LOGINแมรี่ เกรย์ (เมย์) เมย์ นักศึกษาโบราณคดีปีสี่ เธอสนใจในวิชาประวัติศาสตร์ยุโรปตั้งแต่ประถม เพราะคนผู้หนึ่งที่เธอไม่เคยพบเจอ แต่กลับฝันเห็นเขามาโดยตลอด พอขึ้นมหาลัยมาเธอจึงเลือกสอบเข้าโบราณคดี หลังจากที่เธอเล่าเรียนจนถึงปีสี่ อาจารย์ได้ให้นักศึกษาทำวิทยานิพนธ์ เธอจึงเลือกทำวิทยานิพนธ์ประวัติศาสตร์ตะวันตกเกี่ยวกับตำนานแวมไพร์แห่งปราสาทมูนชายน์ที่ทิ้งล้างไปประมาณสองพันกว่าปี วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ คือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันได้พบกับเจ้าแห่งรัตติกาลแห่งปราสาทหลังนั้น เขาทำให้ฉันได้พบอีกโลกหนึ่งที่ผู้คนยากที่จะพบเจอ...
View Moreกรุงเบอร์ลิน เป็นเมืองหลวงและรัฐหนึ่งในสิบหกรัฐสหพันธ์ของประเทศเยอรมนี มีจำนวนประชากร 3.4 ล้านคนในเขตเมือง มากที่สุดในเยอรมนี และมากเป็นอันดับสองในสหภาพยุโรป ยังเป็นศูนย์กลางของเขตนครหลวงเบอร์ลิน-บรันเดินบวร์ค ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเยอรมนี มีประชากรในเขตนครหลวงรวม 5 ล้านคนจาก 180 ชาติ มากเป็นอันดับเก้าในสหภาพยุโรปเลยทีเดียว
ภูมิศาสตร์ของกรุงเบอร์ลิน โดยตั้งอยู่บนแม่น้ำชเปรและฮาเฟิลทางตะวันออกเฉียงเหนือของเยอรมนี ห้อมล้อมด้วยรัฐบรันเดินบวร์ค มีพื้นที่ 891.75 ตารางกิโลเมตร ในสมัยก่อนเบอร์ลินเคยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบรันเดินบวร์คก่อนจะแยกการปกครองออกเป็นนครรัฐต่างหากรัฐหนึ่ง ในยามค่ำคืนใจกลางเมืองหลวงประดับประดาไปด้วยไฟถนนและไฟอาคารทำให้ทุกๆ ค่ำคืนของเมืองหลวงมีสีสัน โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกและเอ็นเตอร์เทรนหลากหลาย ให้นักท่องเที่ยวในยามราตรีเลือกท่องเที่ยวจนเกือบรุ่งสางของอีกวัน ในห้องหรูในโรงแรมแห่งหนึ่งในกลางกรุงเบอร์ลิน ตบแต่งหรูหราสไตล์ยุโรปราคาหลายหมื่นยูโร ชายหนุ่มร่างหนาสูงถึงสองเมตรสิบ โครงรูปหน้าหล่อเหลาตามแบบฉบับชาวยุโรป เขามีผมหนาสีดำสนิท เช่นเดียวกับคิ้วหนาของเขาที่มีสีเดียวกันกับสีผม ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ จมูกโด่งเป็นสันได้รูปสวย ยังมีริมฝีปากหนาสีลูกพีชอ่อนๆ ผิวขาวซีดราวกับว่าไม่มีเลือดมาหล่อเลี้ยงร่างกาย เขากำลังทอดกายนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวทอดสายตามองไปยังหญิงสาวร่างบาง เธอสวมใส่ชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำเว้าให้เห็นร่องนมอวบอิ่ม เธอก้าวเดินเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง เธอทอดสายตามองเขาด้วยความหลงใหล ริมฝีปากแดงจัดเผยรอยยิ้ม รอบกลืนน้ำลายเหมือนหิวกระหายในเรือนร่างของเขาที่อุดมไปด้วยซิกแพคหนามีเพียงเสื้อเชิ้ตราคาแพงที่ใส่อยู่ แต่ว่าปลดกระดุมบนไว้สามเม็ด ทำให้เห็นซิกแพคของเขาได้แจ่มชัด และยังสวมใส่กางเกงสแล็คสีดำเช่นเดียวกับสีเสื้อ ยังสวมเข็มขัดหัวเกลี้ยง และรองเท้าขัดมัน “ไปล้างตัว แล้วค่อยออกมาหาผม” เขาเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงเรียบ เธอเผยรอยยิ้มมองใบหน้าเขาและพยักหน้าเบาๆ “ค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มยั่วยวนพราวเสน่ห์ แล้วก้าวเดินเข้าไปในห้องน้ำ เขามองเธอที่เข้าไปในห้องน้ำ ผ่านกระจกใสทะลุเข้าไปในห้องน้ำเห็นว่าหญิงสาวเปลื้องเสื้อผ้าออกจากเรือนร่างทั้งหมด เธอก้าวเดินเข้าไปตรงเรนชาวเวอร์เปิดน้ำในทันที เขามองเธอด้วยสายตาเรียบเฉยไม่รู้สึกถึงอารมณ์ใดๆ เหมือนกับเป็นสิ่งที่เห็นจำเจและชินชาไปกับภาพตรงหน้า ถ้าไม่ใช่เพราะจำเป็นเขาคงไม่ลากผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาด้วยหรอก เขาถอดเสื้อผ้าออกจากเรือนร่างทั้งหมด ก้าวเดินไปหาเธอที่อยู่ในห้องน้ำ เธอหันมามองเขาด้วยสีหน้าตกใจกับดุ้นของเขาที่ใหญ่และยาวอย่างมาก เธอไม่เคยเห็นของใครที่มันใหญ่ได้ขนาดนี้ ทำให้เธอรู้สึกตกใจและหวาดกลัว เขาจับเธอหันหลังเข้ากำแพง สอดเข้าไปในร่องก้นในทันที โดยที่เธอไม่ได้คลายแต่อย่างใด ทำให้เธอจุกจนพูดไม่ออก “ดะ...เดี๋ยว...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...โอ้ว...ฟัก...ฟัก...ฟัก...อร๊าย...!!!” เธอร้องครางดังลั่นด้วยความเจ็บมากกว่าความหวาดเสียวเสียอีก หน้าท้องของเธอแน่นด้วยดุ้นของเขามันแทบทะลุออกหน้าท้อง มือเรียวกรีดผนังไม่อาจทนแรงของเขาได้ เธอขาสั่นแทบทรุด เขาใช้มือหนาจับสะโพกของเธอกระแทกใส่อย่างหนักหน่วง ไม่ลดแรงกระแทกแต่อย่างใด “อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...ฟัก...อร๊าย...จะ...เจ็บ...อื้อ...อือ...” เธอร้องครางสั่นนัยน์ตาทั้งสองข้างหลั่งน้ำตาออกมา มือหนาของเขาที่จับสะโพกของเธอจับเต้านมของเธอขยำแทบแหลกลาญ และขยี้หัวนมหนักๆ มือข้างที่ขยี้หัวนมจับคางของเธอเชิดใบหน้าขึ้น เขาจูบที่ซอกคอระหงของเธอแผ่วเบา “อ๊ะ...อ๊ะ...อร๊าย...” เธอปล่อยน้ำเงี่ยนออกมาพร้อมกับน้ำกามขาวขุ่น ด้านในร่องก้นของเธอนั้นขมิบไม่หยุดเช่นกัน เธอเองไม่เคยปล่อยสุดแบบนี้มาก่อนเลย เขากลับทำให้เธอเสร็จภายในครั้งเดียว เขากัดซอกคอระหงของเธอจมเขี้ยว เธอสะดุ้งด้วยความเจ็บ หันใบหน้ามามองเขาด้วยความตกใจ เมื่อเขาริมฝีปากออก “คุณมันตัวอะไร” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นเขี้ยวยาวๆ ของเขาที่ฝังที่ซอกคอของเธอ และเขาเองมีดวงตาแดงก่ำทั้งสองข้างต่างกับเมื่อครู่ที่เขามีดวงตาสีเทา เธอรู้สึกหวาดกลัวเพื่อจะหนีจากเขา แต่ทว่าเขาจับขาเรียวของเธอ และยังจ้องดวงตาของเธอเพียงชั่วครู่ ไม่ช้าเธอก็หมดสติในอ้อมแขนของเขา “ให้มันได้อย่างนี้สิน่า” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ อุ้มเธอออกจากห้องน้ำไปยังเตียงนอน และยังห่มผ้าให้กับเธอ เขามองใบหน้าสวยด้วยสายตาเรียบเฉย เขาเลือนหายไปในทันทีราวกับว่าเขาไม่เคยอยู่ที่นี่ ขณะที่หญิงสาวทอดกายหลับใหลไม่ได้สติ ไม่รับรู้ถึงการจากไปของเขา เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดในคืนนี้ เธอจะลืมเลือนทั้งหมดเมื่อเธอตื่นขึ้นมา เช่นเดียวกับผู้คนที่เจอเขาในค่ำคืนนี้ เพราะเขาเอาความทรงจำของเธอและทุกๆ คนไป เพื่อไม่ให้ทิ้งร่องรอยการมีอยู่ของเขา... .............................. ตอนแรกมาแล้วนะคะ สนุกไหมเอ่ย ขอปรับเนื้อเรื่องให้สมูทก่อน เมื่อ NC มาเมื่อไหร่รับประกันความแซ่บถึงใจได้เลย ไปตามอ่าน 2P, 3P และ 4P ของเราได้ อยู่ในนามปากกา ณ ธารา อย่าลืมกด "❤️" และ "คอมเม้นท์" เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะฮะแมรี่ก้าวเดินอย่างช้าๆ บนชายหาดที่ขาวละเอียดดุจผงแป้ง เม็ดทรายเนียนนุ่มยวบเล็กน้อยใต้ฝ่าเท้าทุกย่างก้าว แสงแดดอ่อนในยามบ่ายสะท้อนบนพื้นทรายเป็นประกายระยิบระยับ ท้องทะเลเบื้องหน้าแผ่กว้างออกไปสุดสายตา น้ำทะเลสีเขียวมรกตใสจนมองเห็นพื้นทรายใต้ผืนน้ำ คลื่นเล็กๆ ซัดกระทบชายฝั่งอย่างแผ่วเบา ส่งเสียงราวกับท่วงทำนองแห่งธรรมชาติเหนือผืนน้ำ ท้องฟ้าเปิดกว้างเป็นสีฟ้าสดใส ประดับด้วยปุยเมฆขาวที่ลอยล่องอย่างเกียจคร้าน ราวกับถูกแต่งแต้มด้วยพู่กันอันประณีตของธรรมชาติ แสงแดดอ่อนโยนทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวาอย่างยิ่งมือเรียวของแมรี่ถูกจับประคองไว้อย่างอบอุ่นโดยมือหนาของเฮนรี่ ทั้งคู่ก้าวเดินไปด้วยกันอย่างสงบ สัมผัสสายลมทะเลพัดพากลิ่นอายทะเลมาปะทะเบาๆ กับผิวกาย ชายหาดที่ทอดยาวราวไม่มีที่สิ้นสุด“เฮนรี่ฉันอยากจะถามอะไรคุณอย่างหนึ่งนะ มันเป็นคำถามที่ฉันอยากได้ยินจากปากของคุณน่ะ คุณไม่ต้องตอบฉันก็ได้นะ ถ้าคุณไม่อยากที่จะตอบ” แมรี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเอ่ยถามเฮนรี่ เฮนรี่หยุดเดินและหันกลับมามองเธอ ทำให้เธอหยุดยืนด้วยเช่นกัน“ไหนแมรี่ คุณอยากรู้อะไรล่ะ คุณถามผมได้ทุกเรื่องเลย” เฮนรี่เอ่
ในยามค่ำคืนที่เงียบสงบ แสงจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางฟากฟ้า สาดส่องลงมายังพื้นน้ำเป็นแสงสีเงินระยิบระยับ แมรี่ก้าวออกมาจากบ้าน ทอดสายตามองไปยังเฮนรี่ที่ยืนอยู่กลางทะเล น้ำลึกจนถึงเอวหนาของเขา แต่เฮนรี่ยังคงมั่นคง ท่ามกลางแรงลมที่พัดเบา ๆ และเสียงคลื่นซัดสาดสลับกันอย่างเป็นจังหวะเฮนรี่หันหน้าไปทางเส้นขอบฟ้า ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่ง ลำตัวของเขาถูกแสงจันทร์แต่งแต้มให้ดูโดดเด่น น้ำทะเลที่เคลื่อนไหวเบา ๆ ล้อมรอบตัวเขาราวกับเป็นพรมผืนใหญ่ที่รองรับ ความเงียบงันรอบตัวมีเพียงเสียงคลื่นและเสียงหายใจของเธอเองที่ดังอยู่ในหัวใจแมรี่เปลื้องชุดที่สวมใส่ออกจากเรือนร่าง ชุดของเธอร่วงลงไปกองบนพื้นทรายสีขาวอย่างเงียบงัน เธอถอดรองเท้าออก ช้า ๆ ทีละข้าง สัมผัสได้ถึงความเย็นของเม็ดทรายใต้ฝ่าเท้า ละเอียดอ่อนและอบอุ่นจากไอความร้อนที่คงค้างจากแสงแดดยามกลางวัน ทุกการเคลื่อนไหวของเธอดูสง่างาม ราวกับเวลารอบตัวหยุดนิ่งแสงจันทร์ส่องกระทบผิวกายของเธอ เผยให้เห็นเงาที่สะท้อนความงามของหญิงสาวท่ามกลางธรรมชาติ เธอสัมผัสถึงน้ำทะเลเข้ามาในทุกอณูของร่างกาย เธอก้าวเดินลงไปยังน้ำทะเลอย่างไม่ลังเล ปล่อยให้คลื่นอ่อน ๆ ลูบไล้
เพียงเสี้ยวนาที เธอได้ยินเสียงบางอย่าง เสียงที่แตกต่างจากความเงียบในปราสาท เธอได้ยินเสียงคลื่นทะเลกระทบชายฝั่งดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับกลิ่นเค็มอ่อนๆ ของน้ำทะเล และเสียงต้นไม้ที่พลิ้วไหว เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกถึงความเย็นของลมที่พัดผ่านผิว“คุณพาฉันมาทะเลหรือ” แมรี่ถามทั้งที่ยังหลับตาอยู่“อย่าเพิ่งลืมตานะ อีกนิดเดียว” เฮนรี่พูดเสียงนุ่ม แมรี่หลับตาตามคำสั่งของเขา เธอเริ่มรู้สึกถึงทรายละเอียดที่รองรับปลายเท้าของเธออยู่“ตอนนี้คุณลืมตาได้แล้ว” เสียงเฮนรี่ดังขึ้นใกล้หูเมื่อเธอลืมตา เธอเห็นภาพทะเลกว้างใหญ่ปรากฏตรงหน้า น้ำทะเลสีครามเข้มตัดกับขอบฟ้าที่ทอดยาวสุดสายตา แมรี่ตะลึงในความงดงามที่เธอไม่เห็นมานานนับร้อยปี ส่วนมากแล้วเฮนรี่จะพาเธอไปยังป่าและน้ำตก ครั้งนี้เขากลับพาเธอมาทะเล มันทำให้เธอทั้งประหลาดใจและดีใจเป็นอันมาก เธอหันไปมองเฮนรี่ซึ่งยืนอยู่ข้างเธอ ดวงตาสีแดงของเขาเปล่งประกายเจือด้วยความอบอุ่น“ทำไมคุณถึงพาฉันมาที่นี่” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เฮนรี่ยิ้มบางไม่เห็นไรฟัน“เพราะผมอยากให้คุณได้พักผ่อน... ผมเห็นว่าเราสองคนไม่เคยมาทะเลกันสักที ครั้งนี้ผมอยากพาคุณพามาทะเลน่ะ
แมรี่ก้าวเดินออกมาจากห้องหนังสือภายในปราสาทแลงคาสเตอร์ ปราสาทหลังใหญ่ในป่าอาถรรพ์ แมรี่เธอได้มาอยู่ในปราสาทหลังนี้ได้เกือบร้อยปี ร้อยปีมานี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เรื่องราวความรักระหว่างเธอและเฮนรี่ เธอยังมีลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ นับวันอลิซาเบธยิ่งงดงามสะพรั่งดังสาวแรกแย้มทั้งที่เธออยู่มาร้อยกว่าปี และเธอก็เติบโตครั้งสุดท้ายตอนอายุยี่สิบปี ความงดงามของเธอร่ำลือไปทั้งป่าอาถรรพ์ ปีศาจภายใต้การปกครองของเฮนรี่ที่มีสถานะเป็นเชื่อสายกษัตริย์ต่างเข้ามาสู่ขอ บางคนก็มาประจบประแจงอยากจะได้เธอไปเป็นภรรยา แต่แมรี่กับติดแจกับเดวิดเพียงผู้เดียว เพราะเฮนรี่ให้เดวิดเป็นองครักษ์คอยดูแลอลิซาเบธตั้งแต่เธออายุยังน้อย เดวิดสอนเธอทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องสงคราม อลิซาเบธก็สนใจเรื่องสงครามเป็นพิเศษ และเธอเองก็ชอบขี่ม้าเป็นที่สุด จนแมรี่คิดว่าเธอคงได้ลูกชายมากกว่าลูกสาวแมรี่ทอดสายตามองจากระเบียงยื่นไปยังกลางห้องโถง เธอเห็นว่าเฮนรี่ กำลังสอนลูกสาวของเธอและเขาเล่นแกรนด์เปียโนตัวใหญ่ เฮนรี่เงยหน้ามองแมรี่และเผยรอยยิ้มให้เธอ แมรี่เผยรอยยิ้มให้เขาด้วยเช่นกัน ตั้งแต่ตัดสินใจแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ เขานั่นแหละคื