LOGINเมื่อสตรีที่มาจากต่างโลก ต่างมีภาระกิจในยุคโบราณเหมือนกัน เพียงแต่แตกต่างกันเพียงสถานที่ ยุคโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ หากอยากรอดต้องอยู่สูงจนใครก็เอื้อมไม่ถึง!!
View Moreตลอดระยะเวลาเกือบสิบปี ตั้งแต่ซิ่วอิงอายุ18ปี เธอฝันถึงเหตุการณ์ที่เมืองๆนึงมาตลอด มันวนซ้ำจนฉายชัดอยู่ในหัว ภาพที่สตรีนางนึง ชื่อหม่าซิ่วอิง ชื่อเดียวกับเธอ ได้รับสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ นางสมหวังกับความรักที่มีต่อบุรุษที่เติบโตมาด้วยกันอย่างอ๋องหยางเฟยหลง
งานแต่งงานใหญ่โตชื่นมื่นไปทั่วทั้งเมืองเมื่อชายหญิงสมหวังในรัก แต่ไม่นานนักจากที่ได้เป็นพระชายาท่านอ๋องที่มีความสุขในทุกค่ำคืน จู่ๆเหล่าขุนนางผู้มีอำนาจคัดค้านการขึ้นเป็นฮ่องเต้ขององค์รัชทายาท ทำการยึดอำนาจและผลักดันให้ อ๋องเฟยหลงขึ้นเป็นฮ่องเต้แทน เพียงเพราะเขามีเลือดสีน้ำเงินจากทั้งพ่อและแม่ บิดาที่เป็นพี่ชายฮ่องเต้องค์ก่อนกับมารดาที่เป็นบุตรสาวของอดีตท่านอ๋องแคว้นต้าหลี่ นั่นทำให้เขาเหมาะสมด้วยประกาศทั้งปวง ภาระหน้าที่ที่หนักขึ้น ทำเขาปล่อยปะละเลยเรื่องวังหลัง สนมมากมายที่รับมาจากการสวามิภักดิ์เริ่มกระด้างกระเดื่องต่อฮองเฮาผู้อ่อนโยน แต่นั่นยังไม่สาหัสเท่า สกุลหวังเริ่มเข้ามามีบทบาทอำนาจ มอบบุตรสาวที่รักยิ่งเข้ามาเป็นพระสนมที่เพียบพร้อมจนใจฝ่าบาทเอนเอียง ยิ่งนับวันอำนาจของสกุลหวังยิ่งพอกพูน แม้หม่าซิ่วอิงจะรับรู้แต่ขัดพระบัญชาไม่ได้ ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนเพราะความรักที่มีต่อฮ่องเต้ จนจุดจบที่น่าเศร้าใจของนางมาถึง ฮองเฮาถูกตราหน้าว่ามีความสัมพันลึกซึ้งกับองค์รักษ์ข้างกาย ร่วมมือกันก่อกบฏต่อราชวงศ์ สกุลหม่าที่เป็นขุนนางตงฉินถูกใส่ร้ายว่าลักลอบซ่องสุมทหาร เพื่อทำการยึดอำนาจฮ่องเต้ “ฝ่าบาทมีพระราชโองการ…ให้ฮองเฮาซิ่วอิงลดลำดับขั้นเป็นเพียงพระชายาในสมรส สั่งประหารสกุลหม่าเจ็ดชั่วโคตร ประทานสุราพิษเป็นโทษสถานเบา เพื่อให้ผู้คนละลึกถึงเพียงความดีงาม ไม่แพร่งพรายต่อไปในภายภาคหน้าให้ราชวงศ์อับอาย จบราชโองการ” วันที่สตรีผู้นั้นเอื้อมมือสั่นเทาไปรับแก้วสุราพิษ เธอยืนดูพร้อมกับความเจ็บปวด เหตุใดจึงหมดรักง่ายดายเพียงนั้น และเหตุอันใดจึงไม่ไตร่สวนเพียงเพราะเป็นคำพูดของสนมที่รักยิ่งเช่นนั้นหรือ ช่าง…โง่เง่าสิ้นดี!! จนกระทั่งรอบสุดท้ายที่เธอฝัน ฮ่องเต้หยางเฟยหลงหันมาสบตากับเธอที่ยืนเป็นเพียงร่างโปร่งแสง!! ดวงตาสองคู่สบสานกันโดยไม่ตั้งใจ สิ่งนั้นติดอยู่ในใจเธอตลอดทั้งวัน สงสัยเหลือเกินว่าเขาเห็นหรือไม่!! ไม่รู้ว่าเดินข้ามถนนมาได้อย่างไร รู้ตัวอีกทีเสียงโครมใหญ่ทำเธอสะท้อนในอก ใบหน้าสุดท้ายที่เธอเห็นคือ อ๋องเฟยหลง ชายโง่เง่าที่ฆ่าเมียตัวเอง!!“ท่านมีข้า หนิงหลงท่านอย่าได้กลัว…ข้าจะเคียงข้างท่านทั้งยามสุขและทุกข์” เสวี่ยมู่ฉิงร้องไห้ออกมา แม้จะเปลี่ยนชะตากรรมได้ก็ใช่ว่าจะมีแต่ความสุข ห้วงสุดท้ายก่อนนางจะขาดใจ นางได้รู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับพระสวามี เช่นที่นางได้ยินวันนี้ไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่วันนี้เขารับฟังมันร่วมกับนาง ไม่ว่านางพยายามจะมีโอกาสได้กลับมาเปลี่ยนชะตาชีวิต แต่ความทุกข์ที่เขาต้องเผชิญก็ยังคงอยู่ นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ร่างบางซุกซบบนอกแกร่ง ก่อนจะหลับไปพร้อมกับเขาด้วยความอ่อนเพลียโดยไม่รู้เลยว่าอยู่ในสายตาของฮ่องเต้ทั้งหมด“สั่งให้คนไปเก็บข้าวของของหนิงหลงและพระชายามาเถิด ให้อยู่ที่ตำหนักมังกรนี่แหละ มันควรจะเป็นของเขามาเนิ่นนานแล้ว” องค์ฮ่องเต้หันไปสั่งกั๋วกงข้างกายก่อนมองบุตรชายและสะใภ้ด้วยแววตาอ่อนแสง และเดินจากไปจัดการคนชั่วที่คิดโค่นบัลลังค์ผ่านไปเกือบห้าวันที่นางเฝ้าวนเวียนเช็ดตัวและอยู่ข้างกายเขาไม่ห่าง“เจ็บหรือไม่เพคะ” วินาทีแรกที่นางตื่นมาสานสบตาคมเข้มที่จ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว นางรีบเอ่ยถามทันทีไม่รั้งรอ“แค่ตื่นมาแล้วเจอเจ้าอยู่ตรงนี้ก็ไม่รู้สึกสิ่งใดนอกจากความสุข” ความร้อนระเหยขึ้นจนใบห
“แม่เจ้าเป็นรักแรกของท่านพ่อ ท่านพ่อรอเวลาให้บ้านเมืองสงบก่อนจะเตรียมยกแม่เจ้าเป็นฮองเฮา แต่แม่เจ้ามันโง่ โง่จนไม่รู้ว่ามีงูพิษเช่นแม่ข้าอยู่ข้างกาย” คนยอมแพ้ต่อโชคชะตาสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก“เจ้าลูกบ้า เจ้าพูดอะไรออกมา อย่าไปฟังเพคะ หม่อมฉันไม่เคยทำเช่นนั้น” บัดนี้สตรีสูงศักดิ์คุกเข่าอ้อนวอนอย่างสิ้นท่า“เจ้า… เจ้าทำร้ายอาเพ่ยได้อย่างไร ทั้งๆที่นางสนับสนุนให้เจ้าอยู่ข้างกายข้าแท้ๆ ทั้งๆที่นางไม่หวังสิ่งใดเหตุใดเจ้าถึงชั่วช้า!!!” มือสั่นเทายกขึ้นชี้หน้าสตรีที่เขาคิดว่าเหมาะสมพอจะช่วยกันบรรเทาทุกข์ประชาชน“หากอยากรู้หม่อมฉันก็จะบอก ต้นเหตุมันก็มาจากพระองค์มิใช่หรือเพคะ เพราะพระองค์แต่งหม่อมฉันเข้ามาตามคำร้องขอของท่านพ่อ แต่ไม่เคยมอบความรักหรือตำแหน่งใดๆให้หม่อมฉัน ยามหม่อมฉันคลอดบุตรชายพระองค์ทำเพียงมอบแก้วแหวนให้แต่ไม่มีความดีใจสักนิด กลับกันวันที่หนิงหลงกำเนิด ท่านประทานชื่อที่คิดร่วมกันกับอาเพ่ย โอบกอดยามนางเจ็บปวด แล้วหม่อมฉันเล่าเพคะ” นางร้องไห้อย่างทุกข์ระทม“นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ท่านฆ่าเสด็จแม่มิใช่หรือ ไม่ว่าอย่างไรท่านมีสิทธิ์อะไรพรากท่านแม่ไปจากข้า!!” หนิงหลงรอวันนี้ม
“นั่นมิใช่ว่าตำแหน่งนี้ต้องเป็นของข้าอยู่แล้วหรือ ข้าเพียงแต่ย่นเวลาเข้ามา ข้าผิดสิ่งใดกัน” คนคิดชั่วยังไม่ยอมรับผิด “ผิด ผิดที่เจ้า…เข็ญฆ่าคนบริสุทธฺิ์เพื่ออำนาจตัวเอง หากวันนี้เลือดเจ้าไม่นองแผ่นดิน อย่ามาเรียกข้าว่าหนิงหลงเลย” สายตาคมดุมองเหล่าทหารที่ครั้งนึงเคยฝึกร่วมกับเขาแต่บัดนี้กลับเปลี่ยนข้างช่วยคนชั่วหันปลายดาบใส่เขาแทน“หนิงหลงเจ้าจำได้หรือไม่ ทหารพวกนี้เจ้าฝึกพวกเขามาเองกับมือ เจ้าเองก็คงพอรู้ว่าฝีมือไม่ด้อยกว่าเจ้าสักนิด จัดการ!!!“ พูดจบคนที่กระหายในอำนาจก็ถอยออกไปและปล่อยให้เป้นหน้าที่ของเหล่าทหารฝีมือดีแทน หนิงหลงแหละเหล่าทหารปะดาบอย่างไม่ย่อท้อ แม้กำลังคนจะเสียเปรียบอยู่มากแต่ก็ใช่ว่าเขาจะคณามือ ร่างหนาที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดแต่ยังสู้ไม่ถอยแม้จะมีทหารฝีมือดีเข้ามาอยู่ตลอดก็ตาม จนฟ้าเกือบมืดและเขาสะบักสะบอมไม่น้อย”เจ้าจะเอาสิ่งใดมาสู้กันหนิงหลง เจ้ายังอ่อนหัดนัก“ ยังไม่ทันจะพูดจบกองทัพทมิฬที่สวมชุดดำขี่ม้าเข้ามาเกือบร้อยนาย”ฆ่าให้หมด คุ้มกันท่านอ๋อง“ เสียงผู้มาใหม่ทำเหล่าทหารขวัญเสียเมื่อจำได้ว่านี่คือกองทัพของแม่ทัพใหญ่สกุลเสวี่ย จังหว่ะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนก คมดา
”ท่านอ๋องเกิดเรื่องใหญ่พะยะค่ะ“ ทหารม้าเร็วนายนึงวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน”มีสิ่งใดจงกล่าวมา“ ”ฮองเฮาและองค์รัชทายาทกระทำการยึดอำนาจฮ่องเต้พะยะค่ะ!!“ สิ่งที่ได้รับรายงานมาทำเขากำหมัดแน่น“กล้าดีเช่นนี้เห็นทีว่าข้าเองคงไม่ต้องเกรงใจ…ซีเหยา เจียอี่ เตรียมกำลังพลข้าจะตีล้อมเมืองหลวง!!” เส้นความอดทนเขาขาดผึงทันที“เรียนท่านอ๋อง แคว้นอู๋และแคว้นอวี๋ถูกกองกำลงโจรบุกเข้าตีล้อมเมืองขอรับ” ทหารอีกนายรีบเข้ามารายงานทันที“เจี่ยอีคลุมกำลังพลสองร้อยนายไปช่วยแคว้นอู๋และแคว้นอวี๋ ข้าจะนำทัพไปเมืองหลวง” เขาเตรียมดาบเข้ามาไว้ในมือก่อนเดินเข้าห้องทำงานไปวางแผนรบ“ท่านอ๋อง ข้าจะไปกับท่าน” เสวี่ยมู่ฉิงไม่อาจนิ่งนอนใจได้นางร้องขอไปกับเขาทันที“พระชายาสถานการณ์ตอนนี้ไม่ปลอดภัยนัก ข้าเกรงว่า…” ยังไม่ทันที่เขาจะบอกเหตุและผลแก่นางร่างบางยกมือนุ่มขึ้นมาปิดปากเขาเอาไว้เสียก่อน“มีท่านมีข้า กองกำลังที่สกุลเสวี่ยมีไม่น้อย หากข้าไปด้วยย่อมดีกว่า” เขาชั่งใจคิดอยู่เพียงครู่ก็เห็นว่าควรขอความช่วยเหลือจากท่านแม่ทัพใหญ่สกุลเสวี่ยจิงๆ จึงยอมตกลง “ข้าจะรอเจ้าที่ห้องทำงาน เรียกท่านเสนาทุกฝ่ายเข้าพบข้า” นางรีบไปเปลี่ยนชุดก











