LOGIN“ที่รัก โต๊ะในสวนซื้อจากที่ไหนมาคะ วันนี้เพื่อนฉันมาเยี่ยมที่บ้านเห็นเข้าถูกใจใหญ่เลยค่ะ” ผู้เป็นภรรยาพูดกับสามีด้วยรอยยิ้มหวาน
“อ้อ เพื่อนที่เป็นทหารเขาแนะนำมาให้อีกทีน่ะ เหมือนจะมีใบโฆษณาที่มีเบอร์โทรด้วย ไว้ผมหาให้นะ”
“คุณนายคนอื่น ๆ พอเห็นโต๊ะของเราก็เอ่ยปากชมกันใหญ่ ทั้งลวดลายสวย ทั้งรูปลักษณ์ไม่เหมือนใคร ลายไม้ประณีตแถมยังใช้งานได้หลากหลายอีก ฉันโดนชมจนแทบจะตัวลอย ไว้คุณเชิญเพื่อนทหารคนนั้นมากินข้าวที่บ้านบ้างนะคะ”
ผู้เป็นสามียิ้มอ่อนโยนแล้วตอบรับคำ ปกติแล้วภรรยาเขาไม่ได้ทำงานเป็นเพียงแม่บ้านคอยดูแลลูก ๆ ในบ้านหลังใหญ่ เธอจึงชอบจัดงานเลี้ยงกับเพื่อนคุณนายหลายคนบ่อย ๆ แต่ไม่เคยเห็นครั้งไหนที่เธอดูมีความสุขมากขนาดนี้มาก่อน
“อ้อ จริงสิ ได้ข่าวว่าร้านเฟอร์นิเจอร์นี้กำลังจะเปิดตัวสินค้าใหม่พร้อมกันสามอย่างเร็ว ๆ นี้ด้วยนะ”
“ตายจริง ! แบบนี้เราต้องรีบสั่งจองไหมคะ ถ้าช้าต้องรอนานหรือเปล่า”
“อืม... เหมือนว่าจะมีผลิตรุ่นต้นแบบออกมาขายชุดแรกในวันเปิดตัวหน้าร้านของห้างสรรพสินค้าเทียนจินเป็นที่แรก เราลองหาเวลาไปเที่ยวเทียนจินกันดูไหม”
“ดีเลยค่ะ ! ลูก ๆ จะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาด้วย จุ๊บ ! คุณเป็นสามีที่ดีที่สุดเลย !”
รางวัลจากภรรยาทำให้เขายิ้มแป้น คิดขอบคุณเพื่อนที่คุยโม้โอ้อวดอยู่นานว่าจะพาภรรยาไปซื้อเฟอร์นิเจอร์จากร้านนั้นเข้าบ้านใหม่ของพวกเขา จึงมีความคิดดี ๆ นี้ขึ้นมาได้
.
.
.
หน้าร้านของซานเหอมู่เย่อยู่ตรงชั้นหนึ่งของห้างสรรพสินค้าเทียนจิน กินขนาดไปราว ๆ สามคูหา ถือเป็นพื้นที่ร้านขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับร้านอื่น นอกจากจะมีสินค้าขึ้นชื่ออย่างเฟอร์นิเจอร์อัจฉริยะแล้ว ยังมีสินค้าที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ธรรมดาเช่นโต๊ะ เก้าอี้ ตู้ เตียง ขายอีกด้วย แต่ล้วนแล้วเป็นของที่มีเอกลักษณ์และการออกแบบที่โดดเด่น ทั้งเหลี่ยมมุมที่ถูกขัดกลม สีเนื้อไม้ที่มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่อ่อนไปเข้ม ลายไม้บนเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นต่อเนื่องนุ่มนวลราวสายน้ำ ดูแล้วก็รับรู้ได้ถึงความละเอียดใส่ใจในการผลิตขึ้นมาได้อย่างชัดเจน
การจัดเรียงตกแต่งภายในร้านก็ใช้ไฟสว่างส่องลงมา เฟอร์นิเจอร์แต่ละอย่างอยู่เป็นหมวดหมู่เรียงไล่ระดับสี ดูสวยงามน่าเดินเยี่ยมชม พื้นที่โปร่งโล่งทำให้บรรยากาศไม่อึดอัดคับแคบ กล่าวว่า แค่มองผ่านกระจกนอกร้านก็อยากจะเข้ามาเดินเที่ยวสักครั้ง
พนักงานทุกคนที่ถูกจ้างมายืนเรียงแถวกันเป็นระเบียบในชุดยูนิฟอร์มสีฟ้าดูเรียบร้อยสุภาพ ว่านอันอันและซ่งหมิงตรวจสอบทุกอย่างด้วยตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะออกไปเริ่มพิธีเปิดร้านพร้อมกัน
เสียงประทัดและความครื้นเครงทางด้านนี้เรียกผู้คนมากมายให้มองมาเป็นตาเดียว หนุ่มหล่อผิวสีแทนกับสาวสวยราวนางฟ้ายืนเคียงคู่กันตัดริบบิ้นสีแดง เป็นอันบ่งบอกว่าวันนี้มีการเปิดกิจการใหม่
“เจ้าของร้านดูเด็กจัง แต่ทั้งสวยทั้งหล่อเลยนะ” ผู้คนที่มองมาไกล ๆ จากมุมอื่นพูดคุยกัน
“ซานเหอมู่เย่ ? ร้านอะไรน่ะ”
“เหมือนจะเป็นเฟอร์นิเจอร์นะ”
“หา ? ร้านเฟอร์นิเจอร์จำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เชียว ไม่ใช่ว่าปกติต้องเป็นร้านแคบ ๆ มีตู้โต๊ะกองกันทึบเลยไม่ใช่หรือไง ฉันเคยไปร้านแบบนี้อยู่ฝุ่นงี้เยอะจนแทบหายใจไม่ออก”
“แต่นี่ดูเหมือนจะแตกต่างนะ.. เอ๋ มีเฟอร์นิเจอร์สีอ่อนแบบนั้นด้วยเหรอ น่ารักจังเลย”
“นั่นสิ แต่ละสีสวยดีนะ แต่ฉันชอบสีเข้มมากกว่า”
“ไอ้หยา มองผ่านกระจกแบบนี้มองไม่ค่อยชัดเลย เราก็ไปร่วมชมร้านหน่อยแล้วกัน”
ผู้คนมากมายเริ่มแห่กันมาทางนี้ขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณหน้าร้านจึงแน่นขนัดไปด้วยจีนมุงที่ส่องสายตาคอยืดคอยาวเข้าไปในร้าน
“ภรรยา อีกเดี๋ยวเราค่อยกลับมาดีไหมครับ ตอนนี้คนเยอะมากเบียดเข้าไปคงไม่สะดวกแน่” สามีคนที่นัดภรรยามาเที่ยวเทียนจินเอ่ยปรามภรรยาที่มีสีหน้าตื่นเต้นยิ่งกว่าอะไร
“ไม่ได้นะคะ ! คุณเห็นนั่นมั้ย นั่นภรรยาเพื่อนบ้านของเรา นั่นก็คุณนายที่ฉันรู้จัก ทุกคนอยู่ที่แถวหน้าแล้ว ไม่ได้ ๆ ฉันไม่ยอมแพ้หรอกนะคะ เอ๊ะ นั่นภรรยาเพื่อนทหารของคุณไม่ใช่เหรอคะ”
สามีมองตามเมื่อเห็นว่าใช่ก็พยักหน้า หันกลับมาอีกครั้งภรรยาเขาก็มุดไปอยู่ด้านหน้าเสียแล้ว
“ซานเหอมู่เย่สวัสดีทุกท่านค่ะ ขอบคุณอย่างสูงที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันเปิดร้านใหม่ของเราในวันนี้ พวกเราสร้างซานเหอมู่เย่มาเพื่อมอบเฟอร์นิเจอร์ที่ดีที่สุดและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครให้กับบ้านของคุณ พวกเราผลิตสินค้าทุกชิ้นด้วยความรักและความใส่ใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะพึงพอใจในสินค้าของเรา ซานเหอมู่เย่ ยินดีให้บริการค่ะ”
ทุกคนปรบมือให้กับว่านอันอันที่ถือไมค์พูดอยู่หน้าร้าน ประตูกระจกปิดสนิทมีพนักงานชายเฝ้าอยู่สองคนจับที่เปิดไว้ รอสัญญาณจากผู้เป็นนาย
“วันนี้เป็นวันเปิดร้านวันแรก เราจึงมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าหนึ่งร้อยท่านแรก สิ่งนั้นก็คือส่วนลด 30 เปอร์เซ็นต์ ! ซึ่งสามารถใช้ได้ในวันนี้เท่านั้น และสำหรับทุกท่านเรามีคูปองสำหรับแลกจับรางวัลในทุก ๆ ยอดซื้อห้าร้อยหยวนค่ะ รางวัลที่จับฉลากได้คือของด้านหน้านี้เลยค่ะ !”
เธอผายมือไปยังส่วนจับของรางวัลที่มีพนักงานยืนอยู่พร้อมกองข้าวของมากมาย ตั้งแต่ของชิ้นเล็กอย่างเครื่องสำอาง ของใช้จุกจิก เครื่องเขียน ไปจนถึงของใช้ชิ้นใหญ่ในครัวเรือนและเครื่องใช้ไฟฟ้า พลันเสียงพูดคุยก็กระหึ่มขึ้นทันที
“โอ้ ! รางวัลใหญ่นั่นมัน โทรทัศน์ไม่ใช่เหรอ !”
“ซื้อเองยังต้องมีเงินกี่หมื่นหยวน นี่ห้าร้อยหยวนพกดวงมาก็เป็นเจ้าของได้แล้วเหรอ !”
“อย่าว่าแต่รางวัลใหญ่เลยพี่ชาย รางวัลรองลงมาก็ดีสุด ๆ มีทั้งข้าวของเครื่องใช้ มีทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ปกติไปซื้อของจ่ายเงินแล้วมีเรื่องดี ๆ อย่างของแถมนี่ที่ไหน”
“ไป ! วันนี้ฉันต้องได้ของรางวัลไปให้เมีย”
ความจุกและคับแน่นที่แล่นปราดทำให้ว่านอันอันตัวกระตุกอ่อนแรงเกาะอยู่บนตัวเขา“อ่าส์... ไม่ได้ทักทายกันนาน แน่นไปหมดเลยนะครับที่รัก...”ชายหนุ่มทำหน้าเหยเกเพราะถูกบีบรัดแน่นจนเกือบระเบิดในทันทีที่เข้าไปแล้ว เขาผ่อนลมหายใจครางเสียงต่ำข้างใบหูกลม ภรรยาตัวน้อยไม่ตอบเขาแต่กลับงับเข้าที่ใบหูเขาแทนไม่พอยังเป็นฝ่ายขยับสะโพกกดเข้าหาตัวตนของเขาอย่างซุกซนด้วยความเสียวซ่านที่ห่างหายไปนานทำให้ชายหนุ่มกัดฟันกรอด สองมือกุมสะโพกผายแน่นแล้วจับเธอตอกตรึงเข้ากับอาวุธแข็งของเขาทันที“อ๊ะ อ๊า อ๊าย”การสอดใส่ของเขาแทบจะเข้าสุดออกสุดแต่กลับแรงหนักหน่วงทุกการตอก ว่านอันอันทำได้แต่ครางไม่เป็นภาษากอดเขาไว้ให้แน่น ของเหลวจากเธอและเขาหลั่งออกมาผสมปนเปกันจนหยดย้อยลงสู่พื้น ให้เสียงน่าอายดังในบ้านพักกว้างด้วยแจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ“อืม.... อ่าส์...”เสียงครางต่ำของสามียิ่งทำให้ว่านอันอันฮึกเหิมชอบใจ วาดมือข่วนแผ่นหลังเขาเบา ๆ อย่างยั่วเย้า แถมยังเลียไปตามลำคอแกร่งขบเม้มเพิ่มความเร่าร้อน สติทั้งหมดของซ่งหมิงพลันปลิวหาย เหลือเพียงความดิบเถื่อนตามสัญชาตญาณผู้ชายเขาจับร่างบางลงที่โซฟา ให้เธอยืนจับพนักพิงส่วนเขาแทรกเข้าด้านห
ช่วงนี้ซ่งหมิงมีเรื่องกลุ้มใจมาก ๆ อยู่... “อันอันครับ...” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกภรรยาพร้อมกับมือใหญ่ที่เอื้อมไปคว้าเอวคอดนุ่มนิ่ม รั้งคนงามมามอบจุมพิตแสนหวานสองร่างบนเตียงนอนบดเบียดเข้าหากัน สร้างความรุ่มร้อนทั่วสรรพางค์กาย แต่ก่อนจะก้าวไปถึงขั้นตอนถัดไป เสียงเคาะประตูรัวเร็วด้านนอกก็ดังขัดจังหวะก๊อก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ“คุณพ่อคร้าบ !! เสี่ยวเป่ามาแย้ว”“คุณแม่ขา !! เสี่ยวเป้ยก้อมาค่า”เสียงลูกน้อยทั้งสองเจื้อยแจ้วอยู่หน้าประตูห้องทำให้สามีภรรยาที่กำลังจะก่ายกันอยู่บนเตียงถอนหายใจแล้วมาเปิดประตูให้ สองฝาแฝดจอมแสบรีบวิ่งขึ้นเตียงใหญ่แล้วกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริงทันทีคนเป็นแม่กอดอกอมยิ้ม ดุลูกอย่างไม่จริงจังนัก“ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนอีก”เสี่ยวเป่าเสี่ยวเป้ยในวัยสี่ขวบหยุดกระโดดแล้วล้มตัวนอนบนเตียงทันที“อยากนอนกับคูมแม่ค่า” สาวน้อยใบหน้ากลมป่องพูดด้วยน้ำเสียงที่ใครก็ปฏิเสธไม่ลง เช่นเดียวกับพี่ชายของเธอ“อยากนอนกับคูมพ่อด้วย”สรุปแล้วคืนนี้สี่คนพ่อแม่ลูกก็ได้นอนด้วยกันอีกคืน... ใช่แล้ว ตั้งแต่เด็กสองคนนี้เริ่มพูดได้เดินได้ก็ไม่ค่อยยอมนอนในห้องของตัวเอง แต่วิ่งโร่มาขอนอนกับพ่อแม่แทบทุกคืน ช่วงแร
เพียงเท่านั้นเจียงรุ่ยก็ตัวชาวาบ นั่งหลังตรงขึ้นมาทันที อวี่หังเองก็ใส่ไฟเพิ่มอย่างสนุกสนาน“ที่นายไปดื่มชากับเธอไม่สังเกตเลยเหรอ ว่าวันหนึ่งเธอได้ดอกไม้เอย ของขวัญเอยกี่ชิ้น”เจียงรุ่ยไม่ได้สังเกตจริง ๆ ทุกครั้งที่ไปดื่มชากับหยาเหวินเขาก็เอาแต่สนใจเธอคนเดียวเท่านั้น จะมีสติไปสำรวจรอบร้านตอนไหนว่ามีดอกไม้ของขวัญอะไรด้วย เพื่อนทั้งสองคนกลัวว่าเจียงรุ่ยจะไม่เชื่อจึงพาเขาไปแอบมองที่ร้านสาขาในเวลาทำงานตรงนั้นหยาเหวินกำลังอธิบายการชงชาแต่ละชนิดให้พนักงานฝึกหัดฟังอยู่ ข้าง ๆ นั้นยังมีชายหนุ่มตัวสูงคนหนึ่งสวมชุดวิศวกรยืนมองเธอพูดเจื้อยแจ้วด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม ด้านข้างพวกเขายังมีดอกไม้ช่อใหญ่วางอยู่ ชัดเจนว่ามีคนให้หยาเหวินมาความไม่มั่นคงที่พุ่งพรวดเข้ามาในใจทำให้เจียงรุ่ยแตกตื่นทันที ความเปรี้ยวขมในอกนี้ยากจะอธิบาย“แล้วนี่... จะทำยังไงดี...”“สารภาพรักซะสิ เอาให้ยิ่งใหญ่อลังการกว่าเขา” อวี่หังแนะนำอย่างมั่นใจ“แล้วต้องหาสถานที่ดี ๆ ด้วย จะให้ใครไปขัดจังหวะไม่ได้” ซินเหยาเสริมและนั่นก็เป็นที่มาของงานเลี้ยงที่บาร์หรูแห่งหนึ่งในเวลาถัดมา ในโซนส่วนตัวมุมหนึ่งคนสี่คนซึ่งได้แก่ หยาเหวิน เจีย
เจียงรุ่ยเป็นผู้ชายบ้างาน...นั่นคือคำที่คนรอบตัวเขานิยามให้เป็นเสียงเดียวกัน ชายผู้หลงใหลในการทำการค้าและธุรกิจนี้แทบไม่เคยถูกสะกิดต่อมความรัก เรียกตามตรงว่าเป็นพวกตายด้าน ตัวเจียงรุ่ยเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าวันหนึ่งเขาจะเริ่มมีความรู้สึกแปลก ๆ กับหญิงสาว เขามองเธอเปล่งประกายกว่าคนทั่วไป ทั้งยังดีใจที่ได้พูดคุยกับเธอแต่กว่าจะรู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าชอบ มันก็สายไปแล้วเธอแต่งงานแล้วเจียงรุ่ยจึงทุ่มเทสมองและกายใจให้กับงานอีกครั้งเพื่อลบความรู้สึกหนักอึ้งในใจนี้ออกให้หมด แล้ววันหนึ่งว่านอันอันก็ส่งใครบางคนเข้ามาในชีวิตเขาเธอชื่อว่าหยาเหวิน...“สวัสดีค่ะ คุณเจียงรุ่ยใช่มั้ยคะ ฉันหยาเหวิน มาช่วยดูร้านฉาหยูเถียนสาขาใหม่ค่ะ”“ผมเจียงรุ่ยครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”ทั้งสองทักทายกันอย่างสุภาพ ก่อนจะนั่งคุยเรื่องงานกันอย่างจริงจัง ตอนนี้เทียนหงต๋ามีแผนเปิดร้านฉาหยูเถียนทั้งหมดห้าสาขาในเมืองเซี่ยงไฮ้ หยาเหวินที่ได้รับตำแหน่งเป็นผู้ดูแลของฉาหยูเถียนจึงเดินทางมาดูงานด้วยตัวเองเรื่องสถานที่และการตกแต่งภายในร้านต่างก็คงรูปแบบเดียวกับร้านหลักทั้งหมดเลยไม่มีปัญหา ทั้งขนมและชาก็เป็นของคุณภาพดี หยาเห
แต่เขาก็ไม่คิดว่าโอกาสนั้นจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา“สวัสดีครับ ผมชื่อฉินเซ่า เป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ เพิ่งย้ายมาจากปักกิ่งครับ”เสียงปรับมือและเสียงกรี๊ดกร๊าดเบา ๆ จากครูสาวมากมายดังต้อนรับเขา แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปที่คนคนเดียว ซึ่งพยายามหลบหน้าหลบตาเขาอยู่ หลังจากนั้นแม้เขาจะพยายามเข้าไปพูดคุยกับเธอกี่ครั้งเธอก็เอาแต่หนีไม่ก็หลบหน้า บุคลิกยังดูแปลกไปไม่น้อย ไม่มั่นใจในตัวเองและเงียบ ๆ ไม่เปล่งประกายเหมือนวันแรกที่พวกเขาพบกัน ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังชอบเธออยู่ดีฉินเซ่ามั่นใจว่าสายตาของเธอเป็นสายตาของคนที่สนใจกันอยู่บ้าง แต่เธอเอาแต่แอบมองเขาอยู่ห่าง ๆ อย่างนี้จนเขาเริ่มทนไม่ไหว อยากจะเข้าไปถามไถ่ว่าเธอไม่สบายใจตรงไหนให้รู้แล้วรู้รอดแต่แล้ววันหนึ่งเธอก็เปลี่ยนไป จากที่เคยทำตัวเงียบ ๆ ไม่สุงสิงกับใคร หลินลี่จูก็มาโรงเรียนด้วยชุดสวยแปลกตาชุดหนึ่ง ที่เขามารู้ทีหลังว่าเป็นยี่ห้อของห้องเสื้อเสียนฮวาสุดหรูที่กำลังโด่งดัง บรรยากาศรอบตัวเองก็เปลี่ยนไปเปล่งประกายสดใสเหมือนครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกันทั้งรอยยิ้มงดงามความมั่นใจเปี่ยมล้นและดวงตาระยิบระยับคู่นั้นเสียงพูดคุยถึงเธอก็เริ่มเ
หลินลี่จูเป็นลูกสาวคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้านทูวา แม้จะไม่มีแม่ แต่ผู้เป็นพ่อก็เลี้ยงดูทะนุถนอมเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี เธอจึงเติบโตเป็นเด็กหญิงที่มีความมั่นใจ สดใส ร่าเริง คนในหมู่บ้านไม่มีใครไม่ชอบเธอเจอหน้าต่างก็มอบคำชมและขนมให้เสมอ ยิ่งมีลูกพี่ลูกน้องอย่างปิงปิง ลู่ลู่ คอยให้ท้าย หลินลี่จูตัวน้อยยิ่งเชิดคอสูงถึงสวรรค์ทะนงตัวเย่อหยิ่งเป็นที่สุด ทว่าคนเรายิ่งโตขึ้นจึงได้รู้ว่าโลกไม่ได้สวยงามอย่างที่คิดสังคมที่เธอเข้าเรียนและสังคมการทำงานในโรงเรียนต่างกดขี่ศักดิ์ศรีของเธอด้วยคำว่า ‘บ้านนอก’ หลินลี่จูถูกหญิงสาวชาวเมืองใหญ่เหล่านั้นรังเกียจเพราะไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ ไม่มีเงินทอง ไม่มีชาติกำเนิดสูงส่ง เธอจึงเกลียดพวกคนชนชั้นสูงและเศรษฐีจนไม่อยากเข้าใกล้ ยิ่งหากเจอคนที่เหยียดหยามผู้อื่นด้วยฐานะยิ่งไม่ชอบตั้งใจว่าถ้าจะคบเพื่อนหรือมีคนรัก ก็จะไม่คบพวกเศรษฐีหัวโตเด็ดขาดแต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกให้เธอได้พบกับว่านอันอันและใครอีกคนในวันเทศกาลฤดูร้อนบนถนนฮวาเจี๋ยแกร๊ก ๆ ๆ“เฮ้อ...”เสียงฟันเฟืองหมุนกระทบกันและเสียงถอนหายใจทำให้หลินลี่จูที่ต้องหันไปมอง เดิมทีเธอแค่หาสถานที่สงบหน่อยมารอปิงปิงกับลู







