แชร์

ตอนที่ 3 สกิลเจรจาขั้นเทพ

ผู้เขียน: ยอดกวีสี่ฤดู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-25 00:46:17

แสงแดดอุ่นยามสายเริ่มสาดส่องลงมากระทบหลังคาเรือนหลักที่เต็มไปด้วยรอยแตกและตะไคร่น้ำ บรรยากาศเงียบสงบอันแสนจะหดหู่ของเรือนฮูหยินเอกถูกทำลายลงอย่างย่อยยับด้วยเสียงหัวเราะแหลมปรี๊ดที่ดังกังวานมาตั้งแต่หน้าประตูจวน เสียงนั้นแหลมสูงจนคล้ายกับนกแก้วที่กำลังถูกบีบคอ มันบาดแก้วหูเสียจนฝุ่นที่เกาะอยู่ตามขื่อคานถึงกับร่วงกราวลงมาบนพื้นกระดานไม้ ไป๋ลี่ถิงซึ่งกำลังนั่งเช็ดผมที่เพิ่งสระเสร็จอยู่หลังฉากกั้นในห้องนอนถึงกับชะงักมือ นางขมวดคิ้วเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม ความรู้สึกหงุดหงิดก่อตัวขึ้นในอกอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณยอดนักขายของนางร้องเตือนว่ากำลังมีตัวปัญหาเดินขบวนเข้ามาหาถึงที่

ผู้ที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตเรือนหลักด้วยท่วงท่ากรีดกรายราวกับนางพญาเหยียบเมฆาคือ อนุหมิน มารดาบังเกิดเกล้าของไป๋ลี่ชาน พี่หญิงรองจอมฉกคู่หมั้นนั่นเอง สตรีวัยกลางคนผู้นี้สวมชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูบานเย็นที่สะท้อนแสงแดดจนแสบตา บนศีรษะประดับประดาไปด้วยปิ่นทองคำรูปนกยูงรำแพนหางที่สั่นไหวไปมาตามจังหวะการเดิน ซ้ำยังปักปิ่นมุกและปิ่นหยกจนแทบจะไม่มีพื้นที่ว่างบนเส้นผม กลิ่นเครื่องหอมราคาแพงที่ฉุนจัดจนชวนให้คลื่นเหียนอาเจียนลอยฟุ้งกระจายนำหน้ามาก่อนตัวเสียอีก เดินตามหลังนางมาติดๆ คือ อนุเจียว สตรีร่างท้วมที่สวมชุดสีเขียวสะท้อนแสงราวกับกบภูเขา ทั้งสองคนกรีดนิ้วกรีดกรายเดินเข้ามาในลานเรือนหลักด้วยสายตาที่กวาดมองความทรุดโทรมรอบด้านอย่างเหยียดหยาม

ฮูหยินใหญ่จวนเผิงกวงโหว หรือ ฮูหยินไป๋ มารดาผู้อ่อนแอของไป๋ลี่ถิง กำลังนั่งชุนเสื้อผ้าเก่าๆ อยู่บนตั่งไม้กลางห้องโถง เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายและเห็นร่างของอนุภรรยาทั้งสองเดินนวยนาดเข้ามา ฮูหยินไป๋ก็มีอาการสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือเข็มอยู่สั่นเทาจนเผลอทิ่มเข้าที่ปลายนิ้วของตนเอง เลือดสีแดงหยดเล็กๆ ซึมออกมา แต่นางกลับไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้องเจ็บปวด นางรีบลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน ค้อมหลังลงเล็กน้อยราวกับเป็นบ่าวไพร่ที่กำลังต้อนรับเจ้านาย ทั้งที่ตำแหน่งของนางคือภรรยาเอกผู้มีศักดิ์สูงสุดในเรือนหลังนี้

"แหม พี่หญิงใหญ่ วันนี้อากาศดีเสียจริง ข้ากับน้องเจียวเลยตั้งใจจะมาเยี่ยมเยียนท่านกับคุณหนูสามเสียหน่อย ได้ยินบ่าวไพร่เล่าลือกันให้แซ่ดว่าคุณหนูสามคิดสั้นผูกคอตายหนีอาย ข้าล่ะตกอกตกใจแทบแย่ รีบสวดมนต์ขอพรให้สวรรค์คุ้มครองนาง ไม่นึกเลยว่าสวรรค์จะยังมีตา ปล่อยให้นางรอดชีวิตกลับมาเผชิญหน้ากับความจริงได้อีกครั้ง ช่างน่าเวทนาเหลือเกินนะเจ้าคะ"

อนุหมินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยืดยานคาง มือขวาที่สวมปลอกเล็บทองคำยาวเฟื้อยยกขึ้นป้องปากทำทีเป็นหัวเราะเบาๆ แต่แววตาของนางกลับฉายชัดถึงความเยาะเย้ยถากถางอย่างไม่มีปิดบัง นางเดินตรงไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวที่ดูแข็งแรงที่สุดในห้องโถงโดยไม่ต้องรอให้ฮูหยินไป๋เอ่ยปากเชิญ อนุเจียวก็รีบเดินตามไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทันที พร้อมกับปรายตามองถ้วยชาเคลือบดินเผาบิ่นๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความขยะแขยง

"นั่นน่ะสิเจ้าคะ พี่หญิงใหญ่ ลูกสาวของท่านนี่ช่างใจเสาะเสียจริง โดนผู้ชายถอนหมั้นแค่นี้ถึงกับต้องไปผูกคอตาย ทำเอาชื่อเสียงของจวนเผิงกวงโหวเรามัวหมองไปหมด ท่านโหวรู้เรื่องเข้าก็เอาแต่ถอนหายใจ บ่นว่าท่านสั่งสอนลูกสาวอย่างไรถึงได้ไร้ยางอาย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัวเช่นนี้ หากนางตายไปจริงๆ คงจะดีกว่ามีชีวิตอยู่ให้ผู้คนหัวเราะเยาะนะเจ้าคะ"

อนุเจียวผสมโรงเสริมทัพทันที นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีฉูดฉาดขึ้นมาพัดวีไล่ความร้อนและไล่กลิ่นอับชื้นในห้องโถง พลางเบ้ปากจนมุมปากแทบจะไปจรดติ่งหู

ฮูหยินไป๋ยืนก้มหน้ามองปลายรองเท้าของตนเอง น้ำตาเม็ดโตเริ่มเอ่อคลอเบ้าตาทั้งสองข้าง นางเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด สองมือบีบเข้าหากันจนข้อต่อขาวซีด หัวใจของคนเป็นแม่เจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกเข็มเล่มเล็กๆ นับพันทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อได้ยินคำพูดกรีดแทงลูกสาวสุดที่รัก แต่นางก็ขี้ขลาดและอ่อนแอเกินกว่าจะกล้าปริปากโต้เถียง นางกลัวว่าหากทำให้อนุทั้งสองคนนี้ไม่พอใจ พวกนางจะนำเรื่องไปฟ้องร้องบิดาของไป๋ลี่ถิง แล้วความเดือดร้อนก็จะตกมาอยู่ที่นางและลูกสาวอีกตามเคย

"ข้า... ข้าขอโทษแทนถิงเอ๋อร์ด้วย ที่ทำให้น้องหมินกับน้องเจียวต้องมาลำบากใจและเดือดร้อนไปด้วย นางแค่ยังเด็กและคิดน้อยไปชั่วขณะ ตอนนี้นางรู้สำนึกแล้ว พวกเจ้าอย่าได้ถือสานางเลยนะ"

เสียงของฮูหยินไป๋สั่นเครือและเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม นางพยายามฝืนยิ้มแหยๆ ออกมาเพื่อประนีประนอม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูน่าเวทนายิ่งกว่าเดิม

"ยังเด็กอะไรกันเจ้าคะ อายุสิบห้าเข้าวัยปักปิ่นแล้ว สตรีบ้านอื่นเขารู้จักปรนนิบัติสามีกันหมดแล้ว มีแต่ลูกสาวของท่านนี่แหละที่ไม่ได้เรื่อง ไม่แปลกใจเลยที่คุณชายโหยวถึงได้เปลี่ยนใจมาหมั้นหมายกับชานเอ๋อร์ของข้าแทน ก็อย่างว่าแหละนะ ผู้ชายเขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง ชานเอ๋อร์ของข้าทั้งงดงาม อ่อนหวาน เก่งกาจงานเรือนทุกอย่าง ไม่เหมือนคุณหนูสามที่วันๆ เอาแต่นั่งหน้าเศร้าเหมือนศพเดินได้ ใครอยู่ด้วยก็มีแต่จะอับโชค"

อนุหมินเชิดหน้าขึ้นสูงด้วยความภาคภูมิใจเมื่อพูดถึงบุตรสาวของตนเอง นางจงใจเน้นย้ำคำว่าศพเดินได้และอับโชคให้กระแทกกระทั้นเข้าไปในโสตประสาทของฮูหยินไป๋อย่างจัง ฮูหยินไป๋ทนรับความกดดันไม่ไหว ทรุดตัวลงนั่งบนตั่งไม้แล้วยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างน่าสงสาร

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของไป๋ลี่ถิงที่ยืนแอบดูอยู่หลังฉากกั้นไม้ไผ่เก่าๆ มาตั้งแต่ต้น สองมือของนางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ฟันกรามบดเข้าหากันจนเกิดเสียงดังกึกๆ เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ ด้วยความโกรธจัดที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ยอดนักขายมือทองอย่างนางเคยเจอประธานบริษัทจอมเหวี่ยง ลูกค้าจอมงี่เง่า หรือคู่แข่งทางการค้าที่เล่นสกปรกมานักต่อนัก แต่นางไม่เคยยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางหรือคนของนางได้แม้แต่ปลายเล็บ ภาพของมารดาผู้ให้กำเนิดร่างนี้กำลังถูกสตรีชั้นต่ำสองคนรุมสับโขกสับราวกับหมูบนเขียง ทำให้อารมณ์ของนางเดือดพล่านประดุจน้ำปะทุจากภูเขาไฟ

ไป๋ลี่ถิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดแผ่นหลังที่เคยค่อมงอให้ตั้งตรงสง่างาม นางเปลี่ยนสีหน้าจากความโกรธเกรี้ยวเป็นใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มการค้าอันแสนเยือกเย็นและอันตราย รอยยิ้มที่พร้อมจะเชือดเฉือนคู่สนทนาให้ตายทั้งเป็นโดยไม่ต้องใช้มีด นางก้าวเท้าเดินออกจากหลังฉากกั้นด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและทรงพลัง เสียงรองเท้าผ้าฝ้ายกระทบพื้นกระดานไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดึงดูดสายตาของสตรีทั้งสามในห้องโถงให้หันมามองเป็นตาเดียว

"โอ้โห ข้าก็กะอยู่แล้วเชียวว่าวันนี้ทำไมท้องฟ้าถึงได้มืดครึ้มผิดปกติ ที่แท้ก็มีสัมภเวสีเร่ร่อนหอบเอาความอัปมงคลมาเยือนถึงเรือนหลักนี่เอง อาชิง ไปเตรียมน้ำมนต์กับกิ่งหลิวมาไล่เสนียดจัญไรเดี๋ยวนี้เลย"

น้ำเสียงของไป๋ลี่ถิงดังกังวานและใสกระจ่าง แต่เนื้อหาของประโยคนั้นกลับคมกริบประดุจใบมีดโกนที่ปาดผ่านลำคอโดยไม่ให้ตั้งตัว อาชิงที่ยืนหลบมุมอยู่ถึงกับสะดุ้งเฮือก อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปได้ นางไม่กล้าขยับตัวทำตามคำสั่ง ได้แต่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ

อนุหมินและอนุเจียวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พวกนางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำพูดหยาบคายและด่าทออย่างรุนแรงเช่นนี้หลุดออกมาจากปากของคุณหนูสามผู้แสนจะขี้ขลาดและเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้มาตลอดชีวิต อนุหมินผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ทันที ชี้นิ้วที่สวมปลอกเล็บทองคำสั่นระริกไปที่หน้าของไป๋ลี่ถิง

"นี่เจ้า เจ้าด่าใครว่าเป็นสัมภเวสี นังเด็กก้าวร้าว ไร้มารยาท มารดาเจ้าไม่สั่งสอนหรืออย่างไรถึงได้กล้ากำเริบเสิบสานกับผู้อาวุโสเช่นนี้ วันนี้ข้าในฐานะตัวแทนของท่านโหว จะต้องตบปากสั่งสอนเจ้าให้รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง"

อนุหมินตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด ใบหน้าที่พอกแป้งหนาเตอะจนขาววอกบัดนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ นางเงื้อมือขวาขึ้นสูงเตรียมจะฟาดลงบนใบหน้าของไป๋ลี่ถิงอย่างเต็มแรง ทว่าไป๋ลี่ถิงกลับไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือถอยหนีเลยแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แล้วยกมือซ้ายขึ้นมาปัดมือของอนุหมินทิ้งไปอย่างรวดเร็วและแรงจนอนุหมินถึงกับเซถลาไปชนขอบโต๊ะ

"ผู้อาวุโสงั้นหรือ ท่านเอาความมั่นหน้ามาจากส่วนไหนของร่างกายกัน อนุหมิน"

ไป๋ลี่ถิงก้าวประชิดตัวอนุหมิน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของอีกฝ่าย นางเริ่มใช้ทักษะการเจรจาข่มขวัญคู่แข่งแบบเซลส์มืออาชีพ น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล

"ในจวนเผิงกวงโหวแห่งนี้ ตำแหน่งสูงสุดคือท่านพ่อ รองลงมาคือฮูหยินเอกซึ่งก็คือมารดาของข้า ส่วนท่าน เป็นแค่อนุภรรยา เป็นแค่ของเล่นแก้ขัดที่ท่านพ่อซื้อมาประดับจวนเท่านั้น พูดให้เข้าใจง่ายๆ ตามภาษาคนมีการศึกษา ท่านก็คือสินค้าเกรดต่ำที่เป็นของแถมพ่วงมากับการซื้อข้าวสารกระสอบใหญ่ ไม่มีราคา ไม่มีคุณค่า ไม่มีสิทธิ์มีเสียงใดๆ ในการบริหารจัดการจวนแห่งนี้ การที่ท่านกล้าเดินเสนอหน้าเข้ามาในเรือนหลัก แล้วมานั่งบนเก้าอี้โดยที่นายหญิงใหญ่ยังไม่อนุญาต ซ้ำยังกล้าชี้นิ้วด่าทอสายเลือดภรรยาเอกอย่างข้า นี่ต่างหากที่เรียกว่าไร้มารยาทและไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง"

คำด่าทอที่ถูกร้อยเรียงมาอย่างมีหลักการและเหตุผลยาวเหยียดราวกับน้ำไหลไฟดับ ทำเอาอนุหมินและอนุเจียวถึงกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง พวกนางยืนอ้าปากพะงาบๆ พยายามจะหาคำพูดมาเถียงกลับ แต่สมองอันน้อยนิดกลับประมวลผลไม่ทัน ไม่เคยมีใครด่าพวกนางด้วยศัพท์แสงแปลกประหลาดแต่เจ็บแสบถึงทรวงเช่นนี้มาก่อน สินค้าเกรดต่ำคืออะไร ของแถมพ่วงมากับข้าวสารคือสิ่งใด พวกนางไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่ก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ามันคือคำด่าที่เหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นคนจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

"เจ้า... เจ้า... นังเด็กปากหมา เจ้ากล้าด่าข้าว่าเป็นของแถมงั้นหรือ ข้าจะไปฟ้องท่านโหว ข้าจะให้ท่านโหวลงหวายเจ้าจนตาย"

อนุหมินกรีดร้องเสียงแหลม กระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ น้ำตาแห่งความโกรธแค้นไหลอาบแก้ม ทำให้เครื่องสำอางราคาแพงที่ทาไว้ละลายกลายเป็นคราบสีดำน่าเกลียด

ไป๋ลี่ถิงแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ นางกอดอกมองสภาพอันน่าสมเพชของอนุหมินด้วยความสะใจอย่างยิ่ง

"เชิญเลย ไปฟ้องเลย ฟ้องให้ดังๆ ไปถึงหน้าประตูวังเลยยิ่งดี ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าชาวบ้านเมืองหลวงรู้ว่าท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่ ปล่อยให้อนุภรรยาชั้นต่ำเดินมากระทืบเท้าด่าทอฮูหยินเอกถึงในเรือนหลัก ชื่อเสียงของจวนเผิงกวงโหวจะเน่าเฟะไปถึงไหน ท่านพ่อคงจะได้รับความดีความชอบจนฮ่องเต้ต้องประทานป้ายทองคำสลักคำว่า บุรุษผู้หลบหลังกระโปรงเมียน้อย มาแขวนไว้หน้าจวนเป็นแน่แท้"

"กรี๊ดดดด เจ้า... เจ้ามันปีศาจ นังปีศาจร้าย"

อนุเจียวที่ทนฟังต่อไปไม่ไหว กรีดร้องออกมาสุดเสียง นางคว้าแขนของอนุหมินเอาไว้แน่น ใบหน้าอ้วนท้วนสั่นพับๆ ด้วยความหวาดกลัว

"พี่หมิน พวกเรากลับกันเถิด นังเด็กนี่มันผีเข้าชัดๆ ขืนอยู่ต่อพวกเราต้องถูกมันด่าจนกระอักเลือดตายแน่ๆ"

อนุหมินกัดริมฝีปากจนห้อเลือด นางจ้องหน้าไป๋ลี่ถิงด้วยสายตาอาฆาตแค้น แต่เมื่อเห็นแววตาดุดันและท่าทางที่พร้อมจะด่าทอสวนกลับมาได้ทุกเมื่อของอีกฝ่าย นางก็จำต้องกลืนก้อนความโกรธลงคอไปอย่างยากลำบาก นางสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงจนปิ่นบนศีรษะหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังแต๊ง

"ฝากไว้ก่อนเถิด นังเด็กบ้า วันนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน แต่คราวหน้าข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่"

พูดจบ อนุหมินและอนุเจียวก็รีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวหนีออกจากเรือนหลักไปอย่างรวดเร็วลุกลี้ลุกลน ท่าทางการเดินที่เคยกรีดกรายสง่างามบัดนี้หายไปสิ้น เหลือเพียงการวิ่งหนีตายที่สะเปะสะปะจนอนุเจียวสะดุดชายกระโปรงตัวเองล้มหน้าขมำลงไปกองกับพื้นดินหน้าลานเรือน อนุหมินต้องรีบหันกลับมาดึงแขนกระชากลากถูลูกน้องของตนออกไปให้พ้นจากสายตาอันน่าสะพรึงกลัวของคุณหนูสาม เสียงร้องโอดโอยของอนุเจียวดังแว่วห่างออกไปจนเงียบหายในที่สุด

ไป๋ลี่ถิงมองตามแผ่นหลังของศัตรูที่วิ่งหนีหางจุกตูดไปจนลับสายตา นางเป่าปากระบายลมหายใจออกมาเบาๆ พลางปัดมือทั้งสองข้างเข้าหากันราวกับเพิ่งจัดการเก็บกวาดขยะกองโตเสร็จสิ้น รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนมุมปาก การปิดการขายฉากแรกในการเคลียร์พนักงานที่มีทัศนคติเป็นพิษออกจากพื้นที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แม้จะยังไม่ได้กำจัดทิ้งอย่างถาวร แต่ก็ถือเป็นการตบหน้าสั่งสอนให้รู้ว่าใครคือเจ้านายตัวจริง

บรรยากาศภายในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันอย่างน่าประหลาด ฮูหยินไป๋ยังคงนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนตั่งไม้ ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้เบิกกว้างจ้องมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงของลูกสาวด้วยความตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ สมองของนางไม่สามารถทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ทัน เมื่อครู่นี้ลูกสาวที่แสนจะอ่อนแอและขี้อายของนาง เพิ่งจะด่ากราดอนุหมินผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ที่สุดในเรือนหลังจนเตลิดเปิดเปิงหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต ซ้ำยังใช้ถ้อยคำที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต ถ้อยคำที่คมคาย บาดลึก และเจ็บแสบจนผู้ฟังแทบกระอักเลือด นี่ใช่ถิงเอ๋อร์ลูกสาวของนางจริงๆ หรือ หรือว่าการแขวนคอตายเมื่อวานนี้จะทำให้วิญญาณของนักรบหญิงจากสวรรค์ชั้นฟ้าลงมาประทับร่างลูกสาวของนางเสียแล้ว

"ถิงเอ๋อร์... ลูก... ลูกทำอะไรลงไป เจ้าไปเอาคำพูดก้าวร้าวพวกนั้นมาจากไหนกัน หากพวกนางนำเรื่องนี้ไปฟ้องท่านพ่อของเจ้า เราสองแม่ลูกจะไม่มีแผ่นดินอยู่นะลูก"

ฮูหยินไป๋ละล่ำละลักถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความหวาดกลัวเริ่มกลับมาเกาะกุมจิตใจอีกครั้ง นางรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปจับมือลูกสาวเอาไว้แน่น สองมือของนางยังคงเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง

ไป๋ลี่ถิงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับมารดา นางก้มลงมองมือที่สั่นเทาของฮูหยินไป๋ ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างของตนเองกอบกุมมือของมารดาเอาไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของนางค่อยๆ แผ่ซ่านส่งผ่านไปยังมารดา แววตาที่เคยดุดันและเฉียบขาดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและหนักแน่นในคราวเดียวกัน

"ท่านแม่ ท่านฟังสติให้ดีและจงจำคำพูดของข้าไว้ให้ขึ้นใจ"

ไป๋ลี่ถิงบีบมือมารดาเบาๆ เพื่อเรียกสติ

"นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เรือนหลักแห่งนี้คือพื้นที่หวงห้ามระดับพรีเมียม เป็นเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ใดจะมาล่วงเกินหรือเหยียบย่ำไม่ได้อีกต่อไป ใครที่มันกล้าเดินเข้ามาพร้อมกับเจตนาร้าย ข้าจะด่ามันให้ลืมทางกลับเรือน ข้าจะเหยียบย้ำศักดิ์ศรีของพวกมันให้จมดินยิ่งกว่าที่พวกมันเคยทำกับเรา ท่านไม่ต้องกลัวบิดาผู้ขี้ขลาดของข้า ไม่ต้องกลัวอำนาจจอมปลอมของพวกอนุภรรยา ขอเพียงแค่ท่านยืนหยัดอยู่เคียงข้างข้า เชื่อมั่นในตัวข้า ข้าขอสัญญาด้วยชีวิตของข้าเลยว่า ข้าจะปกป้องท่าน จะทวงคืนเกียรติยศและศักดิ์ศรีของฮูหยินเอกกลับคืนมาให้ท่าน และจะทำให้ทุกคนที่เคยดูถูกเราต้องชดใช้กรรมอย่างสาสมที่สุด"

น้ำเสียงของไป๋ลี่ถิงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจและความมุ่งมั่นอย่างล้นเหลือ มันไม่ใช่คำปลอบโยนที่เลื่อนลอย แต่เป็นคำสัตย์ปฏิญาณของยอดนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ฮูหยินไป๋เงยหน้าขึ้นสบตากับลูกสาว แววตาที่เปล่งประกายเจิดจ้าของไป๋ลี่ถิงราวกับกองไฟที่ลุกโชนท่ามกลางความมืดมิด มันส่องสว่างและมอบความอบอุ่นให้กับหัวใจที่หนาวเหน็บและบอบช้ำของนางมาเนิ่นนาน

หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันใจเอ่อล้นออกมาจากหางตาของฮูหยินไป๋ แต่นางไม่ได้ร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจอีกต่อไปแล้ว แม้ว่านางจะยังคงรู้สึกหวาดกลัวกับความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของลูกสาว แม้ว่านางจะไม่เข้าใจศัพท์ประหลาดๆ ที่ลูกสาวพูดออกมาเลยสักคำ แต่วินาทีนี้ ลึกๆ ในใจของฮูหยินไป๋กลับสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยและความอุ่นใจอย่างประหลาด ความรู้สึกที่ว่ามีกำแพงเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมายืนขวางกั้นพายุร้ายเอาไว้เบื้องหน้า นางกระชับมือที่จับกับลูกสาวแน่นขึ้น พยักหน้าตอบรับช้าๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียวเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

"แม่... แม่เชื่อเจ้า ถิงเอ๋อร์ แม่จะเข้มแข็งเพื่อเจ้า"

ไป๋ลี่ถิงยิ้มกว้างออกมาอย่างพอใจ นางดึงร่างอันผอมบางของมารดาเข้ามากอดไว้หลวมๆ พลางคิดในใจอย่างหมายมาด แผนการขั้นต่อไปในการพลิกฟื้นบริษัทครอบครัวที่กำลังจะเจ๊งแห่งนี้ ได้ถูกกำหนดไว้ในหัวของยอดเซลส์สาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวรับแรงกระแทกไว้ให้ดีเถิด จวนเผิงกวงโหว การล้างไพ่ครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 440 นับเงินหมื่นล้าน

    ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างหน้าหุบเขาผีเสื้อดับที่เคยคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความตึงเครียดระดับหม้อต้มความดันระเบิด บัดนี้บรรยากาศกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างปาฏิหาริย์ประดุจมีใครกดปุ่มเปลี่ยนช่องโทรทัศน์จากหนังสงครามเลือดสาดมาเป็นสารคดีท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม ฝุ่นควันสีเหลืองหม่นที่เคยตลบอบอวลจากการควบตะบึงของกองทัพม้าเหล็กซีหยางนับแสนนายค่อยๆ จางลงตามทิศทางลม ทิ้งไว้เพียงรอยกีบม้านับล้านรอยที่บดขยี้ผืนดินจนแน่นปึ้กประดุจพื้นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นดีเสียงกีบม้าที่เคยดังสนั่นหวั่นไหวประดุจฟ้าร้องต่อเนื่อง บัดนี้ค่อยๆ แผ่วเบาลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงเสียงสายลมหวีดหวิวที่พัดผ่านซอกหิน สงครามใหญ่ที่ควรจะเป็นจุดจบของแคว้นต้าจงและจุดจบของชีวิตฮ่องเต้หนุ่ม กลับถูกยุติลงอย่างสิ้นซากโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อเพิ่มแม้แต่หยดเดียว (ยกเว้นเหงื่อของแม่ทัพทั่วป๋าที่ไหลจนท่วมเกราะเพราะกลัวล้มละลาย) ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงเพราะสตรีเพียงนางเดียวที่นั่งไขว่ห้างจิบชาเกรดพรีเมียมอยู่กลางสมรภูมิฉินจื่อเสวียน ฮ่องเต้ผู้สะบักสะบอมที่ชุดเกราะทองคำมีรอยบุบเบี้ยวประดุจกระป๋องน้ำอัดลมโดนเหยียบ และ ไ

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 439 ล้างสมองด้วยงบประมาณแผ่นดิน

    ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมหุบเขาผีเสื้อดับราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียงธรรมชาติ แสงสีทองจากสัญญาสัมบูรณ์ยังคงกรุ่นอยู่ในอากาศเป็นละอองระยิบระยับประดุจกากเพชรในงานปาร์ตี้ไฮโซที่หรูหราที่สุดในใต้หล้า แม่ทัพทั่วป๋า ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความดุดันและป่าเถื่อน บัดนี้กลับมีท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับถูกถอดปลั๊กจากโหมดฆาตกรต่อเนื่องแล้วเสียบปลั๊กเข้าโหมดนักลงทุนระดับวีไอพีแทน เขาเหลือบมองมือที่เพิ่งเชคแฮนด์กับไป๋ลี่ถิงด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างประหลาด ความอบอุ่นจากผลกำไรที่นางหยิบยื่นให้นั้นมันช่างซึมลึกเข้าไปถึงกระดูกดำเสียยิ่งกว่าการดื่มสุราหมักร้อยปีทั่วป๋าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จนเกราะอกขยายตัวดัง เอี๊ยด เขาเหลือบมองไป๋ลี่ถิงที่ยังคงนั่งไขว่ห้างจิบชาด้วยท่าทางกวนประสาทขั้นเทพ พระนางขยิบตาให้เขาหนึ่งทีพร้อมกับทำท่าโอเคด้วยนิ้วเรียวสวย ส่งผลให้ทั่วป๋ารู้สึกมั่นใจในพอร์ตการลงทุนใหม่ของเขาอย่างเต็มเปี่ยมเขาหันหลังกลับอย่างเฉียบพลัน ผ้าคลุมสีแดงเพลิงสะบัดพลิ้วตามแรงเหวี่ยงประดุจนางเอกหนังกำลังภายในก้าวออกจากฉาก ทั่วป๋าเดินดุ่มๆ กลับไปที่ม้าศึกอัสนีมื

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 438 ปิดดีลสยบม้าเหล็ก

    บรรยากาศเหนือหุบเขาผีเสื้อดับในยามนี้ช่างเป็นสภาวะที่กวนประสาทสายตาชาวโลกยิ่งนัก ท้องฟ้าที่เคยปกคลุมด้วยเมฆหมอกแห่งสงครามพลันเปิดโล่งราวกับจะเปิดทางให้แสงสีเงินจากตัวของไป๋ลี่ถิง ได้ส่องประกายอวดความรวยระดับจักรวาลได้อย่างเต็มที่ บนยอดหน้าผาและตามแนวร่องเขา ทหารม้าเหล็กซีหยางนับแสนนายต่างยืนแข็งทื่อประดุจรูปปั้นหินที่ลืมทาจาระบี ทุกคนกลั้นหายใจจนหน้าดำหน้าแดงเพื่อเฝ้าดูจังหวะชี้ชะตาที่โต๊ะน้ำชาไม้หอมแกะสลักกลางลานกว้างแม่ทัพทั่วป๋า ผู้มีร่างกายกำยำประดุจหมีควายในเกราะเหล็ก ทรุดกายนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเพลิง ใบหน้าของเขาที่เคยถมึงทึงดุดัน บัดนี้กลับดูว่างเปล่าและหม่นหมองประดุจคนเพิ่งรู้ตัวว่าโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินจนหมดบัญชี นิมิตแห่งความล่มสลายทางเศรษฐกิจที่ไป๋ลี่ถิงเพิ่ง "ฉาย" ให้ดูเมื่อครู่ยังคงหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาทของเขาอย่างรุนแรงประดุจเสียงไซเรนรถหวอทั่วป๋าก้มมองกริชสั้นที่ร่วงหล่นอยู่แทบเท้า และมองดาบคู่กายที่เลื่องชื่อว่าเด็ดหัวแม่ทัพมานั

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 437 นิมิตแห่งกำไร

    บรรยากาศเหนือยอดเขาที่ซึ่งโต๊ะน้ำชาไม้หอมตั้งตระหง่านอยู่นั้น ดูราวกับจะหยุดนิ่งไปชั่วกัลปาวสาน ลมภูเขาที่เคยพัดหวีดหวิวแผ่วเบาลงจนเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเพลงร็อกของทหารนับแสนที่เฝ้ามองดูเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ ไป๋ลี่ถิง ในรูปลักษณ์เทพเจ้าแห่งการปิดการขายผู้มีออร่าแพลตตินัมสว่างไสว ประคองปากขนนกทองคำที่ส่วนปลายฝังเพชรน้ำเอกส่งมอบให้แก่ แม่ทัพทั่วป๋า ด้วยท่วงท่าที่ดูสง่างามทว่ากวนประสาทอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ รอยยิ้มของพระนางในยามนี้คือรอยยิ้มของผู้ที่รู้ว่าชัยชนะนั้นถูกรูดบัตรเครดิตล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้วแม่ทัพทั่วป๋าจ้องมองปากกาด้ามนั้นประดุจมันคือวัตถุอันตรายจากต่างดาว มือที่หยาบกร้านจากการกุมดาบสังหารคนมานับไม่ถ้วนสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปราวกับจะแตะต้องเปลวไฟ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับตัวด้ามทองคำที่เย็นเยียบทว่าแฝงไปด้วยพลังงานประหลาด เสียงดัง วิ้ง! กึกก้องขึ้นในโสตประสาทของเขาประดุจเสียงกระดิ่งทองคำนับหมื่นใบถูกสั่นพร้อมกันพลังของสัญญาสัมบูรณ์ทำงานทันทีโดยไม่รอให้เขาจรดหมึก แสงสีทองจากม้วนกระดาษบนโต๊ะพุ่งวาบเข้าสู่ร่างก

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 436 การเซ็นสัญญาจ้างงานที่แพงที่สุด

    ท่ามกลางบรรยากาศที่ความกดดันพุ่งสูงจนมวลอากาศรอบหุบเขาผีเสื้อดับดูเหมือนจะข้นคลักเป็นเนื้อเจลลี่ แสงสีเงินยวงที่อาบชโลมร่างของไป๋ลี่ถิงยังคงส่องสว่างนวลตาประดุจหลอดไฟแอลอีดีรุ่นประหยัดไฟเบอร์ห้าที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล รัศมีแห่งความมั่งคั่งนี้แผ่ซ่านออกมาจนแม่ทัพทั่วป๋าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องหดคอหนีประดุจลูกสุนัขที่เพิ่งโดนเจ้าของดุเรื่องแอบฉี่ใส่พรมราคาแพง ไป๋ลี่ถิงขยับแว่นตากรอบทอง ที่บัดนี้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมงกุฎรัดเกล้าเทพเจ้า พระนางกระแอมไอเบาๆ หนึ่งครั้งเพื่อให้ลำคอโล่งก่อนจะปล่อยหมัดเด็ดทางการตลาดที่โลกต้องจารึก"แม่ทัพทั่วป๋า... ฟังข้าให้ดี" ไป๋ลี่ถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลทว่ากวนประสาทถึงสรวงสวรรค์ พระนางโน้มตัวไปข้างหน้าจนรัศมีสีทองส่องสว่างวาบใส่ตาแม่ทัพยักษ์"ในฐานะที่ข้าเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขายที่เพิ่งจุติสดๆ ร้อนๆ ข้าขอเสนอโปรโมชั่นสุดช็อกโลกที่ไม่มีในโบชัวร์ไหนๆ... ข้าขอเสนอขายความพ่ายแพ้ให้ท่านในราคาพิเศษสุดๆ ไปเลย!"ความเงียบงันพุ่งเข้าปกคลุมโต๊ะน้ำชาทันทีที่สิ้นคำพูดของพระนาง ประดุจมีใครกดปุ่มปิดเสียงคนทั้งสมรภูมิ

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 435 สัญญาสัมบูรณ์ปิดดีลนรก

    บรรยากาศ ณ ใจกลางหุบเขาผีเสื้อดับในยามนี้ช่างหมิ่นเหม่ประดุจการยืนทรงตัวบนเส้นลวดหนามที่ทาน้ำมันพราย แสงแดดยามอัสดงพาดผ่านยอดเขาสูงชันสาดส่องลงมากระทบรัศมีสีแพลตตินัมรอบกาย ไป๋ลี่ถิง ทำให้ภาพของฮองเฮาสาวผู้จุติเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขายดูเจิดจ้ายิ่งกว่าสปอตไลต์ในสนามกีฬาแห่งชาติ ทว่าตรงข้ามกับความสง่างามของพระนาง แม่ทัพทั่วป๋า กลับนั่งหอบหายใจรุนแรงจนเกราะหน้าอกขยับขึ้นลงประดุจลูกสูบเครื่องยนต์ที่กำลังจะระเบิด ใบหน้าของเขาแดงซ่านสลับซีดเผือดด้วยความสับสนทางตรรกะและตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ที่พระนางเพิ่งจะประเคนใส่หัวเขาไปชุดใหญ่"เจ้า... นังแม่ค้าจอมมาร!" ทั่วป๋ากัดฟันกรอดจนเสียงดัง กึก เขามองดูภาพกราฟหนี้สินที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นปนหวาดกลัว แม้สมองส่วนหน้าจะเริ่มประมวลผลได้แล้วว่าสิ่งที่ไป๋ลี่ถิงพูดนั้นคือความจริงอันโหดร้ายระดับประเมินความเสี่ยงล้มละลาย แต่ศักดิ์ศรีนักรบที่ถูกปลูกฝังมานานกว่าสามสิบปีมันกลับค้ำคอเขาไว้แน่นยิ่งกว่าเนกไทเบอร์เล็กพิเศษ"ถึงกระนั้น... ข้าก็ถอยไม่ได้!" ทั่วป๋าคำรามพลางทุบมือลงบนพนักเก้าอี้กำมะหยี่นุ่มๆ

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 4 บิดาผู้รักสงบจนขี้ขลาด

    ฝุ่นควันจากการวิ่งหนีหางจุกตูดของบรรดาอนุภรรยายังไม่ทันจะจางหายไปจากลานหน้าเรือนหลัก บรรยากาศที่เพิ่งจะกลับมาเงียบสงบได้เพียงแค่ชั่วอึดใจก็มีอันต้องถูกทำลายลงอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ทว่าลากยาวอย่างเกียจคร้านดังสะท้อนมาตามระเบียงทางเดินไม้ที่ผุพัง ไป๋ลี่ถิงซึ่งกำลังยืนกอดประคองร่างอันสั่นเทาของมาร

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 2 สำรวจจวนสุดอนาถา

    แสงแดดรำไรยามสายสาดส่องผ่านช่องโหว่บนหลังคากระเบื้องที่แตกบิ่น ร่างบางของไป๋ลี่ถิงในชุดกระโปรงสีเทาหม่นหมองที่ซักจนเนื้อผ้าบางเฉียบก้าวเท้าข้ามธรณีประตูห้องนอนของตนเองอย่างระมัดระวัง นางใช้มือดันบานประตูไม้ที่ผุพังเบาๆ ทว่าเสียงดังกึกกักราวกับกระดูกคนแก่ลั่นก็ดังสะท้านไปทั่วบริเวณ ก่อนที่บานประตูข้

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 1 ทะลุมิติมาปิดยอดขาย

    แสงแดดเจิดจ้าของยามบ่ายสาดส่องลงมาตกกระทบใบหน้าของจูน หญิงสาวผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจในชุดสูทสีแดงเพลิงที่ตัดเย็บมาอย่างประณีตเข้ารูป รอยยิ้มกว้างขวางประดับอยู่บนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสด ส้นรองเท้าแหลมปรี๊ดของเธอกระทบกับพื้นทางเดินหินอ่อนหน้าอาคารสำนักงานใหญ่เกิดเป็นเสียงดังก้องกังวา

  • คุณหนูสามจวนโหว ขายอะไรก็ SOLD OUT!!   ตอนที่ 8 เสียงสวรรค์

    ไป๋ลี่ถิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ขยับตัว สองมือของนางกุมขมับแน่น ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์เมื่อวานนี้ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำจากการอดนอนตลอดทั้งคืน สมองอันปราดเปรื่องของยอดนักขายมือทองระดับพระกาฬกำลังทำงานอย่างหนักหน่วงประดุจกงล้อ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status