Masukในขณะที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกำลังใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามที่มันควรจะเป็น ทางนอกบ้านกลับมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น คนบ้านเหยาที่ไม่ได้ถูกรับเชิญมาปรากฏตัวที่หน้ารั้วบ้านอันที่จริงพวกเขามาที่นี่ได้สักพักแล้ว แต่ยังไม่มีใครไปสนใจพวกเขา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจก็เลยต้องตะโกนเสียงดังเข้าไปในงาน โชคดีที่พิธีสำคัญจบ
ส่วนในตัวบ้านนั้นจะมีแค่คนที่สนิทจริง ๆ และคนที่ต้องเข้าไปทำพิธีให้เจ้าบ้าวเจ้าสาวเท่านั้นที่เข้าไปได้ ห้องโถงของบ้านถูกจัดเป็นสถานที่ทำพิธี แม้ว่าจะไม่ได้จัดงานยิ่งใหญ่อะไร แต่ก็อบอุ่นมาก ๆเซียนอวี่ยิ้มตั้งแต่ตื่น จนตอนนี้เธอยังไม่อาจหุบยิ้มได้ เธอรู้สึกว่าวันนี้คงจะเป็นวันที่เธอยิ้มมากที่สุดตั้งแ
หลังจากขอความช่วยเหลือจากเพื่อนเสร็จ หมิงหานก็รีบตรงกลับบ้านในทันที เหล่าป้า ๆ เองก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปทำหน้าที่ของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ข้าวของที่ซื้อมาเต็มไม้เต็มมือเมื่อเช้าก็หายไปจากบ้านเป็นที่เรียบร้อยตกเย็นหลังกินข้าวก็ทางสะดวก การได้กลับมาอยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ มันทำให้หัวใจของเขา
เซียนอวี่ก็รู้ดีว่าป้า ๆ ไม่กล้าเอาเด็กที่บ้านมารบกวน เธอยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน เอาไว้ก่อนกลับค่อยยัดของกินที่เตรียมเอาไว้ให้กลับไปฝากคนที่บ้านก็แล้วกันสำหรับเธอแล้ว เงินทองมีมากจนล้นมือ เธอไม่คิดจะตระหนี่กับป้า ๆ พวกนี้หรอก ตัวเธอที่ไม่มีญาติผู้ใหญ่คอยเป็นห่วง ก็ได้ป้า ๆ พวกนี้นี่แหละที่คอยตักเตือนแ
หลังจากที่ได้คุยกันอย่างจริงจัง เขาก็กลับมาคิดถึงเรื่องการแต่งงาน เขาเป็นผู้ชาย ควรจะทำอะไรให้มันถูกต้อง ไม่ให้ภรรยาของตัวเองต้องเสียหน้าคนอื่นเงินทองมีมากมายจนไม่ต้องทำงานก็อยู่ไปได้ทั้งชีวิต แต่กลับไม่สามารถขอภรรยาแต่งงานได้ แบบนี้ใครรู้ก็คงจะหัวเราะเขาจนท้องแตกตายเป็นแน่ เรื่องสินสอดทองหมั้นอะไร
เขาทำลงไปก็เพื่อเราสองคน เขาไม่อยากแต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกไว้ให้ เขาอยากจะอยู่กับคนที่เขารักเขาชอบ ไม่ใช่ว่าเขาไม่แต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกให้แล้วที่บ้านจะไม่มีใครสืบทอดตำแหน่งต่อ เขายังมีพี่น้องอีกหลายคน แต่หนิงหนิงมีเขาคนเดียว เขาทิ้งเธอไม่ได้ซ่งหนิงหนิงเงียบไป เธอรู้สถานการณ์ของตัวเองและคนรั
“...ปกติพี่ไม่เคยทำงานหรือทำอะไรเองมาก่อน เพราะว่ามีคนคอยทำให้ มีคนคอยดูแลทุกอย่าง คงไม่ใช่ว่า เอ่อ ไม่หรอกมั้ง” หนิงหนิงเอ่ยตอบเพื่อน ก่อนจะสะดุ้งเมื่อตนเองเผลอพูดสิ่งที่คิดออกไป“มีคนเลี้ยงงั้นหรอ ก็อาจจะเป็นไปได้นะ ยัยนั่นหายไปช่วงกลางวันตลอดเลย พักหลัง ๆ ยิ่งไม่ต้องทำงานก็หายไปเลย จะบอกว่าอยู่ใน
“เดี๋ยวสิ”“พอได้แล้ว เงียบกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ จริง ๆ ทั้งเซียนอวี่แล้วก็หนิงหนิงก็ต่างใช้แซ่ซ่งด้วยกันทั้งคู่ ถ้ามีเรื่องกัน สุดท้ายตระกูลซ่งก็เสียหายอยู่ดี ซ่งหนิงหนิง เธออยากจะเอาเรื่องซ่งเซียนอวี่หรือเปล่า” ชายชราหันไปถามหนิงหนิงที่ยืนตัวสั่นก้มหน้าอยู่ฝั่งซ้าย“...มะ ไม่ค่ะ ฉันจะเอาเรื่องพี่
“เอาล่ะ ถ้าฟางเหม่ยกับหนิงหนิงยอมคุกเข่าขอโทษฉัน และสัญญาว่าจะไม่มายุ่งเรื่องของฉันอีก ฉันจะยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป อ้อ ที่สำคัญนะ พวกเธอต้องทำงานในส่วนของฉันแทนเจ็ดวัน ว่ายังไง ถ้าไม่รับข้อเสนอ ฉันก็ไม่เกี่ยงที่จะไปเอาเรื่องพวกเธอหรอกนะ” เรื่องอะไรเธอจะปล่อยโอกาสในการอู้งานไปกันล่ะ คนพวกนี้โง่เอง ก
“พอจะนึกออกอยู่สองที่ ตามมาสิ เดี๋ยวจะพาไปดู” เขาไม่คิดจะแย่งที่ทำกินของอีกคนอยู่แล้ว ทุกวันนี้เขาก็หาสัตว์ป่าได้ทุกวัน อย่างน้อย ๆ เลยก็ได้กระต่ายมา ถึงเนื้อพวกนั้นจะไม่ค่อยตกมาถึงท้องเขาเลยก็เถอะ“จริงหรอ ไปสิ ไปๆ” เซียนอวี่ตื่นเต้นจนลืมตัว เธอร้องออกมาอย่างตื่นเต้น ท่าทางไร้การแต่งเติมนั้นทำให้อี







