INICIAR SESIÓNหลิงหนานชะงัก รอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้า “หะ อะไรนะ”
อาเซียงมองนางอย่างจริงจัง &l
เจินจี้มองบุตรชาย “ตานเอ๋อร์ เจ้าเคยไปเที่ยวโรงน้ำชาหลายแห่ง เจ้าคงได้ยินข่าวจากคนมากมาย” นางถาม “มีใครพูดถึงอาการของท่านโหวบ้าง”เหวยตานนิ่งคิดก่อนตอบ “มีคนพูด ๆ อยู่”เหวยมี่รีบขยับเข้ามา “ว่าอย่างไร!”ชายหนุ่มยักไหล่ “บางคนบอกว่าท่านโหวบาดเจ็บจากการต่อสู้”เจินจี้ขมวดคิ้ว “แล้ว?”“บางคนบอกว่าถูกลอบทำร้าย”เหวยมี่หน้าเปลี่ยนสีเหวยตานยิ้ม “บางคนบอกว่าท่านโหวอาจไม่รอดถึงฤดูหนาวนี้ด้วยซ้ำ”“ท่านพี่!” เหวยมี่ร้องเสียงหลงเจินจี้รีบตวาด “เหวยตาน! เจ้ายังมีหน้ามาพูดล้อเล่นอีก”“ข้าเพียงเล่าสิ่งที่ได้ยิน” ชายหนุ่มยกมือทั้งสองข้างเจินจี้ถอนหายใจอย่างหนัก “ข่าวลือเหล่านี้เชื่อถือไม่ได้”เหวยตานพยักหน้า “ข้าก็คิดเช่นนั้น”เหวยมี่มองเขาอย่างมีความหวัง “ท่านคิดเช่นนั้นจริงหรือ”ชายหนุ่มตอบ “แต่หากเป็นจริงขึ้นมา เจ้าก็คงลำบา
บรรยากาศภายในเรือนเล็กเต็มไปด้วยความอบอุ่น ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าในเรือนใหญ่อีกฟากหนึ่งของจวน กำลังมีพายุลูกใหม่ก่อตัวขึ้น“ข้าไม่แต่ง!” เสียงเหวยมี่ดังลั่นห้องเจินจี้เงยหน้าจากถ้วยชา “มี่เอ๋อร์!”“ท่านแม่ ข้าไม่แต่งกับเขาแล้ว!” หญิงสาวในชุดสีชมพูยืนอยู่กลางห้อง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและความหวาดกลัวเจินจี้รีบวางถ้วยชา “เจ้าพูดอะไร”“ข้าไม่อยากแต่งกับคนพิการ!” เหวยมี่ตะโกนป้าหวังที่ยืนอยู่ข้างประตูรีบปิดประตูทันทีเจินจี้หน้าเปลี่ยนสี “เบาเสียงลง!”“ทำไมต้องเบา! คนทั้งเมืองพูดกันหมดแล้ว!” เหวยมี่น้ำตาคลอเจินจี้ลุกขึ้น “ข่าวลือยังไม่แน่ว่าจริง”“แต่จวนโหวเลื่อนงานแต่งถึงสามครั้ง! หากท่านโหวแข็งแรงดี เหตุใดจึงไม่ยอมแต่ง” เหวยมี่เถียงทันทีเจินจี้นิ่งไปเหวยมี่เดินเข้ามาจับแขนมารดา น้ำเสียงของนางเริ่มสั่น “ท่านแม่ ข้าไม่อยากแต่งกับบุรุษที่ลุกจากเตียงไม่ได้ ข้ายังอายุน้อย”&ldq
“ข้าได้ยินว่าท่านโหวลุกจากเตียงไม่ได้” ลูกค้าคนหนึ่งพูด“น่าสงสารคุณหนูเหวยมี่” อีกคนถอนหายใจ “ยังไม่ทันแต่งงานก็ต้องเผชิญเรื่องเช่นนี้”หลิงหนานเงยหน้า เหวยมี่?นางหันไปหาจ้าวฝู “ท่านจ้าว”“ขอรับ”“เมื่อครู่พวกเขาพูดถึงงานแต่งของเหวยมี่หรือ”จ้าวฝูชะงักก่อนพยักหน้า “ขอรับ”หลิงหนานขมวดคิ้ว “เหวยมี่จะแต่งงานกับท่านโหว?”จ้าวฝูมองนางอย่างประหลาดใจ “คุณหนูใหญ่ไม่ทราบหรือขอรับ”หลิงหนานนิ่งไปในความทรงจำเดิมของหูหลิงหนาน มีเรื่องราวเกี่ยวกับการหมั้นหมายของเหวยมี่อยู่บ้างแต่เพราะเจ้าของร่างเดิมถูกกักให้อยู่แต่เรือนเล็ก จึงแทบไม่มีโอกาสรับรู้รายละเอียด นางจำได้เพียงว่าเจินจี้เคยจัดเตรียมสินเดิมเจ้าสาวจำนวนมาก และเหวยมี่เคยอวดว่าตนเองจะได้แต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์“ข้ารู้เพียงว่านางมีคู่หมั้น แต่ไม่รู้รายละเอียด” หลิงหนานตอบจ้าวฝูพยักหน้า “คู่หมั้นของคุณหนูเหวยมี่คือท่านโหวถิงอิงไป๋ข
เพล้ง!เสียงถ้วยชากระทบพื้นดังสนั่นภายในเรือนใหญ่ของจวนสกุลหู เศษกระเบื้องเคลือบสีขาวแตกกระจายไปทั่วพื้นหินขัด น้ำชาร้อนสาดเปื้อนชายกระโปรงของสาวใช้ที่คุกเข่าอยู่ข้างโต๊ะ“เจ้าพูดอีกครั้งสิ!” เจินจี้ตวาดเสียงดังสาวใช้ตัวสั่น รีบก้มหน้าจนแทบชิดพื้น “ฮูหยินเจ้าคะ คนจากจวนโหวแจ้งมาว่า งานแต่งระหว่างคุณหนูเหวยมี่กับท่านโหวจำเป็นต้องเลื่อนออกไปอีกเจ้าค่ะ”“เลื่อนอีกแล้วหรือ!” เจินจี้กำหมัดแน่น“นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว!”ภายในห้องโถงไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงแม้แต่ป้าหวังที่ยืนอยู่ข้างหลังยังต้องก้มหน้าลง เจินจี้เดินกลับไปกลับมาด้วยความหงุดหงิด“พวกเขาคิดว่าจวนสกุลหูเป็นอะไร อยากแต่งก็แต่ง อยากเลื่อนก็เลื่อนเช่นนั้นหรือ!”ป้าหวังรีบกล่าวปลอบ “ฮูหยินใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ”“จะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร!” เจินจี้หันขวับ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเตรียมงานแต่งครั้งนี้ไปมากเพียงใด!”นางชี้ไปยังหีบไม้หลายใบที่วางเรียงอยู่มุมห้อง ภายในเป็นผ้าไห
เย็นวันนั้น หลิงหนานกลับเรือนเร็วกว่าปกติ เมื่อเดินผ่านประตูเล็กด้านหลัง นางก็เห็นอาเซียงกำลังนั่งอยู่ใต้ชายคา เขาถือหนังสือเก่าเล่มหนึ่งในมือ ข้างกายมีถ้วยชาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็เงยหน้าขึ้นทันที “กลับมาแล้วหรือ”หลิงหนานพยักหน้า “อืม”ชายหนุ่มมองท้องฟ้าก่อนยกมุมปาก “วันนี้ยังไม่มืด”นางเลิกคิ้ว “ท่านกำลังชมข้าหรือ”“ใช่”หลิงหนานหัวเราะ “ถ้าเช่นนั้นข้าควรได้รับรางวัลหรือไม่”อาเซียงนิ่งคิดก่อนตอบ “ข้าทำอาหารไว้แล้ว”นางชะงัก “อีกแล้วหรือ ท่านไม่เบื่อหรือ”ชายหนุ่มส่ายหน้า “ไม่”หลิงหนานมองเขาก่อนถามเบา ๆ “เหตุใด”อาเซียงตอบอย่างเรียบง่าย “เพราะเจ้ากลับมากิน”คำตอบนั้นทำให้หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง หลิงหนานรีบหันไปมองโต๊ะอาหาร“วันนี้ทำอะไร”ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ “ข้าวต้มปลา”“ท่านทำเป็นด้วยหรือ”&l
หลิงหนานชะงัก รอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้า “หะ อะไรนะ”อาเซียงมองนางอย่างจริงจัง “ข้าไม่รังเกียจเลย”“ท่าน…รู้หรือเปล่าพูดอะไรออกมา” หัวใจของหลิงหนานเต้นแรงขึ้นทันที นางเบิกตากว้างชายหนุ่มพูดต่อ “หากเป็นเจ้า ข้าไม่รังเกียจการแต่งงาน”หลิงหนานนิ่งค้าง คราวนี้นางไม่รู้จะตอบอย่างไรจริง ๆ เดิมทีตั้งใจหยอกให้เขาประหม่า แต่กลับกลายเป็นตัวเองที่หน้าแดงเสียก่อน“อาเซียง!”ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “หืม”“ข้ากำลังพูดเรื่องแต่งงานระ”“รู้”หลิงหนานแทบสำลักลมหายใจ“แล้วเหตุใดเจ้าจึงถาม” อาเซียงมองนางอย่างสงสัย“ท่านนี่…” นางยกมือแตะหน้าผากชายหนุ่มรออย่างสงบ หลิงหนานสูดลมหายใจลึกก่อนถามอย่างระมัดระวัง“ท่านไม่คิดหรือว่าการแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญ”“สำคัญ” อาเซียงพยักหน้า“แล้วเหตุใดจึงตอบง่ายเช่นนั้น”เขามองนางก่อนกล่าวช้า ๆ &ldquo







