LOGINรุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนเขตพระราชฐานชั้นในแห่งแคว้นต้าจงพร้อมกับแสงอาทิตย์สีทองอร่ามที่สาดส่องล
ค่ำคืนอันมืดมิดและเงียบสงัดภายในเขตพระราชฐานชั้นในแห่งแคว้นต้าจง เปรียบเสมือนผืนผ้าใบสีดำสนิทที่รอคอยให้จิตรกรผู้บ้าคลั่งมาแต่งแต้มสีสันแห่งความวิปลาสลงไป ณ ห้องปฏิบัติการข่าวกรอง หรืออินเทลรูมอันลึกลับและหรูหราที่ถูกดัดแปลงมาจากห้องเก็บของเก่าภายในตำหนักคุนหนิง ฮองเฮา ยอดคหบดีหญิงผู้รั้งตำแหน่งประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่งเครือธุรกิจบุปผาสวรรค์โอสถกรุ๊ป กำลังประทับนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุนวมขนนกชั้นเลิศ พระนางสวมใส่ชุดบรรทมผ้าไหมสีแดงเพลิงที่ทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามสรีระอันงดงาม บนใบหูทั้งสองข้างประดับด้วยที่ครอบหูหยกสีเขียวมรกตเนื้อละเอียด ซึ่งกำลังเปล่งประกายแสงเรืองรองจางๆ เชื่อมต่อสัญญาณเวทมนตร์เข้ากับเครือข่ายสายลับที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกซอกทุกมุมของวังหลังโชคชะตาและระบบนิเวศน์แห่งความหน้าหนามักจะเข้าข้างผู้ที่เตรียมพร้อมเสมอ ในขณะที่ซุนหมานหม่าน หรืออดีตพระสนมซูเฟยผู้กำลังคลุ้มคลั่งและสูญเสียสติสัมปชัญญะ กำลังสุมหัววางแผนการกบฏขายชาติอยู่ในตำหนักเหยียนสี่อันซอมซ่อนั้น นางหาได้ล่วงรู้เลยแม้แต่นิดเดียวว่า ภายใต้รอยแตกของขาโต๊ะไม้ตัวเล็กที่นางใช้เป็นแท่นรองเขียนจดหมาย มีแ
สายลมหนาวกรรโชกแรงพัดผ่านเศษซากความรุ่งเรืองของตำหนักเหยียนสี่ หอบเอาใบไม้แห้งและกลิ่นอับชื้นของความพ่ายแพ้ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ บานหน้าต่างไม้แกะสลักที่เคยถูกตอกปิดตายและเพิ่งจะถูกทุบทำลายจนพังยับเยินไปเมื่อไม่กี่วันก่อน บัดนี้เปิดอ้าซ่ารับลมหนาวที่บาดลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมและเต็มไปด้วยหยากไย่ ซุนหมานหม่าน หรืออดีตพระสนมซูเฟยผู้เคยเย่อหยิ่งจองหองและทะเยอทะยานที่สุดในแคว้นต้าจง กำลังนั่งคุดคู้กอดเข่าอยู่บนเตียงไม้สักทองคำที่ไร้ซึ่งฟูกนุ่มหนุนรอง ร่างกายอันบอบบางและซูบผอมของนางสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ ชุดผ้าไหมสีชมพูบานเย็นที่เคยงดงาม บัดนี้ขาดวิ่น เปรอะเปื้อนคราบโคลนและคราบน้ำตาจนดูไม่ต่างอันใดกับเศษผ้าขี้ริ้วเช็ดพื้น ใบหน้าที่เคยถูกฉาบทาด้วยเครื่องสำอางราคาแพง บัดนี้ดำด่างและหมองคล้ำ นัยน์ตาที่เคยกลมโตบ้องแบ๊วและเต็มไปด้วยจริตมารยา บัดนี้ลึกโบ๋ แดงก่ำ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดผวาสุดขีดประดุจสัตว์ป่าที่ติดกับดักและรอคอยความตายข่าวลือเรื่องการประหารชีวิตกุ้ยกงกง ขันทีเฒ่าผู้เป็นมือขวาและเสาหลักทางเศรษฐกิจของซุนไทเฮา เพิ่งจะถูกสายลมพัดพามาเข
บรรยากาศภายในโถงใหญ่ของท้องพระโรงในยามเช้าตรู่นี้ ช่างเงียบสงัดและเยือกเย็นประดุจก้นบึ้งของขุมนรกน้ำแข็ง เสียงหัวเราะอันแสนจะวิปลาสและน่ารังเกียจของกุ้ยกงกงที่ถูกบันทึกเอาไว้ในเครื่องดักฟังแมลงสาบเวทมนตร์ เพิ่งจะขาดหายไป ทว่าคลื่นความถี่ของความโอหังและคำรับสารภาพเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ยังคงสะท้อนก้องกังวานไปมาปะทะกับเสาไม้สักทองคำทุกต้น บรรดาขันที นางกำนัล และข้าราชพารพฝ่ายในนับร้อยชีวิตที่ถูกเกณฑ์มารวมตัวกัน ต่างพากันยืนตัวแข็งทื่อประดุจถูกสาปให้กลายเป็นรูปปั้นหิน ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพราะกลัวว่าเสียงลมหายใจของตนเองจะไปกระตุ้นโทสะของมังกรสวรรค์ที่กำลังประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำเบื้องหน้าฮ่องเต้ฉินจื่อเสวียน ผู้ซึ่งเมื่อครู่นี้ยังทรงมีพระเนตรที่ปรือปรอยและงัวเงียจากการถูกปลุกให้ตื่นจากการบรรทม บัดนี้พระเนตรอันหล่อเหลาและคมกริบประดุจพญาเหยี่ยวได้เบิกกว้างขึ้นจนสุดขีด ความง่วงเหงาหาวนอนมลายหายวับไปประดุจถูกสาดด้วยน้ำแข็งเย็นจัด เปลวไฟแห่งความพิโรธโกรธาลุกโชนขึ้นมาในดวงพระเนตรประดุจภูเขาไฟที่กำลังปะทุ พระองค์ทรงตบพระหัตถ์ลงบนที่วางแขนของบัลลังก์มัง
แสงอรุณรุ่งแห่งวันใหม่เพิ่งจะสาดส่องลำแสงสีทองอ่อนจางลอดผ่านหมู่เมฆ ทว่าบรรยากาศภายในโถงใหญ่ของท้องพระโรงแห่งเขตพระราชฐานชั้นในกลับไม่ได้มีความสดใสหรืออบอุ่นเยี่ยงยามเช้าทั่วไปเลยแม้แต่น้อยนิด ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านอยู่ในมวลอากาศหาใช่ความหนาวจากฤดูกาล ทว่ามันคือรังสีความกดดันอันมหาศาลที่กดทับลงมาบนบ่าของทุกคนที่ถูกเกณฑ์ตัวมารวมกันอย่างกะทันหัน บรรดาขันทีระดับสูง นางกำนัลหัวหน้าเผ่า และข้าราชพารพฝ่ายในนับร้อยชีวิต ต่างพากันยืนก้มหน้าก้มตาตัวสั่นงันงกเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยประดุจกองทหารที่รอรับคำสั่งประหาร ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงกระซิบกระซาบหรือแม้แต่จะกลืนน้ำลายดังๆ เพราะทุกคนต่างล่วงรู้ดีว่า การที่ฮองเฮา ยอดคหบดีหญิงผู้เป็นประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่งเครือธุรกิจบุปผาสวรรค์โอสถกรุ๊ป ออกประกาศิตเรียกประชุมวาระเร่งด่วนขั้นสูงสุดในยามที่นกกระจอกยังไม่ทันออกหากินเช่นนี้ ย่อมต้องมีมหกรรมความฉิบหายระดับชาติบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอนบนบัลลังก์มังกรทองคำที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางโถงใหญ่ ฮ่องเต้ฉินจื่อเสวียนประทับนั่งด้วยท่วงท่าที่พยายามจะปั้นหน้าให้ดูเคร่งขรึมและทรงอำนาจ ทว่า
กาลเวลาในยามวิกาลที่มืดมิดและเงียบสงัดประดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง ควรจะเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ปุถุชนทั้งหลายได้เอนกายพักผ่อนและดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา ทว่าสำหรับไป๋ลี่ถิง ยอดคหบดีหญิงผู้รั้งตำแหน่งฮองเฮาและประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่งเครือธุรกิจบุปผาสวรรค์โอสถกรุ๊ป ผู้ซึ่งมีสายเลือดของนายทุนไหลเวียนอยู่เต็มทุกอณูขุมขนนั้น ตรรกะเรื่องการพักผ่อนยามวิกาลได้ถูกฉีกทึ้งและโยนทิ้งลงถังขยะไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่พระนางได้สดับรับฟังคำสารภาพบาปอันแสนจะโอหังและหน้าด้านหน้าทนของกุ้ยกงกง ขันทีเฒ่าร่างค่อมผู้เป็นมือขวาของซุนไทเฮา ผ่านทางเครื่องดักฟังแมลงสาบเวทมนตร์ ไฟแห่งความอาฆาตแค้นและความกระหายในการทวงคืนผลกำไรก็ลุกโชนขึ้นมาในจิตใจประดุจภูเขาไฟที่รอวันปะทุเดิมทีประธานบริษัทหน้าเงินตั้งใจจะเก็บงำความลับนี้เอาไว้เพื่อรอแฉประจานในยามเช้าตรู่ ทว่าเมื่อสมองอันปราดเปรื่องระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ได้ทำการประมวลผลทบทวนหลักการบริหารความเสี่ยง พระนางก็ตระหนักได้อย่างถ่องแท้ว่า การปล่อยให้คนทุจริตมีเวลานอนหลับฝันหวานไปอีกแม้แต่ก้านธูปเดียวนั้น ถือเป็นความประมาทเลินเล่อที่ไม่อาจให้อภัยได
บรรยากาศยามวิกาลภายในเขตพระราชฐานชั้นในแห่งแคว้นต้าจง ช่างมืดมิดและเงียบสงัดประดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไร้แสงตะวันสาดส่อง สายลมหนาวพัดโชยระเรื่อยมากระทบกับบานหน้าต่างไม้แกะสลักของตำหนักคุนหนิง บังเกิดเป็นเสียงหวีดหวิวที่ชวนให้ผู้คนทั่วไปรู้สึกขนลุกซู่ ทว่าลึกลงไปภายในห้องปฏิบัติการข่าวกรอง หรืออินเทลรูมอันแสนจะหรูหราและลึกลับของฮองเฮา ยอดคหบดีหญิงผู้รั้งตำแหน่งประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่งเครือธุรกิจบุปผาสวรรค์โอสถกรุ๊ป ความเงียบสงัดเหล่านั้นกลับเป็นเพียงแค่ฉากหลังอันแสนจะสุนทรีย์ ที่ช่วยขับกล่อมให้สมองอันปราดเปรื่องของพระนางโลดแล่นและคิดคำนวณแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไป๋ลี่ถิงประทับนั่งหลังตรงแหน่วอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้จันทน์หอมตัวใหญ่ พระนางสวมใส่เพียงชุดบรรทมผ้าไหมสีแดงเพลิงที่ทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามสรีระอันงดงามประดุจเทพธิดาแห่งการขูดรีด ที่ครอบหูหยกสีเขียวมรกตเนื้อละเอียดถูกสวมทับไว้บนใบหูทั้งสองข้างอย่างแช่มช้อยและพิถีพิถัน มันคืออุปกรณ์รับสัญญาณเวทมนตร์ที่เชื่อมต่อตรงกับฝูงเครื่องดักฟังแมลงสาบที่พระนางเพิ่งจะส่งออกไปกระจายกำลังซุ่มซ่อนอยู่ทั่วทุกซอกทุ
ฝุ่นควันจากการวิ่งหนีหางจุกตูดของบรรดาอนุภรรยายังไม่ทันจะจางหายไปจากลานหน้าเรือนหลัก บรรยากาศที่เพิ่งจะกลับมาเงียบสงบได้เพียงแค่ชั่วอึดใจก็มีอันต้องถูกทำลายลงอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ทว่าลากยาวอย่างเกียจคร้านดังสะท้อนมาตามระเบียงทางเดินไม้ที่ผุพัง ไป๋ลี่ถิงซึ่งกำลังยืนกอดประคองร่างอันสั่นเทาของมาร
แสงแดดอุ่นยามสายเริ่มสาดส่องลงมากระทบหลังคาเรือนหลักที่เต็มไปด้วยรอยแตกและตะไคร่น้ำ บรรยากาศเงียบสงบอันแสนจะหดหู่ของเรือนฮูหยินเอกถูกทำลายลงอย่างย่อยยับด้วยเสียงหัวเราะแหลมปรี๊ดที่ดังกังวานมาตั้งแต่หน้าประตูจวน เสียงนั้นแหลมสูงจนคล้ายกับนกแก้วที่กำลังถูกบีบคอ มันบาดแก้วหูเสียจนฝุ่นที่เกาะอยู่ตามขื่
แสงแดดรำไรยามสายสาดส่องผ่านช่องโหว่บนหลังคากระเบื้องที่แตกบิ่น ร่างบางของไป๋ลี่ถิงในชุดกระโปรงสีเทาหม่นหมองที่ซักจนเนื้อผ้าบางเฉียบก้าวเท้าข้ามธรณีประตูห้องนอนของตนเองอย่างระมัดระวัง นางใช้มือดันบานประตูไม้ที่ผุพังเบาๆ ทว่าเสียงดังกึกกักราวกับกระดูกคนแก่ลั่นก็ดังสะท้านไปทั่วบริเวณ ก่อนที่บานประตูข้
แสงแดดเจิดจ้าของยามบ่ายสาดส่องลงมาตกกระทบใบหน้าของจูน หญิงสาวผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจในชุดสูทสีแดงเพลิงที่ตัดเย็บมาอย่างประณีตเข้ารูป รอยยิ้มกว้างขวางประดับอยู่บนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสด ส้นรองเท้าแหลมปรี๊ดของเธอกระทบกับพื้นทางเดินหินอ่อนหน้าอาคารสำนักงานใหญ่เกิดเป็นเสียงดังก้องกังวา







