LOGINสุดท้ายเป็นซ่งหมิงที่แจ้งกำหนดการต่อพวกเขาว่าอีกสองวันให้ไปพบกันที่หน้าหมู่บ้านทูวา หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางกลับบ้าน กว่าจะมาถึงก็บ่ายแก่ ๆ แล้ว ซ่งหมิงรีบเอาความคิดจะสร้างโรงไม้ไปปรึกษากับลุงเหอ เขาแสดงออกว่าดีใจอย่างมากและขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโรงไม้ที่กำลังจะสร้างนี้ด้วย ทั้งยังพาไปพบผู้นำหมู่บ้านเสร็จสรรพ
“นี่มันเรื่องดีเลยนี่ ! อาหมิง แม่หนูอันอัน ทำดีมาก ๆ ความคิดนี้ฉันสนับสนุน !” หลินเฉินตบโต๊ะแสดงความตื่นเต้นดีใจผุดลุกขึ้น รีบพาทั้งสองคนไปเดินชมพื้นที่ที่เหมาะสมทันที
ตั้งแต่ต้นปี 1980 มาทางรัฐบาลก็มีนโยบายฟื้นฟูศูนย์วัฒนธรรมประจำหมู่บ้านใหม่อีกครั้ง ซึ่งจุดเริ่มต้นของศูนย์นี้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงการปฏิวัติของผู้นำเหมา เจ๋อตง ในปี 1950 รุ่งเรืองขึ้นสูงสุดถึงปี 1976 หลังจากนั้นก็หยุดชะงักลงเพราะความวุ่นวายทางการเมืองและสังคม
พอปี 1978 ผู้นำเติ้งเสี่ยวผิง ก็มีนโยบายฟื้นฟูศูนย์นี้อีกครั้งหลังจากการปฏิรูปและเปิดประเทศ ช่วงต้นปี 1980 รัฐบาลจึงกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาชนบทมากขึ้น ศูนย์วัฒนธรรมประจำหมู่บ้านได้รับการผลักดันอย่างจริงจังในฐานะเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตและการศึกษาของประชาชนในชนบท มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลมีเป้าหมายให้ทุกหมู่บ้านมีศูนย์วัฒนธรรมของตนเอง
ศูนย์วัฒนธรรมของหมู่บ้านทูวาเองก็ผ่านการตรวจมาอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ ตลอด เพราะไม่มีแหล่งสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนนอกจากการทำไร่สวนเทือกนา ปีนี้รัฐบาลยิ่งต้องการสนับสนุนเรื่องอาชีพในชุมชนเป็นหลัก หากมีศูนย์อาชีพใหญ่อย่างโรงไม้อยู่ที่นี่ ในวันที่ส่วนกลางลงมาตรวจคงได้รับคำชมจากเบื้องบนไม่น้อย
ยิ่งคิดผู้นำหมู่บ้านยิ่งรู้สึกเข้าท่าเลยสาวเท้าไปเร็วกว่าเดิม จนมาถึงพื้นที่หนึ่งซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างคล้ายโรงเก็บผลิตขนาดใหญ่ตั้งอยู่ รอบด้านยังมีพื้นที่ให้ขยายต่อเติมได้กว้างขวาง
“นี่ ๆ ๆ นี่เป็นที่ว่างของหมู่บ้าน ในสมัยก่อนเอาไว้จัดเก็บผลผลิตร่วมกัน แต่ตอนนี้เลิกใช้ไปแล้ว พวกเธอสองคนสามารถใช้ที่ตรงนี้ได้เลยนะ ตอนที่ยังมีทุนไม่มากก็จ่ายเป็นค่าเช่าบำรุงหมู่บ้านให้ในทุกปีก็พอ ถ้ารุ่งเรืองขึ้นมาเมื่อไหร่ค่อยมาคุยเรื่องการซื้อขายกัน ฉันเองก็พอจะเข้าใจหนุ่มสาวที่อยากตั้งตัวอยู่บ้างเหมือนกันนะ ฮ่า ๆ ๆ” ในใจผู้นำหมู่บ้านอยากให้ธุรกิจของสองคนนี้เป็นไปได้ดีใจจะขาด
ว่านอันอันกับซ่งหมิงได้ยินเช่นนั้นก็รีบขอบคุณกันใหญ่ ไม่เท่านั้นผู้นำหมู่บ้านยังอาสาไปกับลุงเหอแจ้งข่าวการรับสมัครช่างไม้ของโรงไม้ใหม่แห่งนี้ด้วยความยินดี
หลังเสร็จธุระเรื่องที่ดิน พวกเขาทั้งสองคนก็กลับบ้านมาร่างสัญญารับสมัครงานด้วยกัน โดยตกลงจะให้เงินเดือนช่างแต่ละคนในจำนวน 30 หยวน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากเทียบเท่าค่าจ้างในเมืองหลวง ยังมีระบบวันหยุดทำงานหกวันหยุดหนึ่งวันแบบสลับกันหยุดให้อีกด้วย
ในตอนแรกซ่งหมิงยังคัดค้านเล็กน้อย ด้วยกลัวว่าค่าจ้างจะมากเกินไป และปกติลูกจ้างโรงไม้ไม่มีวันหยุดกันแบบนี้ กลัวว่าจะเกิดปัญหาภายหลัง
“เชื่อฉันเถอะพี่หมิง ตอนแรกเป็นเราที่ให้โอกาสพวกเขาได้ทำงานก็จริง แต่การที่พวกเขาจะเลือกทำงานกับเราได้นานเท่าไหร่ จะทุ่มเทมากแค่ไหน ก็อยู่ที่การดูแลของเรา ตอบแทนเขาเท่ากับที่เขาทุ่มเทให้เราเป็นเรื่องที่ถูกแล้ว”
ซ่งหมิงจึงลองคิดกลับกันว่าหากเขาเป็นลูกจ้างทำงานในที่ที่มีสวัสดิการเช่นนี้จริง เขาก็คงไม่อยากไปไหน ต่อให้ทำงานจนแก่ที่นี่ก็ยอม คิดได้ดังนั้นจึงค่อยยิ้มออก เป็นอันตกลงเรื่องราวทุกอย่าง
เช้าอีกสองวันต่อมาหน้าสถานที่ที่กำลังจะสร้างโรงไม้ใหม่ก็มีคนยี่สิบกว่าคนรวมตัวกันอยู่ แบ่งเป็นช่างจากโรงไม้หมู่ซานที่ขนเครื่องไม้เครื่องมือมาพร้อมทำงาน และกลุ่มงคนจากหมู่บ้านทูวาซึ่งมีทั้งรุ่นคุณลุงมากประสบการณ์และเด็กหนุ่มกำยำที่ว่างงานอยู่ ด้านหน้าพวกเขาเป็นซ่งหมิงยืนอยู่บนลังไม้ให้ทุกคนเห็นชัดเจน
วันนี้ชายหนุ่มหวีผมมาเลยทำให้ดูดี สวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวดูเรียบร้อยเป็นทางการ ทั้งยังดูหล่อเหลาขึ้นมากผิดหูผิดตา ในมือถือกระดาษแผ่นหนึ่งกำลังอธิบายถึงสวัสดิการและค่าจ้าง เมื่อทุกคนได้ยินก็ส่งเสียงเฮลั่นเซ็งแซ่ ท่าทางพร้อมทำงานเต็มที
“ผมขอขอบคุณทุกคนมากที่มาร่วมงานกับเรา วันนี้เป็นวันแรกที่จะได้สร้างประวัติศาสตร์ของ ‘ซานเหอมู่เย่’ ไปด้วยกัน !”
“เฮ้ ! !”
“ซานเหอมู่เย่ !”
นั่นคือชื่อที่ทั้งสองคนช่วยกันตั้งขึ้นมา โดยหวังว่าในอนาคต ซานเหอมู่เย่จะกลายเป็นอาณาจักรโรงไม้ที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายและยิ่งใหญ่ คงไว้ด้วยความสามัคคีของทุกคน
“งานแรกของเราก่อนจะเริ่มผลิตชิ้นงาน คือการปรับปรุงสถานที่แห่งนี้ให้พร้อมใช้งาน โดยจะแบ่งงานเป็นสองส่วน ลุงเหอและซางเจ๋อจะเป็นผู้นำคอยดูแลแต่ละกลุ่ม ขอให้มาพบผมก่อน ส่วนคนอื่นแยกย้ายไปเตรียมตัวได้”
ได้รับคำสั่งแล้ว แต่ละคนก็แยกย้ายไปเตรียมตัว ผู้นำกลุ่มที่ถูกเลือกมาจึงมารับฟังแผนงานปรับปรุงสถานที่กับซ่งหมิงอีกที
ว่านอันอันมองสามีกำลังคุยงานด้วยสีหน้าจริงจัง เธอรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์มากเวลากำลังตั้งใจทำอะไร ทั้งที่เมื่อเช้ายังดูเงอะงะไม่กล้าพูดต่อหน้าคนจำนวนมากอยู่เลย แต่ไม่นานก็ปรับตัวได้แล้วพูดเสียงดังฟังชัด รัศมีความเป็นผู้นำเริ่มแผ่ออกมาชัดเจน หากไม่ใช่เพราะเขาทำงานเป็นลูกจ้างมานาน ความสามารถนี้คงได้เฉิดฉายไปแล้ว
ความจุกและคับแน่นที่แล่นปราดทำให้ว่านอันอันตัวกระตุกอ่อนแรงเกาะอยู่บนตัวเขา“อ่าส์... ไม่ได้ทักทายกันนาน แน่นไปหมดเลยนะครับที่รัก...”ชายหนุ่มทำหน้าเหยเกเพราะถูกบีบรัดแน่นจนเกือบระเบิดในทันทีที่เข้าไปแล้ว เขาผ่อนลมหายใจครางเสียงต่ำข้างใบหูกลม ภรรยาตัวน้อยไม่ตอบเขาแต่กลับงับเข้าที่ใบหูเขาแทนไม่พอยังเป็นฝ่ายขยับสะโพกกดเข้าหาตัวตนของเขาอย่างซุกซนด้วยความเสียวซ่านที่ห่างหายไปนานทำให้ชายหนุ่มกัดฟันกรอด สองมือกุมสะโพกผายแน่นแล้วจับเธอตอกตรึงเข้ากับอาวุธแข็งของเขาทันที“อ๊ะ อ๊า อ๊าย”การสอดใส่ของเขาแทบจะเข้าสุดออกสุดแต่กลับแรงหนักหน่วงทุกการตอก ว่านอันอันทำได้แต่ครางไม่เป็นภาษากอดเขาไว้ให้แน่น ของเหลวจากเธอและเขาหลั่งออกมาผสมปนเปกันจนหยดย้อยลงสู่พื้น ให้เสียงน่าอายดังในบ้านพักกว้างด้วยแจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ“อืม.... อ่าส์...”เสียงครางต่ำของสามียิ่งทำให้ว่านอันอันฮึกเหิมชอบใจ วาดมือข่วนแผ่นหลังเขาเบา ๆ อย่างยั่วเย้า แถมยังเลียไปตามลำคอแกร่งขบเม้มเพิ่มความเร่าร้อน สติทั้งหมดของซ่งหมิงพลันปลิวหาย เหลือเพียงความดิบเถื่อนตามสัญชาตญาณผู้ชายเขาจับร่างบางลงที่โซฟา ให้เธอยืนจับพนักพิงส่วนเขาแทรกเข้าด้านห
ช่วงนี้ซ่งหมิงมีเรื่องกลุ้มใจมาก ๆ อยู่... “อันอันครับ...” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกภรรยาพร้อมกับมือใหญ่ที่เอื้อมไปคว้าเอวคอดนุ่มนิ่ม รั้งคนงามมามอบจุมพิตแสนหวานสองร่างบนเตียงนอนบดเบียดเข้าหากัน สร้างความรุ่มร้อนทั่วสรรพางค์กาย แต่ก่อนจะก้าวไปถึงขั้นตอนถัดไป เสียงเคาะประตูรัวเร็วด้านนอกก็ดังขัดจังหวะก๊อก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ“คุณพ่อคร้าบ !! เสี่ยวเป่ามาแย้ว”“คุณแม่ขา !! เสี่ยวเป้ยก้อมาค่า”เสียงลูกน้อยทั้งสองเจื้อยแจ้วอยู่หน้าประตูห้องทำให้สามีภรรยาที่กำลังจะก่ายกันอยู่บนเตียงถอนหายใจแล้วมาเปิดประตูให้ สองฝาแฝดจอมแสบรีบวิ่งขึ้นเตียงใหญ่แล้วกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริงทันทีคนเป็นแม่กอดอกอมยิ้ม ดุลูกอย่างไม่จริงจังนัก“ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนอีก”เสี่ยวเป่าเสี่ยวเป้ยในวัยสี่ขวบหยุดกระโดดแล้วล้มตัวนอนบนเตียงทันที“อยากนอนกับคูมแม่ค่า” สาวน้อยใบหน้ากลมป่องพูดด้วยน้ำเสียงที่ใครก็ปฏิเสธไม่ลง เช่นเดียวกับพี่ชายของเธอ“อยากนอนกับคูมพ่อด้วย”สรุปแล้วคืนนี้สี่คนพ่อแม่ลูกก็ได้นอนด้วยกันอีกคืน... ใช่แล้ว ตั้งแต่เด็กสองคนนี้เริ่มพูดได้เดินได้ก็ไม่ค่อยยอมนอนในห้องของตัวเอง แต่วิ่งโร่มาขอนอนกับพ่อแม่แทบทุกคืน ช่วงแร
เพียงเท่านั้นเจียงรุ่ยก็ตัวชาวาบ นั่งหลังตรงขึ้นมาทันที อวี่หังเองก็ใส่ไฟเพิ่มอย่างสนุกสนาน“ที่นายไปดื่มชากับเธอไม่สังเกตเลยเหรอ ว่าวันหนึ่งเธอได้ดอกไม้เอย ของขวัญเอยกี่ชิ้น”เจียงรุ่ยไม่ได้สังเกตจริง ๆ ทุกครั้งที่ไปดื่มชากับหยาเหวินเขาก็เอาแต่สนใจเธอคนเดียวเท่านั้น จะมีสติไปสำรวจรอบร้านตอนไหนว่ามีดอกไม้ของขวัญอะไรด้วย เพื่อนทั้งสองคนกลัวว่าเจียงรุ่ยจะไม่เชื่อจึงพาเขาไปแอบมองที่ร้านสาขาในเวลาทำงานตรงนั้นหยาเหวินกำลังอธิบายการชงชาแต่ละชนิดให้พนักงานฝึกหัดฟังอยู่ ข้าง ๆ นั้นยังมีชายหนุ่มตัวสูงคนหนึ่งสวมชุดวิศวกรยืนมองเธอพูดเจื้อยแจ้วด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม ด้านข้างพวกเขายังมีดอกไม้ช่อใหญ่วางอยู่ ชัดเจนว่ามีคนให้หยาเหวินมาความไม่มั่นคงที่พุ่งพรวดเข้ามาในใจทำให้เจียงรุ่ยแตกตื่นทันที ความเปรี้ยวขมในอกนี้ยากจะอธิบาย“แล้วนี่... จะทำยังไงดี...”“สารภาพรักซะสิ เอาให้ยิ่งใหญ่อลังการกว่าเขา” อวี่หังแนะนำอย่างมั่นใจ“แล้วต้องหาสถานที่ดี ๆ ด้วย จะให้ใครไปขัดจังหวะไม่ได้” ซินเหยาเสริมและนั่นก็เป็นที่มาของงานเลี้ยงที่บาร์หรูแห่งหนึ่งในเวลาถัดมา ในโซนส่วนตัวมุมหนึ่งคนสี่คนซึ่งได้แก่ หยาเหวิน เจีย
เจียงรุ่ยเป็นผู้ชายบ้างาน...นั่นคือคำที่คนรอบตัวเขานิยามให้เป็นเสียงเดียวกัน ชายผู้หลงใหลในการทำการค้าและธุรกิจนี้แทบไม่เคยถูกสะกิดต่อมความรัก เรียกตามตรงว่าเป็นพวกตายด้าน ตัวเจียงรุ่ยเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าวันหนึ่งเขาจะเริ่มมีความรู้สึกแปลก ๆ กับหญิงสาว เขามองเธอเปล่งประกายกว่าคนทั่วไป ทั้งยังดีใจที่ได้พูดคุยกับเธอแต่กว่าจะรู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าชอบ มันก็สายไปแล้วเธอแต่งงานแล้วเจียงรุ่ยจึงทุ่มเทสมองและกายใจให้กับงานอีกครั้งเพื่อลบความรู้สึกหนักอึ้งในใจนี้ออกให้หมด แล้ววันหนึ่งว่านอันอันก็ส่งใครบางคนเข้ามาในชีวิตเขาเธอชื่อว่าหยาเหวิน...“สวัสดีค่ะ คุณเจียงรุ่ยใช่มั้ยคะ ฉันหยาเหวิน มาช่วยดูร้านฉาหยูเถียนสาขาใหม่ค่ะ”“ผมเจียงรุ่ยครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”ทั้งสองทักทายกันอย่างสุภาพ ก่อนจะนั่งคุยเรื่องงานกันอย่างจริงจัง ตอนนี้เทียนหงต๋ามีแผนเปิดร้านฉาหยูเถียนทั้งหมดห้าสาขาในเมืองเซี่ยงไฮ้ หยาเหวินที่ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ดูแลของฉาหยูเถียนจึงเดินทางมาดูงานด้วยตัวเองเรื่องสถานที่และการตกแต่งภายในร้านต่างก็คงรูปแบบเดียวกับร้านหลักทั้งหมดเลยไม่มีปัญหา ทั้งขนมและชาก็เป็นของคุณภาพดี หยาเห
แต่เขาก็ไม่คิดว่าโอกาสนั้นจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา“สวัสดีครับ ผมชื่อฉินเซ่า เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ เพิ่งย้ายมาจากปักกิ่งครับ”เสียงปรับมือและเสียงกรี๊ดกร๊าดเบา ๆ จากครูสาวมากมายดังต้อนรับเขา แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่คนคนเดียว ซึ่งพยายามหลบหน้าหลบตาเขาอยู่ หลังจากนั้นแม้เขาจะพยายามเข้าไปพูดคุยกับเธอกี่ครั้งเธอก็เอาแต่หนีไม่ก็หลบหน้า บุคลิกยังดูแปลกไปไม่น้อย ไม่มั่นใจในตัวเองและเงียบ ๆ ไม่เปล่งประกายเหมือนวันแรกที่พวกเขาพบกัน ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังชอบเธออยู่ดีฉินเซ่ามั่นใจว่าสายตาของเธอเป็นสายตาของคนที่สนใจกันอยู่บ้าง แต่เธอเอาแต่แอบมองเขาอยู่ห่าง ๆ อย่างนี้จนเขาเริ่มทนไม่ไหว อยากจะเข้าไปถามไถ่ว่าเธอไม่สบายใจตรงไหนให้รู้แล้วรู้รอดแต่แล้ววันหนึ่งเธอก็เปลี่ยนไป จากที่เคยทำตัวเงียบ ๆ ไม่สุงสิงกับใคร หลินลี่จูก็มาโรงเรียนด้วยชุดสวยแปลกตาชุดหนึ่ง ที่เขามารู้ทีหลังว่าเป็นยี่ห้อของห้องเสื้อเสียนฮวาสุดหรูที่กำลังโด่งดัง บรรยากาศรอบตัวเองก็เปลี่ยนไปเปล่งประกายสดใสเหมือนครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกันทั้งรอยยิ้มงดงามความมั่นใจเปี่ยมล้นและดวงตาระยิบระยับคู่นั้นเสียงพูดคุยถึงเธอก็เริ่มเ
หลินลี่จูเป็นลูกสาวคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้านทูวา แม้จะไม่มีแม่ แต่ผู้เป็นพ่อก็เลี้ยงดูทะนุถนอมเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี เธอจึงเติบโตเป็นเด็กหญิงที่มีความมั่นใจ สดใส ร่าเริง คนในหมู่บ้านไม่มีใครไม่ชอบเธอเจอหน้าต่างก็มอบคำชมและขนมให้เสมอ ยิ่งมีลูกพี่ลูกน้องอย่างปิงปิง ลู่ลู่ คอยให้ท้าย หลินลี่จูตัวน้อยยิ่งเชิดคอสูงถึงสวรรค์ทะนงตัวเย่อหยิ่งเป็นที่สุด ทว่าคนเรายิ่งโตขึ้นจึงได้รู้ว่าโลกไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดสังคมที่เธอเข้าเรียนและสังคมการทำงานในโรงเรียนต่างกดขี่ศักดิ์ศรีของเธอด้วยคำว่า ‘บ้านนอก’ หลินลี่จูถูกหญิงสาวชาวเมืองใหญ่เหล่านั้นรังเกียจเพราะไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ ไม่มีเงินทอง ไม่มีชาติกำเนิดสูงส่ง เธอจึงเกลียดพวกคนชนชั้นสูงและเศรษฐีจนไม่อยากเข้าใกล้ ยิ่งหากเจอคนที่เหยียดหยามผู้อื่นด้วยฐานะยิ่งไม่ชอบตั้งใจว่าถ้าจะคบเพื่อนหรือมีคนรัก ก็จะไม่คบพวกเศรษฐีหัวโตเด็ดขาดแต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกให้เธอได้พบกับว่านอันอันและใครอีกคนในวันเทศกาลฤดูร้อนบนถนนฮวาเจี๋ยแกร๊ก ๆ ๆ“เฮ้อ...”เสียงฟันเฟืองหมุนกระทบกันและเสียงถอนหายใจทำให้หลินลี่จูที่ต้องหันไปมอง เดิมทีเธอแค่หาสถานที่สงบหน่อยมารอปิงปิงกับลู


![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




