เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน

เจเจ๊ออกพระผู้นี้คือว่าที่สามีฉัน

بواسطة:  นรินทร์ลดาمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
45فصول
1.4Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

สาวหุ่นแซ่บอย่างเธอต้องมาตายและย้อนกลับไปในยุคอยุธยา ซวยซ้ำตื่นขึ้นมาในร่างหญิงอ้วนที่กำลังช่วยตัวเองเพราะฤทธิ์ยา แถมดันไปรู้ว่าคู่หมั้นคู่หมายก็เป็นเกย์ยุคอยุธยาและเขาก็เป็นคนเห็นเธอช่วยตัวเอง!!!

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ ๑. บทนำ

“ท่านว่ากระไร ข้าให้พวกท่านพูดใหม่” ชายหนุ่มร่างกายกำยำสูงโปร่งใบหน้าคมหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นเมื่อการมาเจรจาว่าความกันเรื่องแผนการที่ได้รับมอบหมายมาจากเจ้าเมือง

ในสมัยอยุธยาตอนกลางที่มีกษัตริย์อยุธยาองค์ที่ 8ทรงปกครองโดยรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง เพื่อให้เหมาะกับการปกครองดินแดนอยุธยาที่ขณะนั้นมีความรุ่งเรืองถึงที่สุด การปกครองที่แบ่งเขตชัดเจนและหน้าที่ของพลเรือนและพลทหารแยกกันยามศึกสงบ แต่เมื่อใดที่มีการศึกจะต้องร่วมรบทั้งทหารและพลเรือน

เพราะการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลปกป้องประชาชน จัดการเหตุร้ายจับโจรจึงเป็นหน้าที่ของเหล่ากรมนครบาลอย่างพวกเขาที่จะต้องจัดการตามท้องที่ที่ได้รับมอบหมาย (กษัตริย์อยุธยาองที่ 8ได้ทรงปรับปรุงจตุสดมภ์จาก กรมเวียง กรมวัง กรมคลัง กรมนา และเปลี่ยนชื่อเป็น กรมนครบาล กรมธรรมาธิกรณ์ กรมโกษาธิบดี กรมเกษตราธิการ หลังจากรวมดินแดนสุโขทัย *อ้างอิงมาจาก วิกิพีเดีย พระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนนา ทหาร หัวเมือง)

“ท่านฟังมิผิดดอก ผู้ที่ดูเข้าท่ากับการนี้มีเพียงท่านออกพระขอรับ จริงรือไม่ท่านขุนจรูญ” ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำล่ำสันไว้หนวดการำแพนผิวเข้มหน้าคมดุเอ่ยขึ้นแล้วยิ้มกระหยิ่มกระหย่องกับชายวัยเดียวกันอีกผู้ ที่นั่งข้างๆ แต่ก็รีบหุบรอยยิ้มนั้นไปเมื่อสายตาดุของชายหนุ่มที่มียศถาบรรดาศักดิ์ใหญ่กว่ามองปราดมา

“ขุนวิชัย จักลากข้าเข้าไปร่วมเห็นใยเล่า” ขุนวิชัยพูดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มที่พวกเขาเรียกว่าออกพระ

“บ๊ะ! ใยจะมิได้ ในเมื่อรวมหัวกันว่าความเห็นจริงดังนั้นแล้ว” ขุนจรูญพูดขึ้นและยังมิวายหัวร่อกับสิ่งที่ตนเสนอไป

“ข้าก็มิเห็นว่ามันจักเป็นอันใด ซ้ำออกพระมิเสียการใหญ่ได้ผลงานไปมิดีดอกรึ?”

“ข้าเห็นดังหมื่นสุนทรว่าอีกคน” จหมื่นพันแสงพูดขึ้นและยิ้มกริ่ม

จหมื่นทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทของออกพระหนุ่มรูปงามผู้นี้ แม้จะยศถาบรรดาศักดิ์ต่างกันแต่ออกพระผู้นี้กลับไม่ได้ถือยศถืออย่าง การที่ออกพระหนุ่มได้ยศตำแหน่งส่วนหนึ่งก็เพราะบารมีผู้เป็นพ่อที่เป็นถึงออกญาเลื่องชื่ออย่างออกญาพระศรีสุริยะราชาที่ใกล้ชิดสมเด็จเจ้าพระยา

“มันมิได้เสียการ แต่มันเสียหน้าข้า...แม่หญิงใดรู้เข้าข้าจักเป็นอย่างไร” ออกพระราม หรือ ออกพระศรีรามเรืองเดชพูดขึ้นด้วยสีหน้าทะมึงทึง ไม่เห็นด้วยกับการนี้นัก

“จักเสียได้อย่างไรกันขอรับ ท่านออกพระมีคู่หมั้นคู่หมายแล้วมิใช่รือ? จักห่วงไปใยเล่า” ออกขุนวิชัยเอ่ย

“คู่หมั้นคู่หมายที่ข้ามิเคยพบหน้า เห็นเพียงแค่ครั้นยังเด็กจักรู้ได้อย่างไรว่านางรับได้”

“เอาเถิดหนา อย่างไรท่านก็มิได้เสียหน้าผู้เดียวเสียหน่อย ยังมีข้ากับหมื่นสุนทรเคียงข้าง” จหมื่นจรูญเอ่ยขึ้นพลางกลั้นขำ

“ข้าเองก็เริ่มกังวลเสียแล้วล่ะหมื่นพันแสง ข้าหาได้มีคู่หมั้นคู่หมายดังออกพระไม่ แต่จักต้องมาแสร้งเป็นชาย*บันเฑาะก์นอกรีต ก็หนักใจอยู่...ซ้ำยังต้องควงคู่ชายเหนือชายกับออกพระรามด้วยแล้วยิ่งเหนื่อยหนักใจ” (*บันเดาะ เอาไว้เรียกชายที่รักกับชายด้วยกันในสมัยนั้น)

จหมื่นสุนทรหนุ่มพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดลอบมองออกพระรามเป็นระยะอย่างเหนื่อยหนัก ออกพระรามเองก็ยิ่งฉุนเฉียวเมื่อเห็นสายตาเช่นนั้น

“มันเป็นกระไรรึหมื่นสุนทร? ข้าอัปลักษณ์ขนาดที่ท่านเหนื่อยหนักใจมากขะนานนั้นเทียวรือ?”

“มิเป็นเช่นนั้นขอรับ เพียงแต่...มันจักดูผิดแผกไปขอรับ”

ออกพระรามไม่ได้กล่าวอันใดต่อ มันผิดแผกตั้งแต่ที่รับงานล่อลวงชายนอกรีตที่เข้ามาค้าขายยาปลุกกำหนัดในอยุธยาแล้ว ซ้ำยังล่อลวงชายเพศเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวชาวบ้านชาวเมืองไปทำบัดสีเพื่อนสนองตัณหาของตนอีก ซึ่งมันเป็นภัยต่อบ้านเมืองถึงได้เป็นเรื่องราวใหญ่โตจนเขาต้องมาจัดการ เพื่อปกป้องประชาชนและเหล่าทหารที่ไม่ได้มีใจไปทางนั้นนี่สิ...เสียชื่อออกพระหนุ่มรูปงามเสียจริง

.

“อยุธยางามกว่าที่ข้าคิดเสียอีกว่าไหมอีแจ่ม อีจัน อีสาลี่”

หญิงสาวร่างอวบท้วมพูดขึ้นหลังจากล่องเรือตามแม่น้ำจากเมืองละโว้จนถึงอยุธยา ด้วยคำสั่งของออกพระนครพราหมณ์ผู้เป็นพ่อและออกญาพระศรีสุริยะราชาที่ตกลงกันไว้ เพราะใกล้จะถึงเวลาอายุครบที่เธอจะสามารถออกเรือนได้แล้วอีกไม่กี่เดือน (การที่เจ้าสาวไปอยู่บ้านเจ้าบ่าวก่อนแต่งนั้น ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเขตเมืองหรือที่ตกลงกันของผู้ใหญ่)

“เป็นจริงดังว่าเจ้าค่ะแม่หญิง” แจ่มพูดขึ้นตอบรับผู้เป็นนายก่อนพร้อมกับชะเง้อคอมองรอบๆเรือกับเพื่อนนางทาสของตน

“กูอยากรู้นัก ว่าท่านออกพระจะรูปงามเพียงใด” พูดขึ้นด้วยสายตาแวววับเป็นประกาย ทำเอาเหล่าบรรดาบ่าวไพร่ที่ติดตามมาถึงกับยิ้มหน้าเจื่อน

แม่หญิงที่ไม่สมกับเป็นแม่หญิงของพวกหล่อนนั้นไม่มีใครล่วงรู้ เธอค่อนข้างที่จะบ้าผู้ชาย เจ้าชู้ยิ่งกว่าชายไม่สมเป็นหญิงไม่ค่อยสงวนท่าทีหรือสำรวมเท่าไหร่นัก เพราะเหตุนี้ออกพระนครพราหมณ์ถึงรีบเร่งให้นางตบแต่งออกเรือนไปเสีย เผื่อจะได้กำราบนิสัยส่วนนี้ของนางได้ก่อนที่จะเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้

เหตุที่นางมีนิสัยเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะรูปร่างที่อวบท้วมไม่อรชรอ้อนแอ้นเหมือนแม่หญิงลูกขุนนางคนอื่นๆ และตลอดมามักจะพบกับสายตาของชายหนุ่มเหยียดหยามราวกับว่าเธอเป็นหญิงที่ผ่านการมีบุตรมาแล้ว ทั้งที่เธอยังไม่เคยต้องมือชายเลยสักครั้ง ความเจ้าชู้ของเธอนั้นค่อนข้างถึงเนื้อถึงตัวยั่วยวนให้อยากแล้วจากไปจากความคับแค้นใจจนติดเป็นนิสัย

“แม่หญิงเจ้าคะ? ถ้าท่านออกพระรูปงามแม่หญิงจัก...เอ่อ...” สาลี่พูดชะงักลอบมองอย่างหวาดหวั่นเมื่อแม่หญิงของตนหันไปมองตาขวาง

“จักกระไรอีสาลี่”

“เอ่อ...จักหยุดทำตัวเจ้าชู้ประตูดินไม่สมเป็นหญิง...”

“มึงเป็นบ่าวกล้ามาว่า มายั้งกูรึ?”

“โธ่...แม่หญิง พวกบ่าวห่วงใยแม่หญิงนะเจ้าคะ กลัวว่าท่านออกญา คุณหญิง ท่านออกพระจักไม่พึงใจในตัวแม่หญิงนะเจ้าคะ” จันเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือผู้เป็นนายลูบไล้ไปมามองแม่หญิงด้วยสายตาเป็นห่วงเป็นใย

“กูมิสน ตราบใดที่กูได้ท่านออกพระมาเป็นผัว...”

“อุ๊ย! แม่หญิงเจ้าคะ อย่าพูดเช่นนั้นมันไม่งาม” แจ่มพูดขึ้นขัดทันทีพร้อมมองซ้ายมองขวากลัวคนอื่นจะได้ยินทั้งที่บนเรือก็มีกันเพียงสี่คนและนายพายกับพันท้ายสองคนเท่านั้น

“เอ๊ะ! อีนี่! กูพูดความจริง ถึงเรือนท่านออกญาเมื่อใดข้าจักยั่วยวนออกพระให้ตกได้เสียเป็นผัวกูเสียคืนนั้น!”

“ว๊าย! แม่หญิง!” บ่าวทั้งสามพูดขึ้นพร้อมกันและรีบกระโจนเข้าไปจับตัวแม่หญิงของตนจนเรือโคลงเคลง แต่แม่หญิงอวบท้วมกลับปัดมือบ่าวทั้งสามพร้อมทำหน้าดุจ้องมองเหล่าบ่าวไพร่ของตนตาเขม็งจึงไม่มีใครกล้าที่จะเงยหน้ามองเธอ

“ตอนนี้ กูหิวแล้ว!! แวะตลาดท่าน้ำใกล้ๆนี่เสีย”

“ตะ...แต่หากแวะจะไปถึงเรือนท่านออกญาก็มืดค่ำแล้วนะเจ้าคะ” สาลี่เอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆที่จะขัด แม่หญิงกลับไม่ได้สนใจคำพูดของสาลี่ซ้ำยังทำหน้าดุกว่าเดิมจนต้องไปบอกนายพายให้แวะตามที่ใจเธอปรารถนา

“พวกมึงคอยท่าอยู่นี่! โทษฐานที่บังอาจมายับยั้งกูถึงสองครั้งสองครา!”

“แต่แม่หญิงเจ้าคะ...แม่หญิง!”

ไม่รอฟังคำใดจากบ่าวไพร่ที่ติดตามมา เธอรีบเดินสะบัดชายสไบหายเข้าไปในตลาดทันที คนเป็นบ่าวไม่อาจจะขัดคำสั่งของนายตัวเองได้ไม่อย่างนั้นคงได้หลังลายจนจับไข้ จึงทำได้เพียงแต่ยืนมองหน้ากันไปมาอย่างเป็นกังวล

แม่หญิงจากเมืองละโว้ที่มีรูปร่างอวบท้วมเดินตลาดอย่างสบายใจ เมื่อเห็นอาหารคาวหวานมากมายเรียงรายกัน หยิบนู่น จ่ายนี่ ล้วนแต่เป็นอาหารคาวหวานทั้งสิ้น แม้จะไม่รู้ว่าที่นี่คือตลาดที่ใดมีคนหลายเชื้อชาติมาเร่ขายของและอาหารเต็มไปหมด แต่เธอกลับไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย สายตาดวงสวยที่ถูกบดบังด้วยเนื้อแก้มไปสะดุดกับน้ำสีเข้ม

“พ่อค้า นี้เรียกว่าอันใดรือ?”

“ขอรับแม่หญิง นี่เรียกว่า...”

พ่อค้าหน้าตาเด่นชัดไปทางชาวยุโรปเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า คำตอบที่ต้องการจะตอบกลืนหายลงไป แม่หญิงสาวเองก็มองใบหน้านั้นนิ่งค้าง...

...จักว่ารูปงามก็รูปงามอยู่หรอก แค่ไม่ใคร่ใช่เหมือนชาวเมืองเรา...

“น้ำหมักฝาหรั่งขอรับ...แต่ข้ามิใคร่แน่ใจว่าจักถูกปากแม่หญิง..”

“ข้าอยากลอง”

“หากแม่หญิงว่าเช่นนั้นข้าก็จักเอาน้ำหมักอย่างดีมาให้ขอรับ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแม่หญิงก็พยักหน้ารัวๆอย่างดีใจ ใครมันจะไม่อยากได้ของดีกันล่ะ หนุ่มพ่อค้ายกยิ้มก่อนจะหันกลับไปหยิบน้ำหมักขวดหนึ่งที่แยกไว้มาเทใส่กระบอกไม้ไผ่ให้เธอ

“เท่าใดรึ?”

“สำหรับแม่หญิงแล้วข้ามิเอาเงินดอกขอรับ”

“จักดีรึ? เช่นนั้นข้าก็ขอบน้ำใจ”

ไม่ทันรอฟังคำตอบรีบคว้ากระบอกไม้ไผ่ที่ตัดแต่งมาเหมือนแก้วและเดินออกไปทันที ตามจริงแล้วนางแค่ถามตามมารยาทเท่านั้น ของที่ได้มาฟรีๆใครไม่อยากได้ล่ะ หนุ่มพ่อค้ามองตามหลังแม่หญิงคนเมื่อครู่พร้อมยกยิ้มแล้วหันไปพยักหน้าให้พวกพ้องที่รออยู่ไม่ไกลนัก ก่อนที่พวกพ้องของเขาจะเดินตามแม่หญิงไปอย่างไม่ให้ใครสงสัย

ปากเคี้ยวอาหารไปตามทางจิบน้ำหมักที่ได้มาโดยไม่เสียเงินไปพลาง เตรียมพร้อมที่จะกลับเรือแต่ใครจะไปคิดว่าน้ำหมักที่มีรสชาติหวานกินง่ายนี้จะทำให้ก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมา โลกรอบตัวเริ่มหมุนร่างกายเริ่มร้อนผ่าวจนมือไม้ถืออาหารไว้ไม่อยู่ตกลงพื้นเสียหมด

“ข้าเป็น...กระไรกัน...”

“แม่หญิงเป็นกระไรหรือขอรับ”

“ให้พวกข้าพาแม่หญิงดีกว่าขอรับ”

ชายฉกรรจ์สองคนเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับจับแขนของเธอไว้แน่น หญิงสาวพยายามสะบัดมือหนาเหล่านั้นออกแต่เรี่ยวแรงกลับไม่มีเหลือเลยแม้แต่น้อย ภายในหัวมึนงงไปเสียหมดรู้ตัวแต่เพียงว่าชายเหล่านั้นยกอุ้มร่างเธอไปที่ไหนสักที่เสียแล้ว

...หัวใจเต้นรัวเร็วดังกลองมหรสพ มองดูรอบกายมิรู้เลยว่าไปที่ใด...เจ้าหล่อนดันสุภาพไม่แข็งแรงเสียด้วย โรคหัวใจที่เป็นมาตั้งแต่เด็กนั้นทำให้ไม่มีใครกล้าขัดใจ...แต่ในตอนนี้ที่สติเลือนราง ร่างกายกลับถูกพามาที่ที่เขาเรียกว่าโรงน้ำชา...ความรู้สึกเดียวที่มีคือ...เธอกำลังหายใจไม่ทัน...

“นางผู้นี้เป็นกระไรไปรึ?! ทำไมถึงมีท่าทีเช่นนี้!” เสียงที่คุ้นเคยราวกับพ่อค้าหนุ่มคนนั้นเอ่ยขึ้น

“มิทราบขอรับ ท่าทางนางเหมือนคน...ใกล้ตาย...”

“บัดซบ!! ข้าคิดว่าข้าดูมิผิดแน่ นางอวบอ้วนปานนี้ร่างกายมิแข็งแรงไปได้อย่างไร!”

...อะ...อ้ายพวกไพร่!!...กล่าวว่ากูอ้วนงั้นรึ!!...

ความคิดสุดท้ายก่อนจะหายใจเฮือกใหญ่และหยุดหายใจไปในที่สุด...ทำเอาชายเหล่านั้นถึงกับผงะ...

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
45 فصول
บทที่ ๑. บทนำ
“ท่านว่ากระไร ข้าให้พวกท่านพูดใหม่” ชายหนุ่มร่างกายกำยำสูงโปร่งใบหน้าคมหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นเมื่อการมาเจรจาว่าความกันเรื่องแผนการที่ได้รับมอบหมายมาจากเจ้าเมืองในสมัยอยุธยาตอนกลางที่มีกษัตริย์อยุธยาองค์ที่ 8ทรงปกครองโดยรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง เพื่อให้เหมาะกับการปกครองดินแดนอยุธยาที่ขณะนั้นมีความรุ่งเรืองถึงที่สุด การปกครองที่แบ่งเขตชัดเจนและหน้าที่ของพลเรือนและพลทหารแยกกันยามศึกสงบ แต่เมื่อใดที่มีการศึกจะต้องร่วมรบทั้งทหารและพลเรือนเพราะการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลปกป้องประชาชน จัดการเหตุร้ายจับโจรจึงเป็นหน้าที่ของเหล่ากรมนครบาลอย่างพวกเขาที่จะต้องจัดการตามท้องที่ที่ได้รับมอบหมาย (กษัตริย์อยุธยาองที่ 8ได้ทรงปรับปรุงจตุสดมภ์จาก กรมเวียง กรมวัง กรมคลัง กรมนา และเปลี่ยนชื่อเป็น กรมนครบาล กรมธรรมาธิกรณ์ กรมโกษาธิบดี กรมเกษตราธิการ หลังจากรวมดินแดนสุโขทัย *อ้างอิงมาจาก วิกิพีเดีย พระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนนา ทหาร หัวเมือง) “ท่านฟังมิผิดดอก ผู้ที่ดูเข้าท่ากับการนี้มีเพียงท่านออกพระขอรับ จริงรือไม่ท่านขุนจรูญ&
اقرأ المزيد
บทที่ ๒. ตัวฉันในอดีต?
“ยัยพริกแกง! คืนนี้คลับเดิมนะจ๊ะ!” เพื่อนชายใจสาวพูดขึ้นก่อนจะพากันเดินไปขึ้นรถหลังจากเลิกงานมาได้สักพัก หญิงสาวหุ่นแซ่บไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไปพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม วันนี้เธอตั้งใจจะเมาหัวราน้ำส่งท้ายความเศร้ากับแฟนเฮงซวยที่ทิ้งเธอไปเพราะเหตุผลที่ว่าเธอไม่ให้เขาขึ้นขี่หลังจากที่คบกันมานานครึ่งปีมันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด รักกันจำเป็นต้องมีอะไรกันด้วยหรือไงไม่รู้จักคำว่ารอกันบ้างเลย ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้เธอกลัวที่จะทำเรื่องอย่างว่า อาจจะเพราะเธอเองก็ยังไม่พร้อมก็ได้ เธอก็พยายามที่จะเอาใจและศึกษาเรื่องนั้นมาอย่างดี แต่แฟนเก่าของเธอดันใจร้อนไม่ฟังเหตุผลอะไรเลยนี่สิ! ไม่หนำซ้ำเขายังไปมีอะไรกับผู้ชายด้วยกันแทนที่จะเป็นผู้หญิง!!...ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรกว่ะว่าชอบผู้ชาย! คอยดูนะกูจะเอาเกย์ทำผัวหยามหน้ามันซะเลย!!...คิดไปพลางหัวเสียไป ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซด์คันเล็กสีแดงตามสไตล์สาวฮอตหุ่นแซ่บแต่ไม่ได้แซ่บอย่างที่แฟนเก่าได้พูดทิ้งท้ายไว้! เธอจอดรถไว้หน้าหอพักตามปกติก่อนจะรีบขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดที่เด็ดดวงอย่างที่เธอชอบ
اقرأ المزيد
บทที่ ๓. นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
กว่าจะมาถึงเรือนน้ำก็เปียกเท้าไปเสียหมด สองนายบ่าวพากันพยุงร่างแม่หญิงขึ้นเรือนหลังใหญ่ตามยุคตามสมัย ถือว่าโอ่อ่าสมฐานะพอดูชม คนบนเรือนที่รอบุตรชายอย่างใจจดใจจ่อก็ลุกพรวดขึ้นเมื่อเห็นเรือเข้ามาเทียบท่าหน้าบ้าน ก่อนจะรีบเดินไปยังหน้าบันไดถัดจากที่นั่งกลางบ้าน ชายชราถือไม้เท้าค้ำยันตามวิสัยคนเฒ่าคนแก่ที่แข้งขาไม่ค่อยจะดีเดินนำคุณหญิงและคนอื่นๆไปดักหน้าลูกชายทันที“มีเหตุกระไร ใยถึงมิยอมรอรับคู่หมั้นคู่หมายของลูกกันเล่าพ่อราม”“ไหว้สาขอรับเจ้าคุณพ่อ...ลูกมีราชการด่วนจึงมิได้อยู่รอ..”“จริงอยู่ที่ว่างานนั้นสำคัญ แต่ใช่ว่าจักรั้งรอไม่ได้เสียเมื่อไหร่ มันใช่เหตุรือที่ออกไปทำการตั้งแต่เวลาชาย”ออกญาพระศรีสุริยะเอ่ยขึ้นเพราะรู้งานของบุตรชายตนอยู่แล้วว่าต้องทำอะไรเมื่อใด แต่ที่ดูบุตรชายไม่เต็มใจทำและพยายามหลีกเลี่ยงคือการไปรับคู่หมั้นคู่หมายของตนถึงได้ออกไปทำงานตั้งแต่บ่าย“คุณพี่เจ้าคะ ลูกอาจจักมีเหตุผล” คุณหญิงซ่อนกลิ่นผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นหลังจากที่ยืนฟังอยู่นาน“แม่ซ่อนกลิ่นก็เป็นเสียอย่างนี้&rdq
اقرأ المزيد
บทที่ ๔. ออกพระคู่หมั้น
“ฉันถามว่าชื่ออะไร?” พูดย้ำอีกครั้งพร้อมกับทำหน้าเซ็ง หรือว่าเธอพูดจาไม่รู้เรื่องกันนะพวกบ่าวทั้งสามถึงได้ไม่ยอมตอบเอาแต่มองหน้ากันไปมา รออยู่นานสองนานก็ไม่มีใครตอบจนเธอต้องพูดใหม่อีกครั้ง“ข้า...ถามว่าพี่ชื่ออะไร?” เมื่อพูดจบทั้งสามคนก็มองหน้ากันแล้วปล่อยน้ำตามาอีกครั้ง จับๆลูบๆคลำๆมือของเธอไม่หยุดทั้งที่ยังสะอึกสะอื้น...WHATTTT???...วันนี้จะรู้เรื่องไหม?...“เป็นดังที่พ่อหมอว่าเลยอีสาลี่ แม่หญิงโดนพิษมากจนลืมไปเสียสิ้น” แจ่มเอ่ยขึ้น“ฮือๆ...พ่อหมอว่าตอนไหนวะ?” สาลี่เอ่ยถามทั้งน้ำตา“มึงมิได้ฟังรือ...พ่อหมอเจรจากับท่านออกพระว่าแม่หญิงโดนพิษมาก ฮือออ...” จันเอ่ยขึ้นต่อ“แต่พ่อหมอมิได้บอกว่าจะเสียสิ้นความจำ” สาลี่เอ่ยก่อนที่ทุกคนจะชะงักกึกมองหน้ากันราวกับไม่เคยร้องไห้...เออ คุยกันเองจังหวะซิทคอมเอง...บันเทิงล่ะทีนี้...สรุปไม่รู้เรื่อง!...“ใช่ก็ใช่ ข้าเสียความทรงจำ..ไม่สิ...หัวเสีย...ไม่ๆ ไม่ได้โกรธหัวเสียเพื่อ?!..
اقرأ المزيد
บทที่ ๕. คู่หมั้นที่เป็นเพื่อนสาว
ไม่คาดคิดว่าแม่หญิงคู่หมั้นคู่หมายจะมีนิสัยแปลกไป แตกต่างจากผู้หญิงทุกคนในยุคนี้ราวกับเธอเป็นคนอื่นที่เขาไม่รู้จัก ไม่หนำซ้ำยังกอดแขนกอดคอเรียกเขาว่าเพื่อนและสาวได้หน้าตาเฉยทั้งที่เธออายุน้อยกว่าเขาหลายขวบปี ตอนแรกยังว่าเขาแก่อยู่เลยอยู่ๆก็มาเป็นเพื่อนเสียอย่างนั้น“หึ....” ออกพระรามแอบมองพริกแกงที่กำลังทำท่าทางประหลาดอยู่แถวๆท่าน้ำหลังจากที่เจรจาต่อรองกันเสร็จเรียบร้อยในเรื่องที่เขาไม่เข้าใจภาษาแต่ก็พอเข้าใจความหมายที่เธอต้องการจะสื่อถึง ในสายตาของพริกแกงตอนนี้เขาเป็นพวกบันเดาะนอกรีตที่ครอบครัวไม่ยอมรับและปกปิดตัวเองไว้ แถมเจ้าหล่อนยังยอมรับได้ช่วยแต่งงานปกปิด“นี่มันเรื่องวิปริตกระไรกันหนอ” พูดไปมองท่าทางของหญิงสาวไปและยิ้มออกมา“มองดูอะไรรึพ่อราม” ผู้เป็นแม่เดินเข้ามาหาลูกชายตัวเองทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งโหยงรีบหันกลับไปทางต้นเสียงทันทีพร้อมกับเอาตัวเองบังหน้าต่างไว้“ดึกดื่นป่านนี้เจ้าคุณแม่ออกมาพบลูกด้วยเรื่องอันใดกันขอรับ?”“เรื่องแม่พริก”“ทำไมรึขอรับ?”“บ่
اقرأ المزيد
บทที่ ๖. มิสมควร
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เจเจ๊เป็นเพื่อนสาวไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างข้าไม่คิดว่าคุณออกพระเป็นชายเลยสักนิด”ว่าจบก็เดินเบี่ยงบ่าวทั้งสามไปแต่บ่าวทั้งสามก็รีบวิ่งไปดักหน้าจับเท้าเธอก้มหัวลงแทบจะชิดติดเท้าแล้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือทำเอาเธอตกใจไม่น้อย“หากแม่หญิงไป พวกบ่าวหลังลายเป็นแน่เจ้าค่ะ” แจ่มพูด“ไม่มีใครกล้าตีพวกพี่หรอกเชื่อข้า! ข้าจะปกป้องพวกพี่เอง” พูดพร้อมกับตบบ่าบ่าวทั้งสามก่อนจะรีบเดินไปยังห้องหอนอนตรงข้าม พวกบ่าวเห็นอย่างนั้นก็จำยอมต้องตามแม่หญิงของตนพร้อมกับมอบลงก้มหัวตัวสั่นอยู่หน้าห้องก๊อกๆ...“เจเจ๊ หลับหรือยังเจ้าคะ?” เคาะไปพลางเรียกไปแต่เสียงยังคงเงียบกริบ เธอเงี่ยหูแนบประตูไม้หวังจะฟังเสียงด้านใน แอบคิดว่าออกพระอาจจะนัดชายใดมาที่ห้องก็ได้ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วเธออยากรู้ว่าชาวLGBTQ+สมัยอยุธยาจะหาทางพลอดรักกันอย่างไรก๊อกๆ... “เจเจ๊..หลับหรือ...ว๊าย!!” ไม่ทันตั้งตัวใบหน้าที่แนบกับประตูไม้สีเข้มก็ถลาเข้าไปชนกับอกแกร่งแข็งทันทีจนเธอร้องเสียงหลง เขาเองก็รีบรับตัวเธ
اقرأ المزيد
บทที่ ๗. แม่พริกเปลี่ยนไป
“นี่...แม่พริก...หรอกรือ?” ออกพระรามยังคงมองเธอนิ่งค้าง หญิงงามตรงหน้าเปลี่ยนไปเสียหมดทั้งรูปร่างหน้าตาแต่ก็ยังคงมีเค้าโครงหน้าเดิมของเธออยู่ พริกแกงยังคงยืนยิ้มแป้นอย่างสะใจเมื่อเห็นสีหน้าของเขา“ก็พริกแกงนี่แหละค่ะ พริกแกงคนดีคนเดิม”“...อ๋อ...เอ่อ...อืม...ออเจ้าเปลี่ยนไปมากเสียจน...”“สวยล่ะสิ”“สวย?”“เขาเรียกอะไร งาม...งามล่ะสิ”“ออ..อืม...ก็งามมากอยู่” พูดไปพร้อมยกยิ้มอย่างเหลือเชื่อ ไม่คิดว่าการที่เธอหายหน้าไปอยู่แต่ในเรือนจะออกมาอีกทีเป็นหญิงงามจนเขาแทบจะไม่อยากวางละสายตาไปเสียอย่างนั้น“เจเจ๊ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง”รอยยิ้มได้หุบลงหลังจากที่ได้ยินเธอเรียกเขา หญิงงามที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายยังคงคิดว่าเขาเป็นบันเดาะไม่ได้มองว่าเขาเป็นชายแท้นั้นทำให้เขาแทบหมดอารมณ์จะเอ่ยชม ถึงเขาชมเธอไปเธอก็ไม่ได้หวั่นไหวแต่อย่างใดและคงคิดว่าชมแบบเพื่อนสาวอย่างที่เธอเคยบอกไว้เป็นแน่ ชมแบบอิจฉาเธอคงคิดอย่างนั้น...แต่ก็จำต้องยอม“เรื่
اقرأ المزيد
บทที่ ๘. โบราณว่าอย่านุ่งผ้าสีแดงไปนา
เรือล่องไปตามแม่น้ำที่กว้างใหญ่ถ้าเทียบกับปัจจุบันที่ถูกถมดินไปกว่าครึ่งแม่น้ำ พริกแกงยังคงมองรอบๆตัวด้วยท่าทีตื่นตาตื่นใจ แม้มันจะไม่ทันสมัยเหมือนที่เธอเคยเป็นอยู่แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงความสวยงามแบบธรรมชาติที่คนไทยสรรค์สร้างขึ้น บ้านเรือนที่ปลูกด้วยไม้ดูเข้ากันกับต้นไม้มากมายรายล้อม มีทุ่งนาที่สามารถมองเห็นได้เป็นหย่อมๆตลอดทางเรือของออพระรามที่เธอนั่งโดยสารอยู่ด้วยก็ได้พายมาถึงหัวโค้งของแม่น้ำเจ้าพระยาขนาบขนานระหว่างป้อมปืนและวัดนักบุญโจเซฟ ก่อนจะพายไปจอดถัดจากวัดนักบุญเลยคลองตะเคียนไปก็ถึงที่หมายที่เรียกว่าตลาดบ้านจีน ออกพระรามขึ้นจากเรือไปก่อนโดยไม่สนใจพริกแกงเลยสักนิดจนบ่าวคนสนิททั้งสามของเธอมาประคองขึ้นจากเรือแทน“คนอะไรใจดำชะมัด” ขึ้นฝั่งได้ก็อดมองคนที่ยืนหันหลังตาขวางไม่ได้ เคยเห็นแต่ในละครที่บุรุษกรุงเก่าจะช่วยเหลือแม่หญิงงาม แต่ไม่เคยเห็นใครเมินแม่หญิงแบบเขาผู้นี้“ออเจ้าก็ไปเดินชมตลาดกับบ่าวของออเจ้า ข้าก็จักไปทำธุระของข้า”“ก็ต้องอย่างนั้นแหละค่ะ”“อย่าได้เที่ยวทะเวนไปทั่วเพียงลำพังเป็นอันขาด&rdqu
اقرأ المزيد
บทที่ ๙. เกิดเรื่อง
...ผลั่ก!! ซู้ม!!!...เสียงสุดท้ายที่ได้ยินราวกับหนังบู๊แอ็คชั่นที่เคยเห็นในละครโทรทัศน์ ร่างบางถูกผลักตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาหลังจากที่วิ่งหนีมาสักพัก ภาพสุดท้ายที่เห็นคือร่างหนาของอ้ายทองก่อนที่เธอจะตกลงไปในน้ำนั้นถูกควายขวิดจนกระเด็นเธอตกลงในน้ำจมลึกลงเรื่อยๆ พริกแกงพยายามหรี่ตาสู้กับน้ำสีขุ่นนั้นพยายามว่ายน้ำขึ้นไปก่อนจะเห็นลางๆ ว่ามีคนกระโดดน้ำลงมามากมายเพื่อหาเธอ แต่ไม่รู้ว่าเพราะกระแสน้ำหรืออย่างไรดูพวกเขาห่างไกลจากเธอพอสมควร...จะตายอีกแล้วเหรอวะ...ถ้าตายแล้วจะได้กลับไปโลกเดิมไหมนะ...ลมหายใจที่เก็บกลั้นไว้เหลือน้อยเต็มที เธอใกล้จะกลั้นหายใจไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ได้ยินเสียงจากบนผิวน้ำแค่กลายๆ ของบ่าวทั้งสามที่ร้องห้มร้องไห้ไม่พักพยายามร้องเรียกให้คนช่วย ไม่ต่างจากชาวบ้านแม่ค้าที่ร้องเรียกให้มาช่วยคนตกน้ำ...ยุคนี้ก็ทำให้เห็นแล้วน่า ชาวสยามมีน้ำใจแค่ไหน...ดีจังที่ได้เห็นก่อนจะ...ตู้มมมม!!!...เสียงของคนกระโดดลงน้ำใกล้ๆ เธอดังขึ้นในวินาทีที่เธอแทบจะไม่เหลือสติ ร่างกายค่อยๆ จมลงสู่ใต้แม่น้ำเจ้าพ
اقرأ المزيد
บทที่ ๑๐. มิอาจคิดอาจเอื้อม
พริกแกงแอบย่องลงมาจากเรือนเงียบๆ โดยมีบ่าวติดตามมาสองคน ส่วนแจ่มนั้นสาลี่บอกให้อยู่ดูต้นทางหน้าหอนอนของแม่หญิงแทน เธอเดินมายังใต้ถุนเรือนที่มืดสนิทเพราะบ่าวในเรือนต่างดับใต้ (ตะเกียงน้ำมันใส้ผ้าในกระป๋องไม่มีที่ครอบสมัยก่อน) กันหมดแล้ว จะเหลือก็เพียงตรงที่แคร่ใต้ถุนเรือนที่ที่อ้ายทองนอนเอาหลังชี้ฟ้าอยู่เท่านั้น“หูย...หลอนกว่าบ้านผีสิงอีกนะเนี่ย” พริกแกงบ่นอุบพลางเดินเข้าไปชิดบ่าวทั้งสองแล้วมองไปรอบๆ ตัวที่บรรยากาศช่างน่ากลัว ถ้าเป็นยุคเธอพวกล่าท้าผีเป็นคอนเทนต์คงจะไม่พลาดมาล่าท้าผีที่นี่แน่ๆ“นั่นเจ้าค่ะ อ้ายทองนอนอยู่กงนั้น” สาลี่เอ่ยขึ้นพลางชี้ไปทางแคร่ที่อยู่ไม่ไกลสายตานัก พริกแกงหรี่ตามองก่อนจะเดินเข้าไปหาอ้ายทองที่แคร่นั่นโดยที่เจ้าตัวยังคงไม่รู้ตัว อาจจะเพราะความเจ็บแผลที่โดนโบยจนไม่ทันนึกถึงสิ่งรอบตัว จันเดินเอาตะเกียงที่ถือไปจ่อที่อ้ายทองก่อนที่เขาจะหันมามองตามแสงนั้นเงยหน้าขึ้นก็ตั้งท่าจะรีบลุกทันทีหลังจากเห็นผู้มาเยือน“ไม่ต้องลุกหรอก นอนพักเถอะค่ะ”“แม่หญิงลงเรือนมาดึกๆ ดื่นมีกระไรให้บ่าวรับใช้รือขอรับ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status