เข้าสู่ระบบเมื่อพลังงานลี้ลับแห่งม่านสีทองอร่ามของโดมแห่งการสารภาพบาปเริ่มเสื่อมถอยและค่อยๆ จางหายไปในอากาศธ
ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างหน้าหุบเขาผีเสื้อดับที่เคยคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความตึงเครียดระดับหม้อต้มความดันระเบิด บัดนี้บรรยากาศกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างปาฏิหาริย์ประดุจมีใครกดปุ่มเปลี่ยนช่องโทรทัศน์จากหนังสงครามเลือดสาดมาเป็นสารคดีท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม ฝุ่นควันสีเหลืองหม่นที่เคยตลบอบอวลจากการควบตะบึงของกองทัพม้าเหล็กซีหยางนับแสนนายค่อยๆ จางลงตามทิศทางลม ทิ้งไว้เพียงรอยกีบม้านับล้านรอยที่บดขยี้ผืนดินจนแน่นปึ้กประดุจพื้นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นดีเสียงกีบม้าที่เคยดังสนั่นหวั่นไหวประดุจฟ้าร้องต่อเนื่อง บัดนี้ค่อยๆ แผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงเสียงสายลมหวีดหวิวที่พัดผ่านซอกหิน สงครามใหญ่ที่ควรจะเป็นจุดจบของแคว้นต้าจงและจุดจบของชีวิตฮ่องเต้หนุ่ม กลับถูกยุติลงอย่างสิ้นซากโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อเพิ่มแม้แต่หยดเดียว (ยกเว้นเหงื่อของแม่ทัพทั่วป๋าที่ไหลจนท่วมเกราะเพราะกลัวล้มละลาย) ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะสตรีเพียงนางเดียวที่นั่งไขว่ห้างจิบชาเกรดพรีเมียมอยู่กลางสมรภูมิฉินจื่อเสวียน ฮ่องเต้ผู้สะบักสะบอมที่ชุดเกราะทองคำมีรอยบุบเบี้ยวประดุจกระป๋องน้ำอัดลมโดนเหยียบ และ ไ
ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมหุบเขาผีเสื้อดับราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียงธรรมชาติ แสงสีทองจากสัญญาสัมบูรณ์ยังคงกรุ่นอยู่ในอากาศเป็นละอองระยิบระยับประดุจกากเพชรในงานปาร์ตี้ไฮโซที่หรูหราที่สุดในใต้หล้า แม่ทัพทั่วป๋า ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความดุดันและป่าเถื่อน บัดนี้กลับมีท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับถูกถอดปลั๊กจากโหมดฆาตกรต่อเนื่องแล้วเสียบปลั๊กเข้าโหมดนักลงทุนระดับวีไอพีแทน เขาเหลือบมองมือที่เพิ่งเชคแฮนด์กับไป๋ลี่ถิงด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างประหลาด ความอบอุ่นจากผลกำไรที่นางหยิบยื่นให้นั้นมันช่างซึมลึกเข้าไปถึงกระดูกดำเสียยิ่งกว่าการดื่มสุราหมักร้อยปีทั่วป๋าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จนเกราะอกขยายตัวดัง เอี๊ยด เขาเหลือบมองไป๋ลี่ถิงที่ยังคงนั่งไขว่ห้างจิบชาด้วยท่าทางกวนประสาทขั้นเทพ พระนางขยิบตาให้เขาหนึ่งทีพร้อมกับทำท่าโอเคด้วยนิ้วเรียวสวย ส่งผลให้ทั่วป๋ารู้สึกมั่นใจในพอร์ตการลงทุนใหม่ของเขาอย่างเต็มเปี่ยมเขาหันหลังกลับอย่างเฉียบพลัน ผ้าคลุมสีแดงเพลิงสะบัดพลิ้วตามแรงเหวี่ยงประดุจนางเอกหนังกำลังภายในก้าวออกจากฉาก ทั่วป๋าเดินดุ่มๆ กลับไปที่ม้าศึกอัสนีมื
บรรยากาศเหนือหุบเขาผีเสื้อดับในยามนี้ช่างเป็นสภาวะที่กวนประสาทสายตาชาวโลกยิ่งนัก ท้องฟ้าที่เคยปกคลุมด้วยเมฆหมอกแห่งสงครามพลันเปิดโล่งราวกับจะเปิดทางให้แสงสีเงินจากตัวของไป๋ลี่ถิง ได้ส่องประกายอวดความรวยระดับจักรวาลได้อย่างเต็มที่ บนยอดหน้าผาและตามแนวร่องเขา ทหารม้าเหล็กซีหยางนับแสนนายต่างยืนแข็งทื่อประดุจรูปปั้นหินที่ลืมทาจาระบี ทุกคนกลั้นหายใจจนหน้าดำหน้าแดงเพื่อเฝ้าดูจังหวะชี้ชะตาที่โต๊ะน้ำชาไม้หอมแกะสลักกลางลานกว้างแม่ทัพทั่วป๋า ผู้มีร่างกายกำยำประดุจหมีควายในเกราะเหล็ก ทรุดกายนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเพลิง ใบหน้าของเขาที่เคยถมึงทึงดุดัน บัดนี้กลับดูว่างเปล่าและหม่นหมองประดุจคนเพิ่งรู้ตัวว่าโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินจนหมดบัญชี นิมิตแห่งความล่มสลายทางเศรษฐกิจที่ไป๋ลี่ถิงเพิ่ง "ฉาย" ให้ดูเมื่อครู่ยังคงหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาทของเขาอย่างรุนแรงประดุจเสียงไซเรนรถหวอทั่วป๋าก้มมองกริชสั้นที่ร่วงหล่นอยู่แทบเท้า และมองดาบคู่กายที่เลื่องชื่อว่าเด็ดหัวแม่ทัพมานั
บรรยากาศเหนือยอดเขาที่ซึ่งโต๊ะน้ำชาไม้หอมตั้งตระหง่านอยู่นั้น ดูราวกับจะหยุดนิ่งไปชั่วกัลปาวสาน ลมภูเขาที่เคยพัดหวีดหวิวแผ่วเบาลงจนเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเพลงร็อกของทหารนับแสนที่เฝ้ามองดูเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ ไป๋ลี่ถิง ในรูปลักษณ์เทพเจ้าแห่งการปิดการขายผู้มีออร่าแพลตตินัมสว่างไสว ประคองปากขนนกทองคำที่ส่วนปลายฝังเพชรน้ำเอกส่งมอบให้แก่ แม่ทัพทั่วป๋า ด้วยท่วงท่าที่ดูสง่างามทว่ากวนประสาทอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ รอยยิ้มของพระนางในยามนี้คือรอยยิ้มของผู้ที่รู้ว่าชัยชนะนั้นถูกรูดบัตรเครดิตล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้วแม่ทัพทั่วป๋าจ้องมองปากกาด้ามนั้นประดุจมันคือวัตถุอันตรายจากต่างดาว มือที่หยาบกร้านจากการกุมดาบสังหารคนมานับไม่ถ้วนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปราวกับจะแตะต้องเปลวไฟ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับตัวด้ามทองคำที่เย็นเยียบทว่าแฝงไปด้วยพลังงานประหลาด เสียงดัง วิ้ง! กึกก้องขึ้นในโสตประสาทของเขาประดุจเสียงกระดิ่งทองคำนับหมื่นใบถูกสั่นพร้อมกันพลังของสัญญาสัมบูรณ์ทำงานทันทีโดยไม่รอให้เขาจรดหมึก แสงสีทองจากม้วนกระดาษบนโต๊ะพุ่งวาบเข้าสู่ร่างก
ท่ามกลางบรรยากาศที่ความกดดันพุ่งสูงจนมวลอากาศรอบหุบเขาผีเสื้อดับดูเหมือนจะข้นคลักเป็นเนื้อเจลลี่ แสงสีเงินยวงที่อาบชโลมร่างของไป๋ลี่ถิงยังคงส่องสว่างนวลตาประดุจหลอดไฟแอลอีดีรุ่นประหยัดไฟเบอร์ห้าที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล รัศมีแห่งความมั่งคั่งนี้แผ่ซ่านออกมาจนแม่ทัพทั่วป๋าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องหดคอหนีประดุจลูกสุนัขที่เพิ่งโดนเจ้าของดุเรื่องแอบฉี่ใส่พรมราคาแพง ไป๋ลี่ถิงขยับแว่นตากรอบทอง ที่บัดนี้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมงกุฎรัดเกล้าเทพเจ้า พระนางกระแอมไอเบาๆ หนึ่งครั้งเพื่อให้ลำคอโล่งก่อนจะปล่อยหมัดเด็ดทางการตลาดที่โลกต้องจารึก"แม่ทัพทั่วป๋า... ฟังข้าให้ดี" ไป๋ลี่ถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลทว่ากวนประสาทถึงสรวงสวรรค์ พระนางโน้มตัวไปข้างหน้าจนรัศมีสีทองส่องสว่างวาบใส่ตาแม่ทัพยักษ์"ในฐานะที่ข้าเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขายที่เพิ่งจุติสดๆ ร้อนๆ ข้าขอเสนอโปรโมชั่นสุดช็อกโลกที่ไม่มีในโบชัวร์ไหนๆ... ข้าขอเสนอขายความพ่ายแพ้ให้ท่านในราคาพิเศษสุดๆ ไปเลย!"ความเงียบงันพุ่งเข้าปกคลุมโต๊ะน้ำชาทันทีที่สิ้นคำพูดของพระนาง ประดุจมีใครกดปุ่มปิดเสียงคนทั้งสมรภูมิ
บรรยากาศ ณ ใจกลางหุบเขาผีเสื้อดับในยามนี้ช่างหมิ่นเหม่ประดุจการยืนทรงตัวบนเส้นลวดหนามที่ทาน้ำมันพราย แสงแดดยามอัสดงพาดผ่านยอดเขาสูงชันสาดส่องลงมากระทบรัศมีสีแพลตตินัมรอบกาย ไป๋ลี่ถิง ทำให้ภาพของฮองเฮาสาวผู้จุติเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขายดูเจิดจ้ายิ่งกว่าสปอตไลต์ในสนามกีฬาแห่งชาติ ทว่าตรงข้ามกับความสง่างามของพระนาง แม่ทัพทั่วป๋า กลับนั่งหอบหายใจรุนแรงจนเกราะหน้าอกขยับขึ้นลงประดุจลูกสูบเครื่องยนต์ที่กำลังจะระเบิด ใบหน้าของเขาแดงซ่านสลับซีดเผือดด้วยความสับสนทางตรรกะและตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ที่พระนางเพิ่งจะประเคนใส่หัวเขาไปชุดใหญ่"เจ้า... นังแม่ค้าจอมมาร!" ทั่วป๋ากัดฟันกรอดจนเสียงดัง กึก เขามองดูภาพกราฟหนี้สินที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นปนหวาดกลัว แม้สมองส่วนหน้าจะเริ่มประมวลผลได้แล้วว่าสิ่งที่ไป๋ลี่ถิงพูดนั้นคือความจริงอันโหดร้ายระดับประเมินความเสี่ยงล้มละลาย แต่ศักดิ์ศรีนักรบที่ถูกปลูกฝังมานานกว่าสามสิบปีมันกลับค้ำคอเขาไว้แน่นยิ่งกว่าเนกไทเบอร์เล็กพิเศษ"ถึงกระนั้น... ข้าก็ถอยไม่ได้!" ทั่วป๋าคำรามพลางทุบมือลงบนพนักเก้าอี้กำมะหยี่นุ่มๆ
แสงแดดอุ่นยามสายเริ่มสาดส่องลงมากระทบหลังคาเรือนหลักที่เต็มไปด้วยรอยแตกและตะไคร่น้ำ บรรยากาศเงียบสงบอันแสนจะหดหู่ของเรือนฮูหยินเอกถูกทำลายลงอย่างย่อยยับด้วยเสียงหัวเราะแหลมปรี๊ดที่ดังกังวานมาตั้งแต่หน้าประตูจวน เสียงนั้นแหลมสูงจนคล้ายกับนกแก้วที่กำลังถูกบีบคอ มันบาดแก้วหูเสียจนฝุ่นที่เกาะอยู่ตามขื่
แสงแดดรำไรยามสายสาดส่องผ่านช่องโหว่บนหลังคากระเบื้องที่แตกบิ่น ร่างบางของไป๋ลี่ถิงในชุดกระโปรงสีเทาหม่นหมองที่ซักจนเนื้อผ้าบางเฉียบก้าวเท้าข้ามธรณีประตูห้องนอนของตนเองอย่างระมัดระวัง นางใช้มือดันบานประตูไม้ที่ผุพังเบาๆ ทว่าเสียงดังกึกกักราวกับกระดูกคนแก่ลั่นก็ดังสะท้านไปทั่วบริเวณ ก่อนที่บานประตูข้
แสงแดดเจิดจ้าของยามบ่ายสาดส่องลงมาตกกระทบใบหน้าของจูน หญิงสาวผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจในชุดสูทสีแดงเพลิงที่ตัดเย็บมาอย่างประณีตเข้ารูป รอยยิ้มกว้างขวางประดับอยู่บนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสด ส้นรองเท้าแหลมปรี๊ดของเธอกระทบกับพื้นทางเดินหินอ่อนหน้าอาคารสำนักงานใหญ่เกิดเป็นเสียงดังก้องกังวา
ไป๋ลี่ถิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ขยับตัว สองมือของนางกุมขมับแน่น ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์เมื่อวานนี้ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำจากการอดนอนตลอดทั้งคืน สมองอันปราดเปรื่องของยอดนักขายมือทองระดับพระกาฬกำลังทำงานอย่างหนักหน่วงประดุจกงล้อ







