Accueil / รักโบราณ / คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ / บทที่ ๕๖ น้องสาวในฐานะแม่สื่อ – ๑

Share

บทที่ ๕๖ น้องสาวในฐานะแม่สื่อ – ๑

last update Dernière mise à jour: 2025-12-27 12:50:02

หลังจากที่สบสายตากับหยางเสวี่ยอิงโดยบังเอิญแล้ว แม่ทัพใหญ่เถี่ยซินหยางก็ตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าขุนนางที่พยายามจะเข้ามาทำความรู้จักอย่างไม่ขาดสาย

“ท่านแม่ทัพช่างเป็นยอดคนโดยแท้ การศึกครั้งนี้ท่านได้สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงให้แก่แผ่นดิน”

“ใช่แล้วๆ บุตรชายของข้าก็รับราชการทหารอยู่เช่นกัน เขาชื่นชมในตัวท่านแม่ทัพยิ่งนัก”

คำเยินยอสรรเสริญที่หวานล้ำแต่จอมปลอมหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทว่าสำหรับแม่ทัพเถี่ยแล้ว สมรภูมิในราชสำนักแห่งนี้ช่างน่าอึดอัดและรับมือได้ยากยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับกองทัพอนารยชนนับหมื่นเสียอีก ที่นี่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนคมดาบ เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการเสแสร้ง สิ่งที่เขาเกลียดชังที่สุด

สายตาของเขาเผลอเหลือบมองไปยังโต๊ะของสองพี่น้องสกุลหยางอีกครั้ง

พวกนางดูไม่ต่างจากเขา ดูไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้ โดยเฉพาะคุณหนูใหญ่ผู้นั้น นางนั่งอยู่อย่างเงียบๆ ด้วยท่าทีที่สงบเสงี่ยม ไม่ได้พยายามจะสร้างสัมพันธ์กับผู้ใด ราวกับเป็นดอกหลันฮวาที่เบ่งบานอย่างงดงามอยู่ตามลำพังในหุบเขาลึก

ขณะที่เขากำลังจะละสายตานั้นเอง เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

นางกำนัลน้อยผู้หนึ่ง อายุราวสิบสองสิบสามปี
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Chapitre verrouillé

Latest chapter

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๘ พยัคฆ์เฒ่าคืนถิ่น – ๒

    ขบวนทัพม้าเร็วเคลื่อนตัวออกจากชายแดนเฮยสุ่ย มุ่งหน้าสู่ค่ายทหารลับที่ตั้งอยู่ในหุบเขาฝั่งแคว้นเจิ้ง ภายในกระโจมใหญ่กลางค่ายที่ถูกกางขึ้นอย่างรวดเร็ว หยางจิ้งอวี่กำลังง่วนอยู่กับการรักษาอาการของน้องชาย โดยมีเจิ้งเฟิงเยวี่ยและหยางเจิ้นเฝ้าดูอยู่ไม่ห่างเข็มเงินนับสิบเล่มปักอยู่ตามจุดชีพจรสำคัญบนร่างกายของจิงหยุน ไอสีดำจางๆ ระเหยออกมาตามปลายเข็ม ส่งกลิ่นเหม็นฉุนกึก นี่คือกระบวนการขับพิษที่ต้องใช้สมาธิขั้นสูง“อวี่เอ๋อร์ เจ้าไหวหรือไม่?” เจิ้งเฟิงเยวี่ยถามพลางซับเหงื่อบนหน้าผากให้นาง“ไหวเพคะ” จิ้งอวี่กัดฟันตอบ มือยังคงถ่ายเทพลังวัตรอย่างต่อเนื่อง “พิษส่วนใหญ่ถูกขับออกแล้ว แต่จิตวิญญาณของเขาบอบช้ำมากจากการถูกควบคุมด้วยหนอนกู่ ต้องใช้เวลาฟื้นฟู”ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดจิ้งอวี่ก็ถอนเข็มเล่มสุดท้ายออก นางทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ลมหายใจหอบถี่“ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ” นางยิ้มบางๆ ให้ท่านปู่ และสามี “เขาแค่ต้องการการพักผ่อน”หยางเจิ้นถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “ขอบใจเจ้ามากหลานรัก ถ้าไม่ได้เจ้า ปู่คงต้องเสียใจไปจนวันตาย”

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๘ พยัคฆ์เฒ่าคืนถิ่น – ๑

    เสียงแหวกอากาศของลูกธนูเหล็กนับพันดอกที่พุ่งลงมาจากยอดหน้าผาสูงชัน ดังหวีดหวิวประหนึ่งเสียงกรีดร้องของมัจจุราช ท้องฟ้าเหนือหุบเขาหมื่นพิษที่เคยถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีม่วงมืดมิดลงถนัดตาด้วยห่าฝนเหล็กที่กองทัพม้าเกราะดำ หรือกองทัพแห่งตระกูลหยางระดมยิงลงมาปูพรมเพื่อเปิดทางฉึก! ฉึก! ฉึก!เสียงหัวลูกศรเจาะทะลุกะโหลกศีรษะและร่างกายเน่าเฟะของเหล่ามนุษย์พิษดังระงมไปทั่ว เลือดสีดำคล้ำสาดกระเซ็นย้อมผืนดินเฉอะแฉะให้กลายเป็นบึง กองทัพอมนุษย์ที่เคยถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ถูกสกัดกั้นจนแตกกระเจิง ล้มระเนระนาดดั่งใบไม้ร่วง“ดึง!”เสียงตะโกนทรงพลังของผู้เป็นแม่ทัพดังสะท้านก้อง เชือกเส้นหนาทำจากเอ็นสัตว์ผสมลวดเหล็กที่หย่อนลงมาถูกกระตุกขึ้นพร้อมกันด้วยแรงม้าศึก ร่างของเจิ้งเฟิงเยวี่ยที่แบกหยางจิงหยุนไว้บนบ่า และหยางจิ้งอวี่ที่เกาะเชือกเคียงข้าง ลอยลิ่วขึ้นสู่ยอดหน้าผาด้วยความเร็วปานเหาะเหิน“คิดจะหนีรึ! ฝันไปเถอะ!”ตู๋กูมั่วคำรามลั่นด้วยความคั่งแค้น เขาไม่อาจยอมปล่อยให้เหยื่อและภาชนะอันล้ำค่าหลุดมือไปได้ เจ้าหุบเขาพิษร่ายมนตร์ดำกระตุ้นแมงมุมแม่ม่า

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๗ ศึกอสูรมรณะ – ๒

    [โฮสต์! หนอนกู่ฝังอยู่ที่ไขสันหลัง! ท่านต้องใช้เข็มเงินสลายวิญญาณแทงสกัดจุดชีพจรใหญ่ 3 แห่งพร้อมกัน แล้วใช้พลังวัตรดึงมันออกมา! แต่ต้องทำในระยะประชิด!]‘เข้าใจแล้ว!’ จิ้งอวี่พยักหน้า นางหันไปสบตากับสามี “ฝ่าบาท หม่อมฉันต้องเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง ฝากระวังหลังให้ด้วย”“วางใจเถอะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เจิ้นก็จะไม่ให้ใครมาแตะต้องเจ้าได้อีก แม้แต่เจ้าแมงมุมบ้านั่น!”เจิ้งเฟิงเยวี่ยหมุนกายหันไปเผชิญหน้ากับตู๋กูมั่วและแมงมุมยักษ์เริ่มทรงตัวได้อีกครั้ง แววตาของโอรสสวรรค์ลุกโชนไปด้วยโทสะ รังสีสังหารแผ่พุ่งจนบรรยากาศบิดเบี้ยว“ตู๋กูมั่ว! เจ้ากล้าใช้มนุษย์มาทำพิธีกรรมต่ำช้า วันนี้เจิ้นจะส่งเจ้าไปลงนรกขุมที่ลึกที่สุด!”“ปากดีนักเจ้าหนู!” ตู๋กูมั่วตวาดกลับ เขาโบกสะบัดธงทิวสีดำ ทันใดนั้น เงาตะคุ่มนับสิบก็โผล่ออกมาจากเงามืดรอบหุบเขา พวกมันคือมนุษย์พิษ ร่างกายเน่าเฟะที่ถูกปลุกชีพขึ้นมา ดวงตาสีเขียวเรืองแสงจ้องมองเหยื่ออย่างหิวกระหาย“ฆ่าพวกมันให้หมด!”สงครามตะลุมบอนเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง เจิ้งเฟิงเยวี่ยร่ายรำเพลงกระบี่ปกป้องภรรยาจากฝูงมนุษ

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๗ ศึกอสูรมรณะ – ๑

    เสียงกัมปนาทกึกก้องฟาดผ่ากลางหุบเขา เมื่อปราณกระบี่สีทองอร่ามของเจิ้งเฟิงเยวี่ยปะทะเข้ากับขาหน้าอันแข็งแกร่งของแมงมุมแม่ม่ายสวรรค์ ประกายไฟแตกกระเซ็นราวดอกไม้ไฟ ทว่าอสูรร้ายกลับมิได้สะทกสะท้าน มันเพียงแค่ขยับก้ามขนาดมหึมา ผลักไสร่างมังกรหนุ่มให้กระเด็นถอยร่นไปหลายจั้ง แรงลมจากการปะทะซัดกระหน่ำจนต้นไม้พิษรอบด้านหักโค่นระเนระนาด“แข็งแกร่งยิ่งนัก!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยกัดฟันแน่น มือที่กำกระบี่อาญาสิทธิ์สั่นระริกด้วยแรงสะท้อนกลับ นัยน์ตามังกรฉายแววเคร่งเครียด “เกราะของมันหนาเกินกว่าที่ลมปราณทั่วไปจะเจาะทะลุได้!”หยางจิ้งอวี่ยืนหยัดต้านแรงลมอยู่เบื้องหลัง นางจ้องมองพี่ชายฝาแฝดห้อยตองแต่งอยู่บนหัวแมงมุมด้วยหัวใจอันบีบคั้น ร่างกายของหยางจิงหยุนเริ่มกระตุกเกร็ง เส้นเลือดปูดโปนเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ“ฝ่าบาท! ถ่วงเวลามันไว้!” จิ้งอวี่ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของสัตว์ร้าย “จุดอ่อนของมันอยู่ที่ข้อต่อบริเวณโคนขา! แต่ต้องทำลายเกราะหุ้มเสียก่อน!”“พูดง่ายแต่ทำยากนะฮูหยิน!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แม้สถานการณ์จะวิกฤตแต่เขาก็ยังคงไว้ซึ่งความอหังการ เขาดีดตัวพุ

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๖ โรงเตี๊ยมข้ามวิญญาณ – ๒

    จิ้งอวี่ลุกขึ้นเดินไปหาชายหัวโล้นที่กำลังครวญคราง นางดึงตะเกียบออกจากไหล่เขาอย่างแรงจนเลือดสาดซ้ำ แล้วเช็ดเลือดกับเสื้อของมันอย่างรังเกียจ“บอกมา ทางเข้าหุบเขาหมื่นพิษที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน? และใครเป็นคนนำทางได้บ้าง?”ชายหัวโล้นตัวสั่นงันงก ความเจ็บปวดและความกลัวทำให้เขาสิ้นฤทธิ์เดช “ข้า... ข้าไม่รู้! ข้าเป็นแค่คนเฝ้าปากทาง!”“ไม่รู้?” จิ้งอวี่เลิกคิ้ว นางหยิบขวดพริกไทยป่นบนโต๊ะขึ้นมา “แผลสดๆ แบบนี้ ถ้าโรยพริกไทยลงไปคงจะรสชาติจัดจ้านน่าดู”“อย่า! อย่า! ข้าบอกแล้ว! บอกแล้ว!” มันรีบตะโกนลั่น “ไปหาเถ้าแก่โม่ที่หลังร้าน! เขาเป็นคนเดียวที่มียาถอนพิษหมอกม่วงและรู้ทางเข้าลับ!”“ขอบใจ” จิ้งอวี่เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของคนทั้งร้าน นางหันไปยิ้มหวานให้สามี “เห็นไหมเจ้าคะสามี การเจรจาด้วยเหตุผลมักได้ผลเสมอ”เจิ้งเฟิงเยวี่ยส่ายหน้ายิ้มๆ คีบเนื้อไก่ตุ๋นยาจีนใส่ถ้วยให้นาง “เหตุผลของฮูหยิน ช่างคมกริบและเจ็บแสบยิ่งนัก”หลังจากจัดการมื้ออาหารและพักผ่อนเพียงชั่วครู่ คณะเดินทางก็บุกไปหลังร้านตามคำบอกเล่า พบชายชราหลังค่อมกำลังต้มสมุนไพรกลิ่นฉุนกึกอยู่ในหม้อใบใหญ่“พวกเจ้าต้องการไปตายรึ

  • คุณหนูสามผู้มีสติปัญญาไม่สมประกอบ   บทที่ ๖๖ โรงเตี๊ยมข้ามวิญญาณ – ๑

    สามราตรีผ่านพ้นไปราวกับกะพริบตา ม้าศึกฝีเท้าจัดห้าตัวควบทะยานฝ่าพายุทรายอันบ้าคลั่งมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าป้ายหินสลักคำว่าเฮยสุ่ย ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่สุดเขตชายแดนแคว้นเจิ้ง รอยต่อแห่งความตายที่กั้นขวางระหว่างโลกมนุษย์และดินแดนแห่งพิษร้ายของแคว้นเป่ยเยี่ยนบรรยากาศ ณ ที่แห่งนี้ช่างวังเวงและหดหู่ ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆฝนตั้งเค้าตลอดทั้งปี กลิ่นไอความชื้นผสมกับกลิ่นเน่าเปื่อยของซากพืชซากสัตว์ลอยมาแตะจมูก หยางจิ้งอวี่กระตุกบังเหียนม้าคู่ใจให้หยุดลง นัยน์ตาภายใต้หมวกสานปีกกว้างที่มีผ้าแพรสีดำบดบังใบหน้า กวาดมองไปรอบกายด้วยความระแวดระวัง“ที่นี่หรือคือเมืองชายแดนเฮยสุ่ย?” สุรเสียงหวานทว่าแฝงความเย็นชาเอ่ยถาม “เงียบเชียบราวกับป่าช้า”เจิ้งเฟิงเยวี่ยในคราบคุณชายตระกูลผู้ดีตกอับควบม้ามาเทียบข้าง เขาขยับผ้าคลุมไหล่ขนจิ้งจอกสีเงินให้กระชับขึ้นเพื่อต้านลมหนาว “เฮยสุ่ยเป็นแหล่งซ่องสุมของพวกคนคุก นักฆ่าไร้สังกัด และพ่อค้าตลาดมืด กฎหมายราชสำนักเอื้อมมือมาไม่ถึง ที่นี่มีกฎเพียงข้อเดียว ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด”“น่าสนุก” จิ้งอวี่กระตุกยิ้มมุมปากที่มองไม่เห็น ‘เป่าเปา สแกนพื้นที่โดยรอบ ค้นหาจุดพ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status