Masukความมืดมิดภายในห้องนอนของเถ้าแก่จินประดุจม่านหมอกหนาทึบที่กลืนกิน
บรรยากาศเหนือโต๊ะน้ำชาไม้หอมในยามนี้ช่างพิลึกพิลั่นเสียจนหากมีนักประวัติศาสตร์คนไหนมาเห็นเข้า คงได้ฉีกตำราพิชัยสงครามทิ้งแล้วหันไปบวชชีแทน แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมากระทบรัศมีสีแพลตตินัมรอบตัว ไป๋ลี่ถิง ทำให้ภาพของพระนางดูเลือนรางทว่าเด่นชัดประดุจภาพกราฟิกความละเอียดสูงที่ถูกวางลงบนพื้นหลังที่พังย่อยยับ แม่ทัพทั่วป๋าผู้เกรียงไกรที่นั่งตัวตรงแหน็วอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดง เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติอย่างรุนแรงในมโนสำนึกของตนเอง"เดี๋ยว... นี่ข้าทำอะไรลงไป?" ทั่วป๋าอุทานในใจพลางดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความทรงจำที่เขาเพิ่งกระโดดลงจากม้ามานั่งพับเพียบประดุจนักเรียนดีเด่นต่อหน้าสตรีเพียงนางเดียวแล่นย้อนกลับมาในสมองประดุจฉากรีเพลย์ที่น่าอับอายที่สุดในชีวิตนักรบ"ข้าคือแม่ทัพทั่วป๋า! ข้าคือผู้ที่สยบหัวเมืองทิศอุดรมานับร้อย! ข้าจะมานั่งจิบชาทำหน้าซื่อตาใสอยู่ตรงนี้ไม่ได้!"ความอับอายแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราด ทั่วป๋าพยายามสลัดมนต์ขลังประหลาดที่ครอบงำจิตใจออกไป เขาขบกรามแน่นจนเสียงดัง กรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนออกมาประดุจรากไม้ที่พยายามเจาะทะลุเกราะเหล็ก เขา
บรรยากาศ ณ ใจกลางหุบเขาผีเสื้อดับในยามนี้ หากมองจากมุมสูงของนกอินทรีที่บินผ่าน คงเป็นภาพที่ประหลาดล้ำจนนกต้องบินชนหน้าผาตายด้วยความงุนงง ท่ามกลางวงล้อมของกองทัพม้าเหล็กซีหยางนับแสนนายที่ยืนเรียงรายกันเป็นตับประดุจกำแพงมนุษย์หุ้มเหล็กที่ส่งกลิ่นสาบเหงื่อ กลิ่นม้า และกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามลมหนาว กลับมีพื้นที่ทรงกลมรัศมีสิบวาที่ดูเหมือนถูกตัดแปะมาจากโลกอีกลูกหนึ่งตรงจุดนั้น โต๊ะน้ำชาไม้หอมแกะสลักลวดลายหงส์เหินเวหาที่ส่งประกายทองวาววับตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางลานดินที่เต็มไปด้วยรอยกีบม้า บนโต๊ะประดับด้วยผ้าปูลูกไม้สีขาวสะอาดตาที่ดูไม่เข้ากับฝุ่นดินรอบข้างแม้แต่น้อย ชุดกาน้ำชาเซรามิกเนื้อดีสีขาวนวลถูกวางไว้อย่างมีระดับ ประดุจว่าที่นี่ไม่ใช่สมรภูมิรบ แต่เป็นห้องรับรองแขกวีไอพีระดับพันล้านในย่านธุรกิจที่แพงที่สุดของแผ่นดินต้าจง ความย้อนแย้งนี้มันรุนแรงเสียจนทหารซีหยางบางคนถึงกับต้องขยี้ตาซ้ำๆ เพราะนึกว่าตัวเองกำลังเกิดอาการหลอนจากการไม่ได้กินข้าวเช้าไป๋ลี่ถิง ฮองเฮาสาวผู้จุติเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขาย นั่งประทับอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเพลิงอย่างนุ่มนวล พระนางเริ่มข
เสียงหัวเราะของ แม่ทัพทั่วป๋า ดังกึกก้องกัมปนาทสะท้านเลื่อนลั่นไปทั่วทุ่งหญ้าหน้าหุบเขาผีเสื้อดับ มันเป็นเสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความเหยียดหยามและขบขันประดุจได้ฟังเรื่องตลกที่ไร้สาระที่สุดในรอบศตวรรษ เขาหัวเราะจนตัวโยนจนเกราะเหล็กสีทมิฬที่สวมอยู่สั่นสะเทือนเกิดเสียงดัง เคร้ง! เคร้ง! ประดุจเครื่องครัวกระทบกันในยามแผ่นดินไหว นัยน์ตาดุดันสีอำพันของเขาจ้องมองลงไปยังร่างบางที่นั่งจิบชาอยู่กลางสนามรบด้วยสายตาที่มองเห็นเป็นเพียงลูกแมวตัวจ้อยที่พยายามจะทำตัวเป็นราชสีห์"ฮ่าฮ่าฮ่า! ฮองเฮาแคว้นต้าจงคงจะสติฟั่นเฟือนไปเพราะความอดอยากเสียแล้วกระมัง!" ทั่วป๋าแผดเสียงตะโกนพลางชี้ดาบยักษ์ไปที่ไป๋ลี่ถิง"ถึงได้คิดจะมาเปิดร้านน้ำชาในดงดาบดงทวนเช่นนี้! หรือว่าเจ้าคิดจะใช้กลิ่นใบชามามอมเมาทหารม้าเหล็กของข้าให้เคลิบเคลิ้มจนลืมรบงั้นหรือ? ช่างเป็นแผนการที่เบาสมองและกวนโทสะข้าได้ดีแท้ๆ!"เขาสะบัดผ้าคลุมสีเลือดนกอย่างแรงจนฝุ่นคลุ้ง "เจ้าคิดว่าความสวยงามและวาจาประหลาดๆ ของเจ้าจะช่วยซื้อชีวิตสาม
ท่ามกลางบรรยากาศที่ความเครียดควรจะพุ่งทะยานจนเส้นเลือดในสมองแตก แต่กลับถูกฉาบไว้ด้วยรัศมีสีทองนวลตาของ ไป๋ลี่ถิง ฮองเฮาสาวผู้จุติเป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขาย พระนางประทับนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงเพลิงอย่างสง่างาม ท่าทางของพระนางดูผ่อนคลายประดุจกำลังพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ตหรูห้าดาวริมทะเล มากกว่าจะมานั่งอยู่ท่ามกลางดงธนูนับพันที่พร้อมจะเปลี่ยนร่างคนให้กลายเป็นเม่นได้ทุกเมื่อ มือเรียวสวยยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างละเมียดละไมพลางใช้สายตาสแกนมองยอดเนินเขาที่เต็นท์บัญชาการของแม่ทัพซีหยางตั้งอยู่อย่างท้าทาย"อา... ชาดี บรรยากาศเยี่ยม ขาดแค่ดนตรีคลอเบา ๆ กับ กลุ่มเป้าหมาย ที่ใจถึงกว่านี้หน่อย" ไป๋ลี่ถิงพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่ดังกังวานไปถึงหูทหารยามที่ใกล้ที่สุดจนพวกเขาต้องสะดุ้งพระนางวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะล้วงเข้าไปในแขนเสื้อไหมมุกที่ดูเหมือนกระเป๋าโดเรมอนในเวอร์ชันแบรนด์เนม แล้วหยิบซองจดหมายสีทองคำบริสุทธิ์ที่สลักลวดลายหงส์เหินเวหาออกมา ซองจดหมายนั้นไม่ได้ทำจากกระดาษธรรมดา แต่มันส่งประกายวิบวับและมีกลิ่นหอมของเงินตราที่เพิ่งผ่านการฟอกจนสะอาดกริบ ไป๋
สายลมที่พัดผ่านหุบเขาผีเสื้อดับในยามนี้ไม่ได้หอบเอาเพียงความหนาวเหน็บของเทือกเขาทางเหนือมาเท่านั้น แต่มันยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาเขียวมังกรคาบแก้วที่ราคาต่อหนึ่งใบสูงพอจะซื้อควายไปไถนาได้ทั้งฝูง ท่ามกลางสมรภูมิที่ดินปืนและกลิ่นคาวเลือดควรจะเป็นพระเอก ไป๋ลี่ถิง ฮองเฮาสาวผู้จุติใหม่เป็นเทพเจ้าแห่งการปิดการขาย กลับสร้างบรรยากาศให้กลายเป็นห้องรับรองระดับซูเปอร์พรีเมียมในห้างสรรพสินค้าที่หรูที่สุดในใต้หล้าพระนางตัดสินใจถอดชุดเกราะแพลตตินัมที่ดูดุดันออกชั่วคราว เหลือเพียงชุดคลุมยาวผ้าไหมทอพิเศษสีขาวมุกที่ประดับด้วยลวดลายเส้นด้ายทองคำขาวเรียบหรูทว่าดูแพงระยับประดุจถือบัตรเครดิตวงเงินไม่จำกัดไว้ในมือตลอดเวลา ไป๋ลี่ถิงก้าวเดินออกจากแนวป้องกันของกองทัพต้าจงด้วยท่วงท่าที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอประดุจนางแบบที่กำลังเดินอวดโฉมบนพรมแดงโดยไม่สนโลก มือสองข้างปล่อยวางแนบลำตัวอย่างอิสระ ไม่มีดาบ ไม่มีทวน มีเพียงรอยยิ้มพิมพ์ใจที่มองดูแล้วกวนประสาทอย่างบอกไม่ถูก"อา... แดดร่มลมตกแบบนี้ เหมาะกับการปิดดีลธุรกิจที่ซู้ดดด" พระ
ท่ามกลางบรรยากาศที่ความกดดันพุ่งสูงจนมวลอากาศรอบหุบเขาผีเสื้อดับดูเหมือนจะข้นคลักเป็นเนื้อเจลลี่ แสงสีแพลตตินัมที่อาบชโลมร่างของ ไป๋ลี่ถิง ยังคงส่องสว่างนวลตาประดุจหลอดไฟแอลอีดีรุ่นประหยัดไฟเบอร์ห้าที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล ทหารทั้งสองฝ่ายต่างตกอยู่ในอาการตะลึงพรึงเพริด บ้างก้มกราบ บ้างยืนอ้าปากค้างจนแมลงวันเข้าไปวางไข่ได้เป็นรัง ทันใดนั้น หน้าต่างระบบโฮโลแกรมที่มีขนาดมหึมาเท่าหน้าจอไอแมกซ์ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าสายตาของไป๋ลี่ถิงเพียงผู้เดียว"ระบบ !!! แจ้งเตือนภารกิจสุดท้าย!!!"ตัวอักษรสีทองอร่ามที่ขยับเขยื้อนได้ราวกับมีชีวิตลอยเด่นขึ้นมาท่ามกลางความว่างเปล่า มันส่องประกายวิบวับปานทองคำแท้ที่เพิ่งผ่านการขัดเงาด้วยน้ำยาเกรดพรีเมียม ไป๋ลี่ถิงหรี่ตามองหน้าจอที่สว่างจ้าพลางขยับนิ้วเรียวสวยเกลาคางอย่างใช้ความคิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของพระนางเมื่อได้อ่านรายละเอียดที่ระบบประเคนมาให้"ภารกิจสุดท้าย จงหยุดยั้งสงครามระดับแคว้นที่กำลังจะทำลายล่วงยอดขายรวมของท่านครั้งนี้ด้วย การเจรจาปิดการขายเท่านั้น! เงื่อนไขเหล็ก ห้ามใช้กำลังทหารเข้าหักหาญ ห้ามใช้ดาบฟันคอ และ
ไป๋ลี่ถิงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ขยับตัว สองมือของนางกุมขมับแน่น ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์เมื่อวานนี้ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำจากการอดนอนตลอดทั้งคืน สมองอันปราดเปรื่องของยอดนักขายมือทองระดับพระกาฬกำลังทำงานอย่างหนักหน่วงประดุจกงล้อ
สายลมยามบ่ายพัดโชยเอื่อยๆ หอบเอากลิ่นหอมฉุนจัดของดอกมู่ตันที่ปลูกเรียงรายอยู่หน้าเรือนฝั่งตะวันออกเข้ามาภายในห้องโถงอันโอ่อ่า บรรยากาศภายในเรือนของอนุหมินนั้นช่างแตกต่างจากเรือนหลักของฮูหยินเอกราวกับสรวงสวรรค์กับขุมนรกชั้นล่างสุด ผนังห้องตกแต่งด้วยภาพวาดวิจิตรบรรจง พื้นปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มสีแดงส
แสงแดดอุ่นยามสายสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเขียวมรกตของเรือนฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นที่พำนักของบรรดาอนุภรรยาคนโปรดแห่งจวนเผิงกวงโหว บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะต่อกระซิกราวกับกำลังมีงานเฉลิมฉลอง ไป๋ลี่ถิงในชุดกระโปรงสีเทาซีดเซียวที่ดูคล้ายกับผ้าขี้ริ้วมากกว่าอาภรณ์ของสตรีชั
แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องผ่านช่องโหว่บนหลังคากระเบื้องที่แตกร้าว ทอดตัวเป็นลำแสงสีทองอาบไล้ฝุ่นละอองที่ล่องลอยคว้างอยู่กลางอากาศภายในห้องนอนของฮูหยินเอกแห่งจวนเผิงกวงโหว ไป๋ลี่ถิงยืนท้าวสะเอวอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าทะมัดทะแมงผิดวิสัยสตรีในห้องหอ นางเพิ่งจะส่งมารดาเข้านอนพักผ่อนหลังจากเหตุการณ์ปะ







