลักลอบช่วยเหลือโจรกบฏ หวังว่าหัวหน้าคุ้มภัยจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี” ชื่อเสียงของสำนักคุ้มภัยเมฆาเหิน น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะแม้แต่เจ้าของแผ่นดินแคว้นฉู่ ก็ยังให้ความเกรงใจอยู่หลายส่วน

            หัวหน้าคุ้มภัยครุ่นคิดครู่หนึ่ง หน่วยสอดแนมของสำนักคุ้มภัยจึงเดินเข้ามากระซิบเสียงเบา จากนั้นหัวหน้าคุ้มภัยจึงพยักหน้า พลางเอ่ยกับเจ้าหน้าที่ของทางการ “เชิญใต้เท้าตามสบาย” หัวหน้าคุ้มภัยเว้นไปสองลมหายใจจึงพูดต่อ “แต่ตามกฎของสำนักคุ้มภัยของเราห้ามเปิดดูสินค้าข้างในก่อนจะถึงมือลูกค้าเด็ดขาด”

เดิมทีสำนักคุ้มภัยเมฆาเหินคุ้มกันสินค้ามาจากเมืองหลวงเพื่อส่งให้กับพ่อค้าที่เมืองหนานจิง และขากลับยังได้รับการจ้างวานให้คุ้มกันเกลือจากเมืองนี้ไปส่งให้พ่อค้าที่อยู่ทางเมืองหลวงด้วย เช่นนั้นจึงไม่สามารถทำให้สินค้าเสียหายได้แม้เพียงเล็กน้อย ถึงแม้จะรู้ว่าสินค้าพวกนั้นเป็นเกลือก็ตาม

            “ข้าทราบแล้ว” กล่าวจบเจ้าหน้าที่ของทางการราวสิบคนก็เดินขึ้นไปบนเรือ และทำการตรวจค้นทันที ภายในเรือบรรจุด้วยถังไม้ขนาดใหญ่ และมีฝาปิดอย่างมิดชิด เรือลำนี้มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นสองกับชั้นสามมีถังไม้วางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวหนึ่งร้อยถัง

         หนึ่งเค่อต่อมาเจ้าหน้าที่คนหนึ่งจึงวิ่งมารายงานกับหัวหน้า “พวกเราตรวจค้นทุกซอกทุกมุมแล้วแต่ไม่พบเบาะแสใด ๆ เลยขอรับ”

            เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าจึงเอ่ยกับหัวหน้าคุ้มภัย “ข้าต้องขอตรวจค้นชั้นหนึ่งแล้ว” เห็นท่าทีลังเลของหัวหน้าคุ้มภัยเจ้าหน้าที่จึงเอ่ยขึ้นอีก “ข้าเพียงทำตามหน้าที่ ไม่ได้คิดล่วงเกินสำนักคุ้มภัยเหินเมฆาแม้แต่น้อย”

            หัวหน้าคุ้มภัยจึงกล่าวด้วยท่าทีบริสุทธิ์ใจ “เช่นนั้นก็เชิญ”

            ภายในชั้นหนึ่งของเรือแบ่งเป็นห้องพักสำหรับคนงานของสำนักคุ้มภัย รวมถึงห้องพักของหัวหน้าคุ้มภัยด้วย หัวหน้าคุ้มภัยปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นตามอำเภอใจ ส่วนตัวหัวหน้าเองก็เข้าไปในห้องของตนทันที พร้อมกวาดสายตามองไปรอบห้องปราดหนึ่ง มือเรียวเล็กเก็บหนังสือและกระดาษที่วางกองอยู่บนโต๊ะ แล้วเก็บลงในกล่องไม้ทันทีราวกับว่ากลัวใครจะเข้ามาเห็นกระดาษและหนังสือพวกนั้น จมูกยังได้กลิ่นแปลกปลอมที่ลอยคลุ้งอยู่ในห้อง เสร็จแล้วจึงกวาดสายตาไปทั่วห้องอีกครั้ง

            ทันใดนั้นสายตาก็สะดุดเข้ากับรอยคราบของเหลวบนพื้นเรือ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นหยดเลือด ขากำลังจะก้าวออก กลับได้ยินเสียงเคาะประตูจากด้านนอก พร้อมกับเสียงเข้มดังขึ้น “หัวหน้าคุ้มภัย ข้าขอเข้าไปตรวจค้นข้างในห้องได้หรือไม่”

            หัวหน้าคุ้มภัยรีบเช็ดรอยคราบนั้นด้วยแขนเสื้อสีเข้มของตนพลางฉีดพ่นสุมนไพรเพื่อดับกลิ่น เท้าเล็กเตะกล่องไม้ใบขนาดย่อมที่บรรจุด้วยกระดาษและหนังสือ ปิดช่องทางลับนั้นไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปเปิดประตูพร้อมกล่าวโดยไม่เปลี่ยนแปลงสีหน้า “เชิญ”

            เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้ากับลูกน้องอีกสองคนเดินเข้ามาตรวจค้น แต่ภายในห้องมีเพียงโต๊ะกับเก้าอี้หนึ่งชุด เตียงนอนและกล่องหนึ่งใบเท่านั้น ซึ่งกล่องใบนั้นมีขนาดเล็กไม่มีทางที่บุรุษร่างโตจะเข้าไปหลบซ่อนได้ พวกเขาจึงไม่ได้เปิดดู เมื่อตรวจสอบแล้วไม่เจอความผิดปกติ คนที่เป็นหัวหน้าของทางการจึงเอ่ย “ขอบคุณเจ้ามากที่ให้ความร่วมมือ”

            “เป็นหน้าที่ของข้าน้อยอยู่แล้ว” หัวหน้าคุ้มภัยกล่าวเสียงเรียบเรื่อย

            ก่อนจากไปหัวหน้าของทางการยังพูดขึ้นว่า “ห้องพักของเจ้าไม่คล้ายกับห้องของบุรุษเลยสักนิด” เพราะมันมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่ว

            หัวหน้าคุ้มภัยยิ้มเพียงเล็กน้อย “ข้าเป็นคนรักความสะอาด จึงไม่ชอบให้ห้องมีกลิ่นเหม็นอับ”

            หัวหน้าของทางการเดินออกไปแล้ว ผู้เป็นลูกน้องจึงถามขึ้น “หัวหน้า บนเรือลำนี้ไม่มีเบาะแสคนร้ายจริง ๆ หรือขอรับ”

            คนเป็นหัวหน้าตอบอย่างมีเหตุผล “คนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งยังได้รับพิษ หากเขาอยู่ที่นี่ย่อมได้กลิ่นเลือดและพิษนั้น”

            “ข้าน้อยช่างโง่เขลายิ่งนัก”

            “รีบไปตรวจค้นที่อื่นก่อนเถิด หากเราทำงานไม่สำเร็จ จะถูกองค์ชายลงโทษเอาได้”

            “ขอรับ”

            เจ้าหน้าที่ทางการจากไปไกลแล้ว มือเรียวงามราวกับลำเทียนจึงเลื่อนหีบไม้นั้นออกพร้อมกับเปิดช่องทางลับซึ่งมีลักษณะคล้ายประตูบานหนึ่ง แต่มีขนาดเล็กกว่าประตูทั่วไปหากจะเข้าไปตรงนั้นต้องเดินตะแคงข้างเข้าไป ในห้องลับนั้นหัวหน้าคุ้มภัยเอาไว้สำหรับเก็บเสื้อผ้า อาวุธ และยารักษาโรค

            จากนั้นจึงเอ่ยเสียงเรียบ “จะอยู่ในนั้นอีกนานหรือไม่”

            เมื่อรู้ว่าถูกจับได้คนข้างในจึงค่อย ๆ คลานออกมาแล้วนั่งพิงกับผนังห้องอย่างหมดแรง มือข้างหนึ่งกุมหน้าท้องของตนไว้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยคราบเลือด ใบหน้าบิดนิ่วเล็กน้อย “ขอบคุณที่ช่วยเหลือ”

            หัวหน้าคุ้มภัยมองบุรุษตรงหน้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย คนผู้นี้นับว่าเป็นบุรุษที่หล่อเหลา แต่ใบหน้ากลับผัดหน้าขาวเนียนราวกับสตรี ริมฝีปากบางนั้นยังทาชาดแดง นี่หรือคือคนร้ายที่ช่วยเหลือกบฏ

            “ข้าแค่ไม่อยากคุยกับคนพวกนั้นนาน” เดิมทีสำนักคุ้มภัยเมฆาเหินก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนของทางการอยู่แล้ว หัวหน้าคุ้มภัยเอ่ยขึ้นอีก “คนของทางการไปกันหมดแล้ว เจ้าก็ควรลงจากเรือของข้าได้แล้ว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 5

    หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว เซี่ยเหยียนเหวินจึงพาสหายไปพักผ่อนจิ้งอี๋มองตามทั้งคู่ด้วยความสงสัย “ฮูหยิน เหตุใดสหายเจิงถึงพักห้องเดียวกันกับคุณชายสามเจ้าคะ”“พวกเขาคงมีเรื่องคุยกันกระมัง พี่จิ้งอี๋ไปเตรียมมื้อเย็นเถอะ” เพราะเย็นนี้มีอาหารต้องเตรียมหลายอย่าง ต้วนซูหย่าจึงให้นางไปเตรียมวัตถุดิบเร็วหน่อย“เจ้าค่ะ”ให้หลังจิ้งอี๋เซี่ยเหยียนเหวินจึงเอ่ยกับภรรยา “ข้าว่าสหายของซีเอ๋อร์ดูแปลก ๆ นะ”“ท่านพี่ก็สังเกตเหมือนกันหรือเจ้าคะ”“อืม แล้วฮูหยินคิดเหมือนกับข้าหรือไม่” เพราะเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน เซี่ยเหยียนเหวินจึงรู้วิธีจับสังเกตผู้หญิงซูหย่าพยักหน้า พลางเอ่ย “ข้าว่าพวกเราคงไม่ต้องหาสะใภ้ให้ยุ่งยากแล้วกระมัง”“สมกับเป็นลูกชายข้าจริง ๆ” มีสตรีอยู่ข้างกายแต่ไม่รู้ว่าเป็นสตรี “แล้วเราจะทำอย่างไรดี”“รอดูไปก่อนเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าซีเอ๋อร์อาจมีใจให้นางเช่นกัน” ไม่เช่นนั้นคงไม่ให้นางติดตามมาด้วย อีกอย่างคงไม่ตามใจนางเช่นนั้นเมื่ออยู่กันตามลำพัง เจิงเสวียนอี้จึงเอ่ยขึ้น “คืนนี้ข้าขอนอนกับเจ้านะ”“ทำไมล่ะ บ้านข้ามีตั้งหลายห้อง เจ้าจะมาแย่งข้านอนทำไม”“ข้าไม่ชินน่ะ กลัวนอนไม่หลับ ข้านอนตรงนี้ก็

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 4

    ทั้งสองเดินทางสิบสองวันก็มาถึงภูเขาอีซาน“นี่คือบ้านของเจ้ารึ”“อืม ไปกันเถอะ”เซี่ยเหยียนซีขี่ม้าเข้าไปในลานบ้านของตน ก็มีคนผู้หนึ่งออกมาต้อนรับ เส้นผมบนศีรษะของเขากลายเป็นสีดอกเลาเกือบครึ่งศีรษะแล้ว เขาคือลู่จื้อเผิงองครักษ์ข้างกายบิดาของเขา และยังเป็นคนที่เคยเลี้ยงดูบุตรชายทั้งสามของเซี่ยเหยียนเหวินอีกด้วย“คุณชายสามกลับมาแล้ว” ลู่จื้อเผิงเอ่ยออกด้วยความดีใจ ที่เห็นเซี่ยเหยียนซีกลับบ้านสักที“ท่ายลุงลู่” เซี่ยเหยียนซีคำนับลู่จื้อเผิงคราหนึ่ง เพราะลู่จื้อเผิงเปรียบเสมือนคนในครอบครัว เซี่ยเหยียนเหวินกับต้วนซูหย่าจึงให้บุตรชายทั้งสามเรียกเขาว่าท่านลุง ยังมีจิ้งอี๋อีกคนที่พวกเขาต้องเรียกนางว่าท่านป้าเซี่ยเหยียนซีแนะนำสหายของตนให้ลู่จื้อเผิงรู้จัก “นี่คือเจิงเสวียนอี้สหายข้าเอง”“ท่านลุงลู่” เจิงเสวียนอี้คำนับลู่จื้อเผิงเช่นกัน แต่สายตาของลู่จื้อเผิงกลับมองเขาแปลก ๆ“อ้อ ขอรับ” ลู่จื้อเผิงรู้สึกว่ามีบางอย่างในตัวเจิงเสวียนอี้แปลกไป ความรู้สึกเหมือนเขาพบกับเซี่ยฮูหยินคราแรก“ท่านพ่อกับท่านแม่ล่ะ”“อยู่สวนดอกไม้ขอรับ”“เช่นนั้นข้ากับสหายขอตัวก่อนนะ”“ขอรับ”เซี่ยเหยียนซีเดินนำหน้า โดยมีเ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 3

    โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งทางแดนเหนือของแคว้นฉู่ เซี่ยเหยียนซีตื่นขึ้นมาล้างหน้าเตรียมตัวออกเดินทางแต่เช้า “จะไปแล้วเหรอ” เจิงเสวียนอี้เอ่ยถาม ทั้งสองเป็นสหายที่ร่วมท่องยุทธภพมาด้วยกันราวห้าหกปีแล้ว ไปไหนมาไหนก็พักห้องเดียวกันมาตลอด ทั้งสองจึงสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก “อืม” “ข้าไปด้วยได้ไหม” “ไปทำไม” “ข้าอยากรู้จักกับบิดามารดาของเจ้า” “แต่ข้าคงไม่ได้กลับมาส่งเจ้าหรอกนะ” เพราะเขาเคยสัญญากับพี่ชายฝาแฝดทั้งสองว่าหากท่องยุทธภพจนอายุครบยี่สิบสามปีเมื่อไร เขาจะกลับไปแต่งงานและอยู่ดูแลบิดามารดาที่ภูเขาอีซาน ซึ่งตอนนี้อายุเขาก็เลยยี่สิบสามปีมาครึ่งปีแล้ว สำคัญกว่านั้นคือเขายังหาสตรีที่ถูกใจไม่ได้เลย “ในสายตาเจ้า ข้าดูอ่อนแอเพียงนั้นเชียวรึ” “ก็ไม่” เจิงเสวียนอี้ไม่ใช่บุรุษที่มีร่างกายสูงใหญ่ เขาเตี้ยกว่าเซี่ยเหยียนซีราวสี่ฉื่อ แต่กลับมีวรยุทธ์สูงส่ง อีกทั้งยังกินง่ายอยู่ง่ายคล้ายกับเซี่ยเหยียนซี ทั้งสองจึงเดินทางท่องยุทธภพด้วยกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังรู้ใจกันเป็นอย่างดี “งั้นข้าขอไปบ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 2

    รถม้าจอดที่จวนของเซี่ยเหยียนเหวิน“ท่านพ่อ นี่คือบ้านของใครหรือขอรับ” เซี่ยเหยียนอันถาม“บ้านพ่อเอง”“ท่านพ่อมีบ้านใหญ่โตถึงเพียงนี้เชียวหรือขอรับ”“อืม ไปเถอะเข้าไปในบ้านกัน”สองพี่น้องฝาแฝดยังทำหน้างงงที่บิดามีบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ เซี่ยเหยียนชิงมองเห็นบ้านทางทิศตะวันออกจึงถาม “ท่านพ่อ บ้านหลังนั้นเป็นของใครหรือขอรับ”“บ้านท่านยาย แต่ตอนนี้ท่านยายย้ายไปอยู่บ้านท่านตาแล้ว”“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”วันต่อมาต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินจึงพาบุตรชายทั้งสองไปที่จวนสกุลต้วน ตอนนี้ต้วนจื่อรุ่ยลาออกจากราชการมาอยู่เป็นเพื่อนภรรยากับมารดาแล้ว เขาจึงอยู่ที่จวนด้วย ต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินคารวะต้วนจื่อรุ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่าต้วน แต่สิ่งที่ทำให้ต้วนจื่อรุ่ยหัวใจพองโตมากที่สุดคือต้วนซูหย่ายอมเรียกเขาว่าท่านพ่อ “เจ้าสบายดีหรือไม่” แม้ในจดหมายนางจะเขียนบอกหลิวเหม่ยหลิงตลอด แต่ต้วนจื่อรุ่ยก็ยังอยากฟังจากปากบุตรสาว “สบายดีเจ้าค่ะ” เด็กแฝดสองคนก็คารวะเช่นเดียวกัน “คารวะท่านยายทวด ท่านตาขอรับ” “ทำไมเหลนยายถึงได้น่ารักน่าชังเช่นนี้” ฮูห

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนพิเศษ 1

    ต้วนซูหย่ากับเซี่ยเหยียนเหวินยังคงเลี้ยงดูบุตรทั้งสองอยู่ที่ภูเขาอีซาน คราแรกคนในหมู่บ้านหวงหลิ่งต่างพากันจับตามองฝาแฝดทั้งสองคนว่าจะนำพาหายนะอะไรมาสู่หมู่บ้านหรือไม่ เพราะสองสามีภรรยาคู่นี้ไม่ยอมแยกบุตรทั้งสองออกจากกัน เหมือนประเพณีที่สืบทอดกันมา ตามความเชื่อเดิมหากไม่แยกบุตรฝาแฝดเลี้ยงดูอยู่กันคนละที่ก็จะทำให้พื้นที่ตรงนั้นเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ชาวบ้านยังคงเฝ้ามองดูอยู่อย่างเงียบ ๆ ด้วยความหวาดกลัวทว่าตอนนี้เด็กฝาแฝดสองคนนั้นอายุได้สี่ปีเต็มแล้วก็ยังไม่มีภัยพิบัติเกิดขึ้น แต่กลับมีแต่สิ่งที่น่ายินดีเพิ่มเข้ามาในหมู่บ้าน อย่างเช่น คนในหมู่บ้านมีอาชีพที่ใช้ทำมาหากินมากขึ้นเช่น ปลูกกุหลาบ มะลิ และเก๊กฮวยขาย ซึ่งคนที่รับซื้อก็คือบิดามารดาของเด็กฝาแฝดสองคนนั้น ในหมู่บ้านมีการจ้างงานกันมากขึ้น ไม่ต้องล่าสัตว์เก็บของป่าเพียงอย่างเดียวมีการสอนทำขนมขาย พร้อมกับชาดอกไม้ เพราะตอนนี้เซี่ยเหยียนเหวินกับต้วนซูหย่าได้เปิดหอซุ่นจิ่วเจียอีกสาขาหนึ่งที่เมืองหนานจิง ซึ่งทำให้ต้องการชาดอกไม้และขนมที่หลิวเหม่ยหลิงทำขายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในหมู่บ้านหวงหลิ่งจึ

  • คุณหนูคุ้มภัยกับคุณชายเสเพล   ตอนที่ 112 บทส่งท้าย 2

    สองเดือนผ่านไปทั้งสองก็ได้ยินข่าวว่าเสิ่นซู่เจียจากไปเพราะป่วยหนัก ซึ่งเรื่องนี้ต้วนซูหย่าและเซี่ยเหยียนเหวินรู้ดีว่าสาเหตุที่แท้จริงที่นางจากไปเกิดจากอะไรกันแน่ กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้อีกส่วนนักฆ่าผู้นั้นหลังจากกินอาหารเย็นวันหนึ่งแล้วก็จากไปอย่างสงบ ต้วนซูหย่าบอกเขาเสมอว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร เช่นนั้นเขาไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้กับโจรผู้นั้นสองสามีภรรยาอาศัยอยู่ในบ้านบนภูเขาอีซานอย่างมีความสุข ต้วนซูหย่ายังคงเขียนนิยายทุกวันเขียนเสร็จก็ให้สามีช่วยอ่าน และทุกวันทั้งคู่ยังช่วยกันดูแลแปลงกุหลาบ เก๊กฮวย และมะลิ ที่พวกเขาช่วยกันปลูกไว้ตั้งแต่มาถึงบ้านพักได้เพียงห้าวัน ตอนนี้เริ่มตากแห้งและส่งไปให้หลิวเหม่ยหลิงทำชาขายได้แล้วซึ่งในแต่ละเดือนสำนักคุ้มภัยเมฆาเหินจะเดินทางมาที่บ้านพักของเซี่ยเหยียนเหวินทุกเดือนเพื่อนำตั๋วเงินมาส่งมอบให้ ซึ่งคนที่เป็นหัวหน้าคุ้มภัยก็คือไป๋เทียนคั่ว และยังมีเหมยลี่ติดตามมาด้วย ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน“พี่ซูหย่าข้าว่าท่านดูอวบขึ้นนะเจ้าคะ ดูเหมือนจะสวยขึ้นด้วย บอกข้ามาซะดี ๆ ว่าท่านมีของดีอะไร”ต้วนซูหย่ายิ้มแล้วโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเหม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status