INICIAR SESIÓNบรรยากาศภายในกำแพงเมืองหลวงแคว้นต้าจงในยามนี้ ช่างดูอึมครึมและกดดันประดุจท้อง
แสงรัศมีแพลตตินัมที่ห่อหุ้มร่างของ ไป๋ลี่ถิง ยังคงแผ่กระจายออกมาอย่างต่อเนื่องประดุจคลื่นวิทยุความถี่สูงที่ไม่ได้ส่งแค่สัญญาณภาพ แต่ส่งกลิ่นอายความรวยไปกระทบโสตประสาทของทุกคนในหุบเขาผีเสื้อดับ พระนางลอยนิ่งอยู่กลางอากาศธาตุประดุจขนนกที่หนักแน่น ท่ามกลางความเงียบงันที่แม้แต่เสียงลมหายใจของม้าศึกยังดูดังเกินไป ในใจของไป๋ลี่ถิงบัดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความฮึกเหิม แต่มันคือความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วย "ข้อมูล" อันไร้ขีดจำกัดทันใดนั้น เสียงทรงอำนาจของระบบที่เพิ่งอัปเกรดเป็นเวอร์ชันกึ่งพระเจ้าก็ดังขึ้นก้องในหัวของนางอีกครั้ง แต่น้ำเสียงในรอบนี้แฝงไปด้วยความขี้เล่นที่ยกระดับขึ้นตามเจ้าของ"ติ๊ง! ยินดีด้วยเจ้าค่ะท่านเทพเจ้าแห่งการปิดการขาย! เนื่องจากท่านบรรลุค่า KPI ของจักรวาลทุนนิยม ระบบขออธิบายฟังก์ชันใหม่ที่ทรงพลังที่สุดในระบบนิเวศการค้า สัญญาสัมบูรณ์เจ้าค่ะ!"ไป๋ลี่ถิงขยับยิ้มที่มุมปากพลางหรี่ตาลงภายใต้แสงจ้า"สัญญาสัมบูรณ์งั้นเหรอ? ฟังดูเหมือนประกันชีวิตแบบคุ้
ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาผีเสื้อดับที่เคยปกคลุมด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย บัดนี้กลับถูกฉีกกระชากด้วยแสงสว่างสีแพลตตินัมที่เจิดจ้าเสียจนดวงจันทร์บนท้องฟ้าดูหมองคล้ำเหมือนหลอดไฟเสื่อมสภาพ ร่างของ ไป๋ลี่ถิง ที่เคยยืนหยัดอยู่บนยอดหน้าผาในฐานะฮองเฮาสายเปย์ บัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยรัศมีแห่งความมั่งคั่งที่เข้มข้นจนอากาศรอบกายเริ่มบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น ประดุจความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นจากถนนยางมะตอยในฤดูร้อน แต่เป็นความร้อนที่ส่งกลิ่นหอมสะอาดของธนบัตรพิมพ์ใหม่และกลิ่นอายพรีเมียมของอสังหาริมทรัพย์ระดับซูเปอร์ลักชัวรีทันใดนั้น เสียงที่เคยเป็นเพียงเสียงสังเคราะห์แบนๆ ไร้อารมณ์ของระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ไป๋ลี่ถิงคุ้นเคยมาตลอดสี่ร้อยกว่าตอน ก็พลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงหุ่นยนต์กระป๋องอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นเสียงที่ทุ้มต่ำ ทรงพลัง และก้องกังวานลึกเข้าไปในโสตประสาทและจิตวิญญาณประดุจเสียงของพระเจ้าผู้สร้างจักรวาลที่กำลังถือลูกคิดทองคำอยู่ในมือ"ติ๊ง! วิเคราะห์สภาวะจิตใจและยอดกำไรสะสมเสร็จสิ้น..." เสียงนั้นดังกึกก้องไ
ท่ามกลางกระแสลมหนาวที่พัดกรีดเฉือนผิวหนังประดุจใบมีดโกนอาบน้ำแข็ง ยอดหน้าผากิเลนผงาด ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของหุบเขาผีเสื้อดับ บัดนี้กลายเป็นเวทีประวัติศาสตร์ที่เงียบเชียบทว่าเปี่ยมไปด้วยความกดดันระดับหม้อต้มความดันมหาศาล ไป๋ลี่ถิง ในชุดเกราะอ่อนสีดำขลับที่สะท้อนแสงจันทร์เป็นมันปลาบ ก้าวเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่ริมขอบหน้าผาอย่างมั่นคง ท่วงท่าการก้าวเดินของพระนางไม่มีอาการสั่นไหวแม้แต่พิกเซลเดียว มือเรียวบางข้างหนึ่งเท้าสะเอว ส่วนอีกข้างหนึ่งขยับแว่นตากรอบทองให้เข้าที่ด้วยความเคยชินประดุจเจ้าแม่วงการแฟชั่นที่กำลังจะขึ้นรันเวย์กลางหิมะพระนางกวาดสายตาคมกริบมองลงไปยังหุบเขาเบื้องล่าง ซึ่งบัดนี้ถูกเปลี่ยนสภาพจากทุ่งหญ้าอันสงบสุขให้กลายเป็นทะเลเต็นท์สีเทาทมิฬของกองทัพซีหยางนับแสนนาย แสงไฟจากกองไฟในค่ายศัตรูนับหมื่นจุดดูราวกับดวงตาสีส้มของอสุรกายขนาดมหึมาที่กำลังนอนรอเวลาขย้ำเหยื่อ เสียงแตรเขาสัตว์ดังแว่วมาตามลมประสานกับเสียงโห่ร้องที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายเลือดของทหารม้าเหล็กซีหยางที่กำลังล้อมกรอบทางเข้าออกไว้ทุกทิศทางอย่างแน่นหนาประดุจกาวตราช้างเกรดอุตสาหกรรม"อา... สเกลงานนี
ภายใต้หลังคาผ้าใบของกระโจมหลวงที่บัดนี้ดูสภาพร่อแร่เหมือนเพิ่งผ่านมหกรรมรื้อถอนอาคารมาสดๆ ร้อนๆ กลิ่นอายของสมรภูมิที่อบอวลไปด้วยฝุ่นหินและเขม่าควันไฟยังคงลอยวนเวียนอยู่จางๆ ฉินจื่อเสวียน ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นต้าจง ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสง่างามประดุจเทพบุตรจุติลงมาเกิด บัดนี้เดินกะโผลกกะเผลกเข้ามาในกระโจมด้วยสภาพที่หากบอกว่าเป็นขอทานหลงยุคก็คงมีคนเชื่อ ชุดเกราะทองคำราคาแพงระยับที่ไป๋ลี่ถิงเคยสั่งขัดจนเงาวับ บัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน รอยบุบ และคราบเลือดแห้งกรังจนดูเหมือนเศษเหล็กจากร้านรับซื้อของเก่า ใบหน้าที่เคยคมคายมีแต่เขม่าดำและหนวดเครารุงรังประดุจคนป่าที่ไม่ได้เห็นแสงตะวันมาแรมปี"ถิงเอ๋อร์..." ฉินจื่อเสวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาของพระองค์ที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นระริกด้วยความปิติอย่างที่สุดไป๋ลี่ถิง ที่เพิ่งช่วยชีวิตน้องชายเสร็จหันขวับมามองสวามี พระนางมองสภาพทรัพย์สินส่วนตัวที่ดูทรุดโทรมจนแทบจำไม่ได้แล้วหัวใจก็กระตุกวูบไปชั่วขณะ ร่างบางในชุดเกราะอ่อนทะมัดทะแมงไม่รอช้า พระนางโผเข้ากอดสามีอย่างแรงจนเสียงชุดเกราะกระทบกันดัง เคร้ง! ใหญ่โต ไป๋ลี่ถิงซบหน้าลง
กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังที่หุบเขาผีเสื้อดับในยามนี้ รุนแรงเสียจนอากาศรอบกายดูหนาหนักและเหม็นอับประดุจถุงเท้าทหารที่ไม่ได้ซักมาแรมปี ท่ามกลางซากหินมหึมาที่ถล่มลงมาปิดกั้นทางเข้าออกจนดูเหมือนกำแพงนรก ค่ายหลวงของแคว้นต้าจงที่ครั้งหนึ่งเคยโอ่อ่าสง่างาม บัดนี้กลับมีสภาพไม่ต่างจากแคมป์คนงานก่อสร้างที่ถูกบริษัทเบี้ยวค่าแรงมานานกว่าสามเดือน ทหารหาญที่เคยเดินยืดอกอวดกล้ามเนื้อ บัดนี้กลับนั่งพิงโล่ที่บุบเบี้ยว ใบหน้าซูบตอบขอบตาดำคล้ำประดุจหมีแพนด้าที่อดนอนมาเจ็ดชั่วโคตร พวกเขาทำได้เพียงแคะเศษหินเศษดินเล่นเพื่อประทังความหิวที่กัดกินกระเพาะอาหารจนกิ่วทว่า ในวินาทีที่ความหวังของทุกคนกำลังจะดับมอดลงประดุจเทียนไขในพายุหมุน เสียงฝีเท้าของกองทัพม้าเร็วที่ควบตะบึงฝ่าม่านฝุ่นและควันพริกขี้หนูสกัดเข้มข้นก็ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านเลื่อนลั่นไปทั่วหุบเขา เสียงนั้นไม่ใช่เสียงกีบม้าที่หนักอึ้งของพวกม้าเหล็กซีหยาง แต่มันคือจังหวะการควบม้าที่พริ้วไหวและเปี่ยมไปด้วย "พลังแห่งเงินตรา""นั่น... นั่นมันธงดอกบุปผาสวรรค์โอสถนี่นา!" ทหารยามที่ผอมโซจนเกราะแทบจะหลุดจากไหล่ตะโกนออกมาด้วยเสียงที่แ
บรรยากาศภายในห้องลับใต้ดินของตำหนักคุนหนิงในยามนี้ ช่างดูผิดแปลกไปจากห้องแต่งตัวของฮองเฮาผู้สูงศักดิ์โดยสิ้นเชิง กลิ่นแป้งร่ำดอกโมกข์ที่เคยอบอวลถูกแทนที่ด้วยกลิ่นน้ำมันขัดปืนและกลิ่นเครื่องหนังเกรดพรีเมียม ไป๋ลี่ถิงยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ พระนางสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ชุดพิธีการสีแดงฉานที่ปักลายนกยูงอันแสนรุ่มร่ามและหนักอึ้งก็ถูกถอดกองทิ้งไว้บนพื้นประดุจขยะไร้ค่า พระนางก้าวเท้าเข้าไปในชุดเกราะอ่อนสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุผสมใยแมงมุมและเหล็กไหลพระนางขยับคอเสื้อให้เข้าที่พลางจัดทรงผมหางม้าให้แน่นหนา นัยน์ตาคมกริบภายใต้เลนส์แว่นตากรอบทองฉายแสงวาบประดุจนักฆ่าที่เพิ่งโดนโกงเงินค่าคอมมิชชั่น"เอาล่ะ... ในเมื่อพวกซีหยางมันอยากลองดีกับระบบทุนนิยม ข้าก็จะแสดงให้ดูว่า อำนาจการสั่งซื้อ ที่แท้จริงมันเป็นยังไง!" ไป๋ลี่ถิงพึมพำพลางยกมือซ้ายขึ้นมาลูบแหวนมิติที่นิ้วกลาง แสงสีเขียวดิจิทัลเริ่มไหลวนรอบตัวพระนางประดุจพายุขนาดย่อม"ระบบ เข้าสู่โหมด การจัดซื้อเชิงรุก ยอดเงินคงเหลือ มีกินไปถึงชาติหน้า""ทำการเบิกปืนใหญ่หน้าไม้กล จำนวน 50 กระบอก ระเบิดควันรสพริกขี้หนู 200 ลูก เสบี
ฝุ่นควันจากการวิ่งหนีหางจุกตูดของบรรดาอนุภรรยายังไม่ทันจะจางหายไปจากลานหน้าเรือนหลัก บรรยากาศที่เพิ่งจะกลับมาเงียบสงบได้เพียงแค่ชั่วอึดใจก็มีอันต้องถูกทำลายลงอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ทว่าลากยาวอย่างเกียจคร้านดังสะท้อนมาตามระเบียงทางเดินไม้ที่ผุพัง ไป๋ลี่ถิงซึ่งกำลังยืนกอดประคองร่างอันสั่นเทาของมาร
แสงแดดอุ่นยามสายเริ่มสาดส่องลงมากระทบหลังคาเรือนหลักที่เต็มไปด้วยรอยแตกและตะไคร่น้ำ บรรยากาศเงียบสงบอันแสนจะหดหู่ของเรือนฮูหยินเอกถูกทำลายลงอย่างย่อยยับด้วยเสียงหัวเราะแหลมปรี๊ดที่ดังกังวานมาตั้งแต่หน้าประตูจวน เสียงนั้นแหลมสูงจนคล้ายกับนกแก้วที่กำลังถูกบีบคอ มันบาดแก้วหูเสียจนฝุ่นที่เกาะอยู่ตามขื่
แสงแดดรำไรยามสายสาดส่องผ่านช่องโหว่บนหลังคากระเบื้องที่แตกบิ่น ร่างบางของไป๋ลี่ถิงในชุดกระโปรงสีเทาหม่นหมองที่ซักจนเนื้อผ้าบางเฉียบก้าวเท้าข้ามธรณีประตูห้องนอนของตนเองอย่างระมัดระวัง นางใช้มือดันบานประตูไม้ที่ผุพังเบาๆ ทว่าเสียงดังกึกกักราวกับกระดูกคนแก่ลั่นก็ดังสะท้านไปทั่วบริเวณ ก่อนที่บานประตูข้
แสงแดดเจิดจ้าของยามบ่ายสาดส่องลงมาตกกระทบใบหน้าของจูน หญิงสาวผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจในชุดสูทสีแดงเพลิงที่ตัดเย็บมาอย่างประณีตเข้ารูป รอยยิ้มกว้างขวางประดับอยู่บนริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสด ส้นรองเท้าแหลมปรี๊ดของเธอกระทบกับพื้นทางเดินหินอ่อนหน้าอาคารสำนักงานใหญ่เกิดเป็นเสียงดังก้องกังวา







