LOGIN“ว่าแต่...” ตี๋ลี่เสวี่ยลากเสียง “ยามนี้ ร่างกายของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”<
หลิงอวิ๋นฟานในร่างเด็กน้อยสบถเบา ๆ ด้วยความตกใจร่างเล็กเซถลาเพราะน้ำหนักของดาบคมในมือที่หนักอึ้งเกินกำลังแขนเด็ก เขาจำต้องลากดาบเล่มโตจนเกิดเสียง ครูด ไปกับพื้นไม้ พลางมุดลอดหว่างขาของพวกโจรไปอย่างคล่องแคล่วเขาอาศัยความเล็ก ปราดเปรียวและรวดเร็ว วิ่งหลบไปทางด้านหลังของหัวหน้าโจรที่กำลังยืนอึ้ง“อึก!” สองมือของหลิงเฟิงหยุนกุมด้ามดาบแน่น พลางลากดาบหนักพากระโดดขึ้นไปบนหีบไม้เก่าด้านหลัง จนแขนเล็กเกร็งแน่นตี๋ลี่เสวี่ยที่จ้องมองร่างของสามีไม่วางตา เมื่อเห็นท่าทางของเขาก็พลันเข้าใจอุบายที่ซ่อนเร้นในทันที และรู้ดีว่าร่างเด็กน้อยวัยแปดหนาวเท่านี้ ไม่มีแรงมากพอที่จะปลิดชีพใครได้เมื่อนางเห็นร่างเล็กเตรียมกระโดดลงมา นิ้วมือของนางก็ขยับเสียดสีอีกครั้ง!เป๊าะ!วูบ!มวลอากาศรอบตัวหลิงเฟิงหยุนบิดเบี้ยวอีกครั้ง ร่างของเขากลับคืนสู่บุรุษหนุ่มกำยำในชั่วพริบตาขณะที่ตัวยังลอยอยู่กลางอากาศ แรงเหวี่ยงจากการขยายร่างบวกกับน้ำหนักดาบ ทำให้เกิดพลังทำลายล้างมหาศาลฉัวะ!ดาบสีเงินฟันสะพายแล่งเข้าที่กลางหลังของหัวหน้าโจรจนล้มคว
ภายในกระท่อมร้างกลางป่าที่ผุพังจนแสงจันทร์สาดลอดช่องหลังคาลงมาเป็นหย่อม ๆ ตี๋ลี่เสวี่ยถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่า ๆ ข้อมือของนางถูกเชือกบาดจนขึ้นรอยแดงดวงตาเมล็ดซิ่งของนางกวาดมองสำรวจไปทั่วกระท่อมร้าง นางตื่นขึ้นมาได้สักครู่แล้ว แต่ก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดในระยะใกล้เลย นั่นจึงทำให้นางเบาใจขึ้นไม่น้อยอีกทั้งคำพูดของโจรลักพาตัวที่ดังขึ้น ก่อนที่นางจะหมดสติไป นั่นยิ่งทำให้ตี๋ลี่เสวี่ยมั่นใจว่าการลักพาตัวนางในครั้งนี้นั้นมีเงื่อนงำอำพราง และสิ่งที่พวกนั้นต้องการมากที่สุด ไม่ใช่นาง… แต่เป็นหลิงอวิ๋นฟานหรือลู่หมิงเซวียนต่างหาก!ปัง!บานประตูไม้ถูกถีบออกอย่างแรงจนกระเด็นหลุดจากบานพับ ร่างสูงสง่าของหลิงอวิ๋นฟานปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝุ่นคลุ้ง ดาบคมในมือของเขาสะท้อนแสงจันทร์วาวโรจน์ แววตาที่เคยอบอุ่นบัดนี้เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนที่แตะต้องฮูหยินของเขา“ปล่อยนางซะ! ถ้าไม่อยากให้ที่นี่กลายเป็นสุสานของพวกเจ้า!” เสียงเข้มตวาดก้องตี๋ลี่เสวี่ยที่นั่งกะพริบตาปริบ ๆ “...”ท่านพี่... ที่นี่มีข้าเพียงคนเดีย
เสียงเรียกของสวีซื่อดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท สัมผัสอุ่นจากมือมารดาของสามีที่บีบแขนนางไว้ คือสิ่งที่ดึงสติของตี๋ลี่เสวี่ยให้กลับมาจากนรกในอดีตตี๋ลี่เสวี่ยสะดุ้งเฮือก พลางกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด รสเค็มปร่าของเลือดในปากช่วยให้นางหลุดจากภวังค์ได้ชั่วคราว เรียวปากบางหอบลมหายใจเข้าไปเต็มปอด จึงได้สติกลับมาตี๋ลี่เสวี่ยรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ ทั้งนางและสวีซื่อจะได้กลายเป็นศพเหมือนคนในขบวนค้าม้านั้นเป็นแน่!นางเหลือบเห็นถุงหอมที่บรรจุสมุนไพรกลิ่นฉุนจัด ซึ่งนางพกไว้ไล่แมลง และตลับทองคำขนาดเล็กที่ใส่แป้งประทินผิวราคาแพงของสวีซื่อ“ท่านแม่... ฟังข้า” นางกระซิบเสียงสั่น แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด “ข้าจะล่อพวกมันไปทางนั้น ท่านต้องสั่งคนขับให้ควบม้าไปโดยไม่หันกลับมามอง”“ไม่! เสวี่ยเอ๋อร์ อย่าทำแบบนี้!” สวีซื่อร้องห้าม พลางยื้อยุดร่างบางไว้แน่น นี่คือชายาสุดที่รักของบุตรชายของนางนะ! “หากจะล่อ แม่จะล่อพวกมันไปเอง!”ตี๋ลี่เสวี่ยออกแรงรั้งแขนของแม่สามีไว้แน่น “ท่านแม่! ข้าเป็นคนเมืองหลวง หนทางแถวนี้ข
“แม่ได้ยินจากอาฟานมาว่าเพราะเขามาสักการะขอพรที่วัดหลิงจี้ จึงได้เจอกับพระอาจารย์ชิงเต๋อ และท่านพระอาจารย์ก็ได้แนะนำเขาว่าต้องหาแม่นางสองชะตาอย่างเจ้า จึงจะสามารถแก้คำสาปร้ายที่ติดตัวเขาได้” สวีซื่อเอ่ยขึ้นบนรถม้าคันหรูที่ประทับตราของหอเสื้อหว่านเยว่โหลว“พระอาจารย์ชิงเต๋อช่างน่าเลื่อมใสนัก เพียงแค่เห็นอาฟานก็สามารถมองเห็นคำสาปร้ายที่ติดตัวเขาได้ อีกทั้งยังแนะนำวิธีถอนคำสาปได้อีกด้วย” สวีซื่อเอื้อมมือมาตบมือของตี๋ลี่เสวี่ยเบา ๆ “จึงต้องลำบากเจ้าแล้วที่ต้องมาวัดหลิงจี้กับแม่”ตี๋ลี่เสวี่ยยิ้มจาง “มิได้ลำบากเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่…”หลังจากที่หลิงอวิ๋นฟานเล่าเรื่องการถอนคำสาปให้หลิงจิ่นหัวและสวีซื่อฟัง สวีซื่อก็เกิดความเลื่อมใสในพระอาจารย์ชิงเต๋อเป็นอย่างมาก จึงได้รบเร้าให้หลิงอวิ๋นฟานพานางมาสักการะขอพรที่วัดหลิงจี้ให้จงได้แต่เมื่อถึงวันที่พวกเขานัดกันจะมาที่วัดหลิงจี้แล้ว ทางหอเสื้อหว่านเยว่โหลวก็เกิดเหตุลูกค้าไม่พึงพอใจ นำสินค้าที่มีตำหนิมาคืน พร้อมเรียกร้องความรับผิดชอบจากหอเสื้อ ทำให้หลิงอวิ๋นฟานต้องแยกต
“หลานชายของอันติ้งโหวหรือ?” ฟางจ้าวหยางทวนความทรงจำ “ข้าจำได้ว่าวันที่จวนอันติ้งโหวถูกฆ่าล้างยกครัวน่าจะเป็นวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของหลานชายของอันติ้งโหว รู้สึกจะชื่อ... ลู่หมิงเซวียน”“ลู่หมิงเซวียน...” ฟางไท่เฟยทวนคำตามน้องชาย “ดี! รู้ตัวแบบนี้แล้ว ค่อยตามฆ่าได้ง่ายหน่อย!”“แล้วพี่หญิงจะไปตามหาตัวลู่หมิงเซวียนได้จากที่ใดเล่าขอรับ?”ฟางไท่เฟยเหลือบตามองหน้าน้องชายอย่างระอา “เหตุใดเจ้าจึงมีความจำดี ถึงขั้นจำชื่อหลานชายของอันติ้งโหวได้ แต่กลับไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป?”ฟางจ้าวหยาง “...”เอ้า! พี่หญิง!ความจำก็ส่วนความจำสิขอรับ แล้วท่านจะมาแขวะความคิดวิเคราะห์ของข้าด้วยเหตุใดเล่า!?“จากที่เจ้าบอกว่าคืนที่เกิดเหตุคือวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของลู่หมิงเซวียน...” ฟางไท่เฟยจิกนิ้วคำนวณ “ยามนี้ เขาก็คงจะมีอายุราว ๆ สิบเก้าหรือยี่สิบปี...”ฟางจ้าวหยางล้วงหยิบแผ่นรายชื่อผู้ที่ประมูลสมบัติของจวนอันติ้งโหวออกมาวางอีกครั้ง“ห
“พะ... พี่หญิง! พี่หญิงหมายความว่า... ฝะ... ฝ่าบาทคือหลานของข้าอย่างนั้นหรือ!? โอ๊ย!” ฟางจ้าวหยางถามเสียงตะกุกตะกัก ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อถูกฟางไท่เฟยเขวี้ยงถ้วยชาใส่ ดวงเนตรถลึงมองเป็นเชิงดุดันและตักเตือนไม่ให้เขากล่าววาจาพล่อย ๆ ออกมาอีกแม้ว่าฟางจ้าวหยางจะตกอกตกใจไม่น้อยกับความจริงที่ได้ยิน หากแต่ความฉลาดของเขาก็สามารถเข้าใจทุกอย่างได้ในทันที“อ่า... ข้าพอจะเข้าใจแล้ว คราแรก ข้ายังนึกสงสัยว่าเหตุใดท่านพ่อและพี่หญิงจึงได้เอ็นดูฝ่าบาทนัก ตั้งแต่ยามที่ยังเป็นไท่จื่ออยู่เลย อีกทั้งพี่หญิงยังดูไม่ทุกข์ร้อนหรือดิ้นรนที่จะตั้งครรภ์โอรสองค์ใหม่เลย... ที่แท้...” ฟางจ้าวหยางลากเสียง ก่อนจะหยุดลง เมื่อเห็นพี่สาวยังคงถลึงตามองไม่หยุด “อะแฮ่ม! ละ... แล้วเราจะทำเช่นไรต่อดีเล่า?”ฟางจ้าวหยางเข้าใจถึงความเดือดเนื้อร้อนใจของพี่สาวขึ้นมาบ้างแล้วหากฮ่องเต้ไท่ผิงเป็นโอรสแท้ ๆ ของฟางไท่เฟยที่เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูและภายใต้นามโอรสของเย่ไทเฮาจริง นี่คือความลับที่ไม่อาจให้เย่ไทเฮารู้ได้โดยเด็ดขาด!อีกทั้งยามนี้ ฮ่องเต้หงเทียน ฮ่อ
“คุณหนูรองเจิ่งต้องการชุดสำหรับสวมใส่ในงานเทศกาลโคมไฟในคืนนี้หรือ?” หลิงอวิ๋นฟานยกแขนขึ้นมากอดอก พลางยกมือซ้ายขึ้นมาลูบคางอย่างครุ่นคิดชายแขนเสื้อจึงตกลงมา เผยให้เห็นผ้าพันแผลสีขาวบนท่อนแขนของเขาคุณชายหลิงได้รับบาดเจ็บมาหรือ? ที่แขนซ้าย… เหมือนเด็กน้อยเมื่อคืนเล
แต่คนที่หลิงอวิ๋นฟานคิดว่าจะตรงดิ่งกลับจวนเหรินอี้โหว กลับสั่งให้อาเถี่ยพานางไปแวะโรงน้ำชาปี้หลัวชุน ซึ่งเป็นโรงน้ำชาอันดับหนึ่งของเมืองหลวงที่มีขนมอร่อยและน้ำชาชั้นดีละมุนลิ้นด้วยยามปกติ เจิ่งเสวี่ยอิ๋งและตี๋ลี่เสวี่ยไม่มีทางได้เยื้องกรายเข้ามา หรือลิ้มรสของอร่อยเลยแม้แต่น้อย แต่มาถึงวัน
ตี๋ลี่เสวี่ยสะดุ้งสุดตัว เมื่อจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลังของตนเอง จนนางต้องรีบหันหลังกลับไปมอง จึงได้เห็นบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณขาวสะอาดราวหยกที่ได้รับการเจียระไนรูปหน้าเรียวยาวได้รูป คิ้วเรียวโก่งพาดรับกับจมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบที่ประดับด้วยรอยยิ้
หวังซื่อหลันได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รอช้า เขารีบวางกล่องไม้ลงบนโต๊ะ สองมือประคองปิ่นปักผมขึ้นประดับมวยผมของตี๋ลี่เสวี่ยอย่างบรรจง ปลายปิ่นที่มีพู่ไหมแดงห้อยระย้าคลอเคลียไปกับใบหน้าหวานละมุน ยิ่งขับให้ดวงหน้าของนางงดงามมากยิ่งขึ้น “คุณหนูรองช่างงามนัก...”“คุณชายหวังชมเกินไปแล้







